เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - หมัดใครใหญ่คนนั้นคือกฎ

บทที่ 15 - หมัดใครใหญ่คนนั้นคือกฎ

บทที่ 15 - หมัดใครใหญ่คนนั้นคือกฎ


บทที่ 15 - หมัดใครใหญ่คนนั้นคือกฎ

★★★★★

เล่ออวิ้นโชว์พาวเวอร์แม่เสือสาวหมัดหนัก ต่อยหยางปินปินจนลงไปกองกับพื้น ทำเอาตู้เมี่ยวซูยืนอึ้งกิมกี่ สติตะลึงหลุดลอยไปชั่วขณะ

ส่วนหวงหยาลี่ที่เห็นเล่ออวิ้นเดินดุ่มๆ เข้าไปหาหยางปินปิน ก็กลัวจนหัวหด กลัวว่าถ้าเล่ออวิ้นเห็นเธอเข้า จะพาลมาลงไม้ลงมือกับเธอด้วย เลยรีบก้มตัวต่ำ อาศัยพุ่มไม้เป็นเกราะกำบัง แล้วใส่เกียร์หมาโกยแน่บหนีออกจากที่เกิดเหตุทันที

ถามว่าเล่ออวิ้นจะทำอะไรต่อน่ะเหรอ? แน่นอนว่าต้องซ้ำให้เข็ดหลาบน่ะสิ

เมื่อเห็นสายตาหวาดกลัวของหยางปินปิน เล่ออวิ้นก็กระพริบตาปริบๆ ส่งยิ้มหวานหยดย้อยไปให้ "ครั้งก่อนฉันเตือนนายแล้วนะ ว่าถ้ายังหาเรื่องใส่ตัวอีก ฉันจะอัดนายด้วย ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ในเมื่อนายเสนอหน้าออกมาลองของว่าฉันกล้าหรือเปล่า ฉันก็ต้องสนองให้สมใจอยากสิจ๊ะ"

เธอชินเสียแล้วกับการยิ้มสู้เสือ ไม่ว่าจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ต้องยิ้ม เพราะเคยมีคนบอกไว้ว่า เวลาเสียใจแล้วเราร้องไห้ คนอื่นจะมองว่าเราอ่อนแอ และจะยิ่งเหยียบย่ำเราให้จมดิน แต่ถ้าเรายิ้ม คนพวกนั้นจะกลัวจนตัวสั่น

เล่ออวิ้นเป็นแค่เด็กสาววัยสิบสี่ แม้ความคิดอ่านจะโตเกินวัย แต่ใบหน้ายังคงความไร้เดียงสา เวลาฉีกยิ้มจนแก้มบุ๋มเป็นลักยิ้ม ดูน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตุ๊กตาน้อยๆ

แต่รอยยิ้มอันบริสุทธิ์นั้นกลับทำให้หยางปินปินหนาวสะท้านไปถึงขั้วกระดูก ม่านตาหดเกร็งด้วยความหวาดผวา

เขานึกถึงเรื่องเก่าๆ ที่ลืมเลือนไปแล้วขึ้นมาได้

จำได้ว่าตอน ม.4 ยัยนี่เคยตีกับผู้ชายในห้อง ก็ยิ้มหวานแบบนี้แหละตอนที่ซัดผู้ชายคนนั้นจนหัวร้างข้างแตก แม้ตัวเธอเองจะเจ็บหนักถึงขั้นแขนหัก แต่ความโหดเหี้ยมอำมหิตในตอนนั้นทำเอาพวกผู้ชายในห้องขวัญผวาไปตามๆ กัน สุดท้ายผู้ชายคนนั้นถึงกับจิตตกต้องย้ายโรงเรียนหนี

พอนึกถึงวีรกรรมความโหดของเล่ออวิ้น หยางปินปินก็กลัวจนตัวสั่น เริ่มเสียใจที่เสนอหน้าออกมาทำเท่ปกป้องสาว หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอก เสียงสั่นเครือด้วยความกลัว "เล่ออวิ้น นี่มันในโรงเรียนนะ ทำร้ายร่างกายคนอื่นต้องติดคุก! เธอไม่อยากสอบเกาเข่าแล้วหรือไง?"

