- หน้าแรก
- ย้อนคืนสู่หายนะแห่งความหิวโหย
- บทที่ 29 ติดอยู่ในหอพัก
บทที่ 29 ติดอยู่ในหอพัก
บทที่ 29 ติดอยู่ในหอพัก
บทที่ 29 ติดอยู่ในหอพัก
"นั่นมัน..." ซ่งชิงพึมพำ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
บนท้องถนนมีสัตว์ร้ายขนาดมหึมาเดินเพ่นพ่าน และมีซากศพมนุษย์ที่แหลกเหลวเกลื่อนกลาดอยู่หลายศพ สภาพเหล่านั้นไม่อาจเรียกว่ามนุษย์ได้อีกต่อไป เป็นเพียงเศษเนื้อกระจัดกระจาย...
สัตว์กลายพันธุ์ที่ข่าวพูดถึงสูงราวสองเมตร หัวเหมือนหัวจระเข้ขยายส่วน ภายในปากเต็มไปด้วยฟันแหลมคม น้ำลายไหลย้อยหยดลงพื้น
รูปร่างของมันเหมือนแรดตัวมหึมา มีสี่ขาและหางยาวลากพื้น
ลำตัวปกคลุมด้วยเมือกเหนียวเหนอะหนะ แค่เห็นก็ชวนให้รู้สึกสะอิดสะเอียน
ถังโม่กวาดตามองแวบเดียวก็เห็นสัตว์กลายพันธุ์สองสามตัว นี่แค่บริเวณใต้หอพักของเธอเท่านั้น ลองจินตนาการดูว่าตอนนี้ทั่วทั้งโรงเรียนจะมีพวกมันอยู่มากแค่ไหน
เนื่องจากข้อจำกัดของหมอก สัตว์กลายพันธุ์ในตอนนี้ยังเป็นเพียงระดับต้น เคลื่อนไหวค่อนข้างช้า ความเร็วในการวิ่งไม่ต่างจากผู้ชายวัยผู้ใหญ่มากนัก และประสาทสัมผัสทั้งห้าก็ยังไม่เฉียบคมเท่าไหร่
ต่างจากเพื่อนร่วมห้องที่กำลังตื่นตระหนก ถังโม่สังเกตการณ์เคลื่อนไหวของสัตว์กลายพันธุ์อย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสรุปได้ว่าเธอวิ่งหนีพวกมันพ้น
ถ้าต้องปะทะตรงๆ ผู้ชายตัวโตแข็งแรงสามคนยังแทบรับมือสัตว์กลายพันธุ์ตัวเดียวไม่ไหว
แต่ถ้าเป็นเรื่องการหนี ถังโม่คนเดียวทำได้แน่นอน ไม่ว่าจะเรื่องความเร็วหรือความคล่องตัว เธอเหนือกว่าสัตว์กลายพันธุ์พวกนี้มาก
แน่นอนว่าในเรื่องพละกำลัง เธออาจจะโดนสัตว์กลายพันธุ์ตบตายก่อนที่จะทันได้ชักมีดออกมาด้วยซ้ำ
ตราบใดที่จิตใจไม่วอกแวก ปัญหาย่อมมีทางออกเสมอ
ถังโม่าวางแผนรับมือสถานการณ์ต่างๆ อย่างรวดเร็วหากต้องเผชิญหน้ากับสัตว์กลายพันธุ์
ค่าสถานะปัจจุบันของเธอสูงมาก มีมีดสั้น และยังมีปืนพกไว้ป้องกันตัว การเผชิญหน้ากับสถานการณ์ตอนนี้ เธอเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดีและไม่ได้ตื่นตระหนกเท่าไหร่นัก
"พวกที่อยู่ในหมอกออกมาได้ยังไง?"
ซ่งชิงขยับแว่นสายตา ข่าวบอกว่าสัตว์กลายพันธุ์ถูกขังอยู่ในหมอกและจะไม่ออกมาไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมจู่ๆ พวกมันถึงคลุ้มคลั่งขึ้นมา?
เธอรีบเปิดนาฬิกาอัจฉริยะดูทันที แต่กลับไม่มีข่าวสารใดๆ แจ้งเตือน!
ดูเหมือนว่าสัตว์กลายพันธุ์จะปรากฏตัวแค่ในโรงเรียนของพวกเธอ ส่วนโลกภายนอกยังคงปกติสุขดี
"ต้องเป็นพวกที่เข้าไปในหมอกวันนี้แน่ๆ ที่ล่อพวกมันออกมา!" เสียงของหลี่หลานหลานเจือสะอื้น
ต้องยอมรับว่า เธอเดาถูกอีกแล้ว
"ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียนแล้ว นี่มันนรกชัดๆ" หลี่หลานหลานอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา
ถังโม่มองดูสัตว์กลายพันธุ์ยักษ์ที่เดินเพ่นพ่านอยู่ข้างล่างอย่างเงียบๆ พลางคิดในใจว่า นรกจะน่ากลัวขนาดนี้เชียวหรือ
แม้จะรู้ว่าสัตว์กลายพันธุ์บินขึ้นมาไม่ได้และพวกเธออยู่ชั้นสาม แต่พวกเธอก็ยังปิดหน้าต่างแน่นหนา
พวกเธอเลื่อนเก้าอี้มานั่งเบียดเสียดกัน ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
ไม่นาน หอพักห้องข้างๆ ก็เห็นเหตุการณ์ข้างนอกผ่านหน้าต่างเช่นกัน หลังจากมีเสียงอึกทึกชั่วครู่ ทั้งทางเดินก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดอย่างรวดเร็ว
"ฉันกลัว..."
หลี่หลานหลานผู้ร่าเริงมาตลอดตัวสั่นเทา ถังโม่ที่นั่งแนบชิดสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากร่างกายของเธอ
ถังโม่ดูนาฬิกา ฉินหลิงยังไม่ส่งข้อความมา และไม่รู้ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง หรือเจออันตรายอะไรหรือเปล่า
"ขึ้นเตียงนอนกันเถอะ" ถังโม่ถอดรองเท้าขึ้นเตียงเป็นคนแรกโดยไม่ถอดเสื้อผ้า เธวางเป้ไว้ที่หัวเตียงในตำแหน่งที่หยิบได้ง่าย ถึงจะรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
อารมณ์ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ที่สุด นอกจากจะทำให้คนเรารู้สึกแย่แล้ว ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย
ข้างนอกมืดเกินไปแล้ว ไม่มีใครกล้าออกไป สติปัญญาของสัตว์กลายพันธุ์ยังไม่ฉลาดพอที่จะเดินขึ้นบันได พวกเธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องหลบอยู่ในหอพัก
ทุกอย่างต้องรอการจัดการจากทางโรงเรียนในวันพรุ่งนี้
วันรุ่งขึ้น ทุกคนรอจนถึงเที่ยง แต่โรงเรียนก็ยังไม่มีประกาศใดๆ ออกมา
อารมณ์ของทุกคนเริ่มตื่นตระหนกยิ่งขึ้น สัตว์กลายพันธุ์เดินเพ่นพ่านอยู่ข้างนอก พวกเขาติดอยู่ในหอพักโดยไม่มีอาหารและน้ำ แถมยังไม่มีแม้แต่ประกาศแจ้งเตือน
จิตใจของหลายคนพังทลาย เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ห้องคนเดียวทนแรงกดดันมหาศาลไม่ไหว ตัดสินใจกระโดดลงมาจากตึก
ทุกคนได้ยินเสียงดัง "ปัง" แต่ดูเหมือนจะเลือกที่จะเพิกเฉย ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สัตว์กลายพันธุ์ที่อยู่แถวนั้นได้กลิ่นเลือดก็รีบมารวมตัวกัน ดมฟุดฟิด แล้วค่อยๆ เริ่มรุมทึ้งซากศพเป็นอาหาร
ถังโม่รู้ดีว่าทำไมโรงเรียนถึงยังไม่ทำอะไร เพราะอันหยางไม่อยู่แล้ว
ก่อนหน้านี้อันหยางเป็นคนจัดการเรื่องนักเรียนทั้งหมด ตอนนี้เหลือแค่ถังเหลียนเจี๋ยที่เป็นหัวหน้า ซึ่งเป็นผู้บริหารประเภทปล่อยปละละเลยและไม่รู้อะไรเลย
ส่วนผู้บริหารโรงเรียนคนอื่นๆ ก็ยุ่งเรื่องของตัวเองเกินกว่าจะมาสนใจนักเรียน
ถังโม่นั่งบนเก้าอี้ ฝึกฝนพลังจิตเงียบๆ เธอสงสัยว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่ตั้งแต่สัตว์กลายพันธุ์ทะลักออกมาจากหมอกเมื่อคืน พลังจิตของเธอก็ดูเหมือนจะตื่นตัวผิดปกติ
วันนี้ขณะฝึกพลังจิต เธอรู้สึกชัดเจนว่าอัตราการเติบโตเร็วกว่าเมื่อก่อนมาก เธอคาดว่าสัตว์กลายพันธุ์น่าจะนำสารบางอย่างออกมาจากในหมอกด้วย
ดังนั้นเธอจึงฉวยโอกาสนี้ฝึกฝนอย่างหนัก กลางคืนคงซ้อมมีดไม่ได้แน่ๆ เธอจึงทุ่มเวลาทั้งหมดไปกับพลังจิต
"หลานหลาน อยู่ไหม?" เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เมื่อได้ยินเสียง ถังโม่รีบซ่อนเป้ไว้ในที่ลับตาใต้โต๊ะ ส่วนอาหารและน้ำบนโต๊ะก็ถูกกวาดลงลิ้นชักอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าถังโม่เก็บของเรียบร้อยแล้ว หลี่หลานหลานจึงลุกไปเปิดประตู
"หลี่อิงเหรอ มีอะไรหรือเปล่า?" หลี่หลานหลานจำผู้มาเยือนได้ จึงทักทายและให้เข้ามา
ซ่งชิงและถังโม่ก็รู้จักหลี่อิง พวกเธออยู่คณะวิทยาศาสตร์ชีวภาพเหมือนกัน หอพักอยู่ห่างกันแค่สองห้อง แม้จะไม่ค่อยได้คุยกันแต่ก็คุ้นหน้าคุ้นตา
ทว่าซ่งชิงและถังโม่ไม่ค่อยสุงสิงกับเพื่อนร่วมรุ่น มีแค่หลี่หลานหลานที่สนิทกับอีกฝ่ายหน่อย
"หลานหลาน ฉันจนปัญญาแล้วจริงๆ สัตว์ประหลาดข้างนอกน่ากลัวมาก โรงเรียนก็ไม่แจกอาหารแจกน้ำ ฉันคงทนต่อไปไม่ไหวแล้ว"
พูดจบ หลี่อิงก็ร้องไห้โฮออกมา
น่าเสียดายที่ทั้งถังโม่ ซ่งชิง และหลี่หลานหลาน ไม่มีใครตอบรับคำพูดของเธอ
สิ่งที่เธอพูดเป็นเรื่องจริง แต่ตอนนี้ใครในโรงเรียนไม่ตกอยู่ในสภาพนี้บ้าง? ใครจะมีกะจิตกะใจไปเห็นใจใครได้?
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจ หลี่อิงก็ปาดน้ำตาแล้วพูดต่อ "ฉันขอยืมอาหารพวกเธอหน่อยได้ไหม? ไม่เอาเยอะหรอก แค่น้ำขวดเดียวกับบะหมี่ซองเดียว หรือ... หรือบิสกิตก็ได้ ฉันกินได้หมด ไม่เลือกหรอก!"
น้ำหนึ่งขวดกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนึ่งห่อ นั่นเท่ากับอาหารสี่วันของคนในโรงเรียนตอนนี้เลยนะ
ถ้ายืมไป แล้วจะเอาอะไรมาคืน?
หลี่หลานหลานตัดสินใจเด็ดขาด เปิดประตูตู้ของตัวเองให้ดูทันที
"ไม่ใช่ว่าฉันไม่ให้ยืม แต่พวกเราก็ไม่มีจริงๆ ตอนนี้ใครๆ ก็ไม่มีของกินกันทั้งนั้น ไม่ใช่แค่เธอหรอก"
"งั้น... งั้นถังโม่ล่ะ? ฉันรู้ว่าเธอต้องมีแน่ๆ!" สายตาของหลี่อิงหันขวับไปที่ถังโม่
ก่อนหน้านี้ถังโม่ใจป้ำเอาอาหารออกมาแลกเปลี่ยนกับซ่งชิงตั้งมากมาย เธอไม่เชื่อหรอกว่าถังโม่จะใจกว้างถึงขนาดแจกจ่ายอาหารไปจนหมดเกลี้ยง
จุดประสงค์หลักที่เธอมาครั้งนี้ ก็เพื่อมาหาถังโม่นั่นแหละ
หลี่อิงแอบหยิกต้นขาตัวเองให้น้ำตาไหลพรากออกมาอีกครั้ง
เธอร้องไห้น่าสงสารขนาดนี้ ในฐานะเพื่อนร่วมรุ่น ถังโม่คงไม่ใจร้ายยืนดูเฉยๆ หรอกนะ
"ฉันก็ไม่มีเหมือนกัน" ถังโม่ส่ายหน้า ไม่พูดอะไรมากความ
เธอไม่ได้สนิทสนมอะไรกับหลี่อิง ต่อให้ตู้ของเธอว่างเปล่า เธอก็ไม่มีความจำเป็นต้องเปิดให้อีกฝ่ายดู
ทำได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำในสิ่งที่ไม่จำเป็น