เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 17

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 17

ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 17


ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 17

บ้านตระกูลจั่ว

จั่วจิงเย่นิ่งเงียบขณะที่กำลังอ่านรายงานเกี่ยวกับหลินอวี่ที่อยู่ในมือ

เกิดในครอบครัวธรรมดา ทั้งพ่อและแม่เสียชีวิตไปในเหตุการณ์ฝูงมอนสเตอร์ถล่มเมื่อห้าปีก่อน

หลายปีมานี้หลินอวี่ไม่ได้แสดงความพิเศษออกมาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ปลุกพลังและได้รับอาชีพนักเวทมาเมื่อวาน พลังต่อสู้ของเขากลับเหนือยิ่งกว่าอาชีพหายากสองคน!

หลังจากนิ่งเีงยบอยู่สักพัก จั่วจิงเย่ก็ค่อยๆพูดขึ้นว่า

"หมายเลขหนึ่ง นายคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องนี้?"

มีเสียงของหมายเลขหนึ่งดังออกมาจากในเงามืด

"บ่าวคิดว่านี่เป็นข้อมูลแค่เพียงผิวเผินเท่านั้น หลินอวี่ต้องไม่เรียบง่ายเหมือนดังที่เห็นจากเปลือกนอก"

จั่วจิงเย่พยักหน้า

"คนธรรมดาอย่างเขาจะไปมีอุปกรณ์ที่ทรงพลังแบบนั้นหลังจากเพิ่งปลุกพลังได้ยังไง? เขากระทั่งยังมีสกิลที่ต้องสงสัยว่าจะอยู่ในระดับ D อีกด้วย บางทีเบื้องหลังของเจ้าหนูนี่อาจจะมีผู้เข้มแข็งคอยหนุนหลัง"

จั่วจิงเย่หรี่ตาลง น้ำเสียงของเขาเพิ่มความเคร่งขรึมขึ้นมา

"และเกรงว่าจะไม่ใช่แค่ผู้เข้มแข็งธรรมดา"

หมายเลขหนึ่งเองก็พูดขึ้นว่า

"นายท่าน อยากให้กีดกันหลินอวี่ไหมครับ?"

จั่วจิงเย่ส่ายหน้าเบาๆ

"ไม่ต้อง ในเมื่อเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเด็กสาวตระกูลหยาน อีกทั้งเขายังเคยช่วยเหลือเด็กสาวคนนั้นและมู่เกอของเรา คงไม่ใช่ศัตรู ยิ่งกว่านั้น ในเมื่อบุคคลที่หนุนหลังเขาอยู่ไม่ต้องการจะเปิดเผยตัว พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องไปสืบเรื่องของเขา"

"ครับ!"

"หลินอวี่....ช่างเป็นเด็กหนุ่มที่น่าสนใจจริงๆ"

จั่วจิงเย่มองดูข้อมูลที่อยู่ในมือขณะยิ้มบาง

เขามีแผนการอยู่ในใจแล้ว

เมืองประกายแสง ดูจากเปลือกนอกแล้วเหมือนจะแข็งแกร่ง หากแต่ในความจริงกลับรายล้อมไปด้วยศัตรูเข้มแข็ง หากมีประตูมิติที่ทรงพลังปรากฏขึ้นอีกสักสองสามแห่ง พวกเขาก็คงจะได้รับความกดดันจนยากจะขยับตัว

ตอนนี้กลับมีอัจฉริยะอย่างหลินอวี่ปรากฏตัวขึ้น

เขาย่อมบังเกิดความยินดี

หลินอวี่ หลินอวี่ ฉันหวังว่าเธอจะเติบโตขึ้นโดยเร็ว

จั่วจิงเย่คิดขึ้นในใจ

......................

รถบัสหยุดจอดที่สถานีสนับสนุนซึ่งตั้งอยู่ในทุ่งหญ้าสีเทา

"เอาล่ะ ถึงสถานีสนับสนุนแล้ว ทุกคนลงจากรถได้!"

