เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ศักดิ์ฐานะเพิ่มระดับพิเศษ

บทที่ 9 ศักดิ์ฐานะเพิ่มระดับพิเศษ

บทที่ 9 ศักดิ์ฐานะเพิ่มระดับพิเศษ


บทที่ 9 ศักดิ์ฐานะเพิ่มระดับพิเศษ

ฟ้าค่อยๆ มืดลง จูยวนและชางหลี สองผู้อาวุโสแก่งแย่งกันจนแบ่งศิษย์ใหม่สามคนนั้นไปเรียบร้อย และใช้ศิษย์ที่กำลังเลื่อนขั้นอยู่ตรงหน้าเป็นกรณีศึกษา

"เจ้าดูนะ พวกเราบำเพ็ญเพียรนั่งสมาธิ พิถีพิถันกันที่ท่านั่งเจ็ดจุด ห้าดวงใจมุ่งสู่สวรรค์ เจ้าดูหลินตู้สิ เออ นางนั่งไม่มาตรฐานเลย นี่คือตัวอย่างที่ไม่ดี ห้ามทำตามนะ"

"ที่นางนั่งแบบนี้ก็ยังเลื่อนขั้นได้ เป็นเพราะพรสวรรค์ของนางสามารถสัมผัสถึงการไหลเวียนของกระแสปราณได้ แต่สาเหตุที่ให้พวกเจ้าตั้งใจนั่งสมาธิให้ดี ก็เพราะท่านั่งห้าดวงใจมุ่งสู่สวรรค์จะช่วยให้สัมผัสการไหลเวียนของกระแสปราณฟ้าดินได้ดียิ่งขึ้น"

ศิษย์ตัวน้อยทั้งสามตั้งใจฟังคำสอน แต่ในโรงทานกลับมีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้น

"โอ๊ะ ฝึกกันอยู่รึ?"

"ตำหนักซือเสวี่ยที่คราวก่อนศิษย์น้องหลอมโอสถระเบิด ข้าซ่อมเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ท่านอาจารย์ไม่ต้องให้ศิษย์ใหม่มานั่งสมาธิในโรงทานก็ได้นะขอรับ!"

สิ้นคำพูดนี้ ศิษย์ตัวน้อยที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ทนไม่ไหวพากันลืมตาขึ้น พบว่าในโรงทานมีชายหนุ่มเพิ่มมาอีกหนึ่งคน คิ้วกระบี่ดวงตาดั่งดวงดาว สวมชุดไหมสีแดงสด ด้านหลังสะพายพลองยาวสีนิลเหลือบทอง ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ท่าทางสง่างามและเจ้าสำราญ

จูยวนได้ยินดังนั้นก็หัวเราะ แนะนำชายหนุ่มให้ศิษย์ตัวน้อยที่ตนเพิ่งรับมา "โม่หลิน นี่คือศิษย์น้องเล็กของเจ้า หนีจิ่นเซวียน"

โม่หลินพยักหน้าให้หนีจิ่นเซวียน จูยวนชี้ไปที่เด็กหนุ่มสองคนที่นั่งสมาธิคู่กัน

"นั่นคือศิษย์ของอาจารย์อาเจ้า และก็เป็นศิษย์น้องร่วมสำนักของเจ้าด้วย"

โม่หลินจดจำหน้าตาคนเสร็จ สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่หลินตู้ที่ยังไม่ลืมตา "นั่นคือ..."

"น่าจะเป็นอาจารย์อาเล็กของเจ้า หลินตู้" จูยวนครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกล่าว "ว่าที่ศิษย์ของอาจารย์ปู่เหยียนเหย่ของเจ้า"

โม่หลินเงียบไปครู่หนึ่ง รับอาหารที่ศิษย์น้องเก็บไว้ให้ตนโดยเฉพาะ ทันใดนั้นก็ถามอย่างสงสัย "วันนี้ศิษย์น้องรองทำอาหารหรือขอรับ? ไม่ได้ใส่อะไรที่ไม่ควรใส่ลงไปใช่ไหม?"

"เปล่า เทียนอู๋แค่เป็นลูกมือช่วยล้างผัก"

จูยวนหยุดเล็กน้อย แล้วเสริมว่า "คงไม่เป็นไรหรอก"

โม่หลินถึงวางใจหยิบหมั่นโถวมากัดคำหนึ่ง กำลังจะนั่งลง อาจารย์อาเล็กที่นั่งอยู่ตรงข้ามโต๊ะก็ลืมตาขึ้น จากนั้นก็กระอักเลือดสีดำออกมาคำโต

มือที่ถือหมั่นโถวของเขาสั่นระริก "ในข้าวมีพิษ?"

หลินตู้ลืมตาขึ้น ยกมือเช็ดเลือดสีดำที่มุมปาก "อ๋อ ไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นหรอก"

น้ำเสียงของนางเกียจคร้าน สัมผัสถึงร่างกายที่เบาสบายขึ้น สุดท้ายก็ไม่ได้หยิบโอสถที่ยังไม่ได้กินเม็ดนั้นออกมา

จูยวนสายตาซับซ้อน ศิษย์ทั่วไปเวลาฝึกปราณ ขับของเสียในกายออกมาก็แค่ท้องเสียเหงื่อออก คนผู้นี้น่าจะเป็นเพราะโรคเก่ากำเริบ ทุกครั้งที่เลื่อนขั้นถึงได้กระอักเลือด

หลินตู้มองไปที่โม่หลินที่นั่งอยู่ตรงข้าม ในมือเขายังถือชามข้าวราดกับข้าวและน่องไก่ที่เหลือจากในครัว

"ศิษย์โม่หลิน คารวะอาจารย์อาเล็กขอรับ"

เปลือกตาหลินตู้กระตุก อยู่ดีๆ ศักดิ์ฐานะก็เพิ่มระดับพิเศษขึ้นมาเสียอย่างนั้น

[ติ๊ง เนื้อเรื่องหลัก พวกคลั่งรักขั้นรุนแรงปรากฏตัว

โม่หลิน ศิษย์พี่ใหญ่ในรุ่นเดียวกันของสำนักอู๋ซั่ง มีกระดูกวิญญาณโดยกำเนิด สามารถดูดซับปราณวิญญาณบำเพ็ญเพียรได้ตั้งแต่วันแรกเกิด ระหว่างออกท่องโลกกว้างได้พาสตรีโฉมงามนางหนึ่งกลับมา เส้าเฟยมีชีพจรขาดสะบั้นโดยกำเนิดไม่สามารถฝึกบำเพ็ญได้ ต้องใช้หนอนกู่ฝังในร่างเพื่อสร้างแก่นปราณปลอม ทำได้เพียงฝึกบำเพ็ญแต่ไม่อาจบรรลุเซียน

ในวันแต่งงานเป็นคู่บำเพ็ญกับโม่หลิน เส้าเฟยได้ควักกระดูกวิญญาณของเขา ใช้วิชาลับเปลี่ยนกระดูกวิญญาณมาใส่ให้ตัวเอง แล้วจากไป

โม่หลินกลายเป็นคนพิการ ด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุดจึงทำลายร่างตนเองแล้วไปเกิดใหม่พร้อมความทรงเดิมเพื่อฝึกบำเพ็ญใหม่ ได้กลับมาพบกับเส้าเฟยอีกครั้ง กลายเป็นศิษย์น้องเล็กของนาง คิดไม่ถึงว่าเส้าเฟยจะดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี ยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อเขาครั้งแล้วครั้งเล่า

ครั้งหนึ่งทั้งสองติดอยู่ในแดนมายา โม่หลินได้สติก่อน แต่กลับพบโดยบังเอิญว่ามารในใจของเส้าเฟยกลับเป็นตัวเขาเอง ในฝันทั้งสองแต่งงานกันอย่างราบรื่น อยู่กินจนแก่เฒ่า เส้าเฟยติดอยู่ในนั้นด้วยความเต็มใจไม่อยากออกมา

โม่หลินทำลายแดนมายาของเส้าเฟย ทั้งรักทั้งแค้นนาง และพบความจริงโดยบังเอิญว่าที่เส้าเฟยดีกับร่างนี้ของตนขนาดนี้ ก็เพราะหน้าตาคล้ายกับชาติก่อนอยู่หลายส่วน กิริยาวาจาก็เหมือนกันมาก จึงเห็นเขาเป็นตัวแทนของโม่หลิน

ทั้งสองวนเวียนไปมาจนในที่สุดก็ได้ครองคู่กัน แต่พิษตกค้างจากแก่นปราณปลอมก่อนหน้านี้กำเริบทำให้เส้าเฟยเจ็บปวดเจียนตาย ยังคงไม่อาจบรรลุเซียน โม่หลินป้อนเลือดตนเองให้ดื่มทุกวันเพื่อบรรเทาอาการ สุดท้ายเร้นกายหายสาบสูญ ใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตเสาะหาวิธีต่อชีวิตให้นาง]

หลินตู้มองชายหนุ่มชุดแดงผู้สง่างาม คิ้วตาเปื้อนยิ้ม ที่กำลังกินข้าวอย่างมูมมามตรงหน้า แล้วพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

"อาจารย์อาเล็กมองข้าเช่นนี้ทำไมหรือขอรับ?"

โม่หลินเบิกตากว้าง กัดน่องไก่ชิ้นโตโดยสัญชาตญาณ "ท่านก็หิวหรือขอรับ?"

"เปล่า ข้าอิ่มมาก" หลินตู้ชะงัก สายตาซับซ้อน

นางไม่เข้าใจ นางไม่เข้าใจจริงๆ ชายหนุ่มอนาคตไกลที่มองน่องไก่ตาเป็นประกายขนาดนี้ ไฉนถึงกลายเป็นพวกคลั่งรักไปได้นะ

"จริงสิศิษย์น้อง ข้าจะพาเจ้าไปที่ลั่วเจ๋อ ป่านนี้ศิษย์น้องเหยียนเหย่คงรอจนร้อนใจแล้ว โม่หลิน กินเสร็จแล้วพาศิษย์น้องของเจ้ากลับยอดเขาเหลี่ยงอี๋ด้วยล่ะ"

ราตรีมาเยือนแล้ว ยามค่ำคืนของแดนเหนือมืดมิดบริสุทธิ์ ไร้เมฆหมอกบดบัง ท้องฟ้าพร่างพรายด้วยดวงดาวระยิบระยับ เห็นการโคจรของดวงดาวได้อย่างชัดเจน ยอดเขาสลับซับซ้อนมีแสงไฟจากตำหนักและหอคอยสว่างไสว

ดวงดาวหนาวเหน็บบนฟากฟ้า โคมไฟอบอุ่นบนผืนดิน โลกมนุษย์กับสรวงสวรรค์ แยกจากกันชัดเจน

หลินตู้เผลอมองจนเหม่อลอย จูยวนเองก็ไม่เร่งรัดนาง กลับยืนเงียบๆ อยู่ข้างกาย

"ทิวทัศน์เช่นนี้มีให้เห็นทุกวัน พบเห็นทุกปี แต่ข้าก็ยังลืมคืนแรกที่ได้เห็นทิวทัศน์นี้ไม่ได้เช่นกัน"

หลินตู้หันกลับมา สบเข้ากับดวงตาเปื้อนยิ้มของจูยวน ชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มปักลายมังกรครามบนร่างเขาไม่ดูโดดเด่นเกินงาม กลับยิ่งขับเน้นความองอาจผ่าเผยในตัวคนผู้นี้ กวานเงินประดับอัญมณีบนศีรษะทอแสงนวลตาในยามค่ำคืน

เป็นบุรุษรูปงามที่ดูเที่ยงธรรมยิ่งนัก หลินตู้คิด อาจารย์ที่ดูเที่ยงธรรมปานนี้ สอนหนีจิ่นเซวียนและโม่หลินที่เป็นพวกคลั่งรักขั้นรุนแรงออกมาได้อย่างไรกันนะ?

