- หน้าแรก
- ย้อนวันวานมาพบรัก ของอนาคตบอส
- บทที่ 10 : ผมพอจะเข้ามหา'ลัยได้ไหมครับ?
บทที่ 10 : ผมพอจะเข้ามหา'ลัยได้ไหมครับ?
บทที่ 10 : ผมพอจะเข้ามหา'ลัยได้ไหมครับ?
ความจริงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ยิ่งเราไม่อยากให้เรื่องไหนเกิดขึ้น เรื่องนั้นก็จะยิ่งวิ่งเข้าหาเราเร็วขึ้นเท่านั้น!
ในขณะเดียวกัน นี่เป็นครั้งแรกที่ซูอวี่ได้ประจักษ์ถึงความสามารถในการตามหาตัวคนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตราบใดที่พวกเขาต้องการหาคุณ ตราบใดที่คุณยังอยู่ในประเทศนี้ และตราบใดที่คุณยังมีลมหายใจ เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะหาไม่เจอ ขึ้นอยู่กับว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้น
IP ต่างประเทศหลายตัว?
อีเมลนิรนาม?
แค่อยากทำตัวเงียบ ๆ ไม่ให้ใครรู้?
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับพวกเขา
เว้นแต่คุณจะเป็นแฮกเกอร์ระดับท็อปที่เชี่ยวชาญเทคนิคการหลบหลีกและการต่อต้านการสืบสวนขั้นสูง ไม่อย่างนั้นพวกเขาหาคุณเจอได้ทุกเมื่อ ไม่ต้องพูดถึงร้านอินเทอร์เน็ตที่มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ทุกมุม
ทั้งสองฝ่ายจ้องหน้ากัน...
ซูอวี่ที่เผชิญหน้ากับชายแปลกหน้าสองคน แสดงสีหน้าตกใจและตื่นตระหนกได้สมวัยพอดิบพอดี
จนถึงขั้นที่เขายังไม่ทันได้ดึงกางเกงขึ้นด้วยซ้ำ
"น้องชาย ไม่ต้องกลัว..."
ชายสูงวัยกว่าดึงมือออกจากไหล่ซูอวี่ แล้วก้มลงมองด้วยความสงสัย "นั่น... เป็นอะไรหรือเปล่า?"
ซูอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบาย "ผมเพิ่งไปขริบมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ถ้าไม่เชื่อ จะลองส่องไฟฉายดูใกล้ ๆ เพื่อความแน่ใจก็ได้นะครับ"
ทั้งสองคน "..."
ชายคนเดิมกระแอมแก้เก้อ "ไม่เป็นไร ไม่ต้องยืนยันหรอก น้องนักเรียนใส่กางเกงก่อนเถอะ เมื่อกี้ลูกน้องผมเสียมารยาทไปหน่อย อาจทำให้ตกใจ ต้องขอโทษด้วย คืออย่างนี้... ผมเป็นหัวหน้าทีมสืบสวนอาชญากรรมของสถานีตำรวจเจียงเฉิง ส่วนนี่ลูกทีมของผม เชื่อว่าน้องคงรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าเรามาหาทำไม?"
ซูอวี่ดึงกางเกงขึ้น พยักหน้าตอบ "รู้ครับ"
ในเมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตู ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะหลบหนี สู้เปิดอกคุยกันตรง ๆ ไปเลยดีกว่า
ขืนทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ จะยิ่งน่าสงสัยและสร้างปัญหาโดยใช่เหตุ ซึ่งเขาเกลียดปัญหาที่สุด
"ดีแล้ว ไม่ต้องกลัว วันนี้เราแค่จะมาถามคำถามง่าย ๆ ไม่กี่ข้อ ตอนนี้ว่างไหม? หรือจะออกไปคุยข้างนอก?"
ชายคนนั้นถามพร้อมรอยยิ้ม
ซูอวี่ส่ายหน้า "ขอโทษครับ ผมไม่ว่าง"
คำตอบของเขาทำเอาชายตรงหน้าชะงักกึก!
