- หน้าแรก
- เพิ่งจบมหาลัย จะให้ไปคุมโรงงานเนี่ยนะ
- บทที่ 5 หนทางสู่การเปลี่ยนผ่าน
บทที่ 5 หนทางสู่การเปลี่ยนผ่าน
บทที่ 5 หนทางสู่การเปลี่ยนผ่าน
การประชุมในครั้งนี้ ได้กลายเป็นการเผชิญหน้าครั้งสำคัญระหว่างขั้วอำนาจเก่าและใหม่ ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จ้องมองมา ใบหน้าของหม่าอวี่เถิงกลับไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ เขาไม่โกรธ ไม่โต้เถียง เขาเพียงแค่รอให้หวังเต๋อฟาตะโกนจนเหนื่อย รอให้ห้องประชุมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง จากนั้น เขาถึงเอ่ยปากถามคำถามที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกันเลยอย่างใจเย็น
"คุณรองฯ หวัง คุณเคยคำนวณไหมครับว่าเฟยฉือมีเงินสดสำรองอยู่เท่าไหร่? ช่องทางการระดมทุนของพวกเขามีกี่ทาง? แล้วอัตราหนี้สินต่อทุนในรายงานประจำปีอยู่ที่เท่าไหร่?"
หวังเต๋อฟาชะงัก ไม่คิดว่าจะโดนถามแบบนี้ "ถามอะไรตอนนี้? ใช่เวลามาคุยเรื่องนี้ไหม!"
"แล้วของพวกเราล่ะครับ?" หม่าอวี่เถิงถามจี้ต่อ "กระแสเงินสดของเรา จะพยุงให้เราขายแบตเตอรี่ขาดทุนไปได้อีกนานแค่ไหน? สามเดือน? หรือครึ่งปี?"
"เอาชะตาชีวิตของพวกเรา ไปพนันกับกระสุนที่คู่แข่งมีงั้นเหรอ?" หม่าอวี่เถิงก้าวไปข้างหน้า ยืนอยู่ข้างเก้าอี้ประธานหัวโต๊ะ "คุณรองฯ หวัง นี่หรือครับวิธีที่คุณบอกว่ายอมแลกด้วยชีวิตคิดออกมา?"
หวังเต๋อฟาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ หน้าอกกระเพื่อมแรง แต่กลับเถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว นั่นสิ เขาจะไปรู้ไพ่ในมือคู่แข่งได้ยังไง? เขารู้แค่ว่าตัวเองกำลังจะทนไม่ไหวแล้ว ทั้งห้องประชุมเงียบกริบดั่งป่าช้า ลมหายใจของทุกคนเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้
หม่าอวี่เถิงเลิกสนใจเขา เขาหันหลัง ก้าวเดินไปที่กระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ด้านหน้าห้องประชุมช้าๆ อย่างมั่นคง เสียงฝีเท้าของเขาเบา แต่ในความเงียบที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก ทุกย่างก้าวเหมือนเหยียบลงบนเส้นประสาทที่ตึงเปรี๊ยะของทุกคน เขาหยิบปากกาเคมีสีดำ เปิดฝาออกเสียงดัง ป๊อก การกระทำง่ายๆ นี้ ทำให้ทุกคนกลั้นหายใจ
"คุณรองฯ หวังพูดถูก" หม่าอวี่เถิงหันกลับมา เผชิญหน้ากับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง โกรธเกรี้ยว และงุนงง หวังเต๋อฟาอึ้ง ผู้บริหารคนอื่นมองหน้ากันเลิ่กลั่ก... นี่เขายอมแพ้แล้วเหรอ?
"ในสนามรบของแบตเตอรี่นิกเกิล-แคดเมียม..." ประโยคถัดมาของหม่าอวี่เถิง กลับทำให้หวังเต๋อฟาที่เพิ่งจะดีใจเก้อ ร่วงหล่นลงสู่ถ้ำน้ำแข็ง "พวกเราแพ้แล้วครับ"
แพ้แล้ว? ยอมรับกันดื้อๆ แบบนี้เลยเหรอ?
"แต่..." หม่าอวี่เถิงเปลี่ยนน้ำเสียง กระแทกปากกาลงบนไวท์บอร์ดเสียงดัง ตึก! "พวกคุณเคยคิดบ้างไหม ในฐานะเจ้าตลาด ทำไมเฟยฉือถึงยอมลดตัวลงมาทำสงครามราคา ใช้วิธีเชือดเนื้อตัวเองเพื่อทำร้ายศัตรูแบบนี้?"
