- หน้าแรก
- ย้อนคืนสู่หายนะแห่งความหิวโหย
- บทที่ 28 หายนะกำลังมาเยือน
บทที่ 28 หายนะกำลังมาเยือน
บทที่ 28 หายนะกำลังมาเยือน
บทที่ 28 หายนะกำลังมาเยือน
อันที่จริง ถังเหลียนเจี๋ยควรจะเป็นผู้นำทีมในครั้งนี้ ใครๆ ก็รู้ว่าความสงบเรียบร้อยของโรงเรียนที่ยังคงอยู่ได้ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะคุณงามความดีของอันหยางที่ทุ่มเทอย่างหนัก
ทว่าด้วยเส้นสายของถังเหลียนเจี๋ย ภาระหน้าที่ผู้นำทีมจึงตกเป็นของอันหยางในที่สุด
แม้อันหยางผู้เยือกเย็นและมีเหตุผลอยู่เสมอ ก็อดไม่ได้ที่จะแสดงอารมณ์ออกมาทางสีหน้า เขาดูหดหู่อย่างเห็นได้ชัด
"อันหยางนี่ซวยจริงๆ ทุ่มเทไปตั้งขนาดนั้น สุดท้ายพอหมดประโยชน์ก็โดนเขี่ยทิ้ง"
หลี่หลานหลานนอนเอกเขนกอยู่บนเตียง เม้าท์มอยกับเพื่อนร่วมห้อง ต้องยอมรับว่ามุมมองของเธอเฉียบคมเสมอ
"เขาไม่ควรไปเลยจริงๆ ไม่รู้ทำไมถึงดึงดันจะรับงานนี้" ซ่งชิงกล่าว สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
"เธอรู้จักเขาเหรอ?" เมื่อฟังน้ำเสียงของซ่งชิง หลี่หลานหลานก็งงว่าเพื่อนร่วมห้องไปรู้จักกับอันหยางตอนไหน
"ก็... นิดหน่อย" ซ่งชิงพยักหน้า
ถังโม่แปลกใจเล็กน้อย ที่แท้อันหยางกับซ่งชิงก็รู้จักกันมาก่อน และจากน้ำเสียงของซ่งชิง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูจะสนิทสนมกันพอสมควร
ชีวิตประจำวันของถังโม่มีระเบียบแบบแผน ออกเช้ากลับค่ำ ทำการทดลอง และฝึกฝนในตอนกลางคืน
ส่วนหลี่หลานหลานใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในหอพัก นานๆ ทีจะแวะไปหออื่นเพื่ออัปเดตข่าวซุบซิบล่าสุด
และซ่งชิงก็เหมือนกับถังโม่ ออกเช้ากลับค่ำ นอกเหนือจากเวลาทำการทดลอง ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหนหรือทำอะไร
ทั้งถังโม่และหลี่หลานหลานไม่เคยถาม เพราะถ้าใครอยากเล่า ก็คงเล่าเอง นี่คือข้อดีที่สุดของหอพักพวกเธอ
"เธอไม่ไปส่งเขาเหรอ?" ถังโม่ถาม
ก่อนทีมจะเข้าสู่หมอกหนา ผู้คนมากมายที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนในทีมต่างไปยืนส่งที่หน้าประตูโรงเรียน คอยมองดูและร่ำลา
"พวกเราไปกันหมดนี่แหละ" หลี่หลานหลานพยักหน้าอย่างตื่นเต้น เธอชอบงานคึกคักแบบนี้ที่สุด
วันออกเดินทาง ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆ ถังโม่เปลี่ยนมาใส่เสื้อกันหนาวนวมแบบสปอร์ต แล้วเดินไปที่หน้าประตูโรงเรียนพร้อมเพื่อนร่วมห้อง
ทีมที่โรงเรียนจัดตั้งขึ้นมีประมาณ 50 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย กลุ่มของถังโม่ยืนอยู่ใกล้มาก จนเห็นสีหน้าของทุกคนได้ชัดเจน
อันหยางที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดสบตากับถังโม่ ก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่ซ่งชิง
ซ่งชิงเองก็มองอันหยาง กัดริมฝีปากแน่น สายตาของทั้งคู่ประสานกันชั่วขณะ แต่สุดท้ายก็ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมา
"ถังโม่ ถังโม่! ฉันไปแล้วนะ!"
ฉินหลิงยืนอยู่แถวแรก ตะโกนเสียงดังพร้อมชูมือขวาโบกไปทางถังโม่ เสียงของเขาโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางฝูงชนที่เงียบสงัด
เขาสวมแจ็กเก็ตนักบินสีดำตัวสั้นและรองเท้าบูท ดร.มาร์ตินส์คู่หนา ดูมีพลังเหลือล้นภายใต้แสงแดด
ในชั่วพริบตา ความสนใจของทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่ฉินหลิงและถังโม่
"อ๋อ ที่แท้ก็เจ้าของพัสดุกล่องนั้น หล่อใช้ได้เลยนี่นา" หลี่หลานหลานและซ่งชิงเข้าใจทันที เชื่อมโยงเด็กหนุ่มตรงหน้ากับคนที่ถังโม่เคยพูดถึง
"ระวังตัวด้วย!"
ถังโม่ไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง เธอป้องปากเป็นรูปโทรโข่งแล้วตะโกนตอบกลับไปเสียงดัง
เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากถังโม่ ฉินหลิงก็พอใจ เขาเหวี่ยงกระเป๋าขึ้นบ่า หมุนตัวกลับ และเป็นคนแรกที่เดินออกจากประตูโรงเรียน มุ่งหน้าสู่อันตราย
วันนี้เป็นวันสำคัญของโรงเรียน การทดลองของศาสตราจารย์เถียนจึงหยุดพักหนึ่งวัน
หลังจากกลับถึงหอพัก ถังโม่จัดข้าวของของเธอใหม่อีกครั้ง จริงๆ แล้วมีของเหลือวางอยู่ข้างนอกไม่กี่อย่าง มีแค่เป้สะพายหลังที่บรรจุของจนเต็ม กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและน้ำที่วางกระจัดกระจายอยู่นิดหน่อย
หลังจากเก็บของเสร็จ ถังโม่ก็ขึ้นเตียงนอนเอาแรง คืนนี้มีศึกหนักรออยู่ เธอต้องเตรียมสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อมที่สุด
เธอนอนยาวจนถึง 6 โมงเย็น ถังโม่ลุกขึ้น สวมเสื้อผ้าและรองเท้า แล้วไปนั่งที่โต๊ะ เริ่มลงมือกินอาหารและน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างมูมมาม
ก่อนหน้านี้เพื่อความประหยัด เธอกินแค่พออิ่ม 70% แต่วันนี้เธอกินอย่างเต็มที่ ราวกับจะไม่หยุดจนกว่าพุงจะแตก
เห็นแบบนั้น ซ่งชิงและหลี่หลานหลานมองดูด้วยความกังวล ท่าทีของถังโม่ทำให้พวกเธอรู้สึกเหมือนเธอจะไม่มีชีวิตรอดผ่านคืนนี้ไปได้
"โม่โม่ ถึงเธอจะเป็นคุณหนูบ้านรวย แต่ก็ควรกินอย่างประหยัดหน่อยนะ ยังต้องใชชีวิตอยู่อีกหลายวันไม่ใช่เหรอ? เธอไม่ได้คิดจะทำอะไรบ้าๆ ใช่ไหม...?"
คำพูดของหลี่หลานหลานวนเวียนอยู่ในปากสองรอบก่อนจะหลุดออกมา เธอกลัวว่าถ้าไม่เตือน ด้วยความเจริญอาหารของถังโม่แบบนี้ เสบียงคงหมดเกลี้ยงและเธอคงอดตายในไม่ถึงสามวัน
"พวกเธอสองคนก็กินด้วยสิ กินให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้" ถังโม่พูดพลางกวาดของบนโต๊ะกระจายออกไป
มิติเก็บของของเธอเต็มแล้ว เป้สะพายหลังก็เต็มแล้ว หากทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของชาติที่แล้วโดยไม่เปลี่ยนแปลง เธอก็คงเอาของพวกนี้ติดตัวไปไม่ได้จริงๆ
ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนกับสามสัปดาห์กว่าจะได้ออกจากโรงเรียน หลังจากคืนนี้ไป ไม่รู้ว่าจะยังมีโอกาสได้กินอิ่มนอนหลับอย่างเปิดเผยแบบนี้อีกไหม
ซ่งชิงและหลี่หลานหลานมองหน้ากัน ในหัวมีความคิดเดียวผุดขึ้นมา: จบกัน ยัยนี่บ้าไปแล้วจริงๆ
2 ทุ่ม ท้องฟ้ามืดสนิท
ถังโม่ล็อกประตูหน้าต่างหอพักจนแน่นหนา ผิดวิสัยปกติที่เธอไม่ได้ออกไปฝึกฝนหรือเข้านอน แต่กลับนั่งตัวตรงอยู่ที่โต๊ะ
เธอจ้องมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ ราวกับกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
"กรี๊ด!!"
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องก็ดังแหวกความเงียบสงัดของโรงเรียนในยามค่ำคืน
มาแล้ว ถังโม่เกร็งตัวขึ้น เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
20:12 น. ไม่คลาดเคลื่อนจากชาติที่แล้วแม้แต่นาทีเดียว
ถังโม่รู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นในคืนนี้ การเตรียมตัวตลอดทั้งวันของเธอก็เพื่อวินาทีนี้
ช่วงกลางวัน คน 50 คนเดินเข้าสู่หมอก หากเป็นเหมือนชาติที่แล้ว ไม่นานหลังจากเข้าไป พวกเขาจะไม่ได้เจอกับสัตว์กลายพันธุ์แค่ตัวเดียว แต่เป็นฝูง!
ถ้าแค่ตัวเดียว พวกเขาอาจพอมีโอกาสสู้ แต่เมื่อเจอทั้งฝูง ทางเลือกเดียวคือหนี
ไม่มีใครบอกพวกเขาว่าในหมอกมีสัตว์กลายพันธุ์เยอะขนาดนี้ และสัตว์กลายพันธุ์เหล่านั้นก็น่ากลัวเพียงใด
ฝูงชนแตกตื่นกระเจิง ส่วนใหญ่ที่หนีออกไปข้างนอกล้วนจบชีวิตลง ส่วนคนที่หนีกลับเข้ามาในโรงเรียนก็นำพาสัตว์กลายพันธุ์ที่ไล่ตามมาเข้ามาด้วย
ในช่วงครึ่งปีแรกของวันสิ้นโลก สัตว์กลายพันธุ์จะซ่อนตัวอยู่ในหมอกและไม่อาจปรากฏตัวในโลกปกติได้ แต่สิ่งที่ผู้คนไม่รู้คือ สำหรับพื้นที่ที่ถูกหมอกล้อมรอบ สัตว์กลายพันธุ์สามารถเข้ามาได้
อย่างไรก็ตาม พวกมันถูกกักขังอยู่ในหมอกและประสาทสัมผัสจะทื่อลงชั่วคราว ทำให้ยากที่จะฝ่าหมอกเข้ามาในพื้นที่ที่ถูกล้อมไว้
แต่ตอนนี้ เมื่อมีคนนำทาง สัตว์กลายพันธุ์ก็กรูกันเข้ามาทีละตัว ตามหลังฝูงชนเข้ามา
"เสียง... เสียงอะไรน่ะ?"
ทุกคนได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนจากข้างนอก อาคารหอพักทั้งหลังเริ่มจอแจ
แต่ข้างนอกมืดสนิท ไม่มีใครกล้าออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า
หลี่หลานหลานและซ่งชิงก็นอนไม่ติดเตียง รีบใส่เสื้อผ้าและรองเท้า แล้วลงมานั่งกับพื้น
ห้องพักของถังโม่อยู่ชั้น 3 หน้าต่างหันออกสู่ถนนสายหลัก พวกเธอถือไฟฉายส่องออกไปนอกหน้าต่าง และได้เห็นภาพที่จะฝังลึกอยู่ในความทรงจำไปตลอดกาล