หลี่ซวนปรบมือปลุกเด็กๆ

หลินอวี่เหลือบมองหยานจีและจั่วมู่เกอที่กำลังนอนซบไหล่เขาด้วยความจนปัญญา

ใช่แล้ว เมื่อผ่านไปได้ครึ่งทาง แม้แต่หยานจีก็ยังถูกการบรรยายของหลี่ซวนทำให้ง่วงจนตาปิด

ตอนแรกเธอไม่ได้เอนซบไหล่ของหลินอวี่

แต่หลังจากนอนได้สักพัก เธอก็เริ่มปรับตำแหน่งให้นอนสบาย สุดท้ายจึงเอนมาซบไหล่ของหลินอวี่

หลินอวี่เกิดความสงสัยเล็กน้อย พวกเธอดูจะหลับสบายไปรึเปล่า?

"นี่ พวกเธอ ตื่นได้แล้ว"

เขายื่นมือออกไปดึงแก้มของหยานจีและจั่วมู่เกอ

อืม นุ่มมือจริงๆ

มาใช้ไหล่ฉันนอนแบบนี้ ก็ต้องคิดดอกเบี้ยสักหน่อยล่ะนะ

"อืม?"

จั่วมู่เกอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย

"หืม ที่นี่ที่ไหน?"

เธอลุกขึ้นนั่งตัวตรงก่อนจะจัดผมอย่างเป็นธรรมชาติ

ขณะที่หยานจียังนิ่งอึ้งอยู่

เธอตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองนอนซบไหล่หลินอวี่มาตลอดทาง! ดังนั้นยามนี้ใบหน้าของเธอจึงเห่อร้อนขึ้นมา

นี่ฉันเอนไปพิงเขาตอนไหนกัน?

"หลับสบายมั้ย?"

เมื่อหลินอวี่ถามขึ้น หยานจีก็เผลอพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว

"อืม สบายมาก"

จากนั้นเธอก็รู้สึกตัว ร่างกายของเธอแข็งค้าง เธอเงยหน้าขึ้นด้วยความเขินอายและพบว่าหลินอวี่กำลังจ้องเธออยู่

เธอก้มหน้าลงเงียบๆด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

หลินอวี่พบว่าสีหน้าของเธอน่าดูมาก

ปกติแล้วหยานจีมักจะมีท่าทางสง่างามและดูสูงส่งสมเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่

คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะมีท่าทางเขินอายที่น่ารักแบบนี้ด้วย

น่าดูกว่าผู้หยิงหน้าหนาที่อยู่ข้างๆซะอีก

เขามองจั่วมู่เกอที่กำลังเหยียดแขนขาเพื่อยืดเส้นยืดสาย

อืม ใหญ่จริงๆ....

"ลงจากรถกันได้แล้ว"

นักเรียนต่างลุกจากที่นั่งและทยอยลงจากรถ

โดยเฉพาะเหล่านักเรียนที่อยู่ใกล้ๆกับหลินอวี่

พวกเขารีบลงจากรถไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อได้เห็นท่าทางกระหนุงกระหนิงระหว่างทั้งสาม พวกเขาก็รู้สึกอิจฉาจนอกแทบแตก