"อ้าว รู้ด้วยเหรอว่าตีคนแล้วต้องติดคุก?" เล่ออวิ้นหัวเราะร่า ยื่นนิ้วไปจิ้มๆ ที่ท้องน้อยของหยางปินปินสามสี่ที "หยางปินปิน ฉันจะบอกให้นะ ฉันทนนายมานานแล้ว! สามปีมานี้ นายคอยออกหน้าแทนจางจิ้งกับหวงหยาลี่ หาเรื่องฉันสารพัด ใส่ร้ายป้ายสี สาดโคลนใส่ฉันไม่หยุดหย่อน อย่างเรื่องวันนี้ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย นายก็ไม่ถามไถ่สักคำ วิ่งมาบีบให้ฉันขอโทษ แม่งเอ้ย นายคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนฮะ?

พวกนายรังแกฉันแล้วมีความสุขมากสินะ? เมื่อก่อนฉันยอมทน ไม่ใช่เพราะกลัว แต่ขี้เกียจกัดกับหมาบ้า ยิ่งตอนนี้ใกล้สอบเกาเข่า ฉันก็กะว่าจะทำเป็นมองไม่เห็นพวกนายแล้วเชียว แต่พวกนายดันไม่รักดี เสนอหน้ามาหาเรื่องเอง ในเมื่ออยากหาที่ระบายความเครียดกันนัก ฉันก็จะจัดให้ จะมาเดี่ยวหรือมาคู่ฉันก็ไม่หวั่น ต่อให้ต้องนอนโรงพยาบาลฉันก็ไม่กลัว

พ่อเดือนโรงเรียนสุดหล่อ ตัวก็โตซะเปล่า แต่สมองฝ่อเหลือเกินนะ ลืมไปแล้วเหรอว่านายอายุเท่าไหร่ ฉันอายุเท่าไหร่? ตามบัตรประชาชน ฉันยังไม่เต็มสิบสี่เลยนะจ๊ะ ปีนี้ยังฉลองวันเด็กได้อีกปีด้วยซ้ำ ส่วนนายล่ะ หน้าแก่ขนาดนี้ยังกล้าฉลองวันเด็กไหม?

รู้ไว้ซะนะ ถ้าวันนี้ฉันอัดนายจนปางตาย อย่างมากนายก็ต้องนอนโรงพยาบาล อดสอบเกาเข่า ส่วนฉันน่ะเหรอ เต็มที่ก็โดนครูกับตำรวจอบรมตักเตือน ร้ายแรงสุดก็แค่โดนตัดสิทธิ์สอบ ซึ่งฉันก็ไม่แคร์ ฉันเพิ่งสิบสี่ ปีนี้สอบไม่ได้ ปีหน้าก็สอบใหม่ หรือปีมะรืนค่อยสอบก็ยังไม่สาย แต่นายกับจางจิ้งหวงหยาลี่ล่ะ สิบแปดกันหมดแล้ว รอไหวเหรอ? ฉันพูดตรงนี้เลยนะ ถ้าพวกนายไม่อยากให้ฉันได้ดี ก็อย่าหวังว่าใครจะได้อยู่อย่างสงบสุข

สหายหยางปินปิน ถ้าชอบหาเรื่องนักก็ดาหน้ากันเข้ามาเลย ฉันพร้อมบวกเสมอ ถ้าไม่อยากสอบเกาเข่าก็เชิญมาหาเรื่องฉันได้ ฉันยินดีเสียสละอนาคตตัวเองเพื่อลากพวกนายลงนรกไปด้วยกัน ให้พวกนายไปเรียนซ้ำชั้นกันใหม่เดือนกันยา"

เล่ออวิ้นพูดไปยิ้มไป มือก็จิ้มจึ๊กๆ ไปด้วย จุดที่เธอจิ้มคือตำแหน่งที่เธอเห็นจากภาพเอกซเรย์ว่าเลือดไหลเวียนช้าผิดปกติ มันเหมือนน้ำที่ไหลไปเจอทางตันแล้วไหลเอื่อยๆ

แสงออร่าตรงจุดนั้นสีเข้มกว่าจุดอื่น เลือดที่ไหลเวียนปกติจะเป็นสีแดงสด ส่วนตรงที่ไหลช้าจะเป็นสีแดงคล้ำ เธอจิ้มเน้นๆ ตรงจุดชีพจรที่เลือดไหลเวียนช้าสองจุด กับจุดปกติอีกสองสามจุด กะว่าจะรอดูอาการสักวันสองวัน

เล่ออวิ้นหน้าตาท่าทางปกติเหมือนไม่ได้ทำอะไรผิด ใช้หยางปินปินเป็นหนูทดลองยาฟรีๆ อย่างหน้าตาเฉย มีคนส่งตัวมาให้ทดลองถึงที่ ไม่ใช้ก็เสียของแย่

"โอ๊ยยย เจ็บๆๆ..." โดนจิ้มไปที่ไหล่ทีหนึ่ง หยางปินปินเจ็บจนตัวเกร็ง เหงื่อกาฬไหลพราก เงยหน้าขึ้นมองใต้แสงไฟสลัว เห็นดวงตาดำขลับของเล่ออวิ้นเปล่งประกายลึกลับน่าขนลุก ความหนาวเหน็บแล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง หัวใจบีบตัวแน่นด้วยความกลัว

เจ็บจริงเหรอ?

