เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 รายชื่อแผ่นนั้น

บทที่ 1 รายชื่อแผ่นนั้น

บทที่ 1 รายชื่อแผ่นนั้น


บทที่ 1 รายชื่อแผ่นนั้น

ภายในห้องชงชา ณ เรือนปีกข้างของตำหนักเหวินหัว หลังจากฉู่หลิวเจิงชงชาเสร็จเรียบร้อย นางก็ฉวยโอกาสขณะปลอดคนนั่งพักบนตั่ง พลางเรียกหน้าต่างระบบในห้วงความคิดขึ้นมาอ่านข่าวซุบซิบ

[สนมชุนฉางไจ้เพิ่งได้ตำราภาพวสันต์มาเล่มหนึ่ง แอบฝึกฝนอยู่ในห้องมาสามวันติดแล้ว เตรียมจะทำเซอร์ไพรส์ให้ฝ่าบาท จุ๊ๆ... ได้ยินว่าสนมชุนผู้นี้สมฉายาจริงๆ ใบหน้าใสซื่อบริสุทธิ์แต่รูปร่างกลับเย้ายวนร้อนแรง แบบนี้จะไม่... แค่ก แค่ก อิจฉาลาภปากเรื่องผู้หญิงของเจ้าทรราชจริงๆ!]

[เมื่อคืนกุ้ยเฟยลองใช้ครีมประทินโฉมที่สำนักหมอหลวงถวายมา ตื่นเช้ามาหน้าพังยับ ผื่นแดงขึ้นเต็มหน้า รักษาไม่หายง่ายๆ แถมอาจทิ้งรอยแผลเป็น สมน้ำหน้า! คนชั่วได้รับผลกรรม ให้รู้ซะบ้างว่ารสชาติของการตบตีนางกำนัลเล่นเป็นยังไง! สมควรโดนแล้ว!]

[ราชบุตรเขยขององค์หญิงใหญ่แอบเลี้ยงดูภรรยาน้อยไว้ข้างนอก...]

อ่านไปได้เพียงส่วนหัวข้อ ฉู่หลิวเจิงก็ได้ยินเสียงแหลมเล็กอันคุ้นหูร้องทักขึ้น

"แม่นางหลิวเจิง การประชุมเช้าเสร็จสิ้นแล้ว ฝ่าบาททรงเรียกเสนาบดีกรมคลัง เสนาบดีกรมขุนนาง และมหาบัณฑิตจางแห่งหอเหวินหยวนมาหารือข้อราชการที่ตำหนักเหวินหัว เตรียมน้ำชาเรียบร้อยแล้วหรือยัง"

โจวหยวนเต๋อ ขันทีใหญ่คนสนิทข้างกายฮ่องเต้ซุ่นกวง เดินกอดแส้ปัดแมลงก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องชงชา ครั้นเห็นฉู่หลิวเจิงแอบอู้นั่งเหม่อลอยอีกแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะอยากดุสักคำสองคำ

ทว่าคำตำหนิที่จ่ออยู่ที่ริมฝีปากกลับต้องถูกกลืนลงคอ เมื่อนึกขึ้นได้ว่าฮ่องเต้ทรงปฏิบัติกับนางผู้นี้แตกต่างจากผู้อื่น สีหน้าของเขาจึงดูบิดเบี้ยวพิกล

"กงกงวางใจเถิดเจ้าค่ะ ข้าเตรียมไว้พร้อมแล้ว"

ฉู่หลิวเจิงลุกขึ้นยืน ก้มลงจัดชายกระโปรงที่ยับเล็กน้อยให้เรียบร้อย แล้วผายมือไปยังโต๊ะยาว

"ช่วงนี้อากาศในฤดูใบไม้ร่วงแห้งแล้ง สองวันมานี้ฝ่าบาททรงงานดึกตรวจฎีกาจนดึกดื่น คงจะทรงใช้สายพระเนตรและพระสมองอย่างหนัก ข้าจึงเตรียมชาเม็ดบัว ผสมไป่เหอและลำไยแห้ง ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับร้อน ชุ่มปอด และสงบจิตใจไว้เพคะ"

"ส่วนใต้เท้าทั้งหลายที่มักจะมาหารือข้อราชการที่ตำหนักเหวินหัว ข้าก็ได้เตรียมชาที่พวกท่านโปรดปรานไว้แล้ว วันนี้มีสามท่าน เสนาบดีกรมคลังชอบชาผู่เอ๋อร์ เสนาบดีกรมขุนนางชอบชาหลงจิ่ง ส่วนมหาบัณฑิตจางชอบชาต้าหงเผา ข้าจำไม่ผิดใช่หรือไม่เจ้าคะ"

"ถูกต้องทีเดียว" ใบหน้าของโจวหยวนเต๋อเผยรอยยิ้มพึงพอใจ "สมกับเป็นคนที่ฮองเฮาทรงอบรมมาด้วยพระองค์เอง การทำงานละเอียดรอบคอบ รู้จักคิดเผื่อ เจ้าระเบียบไม่มีตกหล่น"

ฉู่หลิวเจิงเหยียดยิ้มการค้าในใจ พลางค่อนขอดเงียบๆ

'มิน่าเล่าถึงครองตำแหน่งมือขวาของทรราชได้อย่างเหนียวแน่น ดูสิ ประโยคเดียวชมได้ถึงสองคน แถมยังแฝงการยกยอฮองเฮาไปในตัว หากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูฮองเฮา พระนางจะไม่จดจำความดีความชอบของเขาได้อย่างไร'

โจวหยวนเต๋อเร่งเร้า "ในเมื่อเตรียมพร้อมแล้วก็อย่าชักช้า ฝ่าบาทกับใต้เท้าทั้งสามกำลังรออยู่"

"เจ้าค่ะ" ฉู่หลิวเจิงยกกาน้ำทองแดงลงจากเตาถ่าน ก้มหน้าชงชาตามขั้นตอนอย่างพิถีพิถัน

นิ้วเรียวยาวขาวผ่องดุจรากบัวยามเคลื่อนไหวชงชานั้นดูงดงามชดช้อยยิ่งกว่าผู้อื่น โจวหยวนเต๋อจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ในใจคิดว่ามือนุ่มเนียนดั่งหยกคู่นี้ช่างน่ามองจนอาจต้องพระทัยฝ่าบาทเข้าสักวัน

"ข้าจำได้ว่าวันนี้แม่นางหว่านถังเข้าเวรด้วยไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงไม่เห็นนาง"

ฟังจากน้ำเสียงของโจวหยวนเต๋อ ดูเหมือนเขาเริ่มจะหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว

ฉู่หลิวเจิงมือไม่หยุดชงชา ปากก็เอ่ยแก้ต่างเสียงนุ่ม "เมื่อเช้านางรีบทำเวลาเลยดื่มน้ำเย็นเข้าไป พักนี้จู่ๆ ก็เกิดปวดท้องขึ้นมา จึงขอตัวไปปลดทุกข์เจ้าค่ะ ประเดี๋ยวคงกลับมา"

พูดไม่ทันขาดคำ คนที่ถูกกล่าวถึงก็กลับมาพอดี

เมื่อเห็นโจวหยวนเต๋อยืนอยู่ในห้องชงชา เจียงหว่านถังก็ตกใจรีบย่อกายคารวะ "คารวะโจวกงกงเจ้าค่ะ"

โจวหยวนเต๋อหันกลับมา ตีหน้าดุตำหนินางไปสองสามประโยค ก่อนจะหันมากำชับฉู่หลิวเจิงอีกครั้งแล้วเดินสะบัดก้นจากไป

เจียงหว่านถังแลบลิ้นใส่แผ่นหลังที่เดินจากไป แล้วรีบเข้ามาคล้องแขนฉู่หลิวเจิงอย่างสนิทสนม "เมื่อครู่ขอบใจพี่หญิงมากนะเจ้าคะ ไม่อย่างนั้นข้าคงโดนโจวกงกงเทศนาจนหูชาแน่"

ฉู่หลิวเจิงยื่นถาดไม้ให้นาง "โจวกงกงเขาก็หวังดี วันหน้าเจ้ายังจะกล้าดื่มน้ำเย็นสุ่มสี่สุ่มห้าอีกหรือไม่"

"ไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะ" เจียงหว่านถังช่วยยกถ้วยชาแก้วเจียระไนจากโต๊ะขึ้นวางบนถาด