หลังลงจากรถกันแล้ว พวกเขาก็มาถึงสถานีสนับสุนน

มีสถานีสนับสนุนเช่นนี้อยู่มากมายในพื้นที่ที่มีมอนสเตอร์

ในแง่หนึ่ง หน้าที่ของมันคือการสนับสนุนเหล่าผู้มีพลังพิเศษ

และในอีกแง่หนึ่ง ที่นี่ก็คือสถานีรบของทางกองทัพเพื่อคอยเฝ้าระวังพวกมอนสเตอร์

หากเกิดฝูงมอนสเตอร์รวมตัวกันอีก พวกเขาก็จะพบเห็นและเตรียมการรับมือได้ทัน

หากถึงคราวจำเป็น ทหารที่ประจำการอยู่ที่นี่ก็จะต้องต้านทานฝูงมอนสเตอร์เอาไว้

ซึ่งหากเกิดสถานการณ์เช่นนั้น ส่วนใหญ่ทหารธรรมดาก็มักจะถูกฆ่าจจนเกือบหมด

สถานีสนับสุนนนั้นทำหน้าที่คล้ายสถานีที่อยู่ภายในมิติลับ

หลี่ซวนไม่ได้พาพวกเขาเดินชมที่นี่ แต่พาพวกเขามุ่งหน้าเข้าไปในทุ่งหญ้าสีเทาโดยตรง

ทุ่งหญ้าแห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยต้นหญ้าสีเทาซึ่งมันจะสะท้อนแสงเล็กน้อยยามมีแสงอาทิตย์ส่องกระทบ

"เอาล่ะ ทุกคนเริ่มตั้งทีมได้! จำเอาไว้ว่าจงเลือกพวกพ้องที่เชื่อใจได้ เพราะหากตั้งทีมกับคนที่เราไม่สามารถไว้ใจ เช่นนั้นก็รังแต่จะมีผลเสียเพราะขาดความเป็นทีมเวิร์ค"

เมื่อมาถึงทุ่งหญ้าสีเทา หลี่ซวนก็สั่งให้นักเรียนเริ่มทำการจับกลุ่ม

นักเรียนหลายสิบคนเริ่มเดินหาเพื่อนที่จะมาตั้งทีมด้วยกันทันที

หลายคนมองมาทางหยานจีและจั่วมู่เกอ

สองคนนี้คืออาชีพหายาก!

หากสามารถตั้งทีมกับพวกเธอได้ ทีมของพวกเขาก็จะต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ

น่าเสียดายที่ทั้งหยานจีและจั่วมู่เกอต่างก็เอาแต่ยืนอยู่ด้านข้างหลินอวี่โดยไม่มีทีท่าจะไปเข้าทีมอื่นแต่อย่างใด

หลินอวี่มองหญิงสาวทั้งสองด้วยความสงสัย

"ทำไมพวกเธอถึงมาตามฉัน?"

"แน่นอน ก็เพราะว่าพวกเราจะมาตั้งทีมกับนายไง"

จั่วมู่เกอพูดด้วยรอยยิ้ม นับเป็นผู้หญิงที่หน้าหนามาก

หยานจีเองก็มองหลินอวี่เช่นกัน

"อาหวี่ มาตั้งทีมด้วยกันเถอะ"

หลินอวี่รู้สึกจนปัญญา "ที่แบบนี้ยังต้องตั้งทีมด้วยเหรอ? พวกเธอคงไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่มั้ย?"

ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาแต่ละคน ที่นี่ยังมีอะไรคุกคามพวกเขาได้ด้วยเหรอ?

นักเรียนที่อยู่รอบๆ "......"

ขอบใจมาก เหมือนถูกหยามหน้ายังไงยังงั้น!

หลี่ซวนพลันขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของหลินอวี่

เขาต้องการจะดุหลินอวี่สักหน่อย แต่เมื่อสายตาเหลือบเห็นหยานจีและจั่วมู่เกอที่อยู่ข้างๆหลินอวี่แล้ว เขาก็ได้แต่เก็บคำพูดเอาไว้

ถึงแม้หลินอวี่จะเป็นแค่นักเวทธรรมดา แต่คนที่หนุนหลังเขาอยู่จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

อีกทั้งเขายังมีความสัมพันธ์อันดีกับหยานจีและจั่วมู่เกอด้วย

นี่เป็นบุคคลที่เขาไม่สามารถล่วงเกินได้

อย่างไรก็ตาม ในใจเขาก็ยังอดส่ายหน้าไม่ได้

ช่างเป็นทายาทที่เอาแต่พึ่งพาบารมีของคนรุ่นก่อนจริงๆ

จบบทที่ ข้านี่แหละจอมเวทไร้เทียมทาน ตอนที่ 17

คัดลอกลิงก์แล้ว