เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - การทดสอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

บทที่ 13 - การทดสอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

บทที่ 13 - การทดสอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง


เจียงซือถูกพาตัวมายังห้องแยกเดี่ยว

ตำแหน่งที่ตั้งของสำนักงานควบคุมภัยพิบัติพิสดารขนาดนี้ โดยทั่วไปแล้วไม่น่าจะมีใครบุกรุกเข้ามาได้

แต่เป็นที่รู้กันดีว่าที่ไหนมีคน ที่นั่นย่อมมีช่องโหว่ สำนักงานควบคุมภัยพิบัติก็เช่นกัน

ไม่อย่างนั้นสำนักชิงอวิ๋นคงไม่สามารถส่งสายลับเข้ามาแทรกซึมได้

ยิ่งไปกว่านั้นในเมื่อโลกนี้มีสาวน้อยเวทมนตร์ ก็ย่อมมีพลังเหนือธรรมชาติแปลกประหลาดอื่นๆ

ไม่ว่าจะเป็นการปลอมตัว การล่องหน หรือการเคลื่อนย้ายพริบตา ล้วนมีความเป็นไปได้ที่จะมีอยู่จริง การลักลอบเข้ามาที่นี่จึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน

เจียงเข่อเข่อในฐานะสาวน้อยเวทมนตร์หน้าใหม่ สถานะในสำนักงานควบคุมภัยพิบัติย่อมไม่ต้องพูดถึง

สำนักงานรอคอยเด็กใหม่มานานจนตาแทบถลน เจอไข่ในหินแบบนี้ย่อมไม่กล้าละเลย

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องจับกุมตัวเลย

แม้แต่ตอนพาตัวเจียงซือมา ก็ยังต้องเกลี้ยกล่อมเจียงเข่อเข่ออยู่นาน บอกว่าเป็นแค่การสอบถามข้อมูลส่วนตัวนิดหน่อย

ผลคือหันมาอีกทีก็จับขังห้องที่เหมือนห้องสอบสวนซะแล้ว

เจียงซือไม่ได้ตื่นตระหนกอะไร

ปิงถังรวบรวมสาวน้อยเวทมนตร์มาหลายปี ย่อมได้รับความสามารถแปลกๆ มาไม่น้อย

อย่างเช่นเวทมิติประเภทสลับตำแหน่ง

ความสามารถของสาวน้อยเวทมนตร์มีหลากหลายและไม่มีกฎตายตัว ขึ้นอยู่กับการยกระดับและการพัฒนาความสามารถ ต่อให้เป็นกลไกที่เรียบง่ายที่สุด ท้ายที่สุดก็อาจแสดงผลลัพธ์ที่น่าเหลือเชื่อออกมาได้

อย่างเวทมนตร์ 'หัตถ์เวท' ที่มีผลทางกายภาพในตอนแรก

ไม่รู้พัฒนาอีท่าไหนถึงกลายเป็นการสลับตำแหน่งไปได้

สำหรับเจียงซือ ถ้าสถานะถูกเปิดเผยจริงๆ ก็แค่สลับตำแหน่งหนีไปก็จบ

เพียงแต่ถ้าทำแบบนั้นสถานะของเขาก็จะแดงโร่ ต่อไปคงใช้ชีวิตในเมืองเป่ยไฮ่ตามปกติไม่ได้อีก

ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ เขาไม่อยากทำแบบนั้น

อีกอย่างปิงถังก็เคยบอกไว้ว่ามีสายลับในสำนักงาน ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันจะคอยช่วยเหลือ

ดังนั้นเจียงซือจึงไม่ร้อนใจ รอดูสถานการณ์ไปก่อน

"ซูซาน เขาเป็นพี่ชายของเจียงเข่อเข่อ เจียงเข่อเข่อเป็นเด็กใหม่ที่สำนักงานเฝ้ารอมานาน เธอเล่นจับพี่ชายเขามาทันทีแบบนี้ คนเขาจะมองพวกเรายังไง? ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป สาวน้อยเวทมนตร์หน้าใหม่ที่ไหนจะกล้ามาที่นี่อีก?"

"ก็แค่ไม่ให้แพร่งพรายออกไปก็พอ"

"เจียงเข่อเข่อเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ เวทลบความจำของเธอใช้กับน้องเขาไม่ได้ผลหรอกนะ"

"ฉันรู้ ฉันมีวิธีทำให้เธอไม่พูดออกไป คุณอิ๋นลั่ว"

"เธอคงไม่ได้จะลงมือกับสาวน้อยเวทมนตร์หรอกนะ?"

