เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ทุกคนรอดแล้ว

บทที่ 19 ทุกคนรอดแล้ว

บทที่ 19 ทุกคนรอดแล้ว


บทที่ 19 ทุกคนรอดแล้ว

แผนการของอันหยางได้รับการสรุปอย่างรวดเร็ว เป็นแผนที่ละเอียดรอบคอบโดยอ้างอิงจากขนาดพื้นที่และปริมาณอาหารที่กักตุนไว้ในมิติของเหวินชิง

เมื่อก้าวเข้าสู่เดือนที่สามของยุคข้าวยากหมากแพง เสบียงอาหารของโรงเรียนก็ร่อยหรอจนแทบไม่เหลือ นักเรียนต่างหิวโหยจนแสบท้องเพราะไม่มีอะไรตกถึงท้องมานาน

เพื่อปลอบประโลมขวัญและกำลังใจของทุกคน แผนการแจกจ่ายอาหารจึงเปลี่ยนจากวันละหนึ่งมื้อเป็นสองมื้อ โดยยังคงจำกัดปริมาณหมั่นโถวคนละหนึ่งลูก แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือผักสด

ส่วนเรื่องน้ำ แต่ละคนจะได้รับน้ำแร่ครึ่งขวด เนื่องจากอันหยางมองว่าการประเมินพื้นที่สระน้ำในมิติของเหวินชิงอาจมีความคลาดเคลื่อน และเมื่อน้ำหมดแล้วก็คือหมดเลย ดังนั้นพวกเขาจึงต้องประหยัดไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท

ในสภาพแวดล้อมปัจจุบัน หากนำอาหารออกมาทั้งหมดทีเดียวจะทำให้อาหารเน่าเสียเร็วเกินไป ดังนั้นทุกคนจึงตกลงกันว่าจะเก็บของไว้ในมิติของเหวินชิง และนำออกมาเฉพาะปริมาณที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละวันเท่านั้น

"คุณเหวิน คุณเห็นว่าแผนนี้มีปัญหาตรงไหนไหมครับ?"

ฝ่ายบริหารโรงเรียนตรวจสอบแผนที่อันหยางเสนอมาเป็นลำดับแรก หลังจากไม่พบข้อบกพร่อง จึงส่งต่อให้เหวินชิงพิจารณา

"เอาตามที่พวกคุณตกลงกันเลย ฉันมีข้อแม้แค่อย่างเดียว"

ลำพังแค่เห็นแผนงาน เหวินชิงก็รู้สึกปวดหัวแล้ว อย่างไรเสียอาหารในมิติของเธอก็สามารถผลิตเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ เธอจึงไม่ใส่ใจรายละเอียดหยุมหยิมพวกนี้มากนัก

"ในโรงเรียนมีบางคนที่ฉันไม่ถูกชะตาด้วย ฉันไม่อยากให้ของของฉันกับคนพวกนั้นกิน ได้ไหม?"

"ไม่มีปัญหาครับ มันเป็นทรัพย์สินของคุณ คุณย่อมมีสิทธิ์ในการแจกจ่าย" อันหยางตอบกลับทันที

ในสายตาของเขา เหวินชิงก็เป็นเพียงเด็กสาวเอาแต่ใจที่มีเรื่องขุ่นเคืองใจเล็กๆ น้อยๆ กับคนสองสามคน

แต่ที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ เหวินชิงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดเพิ่มเพื่อนอันหยาง แล้วส่งรายชื่อกว่า 30 คนให้เขาทันที

เมื่อเห็นรายชื่อซึ่งมีทั้งชายและหญิง ทั้งครูและนักเรียน อันหยางถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

แต่เขาก็ยังตอบตกลง

สิ่งที่เขาทำได้คือพยายามหาทางแอบช่วยเหลือคนในรายชื่อเหล่านั้นอย่างลับๆ

การประชุมกินเวลายาวนานถึงห้าชั่วโมงเต็ม กว่าประกาศอย่างเป็นทางการของโรงเรียนจะถูกโพสต์ลงในกลุ่มแชตก็ปาเข้าไปสามทุ่ม

ประกาศนั้นแนะนำสถานการณ์เกี่ยวกับมิติของเหวินชิงโดยสังเขป ตามด้วยการแจ้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงปริมาณการแจกจ่ายอาหาร

วันละสองมื้อ?

แถมน้ำอีกครึ่งขวด?

เมื่อเห็นดังนั้น ทุกคนต่างตื่นเต้นดีใจ

บางคนถึงกับขอบตาแดงก่ำ... พวกเขา รอดตายกันแล้วจริงๆ หรือ?

อันหยางแท็กหาเหวินชิงในกลุ่ม พร้อมข้อความว่า "เสบียงทั้งหมดของเราต่อจากนี้มาจากคุณเหวินชิง ต้องขอบคุณความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของคุณเหวินชิง ทุกคนถึงจะมีชีวิตรอดต่อไปได้"

ต้องยอมรับว่าอันหยางเข้าใจจิตวิทยาของมนุษย์อย่างถ่องแท้

ทุกคนต่างระดมส่งข้อความขอบคุณจนแชตแทบแตก เมื่อผลประโยชน์ที่จับต้องได้ตกถึงมือ ใครจะยังสนอีกว่าเหวินชิงจะมีเจตนาแอบแฝงอะไรหรือไม่?

"ฉันไม่คิดเลยว่าเหวินชิงจะเป็นคนเสียสละขนาดนี้"

หลี่หลานหลานมองข้อความ "วันละสองมื้อ" ตาโต แล้วเข้าร่วมขบวนการรัวข้อความขอบคุณ

ซ่งชิงและถังโม่ไม่ได้พูดอะไร ในฐานะที่อยู่ห้องแล็บเดียวกัน ซ่งชิงเห็นชัดเจนว่าเหวินชิงเป็นคนแบบไหน และถังโม่ยิ่งรู้ดีกว่าใคร

เสียสละงั้นเหรอ? อาจจะใช่ แต่คงไม่ได้สูงส่งขนาดนั้น

เหวินชิงเพียงแค่หลงใหลในความฟุ้งเฟ้อ สนุกกับการเป็นศูนย์กลางของความสนใจ ซึ่งแทบไม่เกี่ยวอะไรกับการเป็นห่วงความเป็นตายของทุกคนเลย

หลานหลานอาจจะคิดมากไปหน่อย แต่ไม่ว่าแรงจูงใจจะเป็นอะไร ถังโม่ก็ยังรู้สึกขอบคุณมากที่เธอยอมแบ่งปันสิ่งของ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมเปิดเผยความลับเพื่อแลกกับชื่อเสียง

ถ้าไม่ใช่เพราะเหวินชิง ผู้คนมากมายในโรงเรียนคงไม่รอดชีวิตในชาติที่แล้ว

ทว่า ในวันถัดมา ถังโม่กลับอารมณ์ไม่ดีนัก เธอจนปัญญาจริงๆ

"แจกผิดหรือเปล่า? ของเราขาดไปหนึ่งชุดนะ" ซ่งชิงในฐานะหัวหน้าหอพัก ตรวจสอบอาหารที่ได้รับ

"ไม่ผิดหรอก" นักเรียนแกนนำที่แจกของพลิกดูรายชื่อในมือ

อาหารมีค่ามากแค่ไหนในเวลานี้ พวกเขาไม่มีทางทำผิดพลาดแม้แต่ชุดเดียว

"ในห้องเธอมีคนชื่อถังโม่ใช่ไหม? เธอไม่มีสิทธิ์ได้รับส่วนแบ่ง"

"ทำไมล่ะ? ถังโม่ของเราเป็นนักศึกษาของมหาลัย T นะ แล้วพวกนายยังจะปฏิบัติกับเธอต่างจากคนอื่นอีกเหรอ?" หลี่หลานหลานระเบิดอารมณ์เป็นคนแรก

"ฉันไม่รู้ ถ้าสงสัยอะไร ไปถามอันหยางเอาเอง" เด็กหนุ่มชี้ไปทางเสาธง

"ขอบใจ เข้าใจแล้ว" ถังโม่ดึงหลี่หลานหลานที่กำลังจะพุ่งเข้าไปโต้เถียงไว้

"ช่างเถอะหลานหลาน ไม่เกี่ยวกับพวกเขาหรอก มันเป็นของของเหวินชิง ก็ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของเธอ"

ถังโม่ไม่รู้จักเหวินชิงในชาติที่แล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่เคยถูกตัดสิทธิ์เรื่องอาหาร

ปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกทำให้เธอได้เจอเหวินชิงเร็วขึ้นในห้องแล็บ และด้วยเหตุผลบางอย่าง เหวินชิงไม่ชอบขี้หน้าเธอ

ถังโม่ลองทบทวนดูดีๆ เธอไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์อะไรกับอีกฝ่ายเลยนี่นา?

เธอรู้เรื่องวีรกรรมของเหวินชิงในชาติที่แล้วดี: ใครก็ตามที่ทำให้เธอขุ่นเคืองจะไม่ได้รับส่วนแบ่งสิ่งของ แม้แต่ไปคุยกับอันหยางก็ไม่มีประโยชน์ เพราะของพวกนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินของโรงเรียนทั้งหมด แต่ถือเป็นการบริจาคส่วนตัวของเหวินชิง

ถังโม่นึกไม่ถึงเลยว่าสาเหตุที่ทำให้เหวินชิงขุ่นเคือง จะเป็นเพราะเธอโดดเด่นเกินไปและได้รับความสนใจจากรุ่นพี่ในห้องแล็บมากกว่า

"เกินไปแล้ว! เธอยังไม่ได้ทำอะไรให้เจ็บแค้นเลย หรือจะเป็นเพราะเธอสวยกว่า หล่อนเลยอิจฉา?"