เขาไม่รอคำตอบ เขียนคำสำคัญลงบนกระดานอย่างรวดเร็ว "ข้อแรก อนุสัญญาสิ่งแวดล้อม" ลายมือของเขาชัดเจนและหนักแน่น "สหภาพยุโรปเริ่มหารือเรื่องการจำกัดการใช้สารแคดเมียมในสินค้าอุปโภคบริโภค อนาคตของแบตเตอรี่นิกเกิล-แคดเมียมในตลาดยุโรปจะยิ่งตีบตันลงเรื่อยๆ"
"ข้อสอง ต้นทุนวัตถุดิบ"
"ราคาฟิวเจอร์สนิกเกิลในตลาดโลกพุ่งขึ้น 15% ตั้งแต่ต้นปี ต้นทุนเราสูงขึ้น กำไรหดหาย แต่เฟยฉือเขามีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าระยะยาว ต้นทุนเขาคงที่"
"ข้อสาม และเป็นข้อที่สำคัญที่สุด" หม่าอวี่เถิงวงกลมล้อมรอบคำสามพยางค์บนกระดานอย่างแรง "Memory Effect (ปฏิกิริยาจำประจุ)"
"นี่คือจุดอ่อนที่มีมาแต่กำเนิดของแบตเตอรี่นิกเกิล-แคดเมียม มันทำให้แบตชนิดนี้ไม่มีวันเป็นหัวใจหลักของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับไฮเอนด์ได้ เมื่ออุปกรณ์ในอนาคตต้องการแบตที่อึดกว่า ชาร์จง่ายกว่า แบตเตอรี่นิกเกิล-แคดเมียมจะเป็นอย่างแรกที่ถูกเขี่ยทิ้ง"
ในห้องประชุม สีหน้าของผู้บริหารฝ่ายเทคนิคเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่รู้ปัญหาพวกนี้ แต่แรงกดดันจากยอดผลิตและยอดขายมันบังตาเอาไว้ พวกเขาไม่เคยถูกใครลากเอาความจริงที่โหดร้ายมาร้อยเรียงให้เห็นชัดๆ ตรงหน้าแบบนี้มาก่อน ที่แท้โรงงานก็ยืนอยู่ปากเหวมานานแล้ว แต่พวกเขากลับมัวแต่ทะเลาะกันเรื่องผลประโยชน์เล็กน้อยตรงหน้า
"ดังนั้น ที่เฟยฉือลดราคา ไม่ใช่กะจะแข่งความอึดกับเรา" บทสรุปของหม่าอวี่เถิงเหมือนค้อนปอนด์ ทุบทำลายความหวังสุดท้ายของทุกคนจนแหลกละเอียด "พวกเขากำลัง 'ล้างบาง' ต่างหาก! ก่อนที่ตลาดนี้จะฝ่อลง พวกเขาใช้ความได้เปรียบเรื่องทุน กวาดล้างคู่แข่งอย่างเราออกไปให้หมด เพื่อจะกินรวบเศษเนื้อชิ้นสุดท้ายคนเดียว!"
เขากวาดตามองไปรอบห้อง พูดชัดถ้อยชัดคำทุกพยางค์ "เพราะฉะนั้น แผนของผมคือ... เราจะไม่สู้ราคา"
"ไม่ใช่แค่ไม่สู้ แต่เราจะ ทิ้ง ธุรกิจส่วนนี้ไปเลย!"
ประโยคนั้นเหมือนระเบิดลงกลางห้องประชุม "บ้าไปแล้ว! แกมันบ้าไปแล้ว!"
"ทิ้งเหรอ? แล้วคนงานเป็นพันจะกินอะไร? ให้ไปกินลมกินแล้งหรือไง?"
"นี่มันน้ำพักน้ำแรงทั้งชีวิตของเถ้าแก่ แกพูดทิ้งง่ายๆ แบบนี้ได้ไง!"
เสียงคัดค้าน เสียงด่าทอ เสียงทุบโต๊ะดังระงมจนหลังคาแทบเปิด หวังเต๋อฟาโกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าหม่าอวี่เถิง เสียงแหลมปรี๊ดด้วยความโมโหสุดขีด "ไอ้ลูกล้างผลาญ! ไอ้ตัวซวย!" เขาเลือดขึ้นหน้าจนตาพร่า หลี่เฉียงนั่งตัวเย็นเฉียบอยู่มุมห้อง เขาคิดว่าสิ่งที่หม่าอวี่เถิงพูดมีเหตุผล แต่การตัดสินใจนี้... มันน่ากลัวเกินไป นี่ไม่ใช่การปฏิรูป แต่มันคือการฆ่าตัวตาย!