ดูเหมือนเขาจะไม่คิดว่าซูอวี่จะปฏิเสธ เพราะเขาแค่ถามตามมารยาท แต่ซูอวี่กลับตอบจริงจังซะงั้น?
แม้แต่ชายหนุ่มข้าง ๆ ที่เพิ่งเอามือแตะไหล่ซูอวี่เมื่อครู่ ก็ขมวดคิ้วเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
"ขอโทษจริง ๆ ครับ คืนนี้พวกผมมีงานเลี้ยงจบการศึกษา เลยไม่ค่อยสะดวก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมไปหาคุณที่สถานีตำรวจเองดีไหม? ขอเบอร์ติดต่อไว้หน่อยสิครับ"
พอได้ยินเรื่องงานเลี้ยงจบการศึกษา ชายคนนั้นก็พยักหน้าเข้าใจ "ได้สิ งั้นพรุ่งนี้มาหาผมที่สถานีตำรวจนะ ผมแซ่เฉิน เบอร์โทรศัพท์คือ..."
พูดจบ ซูอวี่ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเมมเบอร์ไว้
พอซูอวี่รับปากว่าจะไปหาในวันรุ่งขึ้น ทั้งสองคนก็รีบขอตัวกลับทันที
มาเร็วเคลมเร็วแท้
ซูอวี่กลับเข้าห้อง KTV ด้วยใจที่ว้าวุ่น เขาไม่มีอารมณ์จะร้องเพลงต่อ ได้แต่ครุ่นคิดว่าเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อนมีอะไรผิดพลาดตรงไหน หรือเขาเผลอทิ้งหลักฐานอะไรไว้ให้โดนจับได้หรือเปล่า...
คงไม่ซวยขนาดตายน้ำตื้นตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มหรอกนะ?
สรุปคือ ในหัวเขามีแต่เรื่องให้คิดไม่ตก
ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ งานเลี้ยงรุ่นก็ดำเนินมาถึงตอนจบ
ตลอดงาน จางมู่ไป๋โดนหวังฮ่าวตามประกบแจจนไม่มีเวลาไปก่อกวนใคร
หวังฮ่าวส่งสายตาคาดหวังมาทางซูอวี่ ซูอวี่จึงส่งสัญญาณมือตอบกลับ พร้อมส่งข้อความไปที่เครื่องของเด็กหนุ่มว่า "ค่าเน็ตสามวัน ฉันเลี้ยงเอง"
พอเห็นข้อความ หวังฮ่าวก็ดีใจจนเนื้อเต้น บ่นกระปอดกระแปดว่ากว่าจะหาเงินค่าเน็ตได้แต่ละทีช่างยากเย็นเหลือเกิน
เวลานี้ล่วงเลยไปจนห้าทุ่มกว่า หลินเซียวเซียวเริ่มสร่างเมาแล้ว
เธอหันไปถามเพื่อนผู้หญิงข้าง ๆ ว่าเมื่อกี้เธอทำอะไรขายหน้าไปหรือเปล่า เพื่อนคนนั้นบอกว่าเปล่า แค่ตอนลุกขึ้นเธอยืนไม่อยู่ ซูอวี่เลยเข้ามาช่วยพยุงแค่นั้น ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลินเซียวเซียวถอนหายใจโล่งอก เธอไม่อยากเสียฟอร์มต่อหน้าเพื่อนฝูง
นึกไม่ถึงว่าดื่มเหล้าครั้งแรก แค่แก้วเดียวก็เริ่มมึน พอไม่เชื่อลองแก้วที่สอง ก็เรียบร้อยโรงเรียนจีนตามคาด
โชคดีที่มีซูอวี่อยู่ข้าง ๆ คอยดูแลความปลอดภัย
หลินเซียวเซียวมองซูอวี่ที่ยืนอยู่ข้างกาย จู่ ๆ ซูอวี่ก็สะดุ้งเฮือก รู้สึกเจ็บแปลบที่จุดยุทธภูมิ
ยัยนี่... แม่นราวจับวาง!
โจวเฉียงเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม "ซูอวี่ กลับดี ๆ นะ ไว้ติดต่อกัน หาเวลามาเจอกันบ้างล่ะ"
ซูอวี่พยักหน้าตอบ "ได้เลย มีอะไรก็ติดต่อมาได้ตลอด"
ในความทรงจำของเขา โจวเฉียงเคยพูดอะไรบางอย่างกับเขาในงานเลี้ยงรุ่นเหมือนกัน แต่เขาจำรายละเอียดไม่ได้แล้ว
ตอนนั้นเขาไม่ประสีประสาอะไรเลย
เลยรับปากไปส่ง ๆ ไม่ได้ใส่ใจมิตรไมตรีที่โจวเฉียงหยิบยื่นให้
แต่ตอนนี้ แน่นอนว่ามันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
หวังฮ่าวเดินเข้ามา กระแอมไอเรียกความสนใจ ก่อนจะขยิบตาแล้วพูดว่า "ฉันเรียกรถให้ไอ้หมอนั่นกลับไปแล้ว พวกนายสองคนคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็กลับกันดี ๆ ล่ะ ระวังตัวด้วย ไว้คุยกันนะ"
พูดจบ เหมือนจะกลัวโดนหลินเซียวเซียวด่า หวังฮ่าวรีบชิ่งหนีไปอย่างไว
ไม่นานนัก หน้า KTV ก็เหลือแค่ซูอวี่กับหลินเซียวเซียว และเพื่อน ๆ อีกไม่กี่คนที่ยังจับกลุ่มคุยกันอยู่
ซูอวี่เดินกลับบ้านพร้อมหลินเซียวเซียว เดินมาได้ครึ่งทาง จู่ ๆ หลินเซียวเซียวก็หยุดเดิน เอามือปิดปากด้วยความตกใจ สายตาจ้องมองไปที่จุดหนึ่งทางซ้ายมือไม่ไกลนัก
ตรงนั้นเป็นโรงแรมราคาประหยัด ตกคืนละประมาณ ๕๐ หยวน ซึ่งถือว่าถูกมากและเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักเรียนกระเป๋าแบน
ที่หน้าทางเข้า คู่รักที่เพิ่งดื่มเหล้าคล้องแขนกันในงาน กำลังเดินจูงมือกันเข้าไปอย่างเปิดเผย
หลินเซียวเซียวเห็นภาพนั้นพอดี จึงรีบสะกิด "ซูอวี่ ดูนั่นสิ คู่รักห้องเรานี่นา!"
ซูอวี่เงยหน้ามองตามแล้วส่ายหน้า "มีอะไรน่าดู? มันเป็นเรื่องความสมัครใจของพวกเขา เราไม่ต้องไปยุ่งหรอก"
เรื่องพรรค์นี้ อย่าว่าแต่มัธยมปลายเลย เด็กกว่านี้ก็มีถมเถไป
หลินเซียวเซียวร้อง 'อ๋อ' เบา ๆ แต่ตายังคงจ้องมองเข้าไปในโรงแรม เห็นทั้งคู่จูงมือกันเดินขึ้นชั้นสองไปแล้ว ก่อนจะถูกซูอวี่ลากตัวออกมาจนมองไม่เห็นอะไรอีก
ตลอดทางกลับบ้าน หลินเซียวเซียวยังคงนึกถึงภาพนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นระคนสงสัย
พอกลับถึงคอนโดฯ ในที่สุดหลินเซียวเซียวก็อดรนทนไม่ไหว ถามขึ้นว่า "นายว่าพวกเขาเข้าไปทำอะไรกันในโรงแรมเหรอ?"
ซูอวี่เลิกคิ้ว "..."
จะให้ตอบว่าไงดีล่ะ?
เล่นไพ่ดัมมี่?
ดูข่าวภาคค่ำ?
หรือเล่นเกมต่อสู้กันสองคน?
เมื่อเห็นใบหน้าไร้เดียงสาที่เต็มไปด้วยความใคร่รู้ของหลินเซียวเซียว ซูอวี่ส่ายหน้าอย่างระอา เขาเผลอยื่นมือออกไปบีบแก้มเธอเบา ๆ แล้วขยี้เล่นอย่างหมั่นเขี้ยว
เสียงโวยวายด้วยความเขินอายปนโมโหของหลินเซียวเซียวดังตามมาติด ๆ
ไม่นานทั้งคู่ก็แยกย้ายกันกลับเข้าห้อง
พ่อแม่หลับไปแล้ว ซูอวี่ไขกุญแจแล้วย่องเข้าบ้านเงียบ ๆ
เขาล้างหน้าแปรงฟันลวก ๆ แล้วตรวจดูแผลอีกรอบ พอแน่ใจว่าแผลไม่ปริ ซูอวี่ก็ถอนหายใจโล่งอกแล้วกลับเข้าห้องนอน
เช้าวันรุ่งขึ้น ซูอวี่ตื่นแต่เช้าตรู่
หลังจากกินมื้อเช้าง่าย ๆ อย่างซุปสาหร่ายไข่ข้นกับแพนเค้ก ซูอวี่ก็ลงมาเดินเล่นในโครงการหมู่บ้าน
พอลงมาข้างล่าง ซูอวี่โทรหาหลินเซียวเซียว แต่เธอไม่รับสาย สงสัยจะยังนอนไม่ตื่น
เพราะงานเลี้ยงเมื่อคืนคงทำเอาเหนื่อยแย่ ซูอวี่เลยไม่โทรจิกต่อ
ซูอวี่เดินเล่นคนเดียวสักพัก แวะกลับบ้านแป๊บหนึ่ง แล้วรีบหาข้ออ้างออกไปข้างนอก
ไม่กี่อึดใจ ซูอวี่ก็มายืนอยู่หน้าสถานีตำรวจเจียงเฉิงอันเคร่งขรึม
"มาหาใครหรือ พ่อหนุ่ม?"
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเรียกถามซูอวี่
ซูอวี่แจ้งสั้น ๆ ว่ามาหาเจ้าหน้าที่เฉิน ไม่นานเขาก็ถูกพาไปนั่งรอในห้องเงียบ ๆ ห้องหนึ่ง รอประมาณสิบนาที สองคนเมื่อวานก็เดินเข้ามา
"งานเลี้ยงจบแล้วหรือ?"
โดยรวมแล้ว เจ้าหน้าที่เฉินดูเป็นคนใจดี เขาจึงมองซูอวี่ด้วยรอยยิ้ม
ส่วนชายหนุ่มข้าง ๆ ทำหน้าตายเหมือนท่อนไม้ ยืนนิ่งไม่ไหวติง ดูท่าทางไม่ค่อยถูกชะตากับซูอวี่เท่าไหร่
ซูอวี่พยักหน้า "เลิกเมื่อคืนครับ"
"สอบเข้ามหา'ลัยเป็นยังไงบ้างล่ะ?"
ชายคนนั้นถามต่อ เพราะรู้ว่าซูอวี่เพิ่งสอบเสร็จ
การที่อีกฝ่ายรู้ความเคลื่อนไหวของเขาไปซะทุกเรื่อง ซูอวี่ไม่ได้แปลกใจแต่อย่างใด
ป่านนี้ประวัติส่วนตัวของเขาคงถูกอีกฝ่ายขุดคุ้ยจนพรุนหมดแล้ว แค่รู้เรื่องพวกนี้ถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย
ซูอวี่ส่ายหน้า "ไม่ค่อยน่าพอใจเท่าไหร่ครับ"
"หืม? แล้วพอจะติดปริญญาตรีได้ไหม? หรือได้แค่วิทยาลัยอาชีวะ?"
ชายคนนั้นเลิกคิ้วถาม เขาไม่ได้ตรวจสอบผลการเรียนของซูอวี่อย่างละเอียดนัก
ซูอวี่ตอบเรียบ ๆ "ชิงหัวหรือปักกิ่งคงไม่ไหว แต่ถ้าเป็นที่อื่นก็น่าจะพอมีหวังอยู่บ้างครับ"
"..."