เล่ออวิ้นตื่นเต้นสุดขีด แค่จิ้มเบาๆ ก็เจ็บแล้วเหรอ? เธอกำลังจะยื่นนิ้วไปจิ้มซ้ำ แต่ก็โดนมือดีคว้าหมับเข้าให้ เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นยัยพุงกะทิเพื่อนซี้ทำหน้าตื่นตระหนกห้ามไว้

"เล่อเล่อ พอเถอะ ดูสภาพมันสิคงเข็ดแล้วล่ะ ปล่อยมันไปก่อน ไว้รดูพฤติกรรม ถ้ามันยังไม่เลิกบ้าค่อยกลับมาซ่อมมันใหม่"

ตตอนแรกตู้เมี่ยวซูยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก พอตั้งสติได้เห็นเพื่อนรักจิ้มหยางปินปินจนร้องโอดโอย เธอกลัวว่าเล่ออวิ้นจะเผลอควักลูกตาไอ้หล่อนั่นออกมา เลยรีบเข้าไปห้ามทัพ

"อ้อ โอเค เดิมทีว่าจะกระทืบซ้ำอีกสักสองสามที ให้มันนอนหยอดน้ำข้าวสักพักจะได้มีเวลาสำนึกผิด งั้นให้โอกาสมันกลับตัวกลับใจก่อนก็ได้"

เพื่อนห้ามไว้ไม่ให้ลงมือ เล่ออวิ้นเสียดายหน่อยๆ แต่ก็ยอมรามือ ฉีกยิ้มกว้างถาม "นักเรียนหยาง ยังจะให้ฉันไปขอโทษหวงหยาลี่อยู่ไหม?"

"มะ... ไม่ต้องแล้ว เธอ... เธอไม่ผิด" ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างเหมือนโดนเฉือนเนื้อ หยางปินปินลิ้นแข็ง พูดติดๆ ขัดๆ จำใจต้องกลืนเลือดตัวเอง ยอมรับผลกรรมที่ตัวเองก่อไว้อย่างน่าสมเพช

"ก็แค่นั้นแหละ รู้งี้จะหาเรื่องใส่ตัวทำไม" เล่ออวิ้นลุกขึ้นยืนปัดฝุ่น กอดคอตู้เมี่ยวซูเดินออกไปได้สองก้าว ก็หันกลับมามองคนที่เพิ่งตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง "หยางปินปิน นายรู้ไหมทำไมจางจิ้งถึงทำตัวเย็นชากับนาย? รู้ไหมทำไมมันถึงเกลียดขี้หน้าฉันนัก? ก็เพราะมันแอบชอบเฉาอวี่โป๋ไงล่ะ"

"เธอ..." หยางปินปินเบิกตาโพลง เขารู้จักเฉาอวี่โป๋!

ไม่รอให้เขาพูดอะไร เด็กสาวก็สะบัดหน้าหนี เดินจากไปพร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของตู้เมี่ยวซู "เฮ้อ เรื่องแปลกๆ มีทุกปี แต่ปีนี้เยอะเป็นพิเศษ เป็นตัวสำรองมาตั้งหลายปีดันไม่รู้ตัวว่าเก็แค่ยางอะไหล่ สมองต้องพังขนาดไหนเนี่ยถึงจะโง่ได้โล่ขนาดนี้

คุยกับคนปัญญาอ่อนเดี๋ยวจะพาลโง่ตามไปด้วย เล่อเล่อ วันหลังเราอย่าไปคุยกับพวกสมองนิ่มเลยนะ เดี๋ยวติดเชื้อบ้า"

ความรู้สึกจุกอกแล่นขึ้นมาจุกที่คอหอย หยางปินปินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หน้าตาดูไม่ได้สุดๆ จนกระทั่งมีเพื่อนเดินผ่านมาถามไถ่อาการ เขาถึงกัดฟันลุกขึ้น ข่มความเจ็บปวดที่ท้องน้อย ค่อยๆ เดินกะเผลกกลับหอพักไป

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 15 - หมัดใครใหญ่คนนั้นคือกฎ

คัดลอกลิงก์แล้ว