- หน้าแรก
- วายร้ายบรรพกาล บุตรแห่งจักรพรรดิแดนต้องห้ามผู้ตื่นจากการนิทราหมื่นปี
- บทที่ 5: อายุขัยใกล้สิ้นสุด กับวารีเทพสรรค์สร้างห้าสิบหยด
บทที่ 5: อายุขัยใกล้สิ้นสุด กับวารีเทพสรรค์สร้างห้าสิบหยด
บทที่ 5: อายุขัยใกล้สิ้นสุด กับวารีเทพสรรค์สร้างห้าสิบหยด
บทที่ 5: อายุขัยใกล้สิ้นสุด กับวารีเทพสรรค์สร้างห้าสิบหยด
ระดับต้นกำเนิด!
กายบ่มเพาะอย่าง กายโกลาหลโดยกำเนิด และ กายศักดิ์สิทธิ์ครรภ์มรรคโดยกำเนิด ล้วนเป็นกายระดับต้นกำเนิดทั้งสิ้น
กายระดับนี้ถือเป็นหนึ่งในล้านตลอดกาล และสามารถนับนิ้วได้เลยว่ามีใครบ้างที่เคยครอบครอง หากไม่มีอุบัติเหตุอันใดเกิดขึ้น ในอนาคตพวกเขาเหล่านี้ย่อมถูกลิขิตให้กลายเป็นมหาจักรพรรดิหรือตัวตนที่เหนือยิ่งกว่านั้น!
ส่วนวารีเทพสรรค์สร้างนั้นถือเป็นสุดยอดสมบัติล้ำค่า
มันถือกำเนิดขึ้นจากความโกลาหลในช่วงเริ่มแรกของฟ้าดิน เป็นหยาดน้ำค้างเทพหยดแรกของโลก
หน้าที่ของมันคือช่วยให้สัมผัสถึง "ขอบเขต" ที่อยู่เหนือกว่าระดับปัจจุบันของตนเอง แม้ดูเหมือนจะมีประโยชน์เพียงเล็กน้อย แต่ถ้าหากผู้ใช้เป็นถึงมหาจักรพรรดิเล่า?
นี่คือสมบัติที่แม้แต่เหล่ามหาจักรพรรดิยังต้องละโมบและแย่งชิงกันเพื่อให้ได้มา!
รางวัลส่วนใหญ่จากแพ็กเกจของขวัญแสนปีน่าจะถูกใช้ไปกับ เนตรเทพกรรม และ วารีเทพสรรค์สร้าง เสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนสองอย่างหลังนั้นเป็นเพียงสิ่งเสริมที่ช่วยเติมเต็มเท่านั้น
ซูจิ่วเกอสะกดกลั้นความตื่นเต้นเอาไว้
เขาตัดสินใจว่าหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว จึงค่อยผสานเข้ากับเนตรเทพกรรม
ในขณะนั้นเอง ซูหวงจีที่เดินอยู่หน้าสุดก็หยุดฝีเท้าลงกะทันหัน
เขาค่อยๆ หันกลับมาและเอ่ยกับคนในตระกูลซูที่เดินตามมาข้างหลังว่า
"เอาละ ส่งแค่นี้พอ ต่อไปข้ามีเรื่องจะคุยกับบุตรชายของข้าเป็นการส่วนตัว พวกเจ้าแยกย้ายไปทำธุระของตัวเองเถิด"
บรรพชนลำดับที่หนึ่งได้ยินดังนั้นจึงรีบเอ่ยถามขึ้นทันที
"ท่านมหาจักรพรรดิ เพราะเหตุใดหรือขอรับ? พวกเรายังปรารถนาจะชื่นชมบารมีของท่านและบุตรแห่งจักรพรรดิต่อ..."
