- หน้าแรก
- เป็นคนกากอยู่ดีๆ ก็ถูกคนดีอวยยศให้เป็นมหาจอมมารซะงั้น
- บทที่ 29 บุกรุก
บทที่ 29 บุกรุก
บทที่ 29 บุกรุก
บทที่ 29 บุกรุก
วันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้ม
ข้าถูกจางมั่วเซินหลอกอีกแล้ว ทำให้อารมณ์เสียสุดๆ
ข้าตัดสินใจหาแพะรับบาปมาระบายอารมณ์เพื่อให้มันทุกข์ยิ่งกว่าข้า
ความทุกข์ของคนอื่นคือความสุขของข้า
เจ้าหมาแก่ฝ่ายธรรมะ แกนั่นแหละ!
—จาก "บันทึกประจำวันของข้า" บทที่ 3802 โดย จอมมารสวรรค์พิภพ จางมั่วเซิน
ณ ไหล่เขาเสี่ยวเซิง ที่พำนักชั่วคราวของเจ้าสำนักมารฟ้า
ประตูเรือนปิดสนิท ทุกคนได้รับคำสั่งให้อยู่ห่างออกไปห้าสิบจ้าง ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด
มีเพียงจางมั่วผู้เดียวที่อยู่ในลานบ้าน จางมั่วสูดหายใจลึก เริ่มต้นกระบวนการสร้างสรรค์
วัตถุดิบที่ต้องใช้มีนับสิบชนิด ขั้นตอนการสร้างย่อมซับซ้อนยิ่งกว่า ทว่าทั้งหมดนี้กลับสลักลึกอยู่ในสมองของจางมั่วอย่างชัดเจน
ยิ่งไปกว่านั้น ทันทีที่ลงมือ จางมั่วรู้สึกราวกับร่างกายถูกคนอื่นควบคุม
ไม่เพียงแต่สติสัมปชัญญะจดจ่อ การเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว และมือไม้ไหลลื่น แต่ร่างกายยังเปล่งแสงวูบวาบไม่หยุด แม้แต่พลังปราณภายในกายยังเกิดระลอกคลื่น
จางมั่วดำดิ่งสู่การสร้างสรรค์จนลืมเลือนทุกสิ่งรอบข้างไปโดยสิ้นเชิง
ในขณะนี้เอง ที่ตีนเขาเสี่ยวเซิง เงาสีดำสายหนึ่งเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ด้วยความเร็วสูง
ผู้มาเยือนคิดว่าวิชาซ่อนเร้นของตนเป็นเลิศ แต่คาดไม่ถึงว่าทันทีที่เข้าใกล้ตีนเขา ก็ไปกระตุ้นกับดักป้องกันเข้าอย่างจัง
พริบตาเดียว ควันพิษก็พวยพุ่ง จอมยุทธ์มารกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
"ใครน่ะ?"
"ไอ้เวรตัวไหนกล้ามาซุ่มโจมตีเขาเสี่ยวเซิงอีก?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า หมาแก่ฝ่ายธรรมะมาหาที่ตายอีกตัวแล้ว!"
เหล่าจอมยุทธ์มารกระตือรือร้นเตรียมจะรุมกินโต๊ะ
ทันใดนั้น เสียงคำรามกึกก้องของปีศาจสิงโตก็ดังสนั่นออกมาจากในกลุ่มควันพิษ แรงสั่นสะเทือนสะท้านป่าเขา ทำให้จอมยุทธ์มารหลายคนเลือดออกหูออกจมูกต้องถอยร่นไปซ้ำๆ
"ข้าเอง!"
ผู้มาเยือนเดินฝ่าหมอกพิษออกมา แสงตะวังส่องกระทบใบหน้า เขาคือปีศาจสิงโตผู้สง่างามและน่าเกรงขาม
รอยแผลเป็นบนใบหน้าเขายังไม่จางหาย และหลังจากโดนควันพิษ มันก็ดูเหมือนจะเรืองแสงสีเขียวจางๆ ด้วยซ้ำ
ปีศาจสิงโตหนวดเครายุ่งเหยิง ดวงตาโตวาวโรจน์จ้องมองไปรอบๆ ไม่มีจอมยุทธ์มารคนใดกล้าสบตา
ครู่ต่อมา ผู้ดูแลเฒ่าหลี่แห่งพรรคมารฟ้าก็ก้าวออกมา เฒ่าหลี่ถือเป็นผู้อาวุโสในพรรค สถานะปัจจุบันเป็นรองแค่หยางซั่วเล็กน้อย
เฒ่าหลี่ผู้ผอมแห้งประสานมือถามว่า "ไม่ทราบว่าท่านมาจากขุนเขาแห่งหนใด? และท่านคือผู้ใด?"
ปีศาจสิงโตตวาดลั่น "ตาหมาของพวกแกบอดหรือไง? ดูให้ดี ข้าคือปีศาจสิงโตแห่งสำนักวิญญาณ!"
พูดจบ ปีศาจสิงโตก็ลอยตัวขึ้นสูงจากพื้นสามจ้าง
อย่างอื่นอาจปลอมได้ แต่พลังบำเพ็ญระดับ 'ขอบเขตเติงหลง' นั้นปลอมกันไม่ได้ (จางมั่วคงอยากบอกว่า: พูดเรื่องอะไรของแก?)
เฒ่าหลี่รีบประสานมือคารวะทันที "ที่แท้ก็ท่านปีศาจสิงโต ท่านมาพบท่านเจ้าสำนักหรือขอรับ?"
ปีศาจสิงโตกล่าวเสียงเข้ม "ก็ต้องมาหาเจ้าสำนักของพวกแกสิ ไม่งั้นข้าจะมาหาพวกแกทำไม? เจ้าสำนักพวกแกอยู่ไหน ข้าต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง"
เฒ่าหลี่รู้ทันทีว่ามาหาเรื่อง
ข่าวจาก 'ข่าวสารวิถีธรรมะ' แพร่ไปทั่วทั้งพรรคมารฟ้า ใครบ้างจะไม่รู้ว่าปีศาจสิงโตที่ถูกส่งมาจากสำนักวิญญาณโดนเจ้าสำนักต้มจนเปื่อย เกือบเอาชีวิตไม่รอด?
เอาล่ะสิ ตอนนี้เจ้าทุกข์บุกมาถึงหน้าบ้าน พวกเขาอยากจะขวางก็คงขวางไม่อยู่
เฒ่าหลี่รีบกล่าว "ท่านปีศาจสิงโต โปรดรอสักครู่ ข้าจะไปเรียนท่านเจ้าสำนัก..."
"ไม่ต้อง ข้าจะไปหาเขาเอง ถ้าใครกล้าขวางข้าอีก อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ ฮึ่ม!"
ปีศาจสิงโตเหาะตรงขึ้นไปทันที
ข้างล่างไม่มีจอมยุทธ์มารคนใดกล้าขวาง
ถ้าเป็นคนจากฝ่ายธรรมะ พวกเขาคงสู้ตายไปแล้ว แต่ปีศาจสิงโตแห่งสำนักวิญญาณ จะพูดยังไงดีล่ะ นี่มันระดับหัวหน้าใหญ่ สำนักวิญญาณมีชื่อเสีย(ง)เลื่องลือในหมู่จอมยุทธ์มาร ขืนไปล่วงเกินคงจบไม่สวย
ไม่ใช่ทุกคนจะใจกล้าบ้าบิ่นเหมือนท่านเจ้าสำนักที่หลอกสำนักวิญญาณได้หน้าตาเฉย
ปีศาจสิงโตเหาะตรงไปยังไหล่เขา เห็นลานบ้านของจางมั่วและสัมผัสได้ถึงพลังประหลาดที่แผ่ออกมา
ขณะกำลังจะเข้าไปใกล้ จู่ๆ ก็ถูกจอมยุทธ์มารกลุ่มหนึ่งล้อมไว้อีกครั้ง
"ใครน่ะ? ลงมาเดี๋ยวนี้!"
ผู้ตะโกนคือหยางซั่ว ต่างจากเฒ่าหลี่ หยางซั่วไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม เขาง้างหน้าไม้พิษเตรียมยิงสอยร่วงทันที
ปีศาจสิงโตเมินเฉยต่อหยางซั่วและเหาะต่อไป เขาไม่เชื่อน้ำหน้าว่าจะมีจอมยุทธ์มารคนไหนในพรรคมารฟ้ากล้าลงมือกับเขา
แต่คาดไม่ถึงว่าวินาทีต่อมา หยางซั่วนำทีมเปิดฉากโจมตีทันที
ปราณมารเปลี่ยนเป็นคมมีดและลูกศรพุ่งเข้าใส่พร้อมเสียงหน้าไม้ดีดผึง
"หือ?"
เกราะเกล็ดปลาสีดำปรากฏขึ้นคลุมกายปีศาจสิงโตอย่างฉับพลัน
เคร้งๆๆ!
เสียงปะทะดังสนั่น ร่างปีศาจสิงโตเพียงแค่สั่นไหวเล็กน้อย ทันใดนั้นความโกรธก็ปะทุขึ้น
บัดซบ พรรคมารฟ้ามีคนกล้าโจมตีข้าด้วยรึ!
ร่างที่ห่อหุ้มด้วยแสงสีดำพุ่งดิ่งลงมาราวกับอุกกาบาต
ตูม!
แรงระเบิดซัดจอมยุทธ์มารโดยรอบกระเด็นไปคนละทิศละทาง
ปีศาจสิงโตก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว โผล่มาตรงหน้าหยางซั่ว
หยางซั่วที่ยังมึนงงเห็นเพียงเงาสีดำวูบผ่าน แล้วร่างของเขาก็ลอยขึ้นจากพื้นทันที
ปีศาจสิงโตคว้าคอเสื้อเขาแล้วยกตัวขึ้น
พลังเวทอันน้อยนิดของหยางซั่วแทบไม่มีค่าในสายตาปีศาจสิงโต ขณะที่ปีศาจสิงโตกำลังจะเอ่ยปาก หยางซั่วก็ดึงระเบิดเพลิงสายฟ้าออกมา
ปีศาจสิงโตรีบเหวี่ยงเขาทิ้ง แต่ระเบิดก็ทำงานทันที
ตูม!
ปีศาจสิงโตเซถอยหลังไปหลายก้าว เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิง ผิวหนังไหม้เกรียมเป็นหย่อมๆ
โชคดีที่วิชาหลักของเขาคือ 'เกล็ดมังกรวิถีมาร' ซึ่งมีพลังป้องกันสูงส่ง มิเช่นนั้นหากเป็นยอดฝีมือขอบเขตเติงหลงคนอื่น วันนี้คงเจ็บตัวไม่น้อย
"ดี! ดี! ดี!"
หลังจากคำรามคำว่า 'ดี' สามครั้ง ปีศาจสิงโตก็โกรธจัด
เขาก้าวเข้าไป กระทืบแขนขวาหยางซั่วจนหัก แล้วกระชากผมดึงตัวขึ้นมา
"จงรักภักดีนักนะ! ข้าคือปีศาจสิงโตแห่งสำนักวิญญาณ แกยังกล้าขวางข้าอีกรึ?"
ปีศาจสิงโตกัดฟันกรอด
หยางซั่วกระอักเลือด ตอบโต้ว่า "ที่แท้ก็ขุนพลขี้แพ้อย่างปีศาจสิงโตนี่เอง ข้าฝีมือไม่ถึงขอยอมแพ้ แน่จริงก็ฆ่าข้าสิ แล้วคอยดูว่าท่านเจ้าสำนักของข้าจะตอบแทนแกยังไง!"
สีหน้าปีศาจสิงโตเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า "เจ้าสำนัก"
เขาเพิ่งมาถึง และไม่ได้ตั้งใจจะมาสู้ตายกับเจ้าสำนักมารฟ้า
ปีศาจสิงโตแค่นเสียงเย็น ลากหยางซั่วไปที่หน้าเรือนแล้วซัดฝ่ามือพังประตู
"เจ้าสำนักมารฟ้า ข้ามาคุยกับเจ้า!"
ปีศาจสิงโตประกาศลั่น
จากนั้นเขาก็จ้องมองไปข้างหน้า แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายเมินเฉยโดยสิ้นเชิง
เวลานี้ จางมั่วนั่งอยู่บนเก้าอี้ สองมือเคลื่อนไหวรวดเร็วดั่งภูตพราย เบื้องหน้าคือ 'ไหสมปรารถนา' สูงครึ่งคนกำลังเป็นรูปเป็นร่าง
กลิ่นอายเฉพาะตัวแผ่ออกมาจากร่างจางมั่ว สะกดปีศาจสิงโตจนตะลึงงันไปชั่วขณะ
เทคนิค ความเร็ว และกลิ่นอายนั้น สร้างความตกใจให้ปีศาจสิงโตอย่างสุดขีด
ท่าทีหยิ่งยโสแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก มือเผลอคลายออกจนหยางซั่วร่วงลงพื้น
หยางซั่วไม่สนอาการบาดเจ็บ จ้องมองจางมั่วเขม็ง
แม้พลังบำเพ็ญจะไม่สูงพอจะดูออกทั้งหมด แต่สิ่งเดียวที่เขาเข้าใจคือเทคนิคอันเหนือชั้นของจางมั่ว
วิชาบำเพ็ญแบบไหนกันที่ฝึกฝนจนมือกลายเป็นภาพติดตาได้ขนาดนี้ ราวกับว่าแม้แต่ปราณฟ้าดินยังถูกปั้นแต่งอยู่ในมือท่านเจ้าสำนัก!
สุดยอดวิชา... มันต้องเป็นสุดยอดวิชาแน่ๆ
ถ้าเขาได้เรียนรู้แค่เศษเสี้ยว คงก้าวขึ้นสวรรค์ได้ในก้าวเดียว!