ท่ามกลางคลื่นเสียงแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถาโถมเข้าใส่ ใบหน้าของหม่าอวี่เถิงยังคงเรียบเฉยไร้อารมณ์ เขาเมินเสียงนกเสียงกาเหล่านั้น แล้วหันหลังกลับไป เขียนคำสองคำตัวใหญ่ๆ ลงกลางกระดานไวท์บอร์ด ลายเส้นคมกริบ ทรงพลัง 【แบตเตอรี่ลิเธียม】
ทันใดนั้น เสียงอึกทึกในห้องประชุมเหมือนถูกกดปุ่ม Mute "นี่..." หม่าอวี่เถิงหันกลับมา ปลายปากกาชี้ไปที่คำนั้น "คือโอกาสในอนาคตของพวกเรา"
เขาเริ่มอธิบาย "ความหนาแน่นพลังงานของแบตเตอรี่ลิเธียม สูงกว่านิกเกิล-แคดเมียมถึงสามเท่า นั่นหมายความว่าแบตเตอรี่ขนาดเท่ากัน จะใช้งานได้นานกว่าเดิมสามเท่า"
"น้ำหนัก เบากว่านิกเกิล-แคดเมียมที่มีความจุเท่ากันถึงครึ่งหนึ่ง หรืออาจจะเบากว่านั้น"
"ไม่มี Memory Effect ชาร์จเมื่อไหร่ก็ได้ ใช้แล้วชาร์จได้เลย"
"อัตราการคายประจุต่ำมาก ทิ้งไว้เดือนหนึ่งไฟหายไปไม่ถึง 5%"
"เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า ไม่มีโลหะหนักที่เป็นพิษ ผ่านมาตรฐานสิ่งแวดล้อมของอเมริกาและยุโรป"
ยิ่งเขาพูด ความเงียบในห้องประชุมก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้น คนที่นั่งอยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนในวงการ พวกเขารู้ดีกว่าใครว่าสเปกพวกนี้หมายถึงอะไร มันไม่ใช่แค่การปรับปรุง แต่มันคือการ "ข้ามขั้น" มันคือสปีชีส์ใหม่ ที่จะมาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เก่า
"อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต จะยิ่งเล็ก ยิ่งบาง และต้องการแบตเตอรี่ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น มีแค่สิ่งนี้เท่านั้นที่ตอบโจทย์ได้" เสียงของหม่าอวี่เถิงไม่ดัง แต่หนักแน่นจนเถียงไม่ออก ทุกคนถูกภาพฝันอันยิ่งใหญ่นี้สะกดจนพูดไม่ออก
ผ่านไปครู่ใหญ่ เกาเสียง ผู้อำนวยการฝ่าย R&D ก็ขยับแว่น เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแห้งผาก "คุณหม่า... ที่คุณพูดมา ทฤษฎีน่ะมันสวยหรู แต่... เราทำไม่ได้หรอกครับ"
ในยุคของเรา แบตเตอรี่ลิเธียมอาจจะเป็นของโหลๆ ตั้งแต่แปรงสีฟันไฟฟ้า มือถือ โน้ตบุ๊ก ไปจนถึงรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าและรถ EV ล้วนใช้แบตลิเธียม แต่ในยุค 90 นี่คือเทคโนโลยีไฮเทคระดับสุดยอด มีแค่โรงงานในญี่ปุ่นไม่กี่เจ้าเท่านั้นที่ผลิตในเชิงพาณิชย์ได้
คำพูดของเกาเสียงดึงสติทุกคนกลับมา จริงด้วย วาดฝันใครก็วาดได้ แต่จะทำยังไงล่ะ? เกาเสียงยิ้มขื่นๆ "ไม่ปิดบังนะครับ แผนกเราวิจัยเรื่องแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนมาสองปีแล้ว ผลาญงบไปก็ไม่น้อย"
"แต่ปัญหาเรื่องความเสถียรของน้ำยาอิเล็กโทรไลต์ เราแก้ไม่ได้สักที"
"ตัวอย่างที่ทำออกมา ใช้ไม่ได้เรื่องเลย"
"ตอนนี้มีแค่บริษัทญี่ปุ่นไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ผลิตขายได้จริง"
หวังเต๋อฟาเหมือนเจอขอนไม้ลอยมาตอนเรือแตก รีบผสมโรงทันที "ได้ยินไหม! ขนาดวิศวกรเกาบอกเองว่าทำไม่ได้! แกจะมาขายฝันอะไร? นี่แกเอาอนาคตโรงงานมาล้อเล่นนะเว้ย!"
เสียงคัดค้านที่เพิ่งสงบลง เริ่มกลับมาดังอีกครั้ง หม่าอวี่เถิงไม่สนใจหวังเต๋อฟา เขามองตรงไปที่เกาเสียง ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นมันสมองด้านเทคนิคของโรงงาน แล้วพูดประโยคที่ทำให้เกาเสียงต้องเบิกตากว้าง
"วิศวกรเกา ที่พวกคุณแก้ปัญหาน้ำยาอิเล็กโทรไลต์ไม่ได้ เพราะพวกคุณมัวแต่ไปโฟกัสที่สัดส่วนของตัวทำละลาย... พวกคุณเดินผิดทางตั้งแต่ก้าวแรกแล้วครับ"