เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0065

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0065

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0065


ตอนที่ 65 : ยันต์หนังสัตว์

“อย่าได้จองหองนัก!” เมื่อฉินเจิ้งเฟิงได้เห็นดาบหยกหมาป่าของตนแตกหัก เขาถึงกับโพล่งโทสะออก ใบหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยือกทั้งยังโหดเหี้ยมพร้อมฆ่าฟันผู้อื่นไม่ต่างอะไรกับจักรพรรดินี

โดยทันที เขาทะยานกายขึ้นและต่อยเข้าที่ฉินหยุน ทุกสิ่งอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก กระทั่งกรรมการยังห้ามไม่ทัน!

หมัดของฉินเจิ้งเฟิงกระจายพลังรุนแรง กระทั่งกระเบื้องหินบนลานประลองยุทธ์ยังแตกกระจาย!

เมื่อฉินหยุนสัมผัสได้ เขากลับกลายเป็นซีดเผือด เขาเร่งรีบปล่อยหมัดปะทะกับฉินเจิ้งเฟิงที่ยังอยู่กลางอากาศ!

ทันทีเมื่อหมัดของเขาเข้าปะทะ เขาพลันใช้งานสร้อยข้อมือผังวิญญาณสายฟ้า ปลดปล่อยสายอสนีบาตรุนแรงออกมา ความรุนแรงนี้ปะทะเข้ากับหมัดของฉินเจิ้งเฟิง!

“อ๊าก!” ฉินเจิ้งเฟิงร้องคำรามโทสะเปี่ยมล้น แขนของเขาโดนสายฟ้าเผาไหม้จนควันลอยขึ้น สภาพแก่ผู้พบเห็นตอนนี้ไม่ว่าใครก็ต้องสะพรึง!

หมัดของฉินเจิ้งเฟิงรุนแรงปะทะเข้ากับฉินหยุน เป็นผลให้เขาบาดเจ็บภายในไม่ใช่น้อย กระทั่งกระอักโลหิตออก!

“เจ้ากล้าดียังไงละเมิดกฎ!” น้ำเสียงกราดเกรี้ยวของต้วนเฉียนดังขึ้นพร้อมออร่าที่ปกคลุมสะกดพื้นที่

ต้วนเฉียนปลดปล่อยคลื่นพลังปราณจากระยะไกลเข้าปกคลุมร่างฉินเจิ้งเฟิง ทั้งยังทำให้อีกฝ่ายร่างกระเด็นไปนอกโรงฝึก!

ถัดจากนั้น ต้วนเฉียนที่โกรธเกรี้ยวพลันร่างร่อนลงที่ลานประลอง เขาเร่งรีบนำเม็ดยาเป็นประกายออกมาพร้อมยัดเข้าใส่ปากของฉินหยุน

ทุกคนที่นี้ล้วนไม่กล้าหายใจเสียงดัง คนที่เพิ่งส่งให้องค์ชายรัชทายาทแห่งเทียนฉินร่างกระเด็นออกไปนั้นต้องทรงอำนาจเพียงใดกัน!

หลายคนต่างตระหนักได้ว่าบุคคลนี้คือผู้จัดการของตำหนักจารึกเทวะ ต้วนเฉียน

อาการบาดเจ็บรุนแรงของฉินหยุนเป็นต้วนเฉียนรับผิดชอบ

หลังฉินเจิ้งเฟิงถูกส่งกระเด็นออกนอกประตู สภาพนั้นแทบดูไม่ได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ทั้งเสียหน้า ทั้งเสียดาบหยกหมาป่า เป็นผลให้เขาเกลียดชายหน้ากากนั่นเข้ากระดูกดำ!

ผู้อาวุโสประกาศดังก้อง “นักล่ามังกรชนะ! เลื่อนขึ้นสู่อันดับหกของเทียบอันดับมังกรซ่อนเร้น!”

ฝูงชนเพียงค่อยกล้าพูดคุยกันเมื่อเห็นต้วนเฉียนพาฉินหยุนออกไปแล้ว

“ฉินเจิ้งเฟิงไม่ได้รับบาดเจ็บ เพียงแค่ถูกส่งออกไปด้านนอก!”