ซูหวงจีกวาดสายตามองไปยังเหล่าบรรพบุรุษและคนรุ่นหลังของตระกูลซูที่อยู่เบื้องหลัง เมื่อเห็นสายตาที่กระหายและเปี่ยมด้วยความเลื่อมใส เขาก็ส่ายหน้าเบาๆ
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า
"ข้าจะเข้าสู่ช่วงเวลาหลับใหลในเร็วๆ นี้ ไม่ต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้แล้ว"
คนในตระกูลซูต่างหันมามองหน้ากัน เดิมทีพวกเขาคิดว่าจะได้เฝ้าชื่นชมบารมีขององค์จักรพรรดิได้ทุกวันนับจากนี้ แต่ไม่คิดเลยว่าท่านจะรีบเข้าสู่แดนบรรพชนเพื่อหลับใหลอีกครั้งเร็วขนาดนี้
เหล่าบรรพบุรุษตระกูลซูต่างเข้าใจความหมายในคำพูดนั้นดี
ท่านมหาจักรพรรดิชรามากแล้ว
ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคารพ พร้อมกับโค้งคำนับแล้วกล่าวว่า
"น้อมรับคำสั่ง ท่านมหาจักรพรรดิ!"
บรรพชนลำดับที่หนึ่งหันไปมองผู้นำตระกูลซูแล้วกล่าวเสียงเข้ม
"พาลูกหลานถอยออกไปให้หมด"
"ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ห้ามใครเข้าไปรบกวนในแดนบรรพชนโดยเด็ดขาด ต่อให้เป็นขุมกำลังระดับยอดขั้วจากภายนอกมาเยือนก็ต้องปฏิบัติตามกฎเดียวกัน เข้าใจหรือไม่?"
ซูเทียนมีแววตามุ่งมั่นและพยักหน้ารับ "เข้าใจแล้วขอรับ!"
ด้วยประการฉะนี้ ซูหวงจีและซูจิ่วเกอจึงได้ย่างก้าวเข้าสู่แดนบรรพชนของตระกูลซู
พลังปราณในแดนบรรพชนนั้นหนาแน่นจนแทบจะอิ่มตัว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่อาจปกปิดความเสื่อมถอยของกลิ่นอายในตัวซูหวงจีได้
ก่อนจะถึงส่วนลึกที่สุดของแดนบรรพชน...
มหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ก่อนหน้านี้เพียงแค่ยกมือก็สั่นสะเทือนฟ้าดินและถล่มหมื่นภพได้ กลับกลายเป็นชายชราผู้ทรุดโทรมที่มีร่างกายเสื่อมสลายลงในพริบตา
ร่างกายที่ดูองอาจราวกับค้ำจุนสวรรค์และโลกได้ค่อยๆ ค่อมลง เส้นผมสีทองที่เคยสลวยงดงามราวกับน้ำตกหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้น
เขาหยุดเดินและค่อยๆ หันกลับมา
เมื่อมองดูชายชราที่อยู่ตรงหน้า ซูจิ่วเกอก็รู้สึกขมขื่นในใจอย่างบอกไม่ถูก
ไม่มีใครหลีกหนีการกัดเซาะของกาลเวลาได้พ้น แม้แต่มหาจักรพรรดิผู้ทรงพลังก็ต้องถึงจุดจบของอายุขัยในสักวัน
และบิดาของเขา แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำได้อย่างไร แต่การที่สามารถมีชีวิตรอดมาได้จนถึงปัดจจุบันก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์อย่างยิ่งแล้ว
ซูจิ่วเกอสัมผัสได้ถึงความร่วงโรยและกลิ่นอายแห่งความตาย จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยความโศกเศร้า
"ท่านพ่อ... ท่านกำลังจะตายแล้วหรือ?"
ร่างกายของซูหวงจีสั่นสะท้านเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เขาเอ่ยขัดขึ้นอย่างรำคาญใจว่า "นี่เจ้าอยากให้พ่อของเจ้าตายนักหรือไง?"
"เอ่อ... คือ..." ซูจิ่วเกอพูดไม่ออก เขาสาบานได้ว่าไม่ได้หมายความแบบนั้นจริงๆ
ซูหวงจีกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยเล็กน้อย
"แต่มันก็ใกล้เวลาแล้วละนะ... อย่างไรเสียกาลเวลาก็ล่วงเลยมาแสนปีแล้ว แม้แต่มหาจักรพรรดิอมตะฉางชิงผู้มีกายอมตะนิรันดร์ยังตายก่อนข้าเลย ตอนนี้ข้าจะตายก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน..."
"มันก็น่าขันดีเหมือนกัน ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะได้กลายเป็นจักรพรรดิองค์สุดท้ายของโลกใบนี้"
ซูจิ่วเกอถามขึ้นว่า "ท่านพ่อ ไม่มีวิธีอื่นเลยหรือ? ท่านเคยลองกินโอสถอายุวัฒนะบ้างไหม?"
ซูหวงจีส่ายหน้าแล้วกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ "ของพวกโอสถอายุวัฒนะหรือสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ระดับเซียนน่ะไม่มีผลกับมหาจักรพรรดิหรอก ตอนนี้มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น..."
"นั่นคือ..."
"ต้องก้าวข้ามไปสู่ขอบเขตที่เหนือกว่ามหาจักรพรรดิ!"
เหนือกว่ามหาจักรพรรดิ?!
รูม่านตาของซูจิ่วเกอหดเกร็ง
มีเพียงการบรรลุถึงขอบเขตในตำนานนั้นเท่านั้นที่จะสามารถมีอายุขัยยืนยาวเท่าฟ้าดิน ก้าวพ้นจากโลกใบนี้ และคงอยู่ชั่วนิรันดร์โดยไม่อาจถูกทำลาย!
"แค็ก แค็ก!" ซูหวงจีไอออกมาสองครั้ง แล้วกล่าวต่อ
"เจ้ารู้ไหมว่าทำไมพ่อของเจ้าถึงมีชีวิตอยู่ได้นานขนาดนี้?"
"นั่นก็เพราะข้าเคยสัมผัสถึงขอบเขตที่เหนือกว่ามหาจักรพรรดิมาแล้ว!"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ดวงตาของซูหวงจีก็เปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับเป็นราชาเทพที่มีพลังชีวิตและโลหิตพลุ่งพล่านอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์ที่สุด!
ซูจิ่วเกอตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าบิดาของตนจะเคยสัมผัสถึงระดับนั้นมาก่อน!
แต่ดวงตาของซูหวงจีก็กลับมามัวหมองลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
"ถ้าข้ามีเวลาอีกสักแสนปี... ไม่สิ แค่ห้าหมื่นปี ข้าอาจจะมีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่จะเข้าสู่ขอบเขต 'ครึ่งก้าวไร้ตัวตน' นั้นได้..."
"แต่ตอนนี้ วันเวลาของพ่อเจ้าเหลือไม่มากแล้ว..."
ฟังดูคล้ายคำสั่งเสีย ซูจิ่วเกอรู้สึกเศร้าโศกในใจ
ทันใดนั้น เขาก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้
เหนือกว่ามหาจักรพรรดิ... เหนือกว่ามหาจักรพรรดิ...
จริงด้วย!
ระบบเพิ่งให้วารีเทพสรรค์สร้างแก่เขามาตั้งหนึ่งร้อยหยดไม่ใช่หรือ?
เพียงแค่วารีเทพสรรค์สร้างหยดเดียว ก็สามารถช่วยให้สัมผัสถึงขอบเขตที่อยู่เหนือกว่าตนเองได้ หากเขามอบมันให้กับบิดา ท่านย่อมเป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดไม่ใช่หรือ?!
ซูจิ่วเกอมีปฏิกิริยาทันที ดวงตาของเขาเป็นประกายสดใส และรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
เขาฝืนระงับความตื่นเต้นอย่างยิ่งยวดเอาไว้
ซูจิ่วเกอถามด้วยเสียงเข้มว่า "ท่านพ่อ ตอนนี้ท่านเหลืออายุขัยอีกเท่าไหร่?"
ซูหวงจีครุ่นคิดครู่หนึ่ง สัมผัสถึงสภาพร่างกายปัจจุบันของตนแล้วกล่าวว่า
"เหลือไม่มากแล้วละ..."
"น่าจะพอประคองไปได้อีกแค่ประมาณหนึ่งหมื่นห้าพันปี..."
"หา?"
ซูจิ่วเกอถึงกับยืนเซ่อ
ร่างกายของเขาแข็งค้างเหมือนถูกสายฟ้าฟาด
หนึ่งหมื่นห้าพันปีเนี่ยนะ???
นี่คือที่บอกว่า "ไม่มาก" อย่างนั้นหรือ?!
ในวินาทีนี้ ซูจิ่วเกอรู้สึกเหมือนมีสัตว์อสูรนับหมื่นตัววิ่งพล่านอยู่ในอก
ต้องรู้ก่อนว่า การบ่มเพาะในระดับ "กุยอี" เดิมของเขา มีอายุขัยเพียง 3,000 ปีเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ บิดาก็คงไม่ผนึกเขาไว้ในผลึกเทพโบราณเพื่อรอยุคทอง
และตอนนี้ แม้อยู่ในระดับ "จั้นหยวน" ขั้นที่เก้า อายุขัยของเขาก็เพิ่งจะเพิ่มขึ้นมาเป็นประมาณ 6,000 ปีเท่านั้น
พูดง่ายๆ ก็คือ ด้วยอายุขัยที่เหลืออยู่ของบิดา ท่านสามารถอยู่ดูใจเขาตายได้ถึงสองรอบครึ่งอย่างไม่มีปัญหาเลย!
เขาจะเศร้าไปเพื่ออะไรกันเนี่ย!
ซูจิ่วเกอกลอกตาไปมา
เขาหยิบขวดหยกสีขาวที่เรียบเนียนหมดจดออกมาจากพื้นที่เก็บของในระบบ
ทันทีที่ขวดหยกปรากฏขึ้น หมอกสีขาวบริสุทธิ์ไร้ที่ติก็แผ่ซ่านไปในอากาศ พลังปราณฟ้าดินโดยรอบต่างไหลมารวมกันที่ปากขวด เพียงแค่สูดดมเข้าไปนิดเดียว ก็ทำให้จิตมรรคกระจ่างใสและจิตใจสงบเยือกเย็น
ขวดนี้บรรจุวารีเทพสรรค์สร้างไว้ถึงห้าสิบหยด!
ซูจิ่วเกอโยนขวดหยกสีขาวไปให้อย่างไม่ใส่ใจ
"ท่านพ่อ สิ่งนี้อาจจะช่วยท่านได้"
ซูหวงจีรู้ถึงความกตัญญูของบุตรชายจึงหัวเราะเบาๆ "มันเปล่าประโยชน์น่ะ..."
แต่หลังจากสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่ออกมา ซูหวงจีก็ถึงกับชะงัก
แสงสว่างอันไร้ขีดจำกัดระเบิดออกมาจากดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาทันที!
"นี่มัน..."
"วารีเทพสรรค์สร้าง?!"
เขารับขวดหยกมาและมองดูของเหลวที่ใสกระจ่างและเรืองแสงอยู่ภายใน รูม่านตาของเขาหดเกร็งอย่างรุนแรง
แม้จะเป็นถึงมหาจักรพรรดิ แต่เขาก็แสดงท่าทีลนลานออกมา ร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุมด้วยความเหลือเชื่อ พร้อมกับพึมพำว่า
"เป็นไปได้อย่างไร..."
"ลูกพ่อ ทำไมเจ้าถึงมีสมบัติเทพเช่นนี้ครอบครองอยู่ได้?!"
เมื่อครั้งที่เขาบรรลุระดับมหาจักรพรรดิ เขาเคยช่วงชิงวารีเทพสรรค์สร้างมาได้เพียงสิบหยดจากสุดขอบฟ้า ภายใต้ทัณฑ์สายฟ้าในแดนว่างเปล่าอันลึกซึ้ง
เขาถนุถนอมทุกหยดราวกับสมบัติล้ำค่าที่สุด จะหยิบมาใช้ก็ต่อเมื่อไม่สามารถทะลวงผ่านระดับได้เท่านั้น
และก็เป็นเพราะโอกาสที่ฝืนลิขิตฟ้านี้เอง ที่ทำให้เขามีวาสนาได้สัมผัสถึงขอบเขตที่เหนือกว่ามหาจักรพรรดิ จนอายุขัยเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล!
แต่วารีเทพสรรค์สร้างในขวดหยกที่จิ่วเกอมอบให้เขาในตอนนี้ กลับมีมากกว่าที่เขาเคยได้รับมาทั้งชีวิตตั้งหลายเท่า!
นี่คือสุดยอดสมบัติแห่งฟ้าดินที่แม้แต่ระดับมหาจักรพรรดิยังต้องหวั่นไหว!