หลี่หลานหลานบ่นอุบอิบ โดยไม่รู้ตัวว่าพูดถูกเผง

"กินของฉันสิ ตอนนี้มีเยอะแยะ พอกลับถึงห้อง เดี๋ยวฉันแบ่งใส่ชามให้"

"ฉันก็จะแบ่งส่วนของฉันให้ด้วย ถ้าของฉันกับหลานหลานรวมกัน ก็ได้ตั้งสามชุด" ซ่งชิงเสริม

ถังโม่ยังมีอาหารและไม่ได้ขาดแคลนน้ำ แต่อาหารที่แจกตอนนี้มีผักใบเขียวรวมอยู่ด้วย

ผักใบเขียวเหรอ? นานแค่ไหนแล้วที่พวกเธอไม่ได้กินผักใบเขียว? ผิวพรรณของพวกเธอแห้งผากยิ่งกว่าผืนดินแตกระแหง

"ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องพึ่งพาพวกเธอสองคนแล้วล่ะ ต่อไปนี้ฉันจะดูแลพวกเธอประดุจราชินีเลย"

ถังโม่ยิ้มและตอบตกลง ความสัมพันธ์ของเธอกับรูมเมทตอนนี้แทบจะเป็นการดูแลซึ่งกันและกัน เธอจึงยอมรับน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ นี้ได้

ถังโม่เพียงแค่จนปัญญากับความเกลียดชังของเหวินชิง แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ

เธอเป็นคนมีเหตุผลมาก มันเป็นสิทธิ์ของเหวินชิงที่จะให้ของของตัวเองกับใครก็ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เธอก็ได้กินของจากมิติของเหวินชิง ถือว่าติดหนี้บุญคุณกันอยู่ แม้เธอจะไม่เห็นด้วยกับนิสัยและบุคลิกของเหวินชิง แต่เธอก็พูดว่าร้ายอีกฝ่ายไม่ได้เต็มปาก

ไม่ได้เลวร้ายอะไร อย่างมากก็แค่ทำตัวเป็นเด็ก

ด้วยนิสัยแบบนี้ วันสิ้นโลกจะสอนบทเรียนให้เธอเอง

นับตั้งแต่เรื่องมิติถูกเปิดเผย เหวินชิงก็เลิกไปที่ห้องแล็บ แต่เธอจะเดินทอดน่องรอบสนามกีฬาวันละสองครั้งในช่วงเวลาแจกจ่ายอาหาร โดยมีนักเรียนชายสองคนจากแผนกกีฬาคอยเดินตามต้อยๆ เสมอ

เด็กหนุ่มสองคนนั้นถูกจัดหามาโดยฝ่ายบริหารโรงเรียน ซึ่งอ้างว่าความสงบเรียบร้อยในโรงเรียนตอนนี้ค่อนข้างวุ่นวาย พวกเขาจึงต้องคอยคุ้มกันเธอ

คลังอาหารเคลื่อนที่ของคนทั้งโรงเรียน ใครจะกล้าประมาท?

เรียกว่าคุ้มกัน แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ต่างอะไรจากการจับตามอง

ตัวเหวินชิงเองดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ เดินทอดน่องอย่างมีความสุข เวลาอารมณ์ดี เธอก็จะเอ่ยถามผู้คน

"อาหารอร่อยไหม? น้ำดีหรือเปล่า? ตอนนี้มีความสุขกับชีวิตไหม?"

ทุกคนที่ถูกถามต่างทำหน้าเอือมระอา มันเหมือนผู้นำลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมรากหญ้าไม่มีผิด

ปากก็เยินยอสรรเสริญ แต่ในใจก่นด่าสาปแช่ง

ทุกคนซาบซึ้งในอาหาร แต่ท่าทีวางก้ามของเธอ ที่มักจะทำตัวประหนึ่งพระเจ้า ทำให้พวกเขาไม่อาจเคารพเธอได้จากใจจริง

อย่างไรก็ตาม พวกเขาทำได้เพียงบ่นงึมงำลับหลัง ถ้าเธอรู้เข้า มีหวังโดนขึ้นบัญชีดำแน่ ตอนนี้ไม่มีใครกล้าหือกับเหวินชิงหรอก

จบบทที่ บทที่ 19 ทุกคนรอดแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว