- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอเป็นสายกักตุนตัวแม่
- บทที่ 19 ร่วมทีมหาเสบียง
บทที่ 19 ร่วมทีมหาเสบียง
บทที่ 19 ร่วมทีมหาเสบียง
บทที่ 19 ร่วมทีมหาเสบียง
แม้ว่าจะไม่มีใครในกลุ่มชุมชนตอบรับคำชักชวนของคนชั้น 15 แต่ในเย็นวันนั้น ชายฉกรรจ์สองคนก็แอบขึ้นไปที่ชั้น 15 อย่างเงียบเชียบ
จางเฉียงหยิบซองบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ยื่นมวนหนึ่งให้กับชายวัยกลางคนผิวเข้มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
เขาถามด้วยความกระตือรือร้น "พี่ข่าย เรื่องที่พี่พูดในกลุ่มแชทนั่น เรื่องจริงเหรอครับ?"
เถียนเจียข่ายหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดบุหรี่ สูดควันเข้าปอดเฮือกใหญ่ด้วยความพึงพอใจ
เขาตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ "ของปลอมได้ไงเล่า?"
ขณะพูด เขากวาดสายตามองสองพี่น้องแซ่จาง จางเฉียงและจางซว่าย ที่สมัครใจขึ้นมาหาถึงชั้น 15 ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ถ้าพวกเอ็งสองคนแน่ใจว่าจะร่วมมือกับข้า ก็กลับไปเตรียมตัวซะ คืนนี้ข้าจะพาไปลองงาน พอได้ของมาเดี๋ยวพวกเอ็งก็รู้เอง"
จางเฉียงและจางซว่ายรีบพยักหน้ารับคำเพื่อแสดงความมุ่งมั่น "พวกเราเอาด้วยครับ"
"ข้ากับเมียข้า บวกพวกเอ็งอีกสองคน สี่คนก็พอแล้ว อย่าไปเรียกใครมาอีกล่ะ คนเยอะตัวหารเยอะ เสบียงจะแบ่งกันลำบาก"
เถียนเจียข่ายอัดบุหรี่เข้าปอดอีกครั้ง ท่ามกลางควันสีเทาที่ลอยคลุ้ง เขาพูดต่อ:
"ไอ้พวกเนรคุณที่ไม่ยอมร่วมมือกับข้า เดี๋ยวพวกมันจะได้เสียใจทีหลังแน่ ต่อให้พวกมันมาคลานเข่าขอร้องข้าตอนนั้น ข้าก็ไม่เอาพวกมันหรอก"
จางเฉียงและจางซว่ายต่างดีใจจนเนื้อเต้น ยิ่งไม่มีคู่แข่งแย่งเสบียงก็ยิ่งดีสำหรับพวกเขา
ทั้งคู่กลับไปเตรียมขวานสองด้ามและมีดทำครัวสองเล่มเหน็บไว้ที่เอว พร้อมกับถุงกระสอบใบใหญ่คนละใบ
สี่คนพร้อมไฟฉายออกเดินทางหลังจากนัดเจอกับเถียนเจียข่ายและภรรยาที่ชั้นล่าง
หยวนเจียวเจียว ภรรยาของเถียนเจียข่าย เป็นหญิงร่างท้วมใหญ่ ใบหน้าอวบอูมดูดุดันน่าเกรงขาม
ทั้งสี่ไม่ได้ใช้พาหนะใดๆ เถียนเจียข่ายนำทางพวกเขาลัดเลาะผ่านทางแยกหลายแห่ง จนมาถึงตรอกเก่าๆ ซึ่งเป็นที่ตั้งของชุมชนที่พักอาศัยแบบเก่าแก่และทรุดโทรม
อาคารในชุมชนแห่งนี้สูงเพียงหกชั้น ไม่มีลิฟต์ และผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่เป็นคนชรา คนอ่อนแอ คนป่วย และคนพิการ
เมื่อเถียนเจียข่ายและภรรยาพาจางเฉียงกับจางซว่ายเข้ามาในชุมชนแห่งนี้ สองพี่น้องแซ่จางสบตากันและเข้าใจทุกอย่างทันที
ดูเหมือนว่ายายแก่นอนตายที่ชั้นสามจะเป็นแรงบันดาลใจให้เถียนเจียข่ายสินนะ
ทำไมพวกเขาพี่น้องถึงคิดไม่ได้บ้างนะ!
โชคดีที่รู้ตัวตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป ดูท่าการติดตามเถียนเจียข่ายในครั้งนี้จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเสียแล้ว!
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น
เพียงแค่ครึ่งคืน ทั้งสี่คนก็กวาดต้อนเสบียงมาได้เป็นกอบเป็นกำ เพียงพอให้พวกเขากินไปได้อีกพักใหญ่
พวกเขานัดแบ่งเสบียงกันในที่ลับตาคน แล้วต่างคนต่างหอบส่วนแบ่งของตัวเองกลับบ้าน
ชั้น 15 และชั้น 7 ได้รับผลประโยชน์ไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย และหลี่เหว่ยเหว่ยจากห้อง 1103 ก็ได้รับส่วนแบ่งเช่นกัน
พ่อแม่ของเธอสุขภาพไม่ดี เมื่อตอนซูเปอร์มาร์เก็ตเปิดให้แย่งชิงสินค้าครั้งสุดท้าย ครอบครัวของเธอแทบจะคว้าอะไรมาไม่ได้เลย
วันนั้นเธออารมณ์ไม่ดี เดิมทีตั้งใจจะลงไปเดินเล่นที่ชั้นใต้ดินให้หัวสมองโล่ง แต่โชคร้ายดันไปจ๊ะเอ๋กับสองพี่น้องจางเฉียงและจางซว่ายที่กำลังขโมยน้ำมันอยู่พอดี
ตอนแรกเธอนึกว่าตัวเองคงไม่รอดแน่แล้ว แต่ผิดคาด จางซว่ายกลับถูกใจความงามของเธอ เขาเสนอว่าขอแค่เธอสัญญว่าจะไม่บอกใคร ยอมคบกับเขา และยอมนอนกับเขา พวกเขาจะปล่อยเธอไป แถมยินดีแบ่งปันเสบียงให้ครอบครัวเธอด้วย
แม้ว่าจางซว่ายจะมีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย แต่เขาก็หน้าตาดีใช้ได้ ภายใต้สถานการณ์บีบบังคับ เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมทำตามเพื่อความอยู่รอด
หลังจากจางซว่ายได้ตัวเธอแล้ว ก็พบว่าเธอยังบริสุทธิ์อยู่ เขาจึงทั้งประหลาดใจและดีใจมาก ถนอมและเอาอกเอาใจเธอเป็นพิเศษ
เธอไม่รู้ว่าสองพี่น้องจางเฉียงและจางซว่ายไปเอาเสบียงมากมายมาจากไหน แต่จางซว่ายก็แบ่งข้าวสารสิบชั่งและเนื้อหมักสองชิ้นให้เธอ
เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์นี้คุ้มค่ามาก เพราะได้รับผลประโยชน์ที่จับต้องได้ โดยธรรมชาติแล้ว เธอจึงเชื่อฟังจางซว่ายทุกอย่าง และเต็มใจตอบสนองความต้องการของเขา แม้บางครั้งเขาจะมีรสนิยมแปลกๆ บนเตียงบ้างก็ตาม
เจียงฉือเคยเจอผู้หญิงจากห้อง 1103 สองครั้งตอนที่เธอออกไปข้างนอกตอนกลางคืน
เธอไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นจากที่เคยดูขี้กลัวและลังเลในช่วงแรก หลังๆ มานี้ดูเหมือนจะมีความเย่อหยิ่งและมั่นใจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจียงฉือคิดว่าการที่คนเรามีความมั่นใจมากขึ้นก็ถือเป็นเรื่องดี เธอจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
กลับกัน มือกีตาร์หนุ่มจากชั้น 9 โจวจวินหมิง และแม่ม่ายสาวพราวเสน่ห์จากชั้น 13 จ้าวอวิ๋นชิว กลับทำให้เธอสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
ในเมื่อไม่มีความบันเทิงอะไรให้เสพ ชีวิตประจำวันที่วนเวียนอยู่แค่กินกับนอนมันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน
เธอจึงไม่รังเกียจที่จะหาเรื่องซุบซิบมาแก้เบื่อบ้าง
ทำไมเธอถึงสนใจสองคนนี้น่ะเหรอ? ก็เพราะเมื่อคืนก่อน ตอนที่เธอเปิดประตูตั้งใจจะออกไปเดินเล่น เธอเห็นโจวจวินหมิงและจ้าวอวิ๋นชิวกำลังจูบกันอย่างดูดดื่มที่บันไดหนีไฟชั้น 11 ชนิดที่แยกจากกันไม่ได้เลยทีเดียว
นี่คือคู่ครองที่แม่ของโจวจวินหมิงเป็นคนเลือกมากับมือ เธออยากรู้จริงๆ ว่าแม่ของเขาจะมีปฏิกิริยายังไงถ้ารู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปพัวพันกับแม่ม่าย
ปลายเดือนตุลาคม รัฐบาลปรับเวลาการจ่ายน้ำและไฟฟ้าอีกครั้ง โดยลดจากวันละสี่ชั่วโมงเหลือเพียงสองชั่วโมง
เวลาจ่ายน้ำและไฟคือช่วงเที่ยงวันถึงบ่ายสองโมง
อากาศร้อนขึ้นเรื่อยๆ แต่ระยะเวลาการใช้น้ำและไฟฟ้ากลับสั้นลง ลองจินตนาการดูสิว่าชีวิตของทุกคนในตอนนี้จะยากลำบากขนาดไหน
อีกไม่นาน น้ำและไฟฟ้าคงจะถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง
เจียงฉือนำเสบียงสำหรับหนึ่งสัปดาห์กลับไปที่เรือนกล้วยไม้หอม
เธอไม่ได้ขับรถมินิบีเอ็มดับเบิลยูออกจากโรงรถ แต่ฉวยโอกาสช่วงค่ำขี่สเก็ตบอร์ดไปในที่ลับตาคน แล้วค่อยเรียกรถออฟโรดออกมาจากมิติเพื่อขับไปที่นั่นแทน
มีคนหน้าแปลกๆ มาด้อมๆ มองๆ แถวเรือนกล้วยไม้หอมทุกวัน เฝ้าสังเกตการณ์ เห็นได้ชัดว่าพวกมันต้องการจะทำอะไรบางอย่างกับหมู่บ้านนี้
และแล้วก็เกิดเหตุขึ้นจริงๆ วิลล่าหลังหนึ่งที่มีเพียงครอบครัวเดียวอาศัยอยู่โดยไม่มีบอดี้การ์ดหรือแม่บ้าน ถูกงัดแงะและปล้นทรัพย์กลางดึก
โชคดีที่จนถึงตอนนี้ เป็นเพียงการลักทรัพย์ ยังไม่มีใครถูกฆ่า
เจียงฉือรู้สึกว่าพ่อซือและแม่เหวินไม่ปลอดภัยอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนอาศัยอยู่กันแค่สามคนในวิลล่าหลังใหญ่ และพวกที่มาสอดแนมทุกวันต้องรู้เรื่องนี้แน่
แม้ว่าซือเป่ยเฉินจะเป็นทหาร แต่คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ
เจียงฉือขับรถสำรวจรอบๆ เรือนกล้วยไม้หอม และพบว่ามีคนซุ่มสังเกตการณ์อยู่รอบนอกมากกว่าหนึ่งกลุ่ม หากพวกอันธพาลพวกนั้นจนตรอกและคิดจะทำร้ายพ่อซือและแม่เหวิน ซือเป่ยเฉินคนเดียวต้านทานไม่ไหวแน่
บอดี้การ์ดจากบ้านอื่นก็คงไม่ออกมาช่วยพวกเขาแน่นอน
เจียงฉือบอกความคิดของเธอกับพ่อซือ แม่เหวิน และซือเป่ยเฉิน แต่ผิดคาด ซือเป่ยเฉินได้พิจารณาเรื่องพวกนี้ไว้แล้ว และทั้งสามคนก็ได้ปรึกษากันเรียบร้อย
เดิมทีซือเป่ยเฉินวางแผนจะพาพ่อซือและแม่เหวินไปอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ใจกลางเมือง
ในเมื่อเจียงฉือเอ่ยปากชวน และพ่อซือกับแม่เหวินก็เป็นห่วงที่เจียงฉือต้องอยู่คนเดียว พวกเขาจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่กับเจียงฉือที่บ้านของเธอ
บ้านของเจียงฉือได้รับการปรับปรุงใหม่เป็นพิเศษโดยฝีมือของเธอเอง ติดตั้งหน้าต่างกันกระสุนและประตูนิรภัยขั้นสุดยอด ทำให้ปลอดภัยหายห่วง
ปัญหาเดียวคือมันเป็นเพียงอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ขนาดสองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น ถ้าเจียงฉือนอนห้องหนึ่ง พ่อซือกับแม่เหวินนอนอีกห้อง ซือเป่ยเฉินก็คงต้องนอนโซฟาในห้องนั่งเล่น
ซือเป่ยเฉินไม่ถือสา เขานอนที่ไหนก็ได้ ตอนปฏิบัติภารกิจ มีที่ไหนบ้างที่เขาไม่เคยนอน?
ในเมื่อไม่มีใครคัดค้าน เจียงฉือจึงเริ่มช่วยพวกเขาเก็บสัมภาระ
ของที่ต้องเก็บมีไม่มาก อาหารการกินเจียงฉือขนย้ายไปหมดแล้ว เธอเป็นคนส่งเสบียงให้พวกเขาสัปดาห์ละครั้ง
ต่อจากนี้ไป พวกเขาไม่ต้องลำบากขนย้ายเสบียงไปมาอีกแล้ว
ส่วนใหญ่ที่เก็บคือเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของทั้งสามคน
พ่อซือและแม่เหวินไม่เคยไปที่พักปัจจุบันของเจียงฉือ การที่จะได้ไปอยู่กับลูกสาวเป็นครั้งแรก ทั้งสองจึงรู้สึกตื่นเต้นและประหม่าเล็กน้อย
ซือเป่ยเฉินขับรถแลนด์โรเวอร์ดีเฟนเดอร์พาพ่อซือและแม่เหวินล่วงหน้าไปก่อน เจียงฉือบอกให้เขาไปรอเธอที่ทางเข้าชุมชน
เธอรับหน้าที่ระวังหลังและเก็บกวาดงานที่เหลือ
หลังจากมองซือเป่ยเฉินขับรถออกไปจนลับสายตา เจียงฉือก็กลับเข้าไปกวาดล้างเรือนกล้วยไม้หอมอีกครั้ง เก็บทุกอย่างที่ใช้ได้เข้าสู่มิติของเธอ
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เธอสับสวิตช์ไฟหลัก ล็อกประตูบ้าน แล้วขับรถตามออกไป