- หน้าแรก
- นารูโตะ : โคโนฮะสั่นสะเทือน! อุจิวะเปิดศึก
- บทที่ 3 แผนการเล็กๆ ของฟุงาคุ!
บทที่ 3 แผนการเล็กๆ ของฟุงาคุ!
บทที่ 3 แผนการเล็กๆ ของฟุงาคุ!
บทที่ 3 แผนการเล็กๆ ของฟุงาคุ!
ในการประชุมของตระกูล
ตอนที่อุจิวะ เท็ตสึยะพูดออกมา ทุกคนในห้องถึงกับเงียบกริบ
ไม่มีใครคิดว่าอุจิวะ เท็ตสึยะจะปฏิเสธแบบนี้
ถึงมันจะไม่มีหลักฐานก็เถอะ แต่เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมีหลักฐานก็รู้กันอยู่แล้ว
นอกจากกลุ่มหัวรุนแรงของนาย… จะมีใครกล้าทำอีกล่ะ?
อุจิวะสายหัวรุนแรงทำหน้าอึนไปเลย ไม่รู้จะแย้งยังไง
พวกนั้นถนัดแต่สู้ตายอย่างเดียว… เรื่องหมุนคำพูดนี่ไม่ใช่สายพวกเขาเลย!
ชิซุยเริ่มทนไม่ไหว ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“อุจิวะ เท็ตสึยะ นายทำแล้วไม่ยอมรับงั้นเหรอ?”
เท็ตสึยะยักไหล่แบบไม่แคร์
“ถ้าฉันทำ ฉันก็รับ แต่ปัญหาคือฉันไม่ได้ทำน่ะสิ นายจะบังคับให้ฉันสารภาพด้วยการทรมานหรือไง?”
“งั้นถ้าฉันสาบานล่ะ?”
“ถ้าเรื่องนี้เป็นฝีมือกลุ่มหัวรุนแรงของฉัน ก็ให้เซียนหกวิถีลงโทษฉันด้วยสายฟ้าเลยแล้วกัน!”
ทั้งห้องเงียบกริบ… เงียบแบบจับวาง
ไม่มีใครคิดว่าเท็ตสึยะจะหน้าด้านถึงขั้นสาบานกันตรง ๆ
ทุกคนมองหน้ากันงงเป็นไก่ตาแตก
จะเอายังไงต่อดีวะ?
ทั้งสายกลาง สายประนีประนอมก็หลุดไปหมด
ก่อนหน้านี้ทุกคนคิดว่ากลุ่มหัวรุนแรงต้องยอมรับผิดแน่นอน
หรืออย่างมากก็แค่ไม่ยอมส่งคนให้
พวกเขาวางแผนกันตั้งนานว่าจะทำยังไงให้ฝั่งหัวรุนแรงยอมส่งตัวคน
แต่ที่ไหนได้… เรื่องมันดันพลิกซะอย่างนั้น
อีกฝ่ายดันปฏิเสธแบบเต็มตัว!
ซวยแล้วไงล่ะ!?
ใครก็คิดไม่ถึงจริง ๆ
แถมคนในกลุ่มหัวรุนแรงเองก็ยังงงกันเป็นแถบ
โห… นี่มันหน้าด้านระดับตำนานแล้วนะ!
มุมปากหลายคนในกลุ่มหัวรุนแรงกระตุก แต่ต้องพยายามเก็บหน้า
จะให้ทำยังไงได้… หัวหน้าพูดไปแล้ว
เท็ตสึยะยักไหล่อีกรอบ
“เห็นกันหมดแล้วใช่ป่ะ? เซียนหกวิถีไม่เห็นฟาดฟ้าลงมาเลย แปลว่าฉันไม่ได้โกหกไงล่ะ”
เขายิ้มมุมปากแบบไม่สนใจใครทั้งนั้น
ยิ่งกว่านั้นคือ… น้ำเสียงแม่งกวนประสาทสุด ๆ
ก็แน่ล่ะ…
ไอ้คนที่ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นยังหลอกได้ง่าย ๆ
จะให้เขา—ที่เคยผ่านการศึกษามาเกือบสิบปีในชีวิตก่อน—โดนจับเล่นคำได้งั้นเหรอ
ถ้ายังสู้พวกฟุงาคุ ชิซุยไม่ได้ เขาคงไปซื้อเต้าหู้มากระแทกหัวตัวเองยังจะดูดีซะกว่า
แพ้ในการต่อสู้พอเข้าใจ
แต่ถ้าแพ้เรื่องการเถียงให้พวกอุจิวะหัวร้อนที่ไม่ค่อยคิด—อันนี้รับไม่ได้จริง ๆ
เสียหน้าเกินกว่าจะยอม!
ส่วนเรื่องสาบาน? เท็ตสึยะไม่กลัวเลยสักนิด
ต่อให้ปเซียนหกวิถีมีจริง แต่ก็ไม่ใช่เทพเจ้าอะไร
ก็แค่สิ่งมีชีวิตทรงพลังจากต่างที่เท่านั้น
ในโลกนี้… ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า วิถีสวรรค์ เหมือในหนังจีนหรอก!
(หมายเหตุ : ในหนังกำลังภายใน เมื่อผิดคำสาบานจะโดนวิถีสวรรค์ลงโทษ(ฟ้าผ่า) )
“เท็ตสึยะ นาย…”
ชิซุยเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่พูดไม่ออกสักคำ
มันไม่มีทางเถียงต่อได้จริง ๆ
พอเจอเท็ตสึยะที่หน้าด้านแบบไร้ขีดจำกัด คนซื่อ ๆ อย่างชิซุยก็จนมุมทันที
ฟุงาคุ ในฐานะหัวหน้าตระกูล ทนต่อไปไม่ไหว ลุกขึ้นยืน มองเท็ตสึยะด้วยสายตาเข้มจัด
“เท็ตสึยะ พอเถอะ”
“ฉันรู้ว่าสมาชิกลำบากกันมาก แต่ฉันกับชิซุยก็พยายามเต็มที่แล้วนะ”
“ขอเวลาหน่อยเถอะ แบบนั้นโอเคไหม?”
น้ำเสียงของฟุงาคุมีแววเหมือนกำลังใช้กลอุบายทางอารมณ์ชัด ๆ
แต่ในขณะเดียวกัน… แววตาของเขาก็เริ่มมีประกายเจตนาฆ่าที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆ
เขารู้ดีว่าตระกูลอุจิวะโดนกดดันอยู่ตลอดในหมู่บ้าน
แต่เขาก็รู้มากกว่านั้นว่า… ตระกูลไม่อาจท้าชนหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านได้
เพราะอย่างนั้นเขาถึงพยายามประนีประนอมมาตลอดหลายปี
ทว่าเขากลับไม่เข้าใจเลยว่า… ทำไมสมาชิกในตระกูลถึงไม่เห็นภาพเดียวกัน?
อีกนิดเดียว… อดทนอีกหน่อย…
รอให้ทุกคนกลมกลืนกับหมู่บ้านให้ได้ก่อนสิ!
แถมช่วงหลัง เขาเองก็เริ่มควบคุมกลุ่มหัวรุนแรงลำบากอยู่แล้ว
แต่พอเท็ตสึยะปรากฏตัว… ทุกอย่างก็ยิ่งหนักขึ้นไปอีก
อัจฉริยะที่ไม่เชื่อฟัง… น่าปวดหัวกว่าการไม่มีอัจฉริยะให้ดูแลซะอีก!
ในขณะเดียวกัน ทางอีกด้านหนึ่ง…
สีหน้าของอุจิวะ เท็ตสึยะยังคงนิ่งสนิท แม้ฟุงาคุจะพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนพยายามประนีประนอมเล็กน้อยก็ตาม
"ฉันขออภัยเป็นอย่างยิ่ง ท่านหัวหน้าตระกูล!"
"ฉันเห็นใจสถานการณ์ของรูทกับอันบุนะ แต่ถ้านายอยากจะโยนความผิดมาให้ฉัน ฉันแนะนำนะ หาหลักฐานมาก่อนเถอะ"
"ถ้าไม่มีอะไรอย่างอื่นแล้ว ฉันขอตัวก่อน"
พูดจบ เท็ตสึยะก็ไม่คิดจะเสียเวลากับการถกเถียงกับฟุงาคุอีกต่อไป เขาหันหลังเดินออกจากศาลเจ้านากะทันที
อธิบาย?
ไม่จำเป็นเลยสักนิด!
เขาไม่ได้สนใจจะทำคะแนนในใจอุจิวะคนอื่นด้วยซ้ำ เพราะรู้ดีว่าอคติของคนเรามันเหมือนภูเขา ต่อให้พูดจนปากแหกก็ยากจะเปลี่ยน
ถ้าอยากให้ตระกูลอุจิวะถือกำเนิดใหม่จริง ๆ ก็ต้องถูกหลอมด้วยเลือดกับไฟ!
แต่ก็ไม่ต้องรีบ เขารู้ว่าโอกาสมันกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ อยู่แล้ว
พอเท็ตสึยะเดินออกไป อุจิวะสายหัวรุนแรงคนอื่น ๆ ก็เดินตามกันออกไปเหมือนเป็นสัญญาณร่วมกัน
ชัดเจนมาก
ฟุงาคุในฐานะหัวหน้าตระกูล ได้เสียความน่าเชื่อถือในใจพวกเขาไปนานแล้ว!
"เท็ตสึยะ นาย..."
ชิซุยเหมือนอยากเรียกไว้ แต่ยังพูดไม่ทัน ฟุงาคุก็ดึงแขนเขาไว้ก่อน
"ชิซุย พอได้แล้ว!"
"ปล่อยให้พวกเขาไปเถอะ บังคับไว้ก็ไม่มีประโยชน์"
"นายช่วยเล่าสถานการณ์ในสมรภูมิให้ฉันฟังได้ไหม? ชาวบ้านไม่เจอเบาะแสอะไรเลยจริง ๆ เหรอ?"
ฟุงาคุดูจะงงกับเรื่องนี้มาก เพราะถ้ามีหลักฐานสักอย่าง การจัดการมันจะง่ายขึ้นเยอะ
ชิซุยลังเลเล็กน้อย เพราะอันบุมีกฎห้ามเผยข้อมูลลับโดยพลการ แต่พอคิดถึงความยุ่งเหยิงของคดีนี้ เขาก็ส่ายหัวเบา ๆ แบบหมดหวัง
"ที่เกิดเหตุถูกทำลายหมดเลย ศพก็โดนเผาจนเหลือแต่เถ้า ไม่เจอเบาะแสอะไรเลย"
"แต่ฉันยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือกลุ่มหัวรุนแรงแน่นอน แล้วอุจิวะ เท็ตสึยะคือคนบงการ!"
ใบหน้าฟุงาคุเต็มไปด้วยความขมขื่น เพราะจริง ๆ แล้วมันไม่ต้องพูด ทุกคนก็รู้ดีว่าใครคือคนลงมือ
แต่… ก่อนที่เท็ตสึยะจะขึ้นมามีอำนาจ กลุ่มหัวรุนแรงถึงจะคลั่งแค่ไหน ก็ไม่เคยกล้าทำอะไรที่เป็นภัยต่อหมู่บ้าน
อย่างมากก็เถียงกันแค่ปากปะทะปากเท่านั้น
แต่ตั้งแต่เท็ตสึยะขึ้นมาคุม ทุกอย่างก็เริ่มควบคุมไม่ได้เลย
เมื่อไหร่ที่อุจิวะหายตัวไป ไม่นานรากกับอันบุก็มีคนตายตามทุกครั้ง
ฟุงาคุเองจะไม่รู้เรื่องนี้ได้ไง?
แต่… ก็ไร้ประโยชน์
การจะจับใครสักคนต้องมีหลักฐาน โดยเฉพาะถ้าเป็นคนที่มีสถานะแบบเท็ตสึยะ
ฟุงาคุคิดอยู่นาน ก่อนจะพูดช้า ๆ
"ฉันช่วยเรื่องนี้ไม่ได้ ชิซุย นายไปรายงานตามความจริงกับท่านโฮคาเงะเถอะ"
"นี่..." ชิซุยถอนใจ ส่ายหัวอย่างหมดหนทาง "เราทำได้แค่นี้เอง"
เขาพูดจบก็ร่างหายวับออกจากศาลเจ้านากะทันที
หลังจากนั้น ฟุงาคุก็สั่งยกเลิกการประชุมและเดินกลับบ้าน
ใช่
เรื่องมันจบแบบนั้น
ทั้งสองคนไม่เคยคิดจะหาทางทำความยุติธรรมให้กับอุจิวะที่หายตัวไปเลยสักครั้ง
นี่แหละ คือเหตุผลที่ทำให้ความน่าเชื่อถือของฟุงาคุในฐานะหัวหน้าตระกูลถดถอยลงเรื่อย ๆ
มิโคโตะยกชามาให้หนึ่งถ้วย ก่อนถามอย่างกังวล
"เรื่องมันเคลียร์แล้วเหรอ? กลุ่มหัวรุนแรงยอมถอยแล้วเหรอ?"
"ไม่ มันซับซ้อนกว่านั้น" ฟุงาคุส่ายหัว "อุจิวะ เท็ตสึยะขึ้นสู่อำนาจแล้ว"
"จากนี้ไป การรับมือกลุ่มหัวรุนแรงจะยากขึ้นกว่าเดิม เพราะพวกเขามีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา"
มิโคโตะเริ่มสนใจมากขึ้น
"แล้วนายจะอธิบายให้ชาวบ้านฟังยังไงล่ะ?"
ฟุงาคุคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างหนักแน่น
"ไม่ต้องอธิบาย เราจะไม่ยุ่ง"
"ปล่อยให้ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นกับอุจิวะ เท็ตสึยะตีกันเอง แบบนี้ฉันจะได้ดูท่าทีของหมู่บ้านว่ามองพวกเราแบบไหน"
"ถ้าสถานการณ์แย่เกินเยียวยา เราจะยอมเสียสละเท็ตสึยะ แต่ถ้าหมู่บ้านยอมถอย ก็ยิ่งดี ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบไหน เราไม่เสียอะไรทั้งนั้น"
มิโคโตะฟังแล้วก็เข้าใจทันที
สามีของเธอ ใช้เท็ตสึยะเป็นหมากทดสอบหมู่บ้าน
แม้เธออยากจะคัดค้าน แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบ เพราะเท็ตสึยะเองก็ไม่ได้สนิทกับเธอหรือฟุงาคุเป็นพิเศษ
แต่ทั้งสองไม่รู้เลยว่า เด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งยืนแอบฟังอยู่หลังห้องชงชา
อุจิวะ อิทาจิ
หลังจากได้ยินทั้งหมด เขาก็กำหมัดแน่นด้วยความไม่พอใจ
'เผ่า… เผ่า…!'
'ทำไม ไม่ลองมองจากมุมของหมู่บ้านบ้างล่ะ?'
'ตระกูลนี่มันช่าง… โง่เขลาจริง ๆ!'