ถาดมีทั้งหมดสองใบ ใบหนึ่งสำหรับชาส่วนพระองค์ อีกใบสำหรับถ้วยชาของขุนนางทั้งสาม

"พี่หญิง เรารีบไปกันเถอะเจ้าค่ะ" เจียงหว่านถังยกถาดใส่ชาเม็ดบัวไป่เหอลำไยเดินนำออกไปก่อน

ฉู่หลิวเจิงรู้ทันความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของเจียงหว่านถังดี นางไม่อยากแย่งความดีความชอบ ทั้งยังนึกอยากจะคว้ามืออีกฝ่ายมากุมขอบคุณเสียด้วยซ้ำ

ขอให้คนดีมีชีวิตที่สงบสุขเถิด!

นางก้มหน้าทบทวนความจำว่าชาถ้วยไหนเป็นของใครอีกรอบ เพื่อความแน่ใจว่าจะไม่เสิร์ฟผิด ก่อนจะยกถาดเดินตามออกไป...

เพล้ง!

ภายในตำหนักเหวินหัว ฮ่องเต้ซุ่นกวง 'เซียวจิ่งฟาน' ขว้างสมุดฎีกาในมือลงพื้นด้วยความเกรี้ยวกราด

"ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ!" ขุนนางทั้งสามในห้องโถงรีบคุกเข่าลงกระแทกพื้นเสียงดังตึง เสนาบดีกรมขุนนางตัวสั่นเทา เหงื่อเย็นไหลอาบหน้า

"ระงับโทสะ?" เซียวจิ่งฟานเลิกคิ้วเข้มขึ้น แค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "นายอำเภอคนหนึ่ง แทนที่จะสร้างประโยชน์ให้ราษฎร กลับสมรู้ร่วมคิดกับข้าราชการชั่วขูดรีดชาวบ้าน เพียงแค่สองปีที่รับตำแหน่ง ยักยอกเงินไปกว่าห้าหมื่นตำลึง ราษฎรในปกครองเดือดร้อนทุกข์เข็ญ หากไม่ใช่เพราะจางเชียนลอบลงไปสืบราชการลับ ป่านนี้พวกเจ้าจะปิดหูปิดตาข้าไปอีกนานแค่ไหน แล้วจะให้ข้าระงับโทสะได้อย่างไร!"

ขุนนางทั้งสามตัวสั่นงันงก ร้องประสานเสียง "พระวรกายฝ่าบาทสำคัญที่สุด โปรดระงับโทสะด้วยพะยะค่ะ"

มองดูจิ้งจอกเฒ่าทั้งสามที่หมอบกราบอยู่เบื้องล่าง เพลิงโทสะของเซียวจิ่งฟานยิ่งพุ่งพล่าน

ระงับโทสะ ระงับโทสะ นอกจากบอกให้เขาระงับโทสะแล้ว ขุนนางคู่ใจเหล่านี้ทำอะไรเป็นบ้าง!

นายอำเภอขั้นแปดตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะมีปัญญาปิดฟ้าข้ามทะเลได้ขนาดนี้เชียวรึ?

เขาไม่เชื่อหรอกว่าตาเฒ่าสามคนนี้จะไม่ระแคะระคายเลยสักนิด!

[อุ๊ยตาย ทรราชกำลังกริ้วจัด มาได้ผิดจังหวะจริงๆ!]

เมื่อได้ยินเสียงในใจอันคุ้นเคยนี้ ความโกรธของเซียวจิ่งฟานที่กำลังปะทุจนผมแทบชี้ตั้งก็ชะงักกึก สายตาของเขาตวัดไปยังทางเข้าตำหนัก ก็เห็นร่างอรชรที่คุ้นตายืนแนบอยู่ข้างกำแพง

[จะเข้าไปถวายชาดีไหมเนี่ย? ทรราชโมโหขนาดนี้ วันนี้คงเป็นวันครบรอบวันตายของถ้วยชาแก้วนี้แน่ๆ เฮ้อ เสียดายของชะมัด]

[ใต้เท้าทั้งสามก็นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น คงไม่มีอารมณ์มาดื่มชาหรอกมั้ง หรือข้าควรจะถอยกลับไปตั้งหลักที่ห้องชงชาก่อนดี?]

ฉู่หลิวเจิงทำท่าจะย่องหนี แต่แล้วก็เห็นเจียงหว่านถังผู้กล้าหาญ ถือถาดชาเดินนวยนาดอย่างงดงามตรงเข้าไปหาทรราช

[!!!]

[ภาพมีมเอ๋อร์คังยื่นมือห้ามลอยขึ้นมาในหัว.jpg]

[เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่ข้ายังอยากอยู่นะ!]

เมื่อเห็นฉู่หลิวเจิงยืนนิ่งไม่ขยับ โจวหยวนเต๋อก็รีบส่งสายตาให้นาง: รีบเข้าไปเร็วเข้า!

ฉู่หลิวเจิง: "..."

นางกัดฟันกรอด คิดในใจ 'เอาวะ ไปก็ไป!'

[อ๊ากกก!! ไอ้ทรราชเฮงซวย ข้าอุตส่าห์รับใช้สบายๆ อยู่ที่ตำหนักฉางชุน ทำไมต้องย้ายข้ามาสังกัดฝ่ายในรับใช้ใกล้ชิดด้วยนะ?!]

[ทรราชโกรธจัดขนาดนี้ แถมพวงทุจริตเบื้องหลังข้าราชการชั่วนั่นยักยอกเงินไปตั้งห้าหมื่นตำลึง ถ้าสาวไส้ออกมาหมด ทรราชไม่กระอักเลือดตายเลยรึ?]

[ข้ายังจำรายชื่อในบัญชีดำจากข่าวซุบซิบได้แม่นเลย มีทั้ง ลู่เจียรุ่ย ข้าหลวงตรวจการมณฑลเจ้อเจียง, จงจื้อเฉิน ผู้บัญชาการทหาร, เฉาจวิ้นหาว ผู้ว่าการเมืองไถโจว, ผู้ตรวจการแซ่หลิว... รวมทั้งหมดสิบสี่คน จุ๊ๆ ข้าราชการกังฉินเยอะจริงๆ]

เซียวจิ่งฟานผู้ซึ่งได้ยินทุกคำในใจนางอย่างชัดเจน: "..."

ขอบใจที่ถาม เขาใกล้จะอกแตกตายอยู่รอมร่อแล้ว!!

ทันใดนั้น เขาก็คว้าถ้วยชาแก้วแล้วขว้างลงพื้น น้ำชาร้อนๆ ผสมเศษแก้วแตกกระเจิง ทำให้เจียงหว่านถังตกใจจนยกมือปิดหน้ากรีดร้อง "กรี๊ด!"

เซียวจิ่งฟานไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง เอ่ยเสียงเย็นเยียบ "ลากนางออกไปโบยให้ตาย!"

ขันทีน้อยรีบกรูเข้ามาทันที เอาผ้าอุดปากเจียงหว่านถังแล้วลากตัวออกไป

ไม่เปิดโอกาสให้นางได้ร้องขอชีวิตแม้แต่คำเดียว

เจียงหว่านถังหวาดกลัวจนน้ำตาไหลพราก สายตามองมาที่ฉู่หลิวเจิงเพื่อขอความช่วยเหลือ

ฉู่หลิวเจิงหลุบตาลง ถอนหายใจในใจ

[นังหนูเอ๊ย ต่อให้ทรราชจะหล่อเหลาปานเทพบุตร แต่เขาก็ยังเป็นทรราชที่ฆ่าคนไม่กะพริบตาอยู่ดี]

[เฮ้อ! ผู้กล้าคนที่สามของเดือนนี้จากไปแล้ว ข้าต้องเปลี่ยนรูมเมทใหม่อีกแล้วเหรอเนี่ย หาคนที่อายุยืนกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไงนะ แบบข้านี่ไง?!]

[ข้าไม่อยากรับใช้ทรราชคนเดียวโว้ย!!!]

อาศัยจังหวะที่ทรราชไม่ทันสังเกต ฉู่หลิวเจิงแอบวางถ้วยชาลงเงียบๆ เตรียมจะชิ่งหนี แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตวาดลั่น

"หยุดเดี๋ยวนี้!"

จบบทที่ บทที่ 1 รายชื่อแผ่นนั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว