- หน้าแรก
- เพิ่งจบมหาลัย จะให้ไปคุมโรงงานเนี่ยนะ
- บทที่ 42 สถานีแรกของการรับสมัครงานในมหาวิทยาลัย
บทที่ 42 สถานีแรกของการรับสมัครงานในมหาวิทยาลัย
บทที่ 42 สถานีแรกของการรับสมัครงานในมหาวิทยาลัย
ในขณะที่หม่าหมิงวิ่งโร่ไปติดต่อสำนักงานโทรคมนาคมอย่างฮึกเหิม เตรียมพร้อมจะลุยงานใหญ่นั้น หม่าอวี่เถิงก็ได้หันความสนใจกลับมาที่เล่ยเถิงอินดัสเตรียลอีกครั้ง
วันหนึ่ง เหอเวยตี้ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล เคาะประตูห้องทำงานเข้ามาเพื่อรายงานความคืบหน้า
"ท่านประธานครับ เรื่องงานบรรยายแนะนำบริษัทเพื่อรับสมัครงาน เนื่องจากเวลาค่อนข้างกระชั้นชิด เราเลยติดต่อได้แค่คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไม่กี่แห่งครับ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยสุยมู่และจิงต้าที่ปักกิ่ง ปฏิเสธคำขอเข้าบรรยายของเราครับ"
หม่าอวี่เถิงไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่มหาวิทยาลัยระดับท็อปของเมืองหลวงและเซี่ยงไฮ้ปฏิเสธไม่ให้เล่ยเถิงอินดัสเตรียลเข้าไปจัดกิจกรรม ถึงแม้บริษัทจะประสบความสำเร็จมาระดับหนึ่ง แต่ในระดับประเทศแล้ว ชื่อเสียงยังถือว่าเงียบกริบ บวกกับสถานะความเป็นบริษัทเอกชน การถูกปฏิเสธจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดา
เหอเวยตี้วางตารางกำหนดการลงบนโต๊ะของหม่าอวี่เถิง
"สถานีแรก กำหนดไว้ที่มหาวิทยาลัยแม่ของคุณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งแดนใต้ครับ วันพุธหน้า"
การได้กลับมายืนบนแผ่นดินของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งแดนใต้อีกครั้ง ทำให้ในใจของหม่าอวี่เถิงเกิดความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ถนนสายร่มรื่นที่คุ้นเคย ตึกเรียนที่คุ้นตา ทุกอย่างยังคงเหมือนตอนที่เขาจากไปเมื่อปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน สิ่งเดียวที่ต่างออกไปคือ บรรยากาศในมหาวิทยาลัยตอนนี้ดูเป็นธุรกิจมากขึ้น สองข้างทางเต็มไปด้วยป้ายประกาศรับสมัครงาน โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ของรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่และบริษัทต่างชาติชื่อดังติดเต็มบอร์ดประกาศ ทุกชื่อล้วนดังก้องหูทั้งสิ้น
โชคดีที่ศิษย์เก่าที่เพิ่งจบไปไม่นานอย่างเขายังพอมีหน้ามีตาอยู่บ้าง โดยเฉพาะในคณะวัสดุศาสตร์ บนบอร์ดประชาสัมพันธ์จุดที่เด่นที่สุดของคณะ เขาเห็นโปสเตอร์ของเครือเล่ยเถิงอินดัสเตรียลติดอยู่ หลังจากผ่านการจัดบูธในงานแคนตันแฟร์มา ดูเหมือนว่าคนทั้งบริษัทจะเข้าใจตรงกันแล้วว่าเถ้าแก่หนุ่มของพวกเขาชอบสไตล์มินิมอล ดังนั้นโปสเตอร์จึงถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่ายแต่ดูดี แตกต่างจากโปสเตอร์สีสันฉูดฉาดใบอื่นอย่างเห็นได้ชัด
การบรรยายแนะนำบริษัทจัดขึ้นในช่วงบ่าย หม่าอวี่เถิงจึงใช้เวลาช่วงเช้าไปเยี่ยมคณบดีจางที่คณะวัสดุศาสตร์ก่อน คณบดีจางดูดีใจมากที่หม่าอวี่เถิงมาเยี่ยม ถึงขนาดเรียกศาสตราจารย์เหยียนปั๋วซินมาร่วมต้อนรับด้วย ความร่วมมือในงานวิจัยปรับปรุงวัสดุขั้วไฟฟ้าแบตเตอรี่ลิเธียมครั้งก่อน ทันทีที่โครงการจบลง หม่าอวี่เถิงก็โอนเงินทุกบาททุกสตางค์ตามที่สัญญาไว้เข้าบัญชีคณะทันทีโดยไม่มีอิดออด ทัศนคติการทำงานที่รวดเร็วฉับไวและรักษาคำพูดแบบนี้ สร้างความประทับใจให้คณบดีจางเป็นอย่างมาก
"คุณหม่า แขกหายากนะเนี่ย"
คณบดีจางชงชาให้ด้วยตัวเอง
"คณบดีจางเกรงใจกันเกินไปแล้วครับ เรียกผมเสี่ยวหม่าเถอะครับ"
หม่าอวี่เถิงนั่งลงอย่างเป็นกันเอง
"ที่มาครั้งนี้ อย่างแรกคือกลับมารับสมัครงานที่คณะ อย่างที่สองคืออยากจะคุยเรื่องความร่วมมือกับทางคณะให้ลึกซึ้งขึ้นครับ"
เขายื่นหนังสือแสดงเจตจำนงความร่วมมือฉบับใหม่ส่งไปให้
"เราหวังว่าทางคณะจะช่วยวิจัยปรับปรุงคุณสมบัติของวัสดุแบตเตอรี่ลิเธียมโคบอลต์ออกไซด์เดิมที่มีอยู่ต่อไป นอกจากนี้ ยังอยากให้ทางคณะแบ่งกำลังคนส่วนหนึ่ง มาช่วยเราทดลองวิจัยในอีกสองทิศทางด้วยครับ"
คณบดีจางกวาดสายตาดูเนื้อหาคร่าวๆ แล้วส่งต่อให้เหยียนปั๋วซิน อาจารย์เหยียนรับเอกสารไป ขยับแว่นสายตา เมื่อเห็นคำว่า "ลิเธียมไอรอนฟอสเฟต" และ "เทอร์นารีลิเธียมโพลิเมอร์" บนกระดาษ เขาก็ชะงักไปทันที
"คุณหม่า วัสดุลิเธียมไอรอนฟอสเฟตตัวนี้ ในระดับนานาชาติยังถือว่าเป็นทฤษฎีหน้าใหม่มากนะครับ ปีที่แล้วทางอเมริกาเพิ่งจะค้นพบคุณสมบัติการสกัดลิเธียมแบบย้อนกลับได้ของวัสดุตัวนี้ และเริ่มหารือถึงความเป็นไปได้ที่จะเอามาทำเป็นขั้วบวกของแบตเตอรี่ลิเธียม"
"ส่วนวัสดุเทอร์นารี เท่าที่ผมจำได้ แนวคิดปัจจุบันคือการผสมโลหะสามชนิดอย่าง นิกเกิล โคบอลต์ และแมงกานีส เข้าด้วยกัน แต่เนื่องจากต้นทุนสุดท้ายสูงกว่าโคบอลต์ออกไซด์ถึงสามเท่า แถมประสิทธิภาพก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก เลยยังไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่"
"ทั้งสองทิศทางนี้ยังไม่มีสินค้าเชิงพาณิชย์ที่สมบูรณ์ในตลาดโลกนะครับ ต้องใช้งบวิจัยมหาศาล ความเสี่ยงสูงมากทีเดียว"
"ผมทราบครับ"
หม่าอวี่เถิงพยักหน้า
"งานวิจัย ยังไงก็ต้องมีคนเริ่มทำครับ เล่ยเถิงอินดัสเตรียลยินดีที่จะเป็นผู้บุกเบิก ไม่ว่าผลสุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่ งบวิจัยเราจ่ายไม่อั้นแน่นอนครับ"
หม่าอวี่เถิงคุ้นเคยกับวัสดุสองชนิดนี้เป็นอย่างดี ต้องขอบคุณการโฆษณาอย่างขยันขันแข็งของค่ายรถยนต์ ทำให้แม้แต่คนนอกวงการอย่างเขาก็ยังรู้ว่ารถยนต์พลังงานใหม่ ใช้วัสดุขั้วไฟฟ้าสองชนิดนี้ในการผลิตแบตเตอรี่ขับเคลื่อน การวางหมากล่วงหน้าตอนนี้ แม้จะเป็นแค่การวิจัยทฤษฎีพื้นฐาน ก็สามารถชิงความได้เปรียบมหาศาลในอนาคตได้
เมื่อได้ยินความคิดของหม่าอวี่เถิง เหยียนปั๋วซินลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น
"จริงๆ แล้วผมแนะนำให้คุณลองติดต่อไปที่ศาสตราจารย์เฉินตงชิง แห่งสถาบันฟิสิกส์ สภาบัณฑิตวิทยาศาสตร์ดูนะครับ เขาเป็นนักวิชาการคนแรกๆ ในประเทศที่วิจัยเรื่องโซลิดไอออน และยังเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยวัสดุกักเก็บพลังงานของประเทศด้วย"