“อย่างไรแล้วเขาก็เป็นอัจฉริยะแห่งสถาบันยุทธ์เทียนเสวียน ต่อให้เป็นผู้จัดการใหญ่ของตำหนักจารึกเทวะก็ยังต้องไว้หน้า!”

“กระนั้น นี่ก็ยังน่าอับอายมากมายแล้ว นอกจากนี้ดาบหยกหมาป่ายัง... ถูกทำลายไม่เหลือ!”

“ต้องพูดเลยว่าชายหน้ากากนั่นน่าทึ่งมาก... บางทีเขาอาจเป็นช่างตีเหล็ก ฝีมือการใช้ค้อนนั่นไม่ใช่เล่นเลย ทั้งยังมีค้อนหลอมแปรธาตุ!”

ผังแปรธาตุนับได้ว่าเป็นสิ่งหาได้ยากยิ่งที่สุดท่ามกลางผังวิญญาณ กล่าวได้ว่ามีผู้เชี่ยวชาญจารึกจำนวนน้อยนิดเท่านั้นถึงจะเข้าใจผังแปรธาตุ กระทั่งปรมาจารย์เว่ยยังต้องสอบถามต่อผู้อื่นหากคิดแกะสลักพวกมัน!

ต้วนเฉียนเองยังต้องแตกตื่นกับผังแปรธาตุของฉินหยุน กับผังวิญญาณระดับสูงถึงเพียงนี้ ความแข็งแกร่งของมันแทบไม่ต้องกล่าว

ความจริงที่ค้อนหลอมสามารถทำลายดาบหยกหมาป่าได้ หมายความถึงผังแปรธาตุนั้นมีระดับที่สูงยิ่ง!

ในช่วงไม่กี่วันมานี้ เทียบอันดับมังกรซ่อนเร้นมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก

จากอันดับหนึ่งถึงอันดับหก เรียงกันคือเชี่ยวหลาง เชี่ยวเย่ว์เหม่ย เมิ่งเฟยหลิง เย่เสินเหล่ย ชี่เสวี้ย และฉินหยุน!

บุคคลที่ยินดีที่สุดไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเชี่ยวหลางแล้ว ฉินเฟิงผู้ซึ่งเดิมได้ครอบครองดาบหยกหมาป่าคือภัยคุกคามใหญ่ที่สุด แต่แล้วตอนนี้อีกฝ่ายบาดเจ็บหนัก ดาบหยกหมาป่าก็ถูกทำลายเรียบร้อย

ทว่าในชั่วเวลานี้เอง เด็กสาวในชุดสีน้ำเงินสวมใส่หน้ากากสีขาวพลันประกาศว่านางคิดท้าทายอันดับหนึ่งอย่างเชี่ยวหลาง!

คนเพียงหนึ่งเดียวที่มีคุณสมบัติเพียงพอท้าทายอันดับหนึ่งได้ก็คือเชี่ยวเย่ว์เหม่ยซึ่งอยู่อันดับสองแล้ว!

เชี่ยวเย่ว์เหม่ยมักสวมใส่หน้ากากสีขาวตลอด เรื่องนี้ผู้คนทราบกันดี ทุกคนต่างเสียดายที่ไม่อาจได้ยลโฉมเด็กสาวอัจฉริยะ ทั้งยังเป็นถึงโฉมงามผู้หนึ่ง

เชี่ยวหลางแทบยินดีไม่ออก เขาเกือบลืมไปว่ายังมีเชี่ยวเย่ว์เหม่ย

เชี่ยวเย่ว์เหม่ยอายุเพียงสิบสี่ ทว่านางตอนนี้อยู่ขอบเขตกายวรยุทธ์ระดับที่หกแล้ว นอกจากนี้วิญญาณยุทธ์ของนางยังลึกลับยิ่ง กระทั่งองค์ชายอันดับที่สองแห่งเทียนเชี่ยวอย่างเขายังไม่ทราบ

ทุกคนต่างยินดีกันขึ้นมา นี่เป็นข่าวดีที่จะได้รับชมเรื่องสนุก!

ฉินหยุนตอนนี้กำลังนั่งบนที่นอนในห้องหรูของตำหนักจารึกเทวะ เขากำลังมองชี่เม่ยเหลียนที่สภาพน่าเวทนาบนที่นอน

อาการบาดเจ็บตอนนี้นางคงสภาพแล้วหลังหยางฉีเย่ว์ช่วยใช้กำลังภายในรักษาให้

“พี่หยุน ข้าไม่เป็นไรแล้ว” ชี่เม่ยเหลียนเผยใบหน้าประดับรอยยิ้มหวาน “ได้เห็นท่านอีกครั้งถือเป็นความสุขที่สุดสำหรับข้าในช่วงหลายปีมานี้แล้ว!”

ฉินหยุนยิ้มขณะสำรวจใบหน้างดงามของนาง เขากล่าวเสียงเบา “ข้าเองก็ยินดียิ่งที่ได้พบเจ้าอีกครั้ง”

เมื่อชี่เม่ยเหลียนได้ยินเสียงอ่อนเบาของฉินหยุน นางพลันขมวดคิ้วเอ่ยถามเป็นกังวล “พี่หยุนบาดเจ็บหรือ?”

ฉินหยุนเพียงยิ้มรับและทำเสียงให้ดีขึ้นมาบ้าง “บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ข้ายังสบายดี!”

เขาได้กินยาอายุวัฒนะที่ต้วนเฉียนมอบให้จึงสามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว

ขณะยืนเคียงข้าง หยางฉีเย่ว์กล่าวต่อฉินหยุนว่า “เชี่ยวเย่ว์เหม่ยท้าประลองเชี่ยวหลางแล้ว เจ้าจะไปดูหรือไม่? พวกเขาทั้งสองล้วนเป็นคู่ต่อสู้ในอนาคตของเจ้า!”

“พี่หยุนอยู่อันดับเท่าไหร่แล้ว?” ชี่เม่ยเหลียนเผยใบหน้าน่ารักเอ่ยถามด้วยความเป็นกังวล นางตระหนักได้ดีถึงความโหดเหี้ยมของการประลองยุทธ์ครั้งนี้

ฉินหยุนยิ้มกล่าว “อันดับหก! น้องเม่ยเหลียนพักผ่อนก่อน พี่ขอตัวไปที่โรงฝึกมังกรซ่อนเร้น อีกไม่นานพี่จะท้าประลองกับชี่เสวี้ยที่อยู่อันดับห้า เพื่อล้างแค้นให้น้อง!”

หยางฉีเย่ว์นั่งข้างที่นอน นางลูบผมชี่เม่ยเหลียนเบามือและกล่าว “หลังผ่านการรักษาระดับหนึ่งเจ้าจะค่อย ๆ ฟื้นฟู อย่าได้ห่วงเลย!”

“อาจารย์ ขอบคุณขอรับ!” ฉินหยุนทำได้เพียงจดจำความเมตตาครั้งนี้ไว้ในใจ

“ไม่ต้องมากมารยาทกับข้า รีบไปที่การประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้นแล้วจัดตารับชมให้ดี!” หยางฉีเย่ว์กล่าวทั้งหัวเราะคิกคัก

แดนยุทธ์มังกรซ่อนเร้นอยู่ไม่ไกลจากหอหลักของตำหนักจารึกเทวะ ไม่นานฉินหยุนก็มาถึง

ขณะที่กำลังเข้าสู่ด้านใน ผู้คนล้วนได้เห็นสองคนกำลังอยู่บนลานประลองหลัก พวกเขาคือเชี่ยวหลางซึ่งขี่ราชสีห์เหมันต์ และเชี่ยวเย่ว์เหม่ยผู้สวมใส่หน้ากากสีขาว!

“ขี่สัตว์ปีศาจได้ด้วย?”

“กรรมการไม่ห้าม ก็หมายความว่าได้!”

“สารเลว เพราะมีตระกูลดีคอยหนุนหลัง ถึงกับกล้าขี่สัตว์ปีศาจ นี่ไม่ยุติธรรมเกินไปแล้ว!”

“การประลองยุทธ์มังกรซ่อนเร้นแต่เดิมก็จัดขึ้นเพื่อพวกเขาอยู่แล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นนักเรียนของสถาบันยุทธ์ระดับเสวียนทั้งสาม ดังนั้นกฎจึงเอื้อต่อพวกเขา!”

ฉินหยุนลอบประหลาดใจเพราะเชี่ยวหลางกำลังขี่ราชสีห์เหมันต์ซึ่งเป็นสัตว์ปีศาจระดับเจ็ด นับว่าเป็นตัวตนทรงพลังน่าหวาดกลัวไม่ใช่น้อย

“ข้าขอยอมแพ้!” เชี่ยวหลางพลันตะโกนขึ้น

ผลที่ได้ ทุกคนที่เปี่ยมด้วยความคาดหวังดูการประลอง กลับต้องกลายเป็นความกราดเกรี้ยว ทั้งสองไม่สู้กัน อันดับหนึ่งอย่างเชี่ยวหลางกลับเป็นฝ่ายขอยอมแพ้!

ทว่า ฝูงชนก็ไม่ได้พูดกล่าวว่าเชี่ยวหลางหวาดกลัวคู่ต่อสู้ อย่างไรแล้วเขาก็ยังแข็งแกร่งทั้งยังมีราชสีห์เหมันต์

อีกทั้ง คู่ต่อสู้ครานี้คือเชี่ยวเย่ว์เหม่ยที่มีศักดิ์เป็นน้องสาว

หากเขาพลาดทำเชี่ยวเย่ว์เหม่ยบาดเจ็บในการประลอง ไม่เพียงแต่ราชวงศ์เทียนเชี่ยวจะลงทัณฑ์ อาจถึงขั้นพี่สาวอย่างเชี่ยวเย่ว์หลานจะมาแหกอกเขาด้วยซ้ำ!

ฉินหยุนเพียงเพิ่งมาถึงก็ได้พบว่าการต่อสู้จบสิ้นลงแล้ว เขาทำได้เพียงแต่รีบเดินกลับตำหนักจารึกเทวะ

หลังกล่าวถามต้วนเฉียนกว่าชั่วโมงเพื่อช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของตน จากนั้นเขาจึงค่อยเริ่มการหลอมยันต์อัคคีและสายฟ้า!

ไม่ช้าหรือไม่นาน เขาจะต้องพบกับเชี่ยวหลาง อีกฝ่ายครอบครองราชสีห์เหมันต์ นับเป็นคู่ต่อสู้ที่หินไม่ใช่น้อย ดังนั้นก็ต้องมีการเตรียมตัว!

ต้วนเฉียนมาพบฉินหยุนที่ห้องซึ่งกำลังทำยันต์อยู่จึงกล่าว “เจ้าครอบครองผังวิญญาณระดับสูง เจ้าน่าจะใช้หนังสัตว์เพื่อสร้างยันต์ได้ มันจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

“การทำยันต์ด้วยหนังสัตว์ยากหรือไม่ขอรับ?” ฉินหยุนอยากลองมาโดยตลอด ทว่าเขาเป็นกังวลว่ามันอาจต้องใช้เวลาเยอะจนเกินไป

ทั้งนี้เขายังไม่มีหนังสัตว์มากมายเท่าใดนัก

ต้วนเฉียนนำยันต์ที่สร้างขึ้นจากหนังสัตว์ออกมาให้ดูพร้อมยิ้มให้ “เจ้าสามารถใช้มีดแกะสลักเพื่อสร้างยันต์ ดังนั้นการสร้างยันต์หนังสัตว์ด้วยผังวิญญาณก็สมควรง่ายดาย”

เมื่อฉินหยุนได้เห็นยันต์หนังสัตว์ เขาเริ่มให้ความสนใจไม่น้อย

“เจ้าลองทำดูสักหนึ่งแผ่น หากเจ้ารู้สึกว่าไม่น่าจะสำเร็จหรือได้ตามที่หวัง ก็ค่อยกลับไปใช้ยันต์กระดาษก่อน”

หลังต้วนเฉียนจากไป ฉินหยุนจึงเริ่มกระบวนการจัดทำโดยทันที ทั้งนี้หยางฉีเย่ว์ยังช่วยเหลือเขาตัดหนังสัตว์เพื่อทำยันต์

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0065

คัดลอกลิงก์แล้ว