คงเพราะเที่ยงธรรมเกินไป เลยไม่เข้าใจเล่ห์เหลี่ยมกลลวงและกิเลสตัณหาพวกนั้นกระมัง?

ลั่วเจ๋ออยู่ในเขตหวงห้าม ศิษย์ระดับต่ำทั่วไปเข้าไปไม่ถึงหนึ่งก้านธูปก็จะถูกแช่แข็งเป็นก้อนน้ำแข็ง

ตอนที่จูยวนพาหลินตู้เหาะขึ้นไปบนท้องฟ้า นางยังรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง จนกระทั่งวินาทีนี้ นางถึงเข้าใจว่าตัวเองข้ามภพมาแล้วจริงๆ ต่อไปจะเป็นคนที่เหาะเหินเดินอากาศได้แล้ว

ถามหน่อยเถิดว่าเด็กคนไหนดู "แฮร์รี่ พอตเตอร์" แล้วไม่อยากขี่ไม้กวาดบินบ้าง?

หลินตู้ไม่อาจปฏิเสธอนาคตที่จะได้เป็นเซียนน้อยผู้มีความสุขเช่นนี้ได้

จนกระทั่งความหนาวเย็นที่แทรกซึมเข้ากระดูกปลุกหลินตู้จากจินตนาการ นางเห็นน้ำตกที่เทลงมาในหุบเขา ไหลรวมกันเป็นแม่น้ำ

ที่น่าแปลกคือ น้ำตกนั้นกลับกลายเป็นน้ำแข็ง แม่น้ำก็มีน้ำแข็งหนาปกคลุมอยู่ชั้นหนึ่ง

ใต้ชั้นน้ำแข็ง กลับมีเสียงน้ำไหลเชี่ยว

รอบด้านล้วนเป็นน้ำแข็ง ไม่ใช่หิมะขาวโพลน แต่เป็นน้ำแข็งบริสุทธิ์ที่แช่แข็งสรรพสิ่งไว้ มองเห็นต้นสนเขียว ไผ่เขียว และบัวหิมะกลุ่มหนึ่ง สีสันสดใสเพียงหนึ่งเดียวคือดอกเหมยแดงที่ถูกแช่แข็งและผลไม้สีแดงที่ไม่รู้จักชื่อ

บนธารน้ำแข็ง มีคนผู้หนึ่งนั่งนิ่งอยู่ ผมขาวสยาย สวมเสื้อคลุมตัวนอกสีดำหลวมๆ เพียงตัวเดียว ด้านในกลับไร้ซึ่งอาภรณ์ มองปราดเดียวก็เห็นผลลัพธ์จากการฝึกกายาที่ยอดเยี่ยม กล้ามหน้าอกและหน้าท้องแน่นตึงแต่ไม่ปูดโปน ราวกับรับรู้ถึงการมาเยือนของคน เขาจึงลืมตาขึ้น

หลินตู้ถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า แม้แต่ขนตาของคนผู้นี้ก็ยังเป็นสีขาว

เขาดูเป็นชายหนุ่มชัดๆ แต่กลับดูเหมือนหมาป่าที่ซุ่มซ่อนอยู่ในทุ่งน้ำแข็ง

พอเอ่ยปากกลับเป็นวาจาหยอกเย้าทีเล่นทีจริง "โอ๊ะ ลูกศิษย์ในพรหมลิขิตของข้ามาแล้ว"

จบบทที่ บทที่ 9 ศักดิ์ฐานะเพิ่มระดับพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว