เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0066

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0066

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0066


ตอนที่ 66 : โทสะแห่งนักล่ามังกร

ยันต์หนังสัตว์ ฉินหยุนทำมันสำเร็จได้ไม่ยากเย็นเท่าใดนัก มันเพียงใช้เวลานานกว่ายันต์กระดาษเล็กน้อย แต่ด้วยพละกำลังของยันต์หนังสัตว์ มันแข็งแกร่งยิ่งกว่ายันต์กระดาษไม่ใช่น้อย

หนังสัตว์จำเป็นต้องจัดการให้ดีก่อนนำมาแกะสลักลงไป เรื่องนี้หยางฉีเย่ว์ช่วยจัดการให้ นางคือขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่เก้า กำลังภายในเพียงพอที่จะจัดการหนังสัตว์ กระทั่งให้ผลลัพธ์ดีที่สุดก็ว่าได้

“อาจารย์ วิญญาณยุทธ์ของเชี่ยวเย่ว์เหม่ยคืออะไรท่านพอทราบหรือไม่?” เชี่ยวเย่ว์เหม่ยนับเป็นภัยคุกคามใหญ่โต หากเขาเข้าใจอีกฝ่ายเพิ่มขึ้นแม้เล็กน้อย มันก็จะช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อย

“วิญญาณยุทธ์ของสองพี่น้องคู่นี้ค่อนข้างลึกลับยิ่ง กล่าวได้ว่ากระทั่งครอบครัวของพวกนางยังไม่ทราบ!” หยางฉีเย่ว์ส่ายหน้าและกล่าว “หากข้าไม่ได้เปิดเผยตัวตน ผู้คนจำนวนมากก็คงไม่ทราบวิญญาณยุทธ์ของข้า”

วิญญาณยุทธ์สั่นไหวของฉินหยุนก็ถูกเก็บงำ ผู้อื่นไม่ทราบเรื่องนี้ และด้วยวิญญาณยุทธ์นี้เขาสามารถสร้างการโจมตีชวนตกตะลึงในการต่อสู้ได้

“พรสวรรค์ของเชี่ยวเย่ว์เหม่ยก็น่ากลัวไม่ใช่น้อย เพราะอะไรนางถึงไม่ถูกสถาบันยุทธ์ระดับเสวียนคัดเลือกตัวกัน?” ฉินหยุนค่อนข้างงุนงงยิ่งว่าทำไม

หยางฉีเย่ว์ส่งผืนหนังสัตว์แก่ฉินหยุนแล้วค่อยถอนหายใจบางเบา “นางได้รับเลือกโดยตรงจากสถาบันยุทธ์ระดับเสวียน และต้องทำการยอมรับข้อตกลงของสถาบัน บางที คงเป็นตัวนางแล้วที่ไม่ยอมรับเงื่อนไข”

ฉินหยุนพลันนึกได้ว่าหยางฉีเย่ว์เองก็มีข้อจำกัดเข้มงวดในเงื่อนไขเหล่านี้เช่นกัน ไม่เช่นนั้นนางคงไม่ต้องมาเป็นอาจารย์ที่สถาบันยุทธ์ฮัวหลิง

เขาเอ่ยถามเสียงเบา “อาจารย์ สถาบันยุทธ์เทียนเสวียนได้ต่อว่าท่านเรื่องเปิดเผยวิญญาณยุทธ์ต่อหน้าผู้คนจำนวนมากหรือไม่ขอรับ?”

หยางฉีเย่ว์สัมผัสเส้นผมนุ่มลื่นและทรงเสน่ห์ นางยิ้มและกล่าว “ข้าเพียงได้รับคำบอกกล่าวเล็กน้อย ข้ามีเรื่องให้ต้องกลับบ้าน! จงระมัดระวังและทำยันต์ให้ดี อย่าได้ถามอะไรอีก!”

ฉินหยุนทราบว่าหยางฉีเย่ว์ดีต่อตนเพียงใด ด้วยเหตุนี้เขาจึงยิ่งกังวลว่านางเผชิญสถานการณ์ยากลำบาก

ด้วยเหตุนี้สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้คือพยายามให้มากขึ้นเพื่อเสริมพละกำลังตนเองโดยเร็วที่สุด!

ภายในสองชั่วโมง ฉินหยุนทำยันต์เสร็จไปสี่แผ่น ทั้งยังทำงานต่อเนื่องจนถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เขาพักอีกสี่ชั่วโมง และก็เป็นเช่นนี้ต่อเนื่องอีกสามวัน ท้ายที่สุดเขาสร้างยันต์อัคคีและยันต์สายฟ้าได้กว่าร้อยแผ่น ทั้งหมดล้วนเป็นยันต์หนังสัตว์

จากนั้นเขาจึงเริ่มขัดเกลาสร้อยข้อมืออสนีบาต สิ่งนี้นับว่าทรงพลังยิ่ง กระทั่งสร้างอาการบาดเจ็บให้คนอย่างฉินเจิ้งเฟิงได้

หยางฉีเย่ว์หยิบสร้อยข้อมืออสนีบาตมารับชม นางยิ้มกล่าว “ให้ข้าช่วยเจ้าสะสมพลังภายในแล้วกัน พลังภายในของข้าแข็งแกร่งไม่แพ้ใคร!”

เมื่อฉินหยุนได้ยินดังนั้น เขายิ้มและพยักหน้ารับ

ทั้งนี้เขายังส่งสร้อยข้อมืออสนีบาตเส้นอื่นเพิ่มเข้าไปด้วย

ในเมื่อไม่มีการจำกัดใช้งานวัตถุในการประลอง พวกเขาสามารถสวมใส่สิ่งของได้มากเท่าที่ต้องการ

ท้ายที่สุด เขากระทั่งสร้างชุดจากหนังสัตว์และแกะสลักพวกมันด้วยผังธาตุแสง

ผังธาตุแสงคือผังวิญญาณที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บและล้างพิษได้ พวกมันทั้งหายากและล้ำค่าดั่งผังแปรธาตุ และความซับซ้อนก็เช่นกัน แต่เขาก็ใช้เวลาไม่นานเพื่อเชี่ยวชาญแกะสลักพวกมัน

ต้วนเฉียนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ฉินหยุน หากร่างกายเจ้าไม่มีอะไรผิดพลาดร้ายแรง ทางที่ดีควรรีบเพิ่มอันดับโดยเร็ว!”

หยางฉีเย่ว์กล่าวถาม “เกิดอะไรขึ้น?”

ต้วนเฉียนพยักหน้ารับ “ฉินหยุนได้ต่อสู้อย่างยิ่งใหญ่กับฉินเฟิงก่อนหน้า โดยเฉพาะกับพระราชวังหลวงเทียนฉิน ได้สั่งการจนเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว พวกเขากำลังรักษาอาการบาดเจ็บของฉินเฟิงอย่างเต็มความสามารถ ไม่นานเขาสมควรฟื้นตัวโดยเร็ว ถึงตอนนั้นเขาต้องมาท้าเจ้าประลองอย่างแน่นอน”

หากเขาสามารถใช้อุปกรณ์วิญญาณในการแข่งขัน เช่นนั้นราชวงศ์เทียนฉินย่อมต้องแต่งองค์ทรงเครื่องแก่ฉินเฟิงให้สวมใส่อุปกรณ์วิญญาณเต็มกำลังแล้ว

ราชวงศ์เทียนฉินมีความสามารถที่กระทำได้

ต้วนเฉียนมองหยางฉีเย่ว์และกล่าวต่อ “ฉินเจิ้งเฟิงมีเครือข่ายกว้างไกลในสถาบันยุทธ์เทียนเสวียน เขาย่อมต้องขอความช่วยเหลือจากคนในสถาบันด้วยแน่!”

เมื่อหยางฉีเย่ว์ได้ยินเช่นนั้น นางขมวดคิ้วเล็กน้อยและมองที่ฉินหยุนก่อนกล่าวคำ “เช่นนั้นจงไปท้าชี่เสวี้ยประลอง จงขึ้นเป็นอันดับที่ห้าและอันดับที่หนึ่งโดยเร็วที่สุด!”

“ขอรับ ข้าไปเดี๋ยวนี้!” ฉินหยุนพยักหน้ารับ

ทันทีเมื่อชี้เสวี้ยได้รับข่าวคราวว่านักล่ามังกรจะท้าประลอง นางจึงเร่งรีบมุ่งหน้ามายังลานประลองยุทธ์หลัก

ทุกผู้คนต่างทราบเรื่องนี้ในช่วงที่นักล่ามังกรและฉินเฟิงประลองกันก่อนหน้า เขาได้รับบาดเจ็บไม่ใช่น้อยเพราะฉินเจิ้งเฟิงที่แหกกฎก่อการ ต่อให้พักสักหลายวัน ย่อมไม่มีทางฟื้นตัวเร็วเพียงนี้

ตอนนี้ข่าวคราวว่าฉินเฟิงกำลังรักษาตัวแพ่กระจายทั่วนครหลวงเทียนฉิน ทุกคนต่างเชื่อเหตุผลที่ว่านักล่ามังกรท้าชี่เสวี้ยประลองในทันทีนี้เพราะเกรงว่าฉินเฟิงจะแสวงการแก้แค้น

บนลานประลองยุทธ์ ชี้เสวี้ยสวมใส่ชุดรัดรูปสีแดง คิ้วของนางเลิกขึ้นไม่น้อยขณะกล่าวอย่างอหังการว่า “ข้าได้ยินว่าเจ้าเป็นตาเฒ่าช่างตีเหล็ก! ทั้งยังช่วยเหลือนังแพศยาชี่เม่ยเหลียน เจ้าทั้งสองเป็นชู้รักกันเช่นนั้นหรือ?”

พอได้ยินดังนี้ ฝูงชนพลันระเบิดเสียงหัวเราะ ทุกผู้คนต่างทราบว่าชี่เม่ยเหลียนได้รับการช่วยเหลือโดยชายหน้ากาก ทั้งยังนำนางเข้าสู่ตำหนักจารึกเทวะ ทว่าจนกระทั่งถึงตอนนี้นางยังไม่กลับออกมา

ชี่เสวี้ยเห็นฝูงชนหัวเราะยิ่งได้ใจ นางกล่าวต่อ “หรือบางทีนางคงหวาดกลัวจนเป็นบ้าเพราะใบหน้าเฒ่าชราและน่าเกลียดของเจ้าไปแล้ว! เพราะเจ้า นางถึงต้องถูกลดตัวเป็นสามัญชน นางนั้นเป็นองค์หญิงของจักรวรรดิ แต่แล้วนางกลับ... เหอะ เอาเถอะ แม่มันเป็นหญิงร่านเช่นไรลูกมันก็เป็นเช่นนั้น!”

ฉินหยุนเงียบรับฟังสิ่งที่นางกล่าว จนกระทั่งจบ เขาจึงค่อยเผยเสียงแหบห้าวและเบากล่าวออก “ปากเน่าเฟะของเจ้าช่างโสมมนัก ข้าจะฉีกมันออกด้วยมือคู่นี้!”

นี่เป็นเพราะเมิ่งเฟยหลิงไม่มีโอกาส ไม่เช่นนั้นชี่เสวี้ยคงโดนถลกหนังปากออกเป็นชิ้นแล้ว!

“การประลองยุทธ์ เริ่มได้!” กรรมการประกาศกล่าวเสียงดัง

ชี่เสวี้ยกัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกลียด นับตั้งแต่เริ่มการประลองนี้ นางได้ปล่อยกระแสกำลังภายในหลายสายเพื่อแปรเปลี่ยนเป็นดาบน้ำแข็งทิ่มแทงฉินหยุน!

เท้าของฉินหยุนกระทุ้งพื้นรุนแรง เป็นการทิ้งรอยเท้าเอาไว้กับพื้นกระเบื้องหินอย่างเด่นชัด

ทว่ากระเบื้องหินหาได้แตกไม่ พลังภายในของเขากลับเป็นการหลอมเหลวหิน เป็นผลให้ใจของผู้ฝึกตนเฒ่าชราจำนวนมากสั่นเทิ้ม!

“เคล็ดวิชาระเบิดปราณ คลื่น!” ฉินหยุนเหยียดแขนออกขณะยื่นฝ่ามือไป ราวกับคลื่นยักษ์โหมเข้าใส่ คลื่นกระแทกกระจายตัวก่อเกิดขึ้นเป็นการโจมตีที่ชวนสะพรึง

เคล็ดวิชาระเบิดปราณคือวิชายุทธ์ระดับลึกล้ำที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ!

ฉินหยุนสำเร็จถึงขั้นกลางเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้เขากำลังแสดงพลังเต็มที่ของมันออก!

แรงระเบิดของพลังปราณไม่อาจหยุดยั้ง โดยทันที ดาบน้ำแข็งกำลังภายในของชี่เสวี้ยทั้งหมดพลันแตกกระจาย

คลื่นระเบิดยังคงโหมเข้าใส่ชี่เสวี้ย!

ร่างของชี่เสวี้ยโดนปะทะด้วยแรงระเบิด นางกรีดร้องก่อนร่างกระเด็น ที่ผนังขนาดใหญ่ของแดนยุทธ์มังกรซ่อนเร้น ร่างของนางกระแทกเข้าที่ตรงนั้น ราวกับมีฝ่ามือขนาดใหญ่ยักษ์กดนางเอาไว้กับกำแพงจนไม่อาจไหวติง

ทั้งร่างของชี่เสวี้ยแทบแหลกสลาย บาดแผลกระจายทั่วร่างจนกระทั่งสลบไป!

ทั้งร่างของนางถูกฝังเอาไว้ในผนังกำแพง อาการบาดเจ็บย่อมต้องรุนแรงเกินจะกล่าว

ผู้คนของจักรวรรดิเทียนชี่ต้องช่วยกัน ‘ขุด’ เอาร่างของนางออกจากกำแพงสูงก่อนเร่งร้อนพานางไปรักษา!

อีกหนึ่งสิบอันดับแรกที่ถูกแบกหามออกไปครั้งนี้มีสภาพน่าสังเวชที่สุดตั้งแต่มีมา และนี่เป็นความพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว!

ผู้ฝึกตนในแดนยุทธ์มังกรซ่อนเร้นที่มารับชมล้วนหวาดกลัวที่ได้มาพบเห็น หากเป็นพวกเขาเผชิญหน้า เช่นนั้นร่างกายอาจฉีกเป็นชิ้นแล้ว!

“เจ้าโชคดีนะ ตราบเท่าที่เจ้ายังมีชีวิต ข้าไม่รามือแค่นี้แน่!” ฉินหยุนมองชี่เสวี้ยที่ร่างโดนแบกหามออกไป เขากำหมัดเอาไว้แน่นขณะความโกรธสุมในใจค่อยกระจายตัว

“นั่นต้องเป็นวิชายุทธ์ระดับลึกล้ำ! ดูจากลมหายใจของนักล่ามังกร มันไม่มั่นคงอีกต่อไปแล้ว! เหมือนว่าใช้พลังไปมหาศาลไม่ใช่น้อย!”

“วิชายุทธ์ระดับลึกล้ำ! กระทั่งตระกูลใหญ่ยังไม่มีแม้เพียงหนึ่ง! กระทั่งว่าเป็นวิชายุทธ์ระดับวิญญาณขั้นสูงก็ถือว่าล้ำค่ามากมายแล้ว!”

“ชายหน้ากากนั่นเป็นใครกันแน่?”

เพื่อชำระแค้นแก่ชี่เม่ยเหลียน ฉินหยุนใช้เคล็ดวิชาระเบิดปราณอย่างเต็มกำลัง มันยังเป็นวิชายุทธ์แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขามีในเวลานี้อีกด้วย

“นักล่ามังกรชนะ! ขึ้นสู่อันดับห้า!”

เขาได้ส่งคำท้าประลองเย่เสินเหล่ยอันดับสี่อย่างไม่คิดหยุดพัก

ในการประลองระหว่างเย่เสินเหล่ยและเมิ่งเฟยหลิงก่อนหน้านี้ เขาได้รับบาดเจ็บไปไม่ใช่น้อย ด้วยเหตุนี้เขาจึงขึ้นมายอมรับความพ่ายแพ้และค่อยจากไป

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0066

คัดลอกลิงก์แล้ว