เจ้าของเสียงคือหญิงสาวผมแดง รูปร่างสูงโปร่ง สวมแว่นตากรอบเข้ม เสื้อผ้าดูเป็นสาวออฟฟิศเต็มตัว

เครื่องหน้ามีความคล้ายคลึงกับอิ๋นเหลียนอยู่หลายส่วน แต่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า มือซ้ายกอดกองเอกสาร มือขวาขยับแว่นเป็นพักๆ สีหน้าดูจนใจ

พี่สาวของอิ๋นเหลียน เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการของสำนักงาน ตอนที่เจียงซือถูกจับตัวมา อิ๋นเหลียนก็รีบติดต่อพี่สาวให้มาช่วยทันที

นี่คือสาเหตุหลักที่เจียงซือยังไม่ถูกสอบสวนจนถึงตอนนี้

และคนที่กำลังเผชิญหน้ากับเธอ ก็คือเด็กสาวผมทองในชุดทหารที่จับเจียงซือมา

ซูซาน

ดูจากรูปลักษณ์น่าจะเป็นลูกครึ่ง บุคลิกดูดุดัน สายตาและสีหน้าแฝงความเย่อหยิ่งไว้หลายส่วน

เมื่อได้ยินคำถามเชิงกล่าวหา เธอก็เชิดคางขึ้น "ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้น คุณอิ๋นลั่ว"

"การสอบสวนของคุณ ฉันต้องเข้าร่วมด้วย"

"มันผิดกฎระเบียบ"

"การที่คุณจับกุมเจียงซือโดยพลการก็ผิดกฎระเบียบเหมือนกัน เราไม่มีอำนาจคุมขังญาติของสาวน้อยเวทมนตร์ คุณซูซาน เขาเพิ่งจะเซ็นสัญญาจ้างงานให้เจียงเข่อเข่อไปหยกๆ"

...

การโต้เถียงดำเนินไปสักพัก สุดท้ายซูซานก็ต้องยอมเดินเข้ามาพร้อมกับอิ๋นลั่ว

คนหนึ่งหน้านิ่งแววตาเย็นชา อีกคนยิ้มแย้มน้ำเสียงอ่อนโยน "คุณคงเป็นพี่ชายของเจียงเข่อเข่อ คุณเจียงซือสินะคะ"

พูดพลางรินน้ำร้อนให้เจียงซือแก้วหนึ่ง เลื่อนมาตรงหน้า "ไม่ต้องเกร็งนะคะ เราแค่จะสอบถามอะไรนิดหน่อย เสร็จแล้วก็จะให้กลับค่ะ คุณเป็นพี่ชายของเจียงเข่อเข่อ สำหรับเราแล้วถือเป็นแขกคนสำคัญ เราจะไม่ทำให้ลำบากใจ..."

"เมื่อกี้นี้ ตอนบ่ายสองโมงสี่สิบเอ็ดนาที คุณลงจากตู้โดยสารไม้กวาด ทะลุชั้นเมฆแล้วร่วงลงไปข้างล่างใช่ไหม?"

ถึงจะไม่เห็นกล้องวงจรปิด แต่สำนักงานควบคุมภัยพิบัติน่าจะมีอุปกรณ์ทำนองนั้น ถึงบอกเวลาได้แม่นขนาดนี้

ความจริงแล้วเวลาที่เขาเหยียบพลาดทะลุเมฆลงไป คือบ่ายสองโมงสี่สิบเอ็ดนาทียี่สิบเก้าวินาที

การฝึกฝนและนั่งสมาธิมายาวนานทำให้เจียงซือมีนาฬิกาจำลองอยู่ในหัว ไวต่อเวลาในระดับวินาที

ดังนั้นเขารู้ว่าซูซานไม่ได้มั่ว อีกฝ่ายคงดูกล้องวงจรปิดหรืออะไรสักอย่างมาจริงๆ

"ใช่" เจียงซือไม่คิดจะปฏิเสธ "เมื่อวานผมผ่านไปแถวโรงเรียนมัธยมต้นเป่ยไฮ่ บังเอิญเจออสูรค้างคาว ถูกเลือดของมันเปื้อนตัว เลยเหยียบเมฆไม่ได้ อิ๋นเหลียนบอกมาแบบนั้น"

อิ๋นลั่วเหลือบมองซูซานแวบหนึ่ง แล้วยิ้ม "เป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีสาวน้อยเวทมนตร์ที่โดนมลพิษจากอสูรแล้วไม่ได้ชำระล้าง พอมาที่นี่ก็เกือบร่วงลงไปเหมือนกัน"

ซูซานไม่แสดงความเห็น "มลพิษไม่น่าจะติดอยู่นานข้ามวัน"

"ร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน ยิ่งเขาเป็นคนธรรมดา ส่วนสาวน้อยเวทมนตร์จะขจัดมลพิษได้เร็วกว่า จริงไหมคะ?"

