- หน้าแรก
- เพิ่งจบมหาลัย จะให้ไปคุมโรงงานเนี่ยนะ
- บทที่ 33 จางเคอกลับมาประจำการ
บทที่ 33 จางเคอกลับมาประจำการ
บทที่ 33 จางเคอกลับมาประจำการ
บริษัทหมิงซวิ่นเน็ตเวิร์กก่อตั้งขึ้นแล้ว แต่สำนักงานยังไร้เงา หม่าอวี่เถิงยึดมั่นในอุดมการณ์ความมัธยัสถ์ (งก) อย่างเคร่งครัด เขาจัดการเคลียร์ห้องว่างในเขตโรงงานเล่ยเถิงแบตเตอรี่ออกมาห้องหนึ่ง โต๊ะเก่าๆ ไม่กี่ตัว เก้าอี้ไม่กี่ตัว สิ่งที่มีค่าที่สุดก็คือคอมพิวเตอร์ประกอบไม่กี่เครื่องที่ไปขนมาจากตลาดฮั่วเฉียงเป่ย นี่แหละคือออฟฟิศของบริษัทใหม่ โดยอ้างเหตุผลสวยหรูว่า บริษัทสตาร์ทอัพต้องรู้จักเชิดชูจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ฝ่าฟัน ขนาดบริษัทไอทีฝั่งอเมริกายังฮิตเริ่มทำธุรกิจกันในโรงรถที่บ้านเลย เทียบกันแล้ว หมิงซวิ่นมีห้องทำงานในโรงงานก็นับว่าหรูหราแล้ว
หม่าหมิงไม่มีความเห็นคัดค้านใดๆ ในหัวเขาตอนนี้มีแต่เรื่องการสร้างซอฟต์แวร์พีพีให้เป็นจริง เมื่อพิจารณาว่าบริษัทเพิ่งเริ่มตั้งไข่ การจ้างคนยาก แถมเงินเดือนก็ให้สูงมากไม่ได้ หม่าหมิงเลยเบนเข็มไปหาเหล่ารุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยแม่ เขากดโทรศัพท์หาบรรดารุ่นน้องคณะซอฟต์แวร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งแดนใต้ ล้วนเป็นโปรแกรมเมอร์มือดีที่เคยรับจ้างเขียนโปรแกรมให้หม่าอวี่เถิงมาก่อนทั้งนั้น ประจวบเหมาะกับช่วงนี้เป็นเทอมสองของปีสี่ วิชาเรียนส่วนใหญ่จบหมดแล้ว กำลังอยู่ในช่วงหาสถานที่ฝึกงานพอดี ข้อเสนอของหม่าหมิงเรียบง่ายและตรงไปตรงมา กินฟรี อยู่ฟรี มีเบี้ยเลี้ยงฝึกงาน และที่สำคัญที่สุดคือ ออกใบรับรองการฝึกงานให้ สำหรับนักศึกษาที่ยังไม่ก้าวพ้นประตูรั้วมหาวิทยาลัย ข้อเสนอนี้ดึงดูดใจเพียงพอแล้ว
ดังนั้น ไม่กี่วันต่อมา ในห้องทำงานอันซอมซ่อของโรงงานเล่ยเถิงแบตเตอรี่ ก็เต็มไปด้วยกลุ่มคนหนุ่มสาวไฟแรง พวกเขาล้อมวงฟังหม่าหมิงอธิบายแนวคิดโครงสร้างแบบโมดูลาร์ของซอฟต์แวร์พีพี ใบหน้าของทุกคนเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น สำหรับพวกเขา การได้มีส่วนร่วมพัฒนาซอฟต์แวร์แชตตัวใหม่ ล้ำค่าและน่าสนุกกว่าการไปเป็นเด็กเดินเอกสารในบริษัทใหญ่เยอะ ชั่วพริบตา ในห้องทำงานก็เต็มไปด้วยเสียงรัวคีย์บอร์ดดังระงม อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเร่าร้อนของเหล่าเด็กเนิร์ดเทคโนโลยี
ในขณะที่การพัฒนาซอฟต์แวร์กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด หม่าอวี่เถิงก้าวขึ้นรถเก๋งโตโยต้าคราวน์สีดำของเขา ลุงจางสตาร์ทรถอย่างชำนาญ ขับเข้าสู่กระแสจราจรของเมืองเผิงเฉิง "ไปสนามบิน" หม่าอวี่เถิงเอนหลังพิงเบาะ หลับตาพักผ่อนสายตา คนคนนั้นที่เขารอคอยมานาน ในที่สุดก็จะมาถึงแล้ว
สนามบินเผิงเฉิง ทางออกผู้โดยสารขาเข้าต่างประเทศ หม่าอวี่เถิงมองปราดเดียวก็เห็นร่างที่กำลังลากกระเป๋าเดินทางท่ามกลางฝูงชน จางเคอดูผอมลงไปบ้าง แต่บุคลิกดูทะมัดทะแมงขึ้น กลิ่นอายความสุขุมนุ่มลึกของยอดฝีมือด้านเทคนิคแผ่ออกมาจนรู้สึกได้แม้จะอยู่ไกล ไม่ได้เจอกันเดือนกว่า ระหว่างทั้งสองคนไม่มีความขัดเขินแม้แต่น้อย ไม่มีการสวมกอดที่อบอุ่น มีเพียงการจับมือที่หนักแน่นทรงพลัง "ยินดีต้อนรับสู่เผิงเฉิงอีกครั้งครับ"
"ผมมาแล้วครับ"
รถแล่นอย่างนิ่มนวลมุ่งหน้าสู่โรงงานเล่ยเถิงในเขตหลงหัว ระหว่างทาง หม่าอวี่เถิงเล่าถึงการจัดเตรียมที่พักให้จางเคอฟัง "ในหอพักโรงงาน ผมให้คนเคลียร์ห้องเดี่ยวที่มีห้องน้ำในตัวไว้ให้คุณห้องหนึ่ง เผื่อวันไหนทำงานดึก จะได้พักผ่อนสะดวก" จางเคอพยักหน้า หม่าอวี่เถิงพูดต่อ "นอกจากนี้ เผื่อว่าพี่สะใภ้และหลานจะย้ายตามมาทีหลัง ผมเลยเช่าคอนโดสามห้องนอน สองห้องนั่งเล่น ไว้ที่หมู่บ้านจิ่งหัวซินชุน ไม่ไกลจากโรงงาน ตกแต่งพร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบชุด คุณหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลย"
จางเคอมองทิวทัศน์ที่วิ่งผ่านหน้าต่างรถไปอย่างรวดเร็ว ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจ การจัดเตรียมที่ใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้ เป็นสิ่งที่คนอย่างทอมไม่มีวันทำให้เขา เขารู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่เครื่องมือ แต่เป็นพาร์ตเนอร์ร่วมงานที่ได้รับความสำคัญ
เมื่อกลับถึงโรงงาน จางเคอแวะเอากระเป๋าไปเก็บที่หอพัก ล้างหน้าล้างตา แล้วตรงดิ่งไปที่ห้องทำงานของหม่าอวี่เถิงทันที หม่าอวี่เถิงไม่พูดพร่ำทำเพลง ดันเอกสารที่พิมพ์เตรียมไว้ไปตรงหน้า "ตำแหน่งของคุณคือ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคการผลิต รับผิดชอบกระบวนการผลิต การปรับปรุงเทคโนโลยี และระบบคุณภาพทั้งหมดของโรงงานเล่ยเถิง เงินเดือนรายปีผมให้คุณสามแสนหยวน นอกจากนี้ ยังมีเงินปันผลจากกำไรโรงงานอีกปีละ 2 เปอร์เซ็นต์"
จางเคอหยิบสัญญาจ้างงานขึ้นมา สายตากวาดผ่านตัวเลข "สามแสน" และ "ปันผล 2 เปอร์เซ็นต์" โดยที่ใจสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่น เงินสามแสนหยวน แลกเป็นดอลลาร์ยังไม่ถึงสี่หมื่นเหรียญ ตอนอยู่โมโตโรล่า ไม่นับโบนัส เงินเดือนพื้นฐานเขาก็ปาเข้าไปเกือบห้าแสนดอลลาร์แล้ว มากกว่าตอนนี้เป็นสิบเท่า ส่วนปันผล 2 เปอร์เซ็นต์นั่น ก็ต้องรอให้หม่าอวี่เถิงยอมจ่ายปันผลก่อนถึงจะได้ ถ้าบริษัทเอาแต่ขยายกิจการไปเรื่อยๆ เขาอาจจะไม่ได้เงินส่วนนี้เลยสักแดงเดียว เงิน ไม่เคยเป็นจุดประสงค์หลักในการกลับมาของเขา สิ่งที่เขาต้องการ คือเวทีที่ให้เขาได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่โดยไม่มีใครมาขัดแข้งขัดขา เขาต้องการสร้างอาณาจักรที่เป็นของตัวเอง
หลังจากจรดปากกาเซ็นชื่อลงในสัญญาจ้าง จางเคอก็ยื่นเอกสารคืนไป "ขอบคุณที่ไว้วางใจครับท่านประธาน" เขาเว้นจังหวะ สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "การกลับมาครั้งนี้ ผมนำข่าวข่าวหนึ่งมาฝากคุณด้วย" หม่าอวี่เถิงโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย จางเคอพูดทีละคำชัดถ้อยชัดคำ "เนื่องจากปัญหาเรื่องต้นทุนแรงงาน โมโตโรล่าเตรียมจะปิดโรงงานประกอบโทรศัพท์มือถือที่เมืองฮาร์วาร์ด รัฐอิลลินอยส์ครับ"
หัวใจของหม่าอวี่เถิงกระตุกวูบ จางเคอไม่หยุดแค่นั้น เขาโยนระเบิดลูกใหญ่กว่าเดิมออกมา "เครื่องจักรการผลิตทั้งหมดในโรงงาน รวมถึงสายการผลิตโทรศัพท์มือถือที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น พวกเขากำลังเตรียมขายทิ้งแบบยกแพ็ก ตอนนี้กำลังมองหาคนซื้อจากทั่วโลกอยู่ครับ!"
"เราน่าจะพิจารณาซื้อสายการผลิตชุดนี้ แล้วกระโดดเข้าสู่วงการรับจ้างผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หรือ โออีเอ็ม"
"ช่วงไม่กี่ปีมานี้อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เติบโตเร็วมาก และนี่แหละคือกลุ่มลูกค้าสำคัญที่สุดของแบตเตอรี่ลิเธียมเราในอนาคต"
"ธุรกิจรับจ้างผลิต จะกลายเป็นช่องทางจำหน่ายที่ยอดเยี่ยมให้กับแบตเตอรี่ของเราในวันข้างหน้าครับ"
ห้องทำงานเงียบกริบจนอากาศแทบจะแข็งตัว รับจ้างผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์? คำคำนี้วนเวียนอยู่ในสมองของหม่าอวี่เถิง ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดพิกล แบตเตอรี่ลิเธียม... รับจ้างผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์... ก้าวต่อไปล่ะ? หรือว่าควรจะไปผลิตรถยนต์ด้วยเลยไหม? เขาคิดมาตลอดว่าต้นแบบในอนาคตของเขาคือ "ราชาแห่งแบตเตอรี่" (CATL) ที่มียอดขายแบตลิเธียมอันดับหนึ่งของโลก แต่ตอนนี้โชคชะตาเหมือนจะเล่นตลก ดันหลังเขาให้เดินไปบนเส้นทางของ "บีวายดี" (BYD) ซะอย่างนั้น
เขามองจางเคอ เทพเจ้าแห่งเทคนิคที่เขาอุตส่าห์ไปขุดตัวมาจากอเมริกา วันแรกที่เริ่มงาน ก็มอบข่าวที่มากพอจะเปลี่ยนทิศทางอนาคตของบริษัทให้เขาเสียแล้ว หม่าอวี่เถิงลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองลงไปยังอาคารโรงงานที่วางผังไว้อย่างเป็นระเบียบเบื้องล่าง ผ่านไปเนิ่นนาน เขาหันกลับมา มองจางเคอ "สายการผลิตนี้ คุณรู้อะไรเกี่ยวกับมันบ้าง?"
"โรงงานของโมโตโรล่าที่เมืองฮาร์วาร์ด รัฐอิลลินอยส์ สร้างขึ้นในปี 1992 สร้างขึ้นมาเพื่อผลิตมือถือระบบดิจิทัลรุ่นแรกโดยเฉพาะครับ ช่วงพีคที่สุด ที่นั่นมีคนงานมากกว่าห้าพันคน" ห้าพันคน! หม่าอวี่เถิงคำนวณในใจ สเกลขนาดนี้ใหญ่กว่าโรงงานเล่ยเถิงทั้งโรงรวมกันหลายเท่า "ต่อมา แม้พวกเขาจะเริ่มจ้างโรงงานในเอเชียผลิตมือถือรุ่นทั่วไป แต่โรงงานแห่งนี้ก็ยังถูกเก็บไว้ผลิตรุ่นเรือธงระดับไฮเอนด์มาตลอด" จางเคออธิบายต่อ "แต่ค่าแรงในอเมริกาพุ่งเร็วเกินไป แม้แต่โมโตโรล่าก็แบกไม่ไหว สุดท้ายเลยตัดสินใจปิดโรงงานนี้ถาวรครับ"