คณบดีจางที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินเหยียนปั๋วซินพูดแบบนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะขยิบตาปริบๆ ส่งสัญญาณห้ามไม่ให้ผลักไสเจ้าบุญทุ่มด้านงานวิจัยออกไป แต่เหยียนปั๋วซินคำนึงถึงประโยชน์ของบริษัทลูกศิษย์ตัวเอง จึงทำเป็นมองไม่เห็นคำใบ้ของคณบดีจาง
"พอดีว่างานวิจัยของทางนั้นก็กำลังขาดแคลนเงินทุนอย่างหนัก น่าจะยินดีร่วมมือกับพวกคุณแน่ๆ"
"อาจารย์เหยียน ขอบคุณมากครับที่แนะนำ"
หม่าอวี่เถิงสังเกตเห็นท่าทางของคณบดีจาง จึงรีบพูดปลอบใจ
"คณบดีจางไม่ต้องห่วงเรื่องงบวิจัยนะครับ ตอนนี้กระแสเงินสดของบริษัทเราค่อนข้างดี ความร่วมมือกับทางคณะจะยังดำเนินต่อไปตามปกติครับ"
บ่ายวันนั้น การบรรยายแนะนำบริษัทเพื่อรับสมัครงานเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ หอประชุมใหญ่ของคณะที่จุคนได้เกือบพันคนแน่นขนัด แต่หม่าอวี่เถิงรู้อยู่เต็มอกว่า คนพวกนี้เกินครึ่งคือนักศึกษาที่เพิ่งฟังบรรยายของรัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่รอบก่อนหน้าจบ แล้วยังไม่ได้ลุกออกไป
และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่พิธีกรประกาศด้วยเสียงนุ่มทุ้มมาตรฐานว่า "ลำดับต่อไป ขอเสียงปรบมือต้อนรับคุณหม่าอวี่เถิง ผู้จัดการทั่วไปของเครือเล่ยเถิงอินดัสเตรียล ขึ้นมาบรรยายครับ" ฉากอันน่ากระอักกระอ่วนก็เกิดขึ้น ข้างล่างเวทีนอกจากจะไม่มีเสียงปรบมือแล้ว กลับมีเสียงเลื่อนเก้าอี้ดังแสบแก้วหูขึ้นมาแทน นักศึกษาอย่างน้อยหนึ่งในสามลุกขึ้นยืน ถือเรซูเม่ของตัวเอง เดินออกจากหอประชุมไปอย่างไม่ลังเล หน้าของเหอเวยตี้ ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล ซีดเผือดลงทันที สถานการณ์นี้มันน่าขายหน้าจริงๆ
นักศึกษาที่ยังนั่งอยู่ส่วนใหญ่ก็มีสีหน้าสงสัย และเริ่มกระซิบกระซาบกัน
"เล่ยเถิงอินดัสเตรียล? บริษัททำอะไรอะ? ไม่เห็นเคยได้ยินเลย"
"ฉันเห็นในโปสเตอร์แนะนำ ดูเหมือนจะทำแบตเตอรี่นะ บริษัทเอกชนด้วย จะไปมีอนาคตอะไร"
"ไปรัฐวิสาหกิจหรือบริษัทต่างชาติดีกว่า มั่นคงกว่า สวัสดิการก็ดีกว่าเยอะ"
บรรยากาศแห่งความดูถูก ไม่เชื่อถือ และรอดูเรื่องตลก ปกคลุมไปทั่วหอประชุม เผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เกือบล่มไม่เป็นท่า หม่าอวี่เถิงยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย เขาเดินไปที่กลางเวที เปิดไฟล์พีพีทีที่เตรียมมา ภาพถ่ายดาวเทียมขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยบล็อกสีต่างๆ ถูกฉายขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ทันที เขาหยิบเลเซอร์พอยเตอร์ ชี้ไปที่พื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลที่ถูกวงด้วยเส้นสีแดงบนแผนที่ เสียงของเขาไม่ดังมาก แต่ผ่านไมโครโฟนดังไปทั่วทุกมุมของหอประชุมอย่างชัดเจน
"ก่อนจะแนะนำบริษัท ผมอยากให้ทุกคนดูสถานที่ที่พวกคุณอาจจะได้ทำงานในอนาคตกันก่อน... นิคมเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเล่ยเถิง แห่งเมืองเผิงเฉิง"
"ที่ดินผืนนี้ทั้งหมดเป็นของเครือเล่ยเถิงอินดัสเตรียล กินพื้นที่รวมทั้งสิ้น... หนึ่งพันห้าร้อยไร่"