- หน้าแรก
- ระบบนางร้ายสายล่า ยิ่งถูกหาว่าวิปริต ข้าก็ยิ่งแข็งแกร่ง
- บทที่ 1 เจียงเกอจำได้แล้ว เธอถูกฆ่าตาย
บทที่ 1 เจียงเกอจำได้แล้ว เธอถูกฆ่าตาย
บทที่ 1 เจียงเกอจำได้แล้ว เธอถูกฆ่าตาย
บทที่ 1 เจียงเกอจำได้แล้ว เธอถูกฆ่าตาย
เสียงสายฝนโปรยปรายแว่วดังซู่ซ่า
สัมผัสเย็นเยียบและเหนียวเหนอะหนะบนใบหน้า
เจียงเกอพยายามจะหยัดกายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล มือคว้าจับกอหญ้ารกชัฏข้างกายอย่างสะเปะสะปะ ความเจ็บปวดทื่อๆ เหมือนถูกเลื่อยบาดแล่นปราดขึ้นมาจากฝ่ามือทันที
สติสัมปชัญญะยังคงพร่ามัว หลังจากตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนอย่างโซซัดโซเซ เธอก็ปะทะเข้ากับกะโหลกสีเหลืองซีดที่ถูกแทะจนเกลี้ยงเกลา เบ้าตาอันว่างเปล่าของมันจ้องเขม็งมาที่เธอ เจียงเกอผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณ เท้าเตะกะโหลกหัวนั้นกระเด็นไปไกล
ท่ามกลางละอองฝนเย็นฉ่ำ สติของเธอค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น
กลิ่นดินชื้นแฉะจากฝนพรำ ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นหอมเฝื่อนจางๆ ของยอดหญ้าที่หักโค่น อบอวลอยู่ในปาก เด็กสาวคุกเข่าลงบนพื้นหญ้า มองดูโลกที่ชัดเจนและสมจริงเบื้องหน้า ในที่สุดก็ตระหนักได้เรื่องหนึ่ง—
เธอทะลุมิติมาแล้ว
"บ้าเอ๊ย..." เธอสบถออกมาอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะลุกขึ้นสำรวจรอบกาย ความเจ็บปวดแสบร้อนเหมือนเข็มทิ่มแทงแล่นพล่านไปทั่วศีรษะและแขนขา ความทรงจำที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ไหลบ่าเข้ามาในสมอง
บ้างเป็นของเธอเอง บ้างเป็นของเจ้าของร่างเดิม
เจ้าของร่างเดิมก็ชื่อเจียงเกอเช่นกัน
แต่เจ้าของร่างเดิมไม่ได้โชคดีเหมือนเธอ
โลกใบนี้ไร้ความยุติธรรม ปีศาจอาละวาดไปทั่วทุกหนแห่ง ซากศพคนอดอยากเกลื่อนกลาด
เพื่อแลกกับอาหารประทังชีวิต เจ้าของร่างเดิมถูกขายให้กับวัดเฉียนหลิง ทว่ากลับสิ้นใจกลางทางและถูกโยนทิ้งลงมาจากเกวียนลา
ความจริงแล้ว การถูกโยนทิ้งลงมานับเป็นโชคดีของเจียงเกอ
เพราะเด็กสาววัยนี้ แม้จะผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูก แต่ก็สามารถนำไปเป็นเครื่องสังเวยมนุษย์ หรือทำเป็น 'มนุษย์ผัก' ได้
สำหรับพวกปีศาจแล้ว วัยนี้กำลังเนื้อนุ่มเคี้ยวเพลินเลยทีเดียว
ส่วนตัวเจียงเกอเอง เดิมทีเป็นเพียงพนักงานออฟฟิศ
ก่อนหน้านี้ไม่นาน เธอได้เข้าร่วมการทดสอบช่วงอัลฟ่าของเกมบำเพ็ญเพียรแบบเน้นตัวอักษรเกมหนึ่ง เธอวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาของเกมอย่างเผ็ดร้อนและโต้เถียงกับผู้สร้างเกม... ไม่สิ พวกเขา 'แลกเปลี่ยนทัศนะ' กันตั้งแต่ดึกดื่นจนถึงเช้าตรู่
จนกระทั่งวันนี้
จู่ๆ เธอก็ได้รับพัสดุประหลาด เป็นกล่องกระดาษที่มีน้ำหนักมาก
บนใบปะหน้ากล่องไม่มีที่อยู่ผู้ส่งหรือผู้รับ มีเพียงชื่อของเธอเขียนด้วยลายมือหวัดแกมบรรจงในช่องผู้รับว่า
'ถึง เจียงเกอ'
หลังจากแน่ใจว่าไม่ใช่พัสดุเก็บเงินปลายทางหลอกลวง และเป็นชื่อของเธอจริงๆ เจียงเกอก็แกะกล่องดู
ภายในมีแฟลชไดรฟ์อันเล็กๆ อันหนึ่ง
กระดาษโน้ตแปะอยู่บนแฟลชไดรฟ์ เขียนว่า "เก้าทวีป: เภทภัยภูตพราย" DLC ล่าสุด
เมื่อเห็นลายมือบนกระดาษ เจียงเกอแทบจะหลุดขำออกมา
ทำตัวลึกลับซับซ้อน เธอนึกว่าเป็นกล่องแกล้งคนให้ตกใจเสียอีก ที่แท้ก็เป็นภาคเสริมล่าสุดของเกมบำเพ็ญเพียรนั่นเอง
เธอเดาว่าผู้สร้างเกมคงไม่อยากเห็นผลงานสุดที่รักถูก 'สับเละ' จึงสืบหาที่อยู่ของเธอจนเจอ แล้วส่ง DLC ล่าสุดมาขู่ขวัญ หรือไม่ก็แค่อยากจะอุดปากเธอด้วยเนื้อหาใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น
เจียงเกอไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวที่ที่อยู่ถูกเปิดเผย เธอเปิดโปรแกรม Sandbox เสียบแฟลชไดรฟ์ และจากนั้น... แสงสีขาวเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
"เก้าทวีป เดินเครื่อง!!!"
เจียงเกอคุกเข่าอยู่กับพื้น มุมปากกระตุก นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?
"แล้วระบบล่ะ?"
"โปรแกรมโกง?"
"ดัชนีทองคำ?"
"ไอ้คนเขียนบ้านั่น คงไม่ได้ส่งฉันมาตายในโลกปีศาจโดยไม่มีตัวช่วยหรอกนะ?"
หลังจากก่นด่าอยู่นาน และเมื่อเห็นว่าสายฝนพร่ามัวไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนเป็นตัวอักษรบรรยายสถานการณ์ เจียงเกอก็ถอดใจในที่สุด
เธอลุกขึ้นสำรวจรอบด้าน
รอบกายมีแต่ซากปรักหักพัง หลุมศพนับไม่ถ้วน และกระดูกขาวโพลน
ท่ามกลางกองกระดูกระเกะระกะ เธอเห็นดาบขึ้นสนิมเล่มหนึ่งกับสมุดเล่มเล็กที่เหลือเพียงครึ่งเล่ม
สมุดหนังเปรอะเปื้อนโคลน ตัวอักษรเลือนราง
ยังนับว่าผู้แต่งมีความเมตตาอยู่บ้าง ในโลกโกลาหลเช่นนี้ เจ้าของร่างเดิมที่แม้แต่ข้าวยังไม่มีจะกิน กลับอ่านหนังสือออก
ท่ามกลางตัวอักษรที่เลือนราง เจียงเกอพอจะแกะคำว่า "วิชาดาบ" ที่เขียนด้วยหมึกดำได้
เธอพลิกเปิดมันดูอย่างไม่ใส่ใจ
[ติ๊ง—]
[แสงแห่งปัญญาพาดผ่านจิตใจ ท่านบรรลุวิชาดาบ: บุษบาร่วงโรย]
[...]
ความรู้สึกลึกล้ำพิสดารเอ่อล้นในสมอง นิ้วมือที่เดิมทีอ่อนแรงไร้กำลัง ดูเหมือนจะมีเรี่ยวแรงและทักษะเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
[ท่านได้เรียนรู้วิชาดาบ: บุษบาร่วงโรย "ขั้นแรกเห็น"]
[...]
จู่ๆ เธอก็หัวเราะออกมา
เจ้านั่นไม่ได้ใจดำเสียทีเดียว เขายังทิ้งแสงแห่งความหวังไว้ให้เธอจริงๆ
ร่างกายนี้ดูเหมือนจะมีพรสวรรค์พิเศษบางอย่าง
วิชาดาบที่ไม่สมบูรณ์ถูกอนุมานจนครบถ้วนในสมองของเธออย่างรวดเร็ว เบื้องหลังฉากกั้นสีขาวดำ เจียงเกอตัวจิ๋วถือดาบเหล็กหักวิ่น ร่ายรำท่วงท่าของวิชาดาบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่ง—
กลีบดอกท้อร่วงโรย
เธอเรียนรู้วิชาดาบ 'บุษบาร่วงโรย' ที่ค่อนข้างลึกล้ำนี้ได้สำเร็จแล้ว
เจียงเกอดึงดาบเหล็กขึ้นสนิมออกจากดิน พบปลอกดาบตกอยู่ไม่ไกล เมื่อมองดูร่องรอยกรงเล็บแหลมคมและรอยกัดของสัตว์ร้ายบนกระดูกแห้งตรงหน้า รวมถึงรอยฟันขนาดใหญ่บนหัวกะโหลกที่เธอเตะกระเด็นไป
เจียงเกอแทบจะมองเห็นภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัว ของคนผู้หนึ่งที่ต่อสู้กับปีศาจ จนพ่ายแพ้ในที่สุด ถูกกัดศีรษะอย่างรุนแรง สิ้นชีพไปสู่ปรโลก และถูกฝูงปีศาจรุมทึ้ง
"ชิ..."
"ทำไมจินตนาการของฉันถึงแจ่มชัดขนาดนี้นะ"
ปากบ่นอุบ แต่เมื่อปลายนิ้วลูบไล้รอยฟันลึกบนกะโหลก สมองก็วาดภาพคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายนั้นขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นคาวเลือดเหม็นคลุ้งดูเหมือนจะพุ่งทะลุกาลเวลาเข้าปะทะจมูก
เจียงเกอรวบรวมกระดูกของผู้ตาย กองรวมกันไว้ท่ามกลางก้อนหินของหลุมศพร้าง
วางดาบขึ้นสนิมไว้เบื้องหน้า เธอคุกเข่าลงโขกศีรษะคำนับโครงกระดูกนั้น
ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ได้รับประโยชน์จากเขา
วิชาดาบนั้นมอบความมั่นใจเล็กน้อยให้แก่เธอในโลกอันโกลาหลนี้
เจียงเกอกอด 'ถุงของขวัญมือใหม่' ไว้แนบอก แล้วเดินโซซัดโซเซออกจากหลุมศพร้าง
กุบกับ กุบกับ—
เสียงเกือกม้าและเสียงล้อรถบดถนนดังแว่วมาจากที่ไกลๆ
เจียงเกอกอดดาบสนิมเขรอะไว้แน่น รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที
ในเมื่อรู้แล้วว่าที่นี่คือโลกโกลาหล ขบวนรถที่ผ่านมาจะเป็นคนหรือปีศาจ จะดีหรือร้าย ก็ยากจะคาดเดา
โชคดีที่เจียงเกอได้กลิ่นเครื่องประทินโฉมลอยมาตามลม
"ไม่มีกลิ่นสาบสางของปีศาจ" ความทรงจำของร่างเดิมระบุเช่นนั้น
ไม่ใช่ปีศาจ แต่เป็นมนุษย์ และเป็นกลุ่มผู้หญิง
ในโลกเช่นนี้ สำหรับเจียงเกอในยามนี้ นับว่าเป็นข่าวดีทีเดียว
เธอเห็นขบวนรถท่ามกลางสายฝน
สาวใช้ร่างอ้อนแอ้นในชุดคลุมสีเขียวนั่งอยู่หน้ารถม้าคันนำ
ผมเกล้าเป็นมวย ใบหน้าหมดจด สายตาที่มองมายังเจียงเกอเต็มไปด้วยความหวาดผวา
ตอนนั้นเองที่เจียงเกอก้มลงมองตัวเอง
นับตั้งแต่ทะลุมิติมา เธอก็จมดิ่งอยู่ในโลกของวิชาดาบจนลืมสำรวจร่างกายตัวเองอย่างละเอียด
แล้ว...
เจียงเกอก็ตัวแข็งทื่อ
เธอเห็น... ตัวเองสวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบสีเทาเปรอะเปื้อนเลือด
เสื้อถูกฉีกขาดตั้งแต่ลำคอลงมาจนถึงหน้าอก
แม้เด็กสาวจะผอมแห้ง แต่รูปร่างก็ยังมีความโค้งเว้า
ทว่า... ภายใต้เสื้อตัวนั้น บาดแผลน่าสยดสยองลากยาวจากลำคอถึงหน้าอก เนื้อหนังแบะออก ดูเหวอะหวะน่ากลัว
เจียงเกอจำได้แล้ว
เธอถูกฆ่าตายไปแล้ว
2 หอพิรุณโปรย
บาดแผลบนร่างกายนั้นสาหัสเกินไป
แม้จะอยู่ท่ามกลางฝนพรำ แต่เสื้อผ้าเนื้อหยาบก็ยังชุ่มโชกไปด้วยเลือด
เจียงเกอไม่มีข้อกังขาใดๆ เกี่ยวกับความรุนแรงของบาดแผลนี้ บาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ จะยังมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร?
เพียงแค่มองดูบาดแผล สมองของเจียงเกอก็ฉายภาพเหตุการณ์ขึ้นมา
ดาบธรรมดาเล่มหนึ่งฟันแสกหน้า ผู้ลงมือสูงกว่าเจ้าของร่างเดิมเล็กน้อย เชี่ยวชาญการใช้ดาบ
ดาบเดียวฟันสะพายแล่งจากคอถึงอก
แม้ช่องท้องจะไม่ถูกเปิดออก แต่กระดูกซี่โครงหักสะบั้นหลายซี่
บางทีอาจตัดหลอดเลือดแดงใหญ่ที่คอขาดสะบั้น เลือดสาดกระเซ็นไปไกลหลายก้าว