คราวนี้ซูซานไม่เถียงต่อ

อิ๋นลั่วถอนหายใจโล่งอก "สรุปก็คือ คนธรรมดาควรอยู่ห่างจากอสูรภัยพิบัติไว้จะดีที่สุด มลพิษจากอสูรถ้าติดอยู่นานๆ นอกจากจะป่วยแล้ว ยังทำให้อารมณ์ฉุนเฉียวง่ายด้วย"

"ทราบแล้วครับ"

"นี่เป็นหนังสือสัญญาค่ะ รบกวนเซ็นหน่อยนะคะ เนื้อหาประมาณว่าหวังว่าคุณจะไม่เปิดเผยเรื่องการสอบสวนครั้งนี้ออกไป..."

"เดี๋ยว ฉันยังไม่ได้บอกว่าจบเรื่อง"

ซูซานขัดจังหวะอิ๋นลั่วที่กำลังจะปิดจ็อบทันควัน "คุณอย่าถือวิสาสะสิ เขายังมีจุดน่าสงสัยอีกเยอะ เราต้องทดสอบเขาต่อว่าเดินบนเมฆได้ไหม"

"คุณซูซาน" คราวนี้เสียงของอิ๋นลั่วเริ่มแข็งขึ้น "มลพิษในคนธรรมดาอาจตกค้างได้นานถึงครึ่งเดือน คุณจะขังเขาไว้ครึ่งเดือนเหรอ?"

"ทำพิธีชำระล้างให้เขาก็ได้"

"เขาเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่สาวน้อยเวทมนตร์ พิธีชำระล้างจะทำให้ความจำเสื่อมและส่งผลเสียต่อร่างกาย" อิ๋นลั่วเคาะโต๊ะ "ฉันฟ้องร้องคุณได้เลยนะ คุณซูซาน!"

ซูซานเองก็ไม่ยอมถอย เธอยืดตัวขึ้น จ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา "เมล็ดพันธุ์หายไปสามลูกนะอิ๋นลั่ว ถ้าคนที่อยู่ตรงหน้าคือขโมยที่ขโมยเมล็ดพันธุ์ไปสามลูก แล้วปล่อยเขาไปแบบนี้ ใครจะรับผิดชอบไหว"

"ฉันกล้ารับประกัน เขาไม่ใช่คนขโมยเมล็ดพันธุ์แน่นอน"

ทั้งสองคนเมินเจียงซือไปโดยสิ้นเชิง จมดิ่งอยู่กับการโต้เถียง ตรงนี้อิ๋นลั่วดูเหมือนจะทำเพื่อศักดิ์ศรีของตัวเองมากกว่าช่วยเจียงซือ "ฉันเอาตำแหน่งของฉันเป็นประกัน ถ้าเขาเป็นขโมยที่ขโมยเมล็ดพันธุ์ไป ฉันยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง!"

เจียงซืออดมองไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ดูภายนอกเหมือนสาวออฟฟิศผู้ใหญ่ๆ ที่ไหนได้ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาชัดๆ

เถียงกันไม่กี่คำก็ของขึ้น เอาตัวเองเข้าแลกซะงั้น

ซูซานที่หน้าตึงมาตลอดในที่สุดก็ยกยิ้มมุมปาก แล้วพยักหน้าอย่างรวดเร็ว "ในเมื่อคุณพูดขนาดนี้ งั้นเดี๋ยวเขียนรายงานส่งผอ. ถ้าวันหลังตรวจสอบพบว่าเจียงซือมีปัญหาอะไร คุณรับผิดชอบคนเดียวนะ"

อิ๋นลั่วยิ้มกว้าง "ได้สิ ไม่มีปัญหา"

แล้วขยับแว่น ความจริงคือมือสั่นนิดๆ

เจียงซือรู้ว่าพี่สาวของอิ๋นเหลียนคนนี้คงไม่ได้ใจนิ่งเหมือนที่แสดงออก

โดนซูซานพูดยุไม่กี่คำ ก็เผลอรับปาก รับภาระหนักอึ้งมาแบกไว้...

"ทีนี้ปล่อยคนได้แล้วใช่ไหม?"

อิ๋นลั่วเห็นชัดว่าไม่อยากยื้อเรื่องนี้ต่อ เธอลุกขึ้นทันที "มีปัญหาอะไรฉันรับเอง ในเมื่อคุณกลัวความรับผิดชอบนัก ก็รีบลาออกจากตำแหน่งนี้ไปซะเถอะ"

"อยากไล่ฉันออกคงยากหน่อย แต่คุณอิ๋นลั่ว ถ้าเจียงซือมีความผิดปกติแม้แต่นิดเดียว นอกจากตำแหน่งของคุณจะปลิวแล้ว ตำแหน่งหัวหน้าทีมของน้องสาวคุณ ก็คงโดนปลดด้วยเหมือนกัน"

สีหน้าอิ๋นลั่วแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ก็ยังแข็งใจพูด "เรื่องนั้นไม่ต้องให้คุณมาห่วง"

พูดจบเธอก็เดินไปไขกุญแจมือให้เจียงซือ แล้วดึงแขนเขาเดินออกจากห้องสอบสวน "ไม่มีอะไรแล้ว เราไปกันเถอะค่ะ"

"เชิญ"

ตอนเดินออกจากห้อง เจียงซือตั้งท่าจะหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ

อิ๋นลั่วที่เดินนำอยู่รีบกดเสียงต่ำ "อย่าหันกลับไป"

เจียงซือที่เดิมทีแค่อยากดูว่าซูซานจะตามมาไหม พอโดนเตือนเลยยอมอยู่นิ่งๆ

จนกระทั่งเดินมาถึงบันได เตรียมจะลงข้างล่าง อิ๋นลั่วถึงอธิบาย "ยัยนั่นเป็นโรคหวาดระแวง คุณหันไปมองเธอนิดเดียวก็จะโดนจับไปสอบสวนต่อแน่"

"ไม่มีเหตุผลขนาดนั้นเลย?"

"ซูซานเคยเป็นสาวน้อยเวทมนตร์มาก่อน แต่ต่อมาเพราะความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ของสำนักงาน ทำให้เธอเสียเมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์ไป ไม่สามารถแปลงร่างได้อีก เพื่อชดเชย สำนักงานเลยให้ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยกับเธอ อำนาจล้นมือ แล้วตั้งแต่เธอเสียพลังไปก็ทำตัวเหมือนวัยทอง ชอบหาเรื่องคนอื่น ชีวิตคงไม่มีความสุขแหละ..."

ได้ยินคำวิจารณ์ที่ค่อนข้างแรงของอิ๋นลั่ว เจียงซือก็ลอบขำในใจ องค์กรทางการก็แบบนี้แหละ การเมืองภายในรุนแรง

ต่อให้ใช้ชื่อว่าสาวน้อยเวทมนตร์ ก็หนีไม่พ้นเรื่องพวกนี้

อิ๋นลั่วเองก็คงรู้สึกว่าตัวเองพูดแรงไปหน่อย หันกลับมาพูดว่า "ยังไงฉันกับเธอก็ไม่ถูกกันอยู่แล้ว ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ช่วยคุณหรอก หลักๆ คือทำเพื่อความสะใจของตัวเองมากกว่า"

ดูออก เป็นคนใช้อารมณ์นำทางจริงๆ

เจียงซือไม่ได้วิจารณ์อะไร เพียงแต่ถามว่า "ถ้าผมเป็นคนน่าสงสัยจริงๆ คุณจะซวยใช่ไหม?"

"ช่างมันเถอะ ยังไงฉันก็ไม่ชอบตำแหน่งนี้อยู่แล้ว"

แววตาฉายความหม่นหมองวูบหนึ่ง "ถ้าเป็นสาวน้อยเวทมนตร์ได้ ใครจะอยากมาทำงานเบื้องหลัง..."

แล้วเหมือนจะรู้ตัวว่าพูดมากไป อิ๋นลั่วรีบเปลี่ยนเรื่อง "ฮะๆ ขอโทษที พูดเรื่องไร้สาระไปเยอะเลย คุณมาที่สำนักงาน การกระทำทุกอย่างถูกบันทึกไว้หมด ฉันดูแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติเลย แล้วน้องสาวฉัน อิ๋นเหลียนก็บอกว่าคุณไม่ใช่คนน่าสงสัยแน่นอน ฉันเชื่อใจอิ๋นเหลียน แล้วก็เชื่อใจคุณด้วย"

"ผมจะพยายามไม่ทำตัวน่าสงสัยครับ"

อิ๋นลั่วยิ้มออกมา รู้สึกว่าเจียงซือก็มีอารมณ์ขันเหมือนกัน

ตอนลงมาข้างล่าง อินคิวเบเตอร์สองตัวหน้าเคาน์เตอร์หายไปแล้ว โถงใหญ่ว่างเปล่า

เจียงเข่อเข่อนั่งอยู่บนม้านั่งยาวตรงข้ามเคาน์เตอร์ ในมือถือสัญญาจ้างงาน นั่งนิ่งเงียบเหมือนกำลังเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียน

ส่วนอิ๋นเหลียนเดินวนไปวนมาอยู่ข้างๆ ท่าทางกระวนกระวาย

ตอนเจียงซือลงมา ก็ได้ยินเข่อเข่อบ่นใส่อิ๋นเหลียน "เลิกเดินไปเดินมาได้ไหม เวียนหัวจะแย่แล้ว"

"พี่ชายเธอโดนจับนะ เธอไม่ร้อนใจเลยเหรอ"

"ไม่เป็นไรหรอกน่า สำนักงานเป็นองค์กรทางการ จะกลัวอะไร"

"เธอนั่นแหละไม่รู้เรื่องเลยไม่กลัว รุ่นพี่ซูซานน่ากลัวมากนะ!"

"คงไม่ถึงกับฆ่าคนหรอกมั้ง ขังไว้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ฝึกร่างกายอย่างสงบสุข"

"ฉันเริ่มรู้สึกแล้วว่าที่ความสัมพันธ์พี่น้องพวกเธอแย่ขนาดนี้ เธอก็มีส่วนรับผิดชอบไม่น้อยนะเข่อเข่อ..."

"อยากพูดอะไรก็เชิญ"

พอเห็นเจียงซือเดินตามอิ๋นลั่วลงมา สองสาวที่เพิ่งสังเกตเห็นก็มีปฏิกิริยา อิ๋นเหลียนวิ่งเข้ามาก่อนใคร กอดแขนพี่สาวด้วยความดีใจ "สมเป็นเจ๊จริงๆ แย่งคนมาจากมือซูซานได้ด้วย!"

เจียงเข่อเข่อลุกขึ้นยืน สายตาหยุดอยู่ที่พี่ชายวิหนึ่ง แล้วก็นั่งลงเหมือนเดิม ไม่ได้เดินเข้ามาหา

อิ๋นลั่วแปลกใจที่น้องสาวคนนี้ท่าทางเย็นชาจัง แต่ก็ลูบหัวน้องสาวตัวเอง "เดิมทีก็ไม่มีอะไร ซูซานแค่พาลไปเอง แต่ว่าเมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์หายไป เบื้องบนทำนายว่าสมาคมแม่มดรู้ตำแหน่งของสำนักงานแล้ว อิ๋นเหลียนต้องระวังตัวนะ"

"วางใจเถอะเจ๊ เจอเมื่อไหร่ฉันจะอัดพวกมันให้น่วมเลย!"

อิ๋นเหลียนชกลมโชว์ความห้าว

เจียงซือที่ยืนอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย

สมาคมแม่มด องค์กรที่แพร่กระจายเมล็ดพันธุ์แห่งความเศร้าโศกและเลี้ยงดูอสูรภัยพิบัติ

เจียงซือเคยได้ยินปิงถังพูดถึง คนพวกนี้สร้างปัญหาให้สำนักชิงอวิ๋นไม่น้อยเหมือนกัน

เป้าหมายของพวกมันคือการล่าสาวน้อยเวทมนตร์ สมาชิกสำนักชิงอวิ๋นก็อยู่ในข่ายเป้าหมาย

เนื่องจากพิธีกรรมเข้าสมาคมโหดร้ายเกินไป ปิงถังเลยส่งคนแทรกซึมเข้าไปในสมาคมแม่มดไม่ได้

ถ้าเทียบขนาดและชื่อเสียง สมาคมแม่มดเทียบกับสำนักชิงอวิ๋นหรือสำนักงานควบคุมภัยพิบัติไม่ได้เลย อย่างน้อยก็ในเมืองเป่ยไฮ่

ปลาซิวปลาสร้อยแค่นี้ กลับขโมยเมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์จากสำนักงานไปได้

สำนักงานนี่มันกากจริงๆ

แต่ทำไมปิงถังถึงช้ากว่าสมาคมแม่มดไปก้าวหนึ่ง? หรือว่าคำทำนายผิดพลาด?

ระหว่างที่กำลังครุ่นคิด จู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากชั้นบน

ซูซานนำทหารสามนายเดินลงมาอีกครั้ง

อิ๋นลั่วขมวดคิ้ว ตั้งท่าจะเข้าไปขวาง แต่ซูซานโยนเอกสารแผ่นหนึ่งลงมาตรงหน้า

"คำร้องขอทดสอบชั้นเมฆผ่านแล้ว เบื้องบนสั่งให้ฉันทดสอบเจียงซือเป็นการส่วนตัว"

อิ๋นลั่วโกรธจนชี้หน้าซูซาน "เธอ!"

ซูซานยิ้มเยาะบนใบหน้าเย็นชา "เธออะไร มีอะไรข้องใจก็ไปคุยกับผอ. เอกสารก็ให้ดูแล้ว อิ๋นเหลียนเธอก็เห็นแล้วนะ นี่เป็นการทดสอบที่ถูกกฎระเบียบ ขัดขวางอีกถือว่าพวกเธอทำผิดกฎ"

อิ๋นลั่วคาดไม่ถึงว่า ทั้งที่ตัวเองรับประกันไปแล้ว ยัยซูซานนี่ยังรีบไปขออนุมัติทดสอบชั้นเมฆทันที

แต่เอกสารขาวดำชัดเจนตรงหน้า ต่อให้มีตำแหน่งในสำนักงาน ก็ทำอะไรไม่ได้ชั่วคราว

อิ๋นเหลียนเองก็ทำหน้าหมดอาลัยตายอยาก

เจียงซือรู้ว่าสถานการณ์นี้คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว จึงเดินออกไป "ไม่เป็นไร ผมทดสอบให้ก็ได้ พวกคุณรออยู่ตรงนี้แป๊บหนึ่ง อย่าเพิ่งกลับนะ ผมหาทางกลับไม่ถูก"

คำพูดนี้ช่วยผ่อนคลายบรรยากาศได้บ้าง เจียงเข่อเข่อที่ก้มหน้าดูสัญญาจ้างงานอยู่นานแล้วตอบเสียงเรียบ "งั้นก็เร็วๆ หน่อย ดึกแล้วไม่มีคนรอนะ"

"เอาน่าๆ ฉันรอๆ ไม่เป็นไรหรอก" อิ๋นเหลียนตบหน้าอกรับประกัน "จะพากลับไปส่งถึงบ้านแน่นอน!"

"อืม"

คำพูดจริงจังของสาวน้อยเวทมนตร์อิ๋นเหลียน ทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นมา

ซูซานแค่นหัวเราะอยู่ข้างๆ ไม่พูดอะไร ดึงตัวเจียงซือ "ไปกันได้ยัง?"

แล้วก็เดินตามหลังซูซานขึ้นไปชั้นสองอีกครั้ง

คราวนี้เปลี่ยนห้อง เป็นห้องสุดท้ายทางทิศตะวันออก ห้องนี้ปิดทึบยิ่งกว่าเดิม แทบไม่มีแสงเล็ดลอดเข้ามา

รอจนซูซานปิดประตู ขังทหารคนอื่นไว้นอกห้อง แล้วค่อยๆ นั่งลงตรงหน้าเขา

ในห้องมืดทึบ แรงกดดันมหาศาล ขณะที่เจียงซือกำลังคิดว่าจะรับมือกับการทดสอบชั้นเมฆยังไง

จู่ๆ ซูซานก็เอียงคอ ขยับริมฝีปากในความมืด เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน "ฟ้าดินไร้เมตตา"

เจียงซือชะงัก แล้วกดเสียงต่ำตอบกลับ "มองสรรพสิ่งดุจหุ่นฟาง"

หญิงสาวที่เมื่อครู่ยังเย็นชา พลันประสานมือคารวะ สีหน้าผ่อนคลายลง "สหายเต๋า ล่วงเกินแล้ว"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 13 - การทดสอบที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

คัดลอกลิงก์แล้ว