เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7: สมุดจดบันทึก

บทที่ 7: สมุดจดบันทึก

บทที่ 7: สมุดจดบันทึก


บทที่ 7: สมุดจดบันทึก

เซี่ยซิงเมิ่งรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหลินโหย่วอยู่ในระดับธรรมดา การที่หลินโหย่วเลี้ยงชานมไข่มุกเธอก็เป็นเพียงเพราะเขามานั่งแย่งที่ของหวังเหลียนเมื่อตอนพักเที่ยง ด้วยนิสัยที่ค่อนข้างจริงจัง เธอจึงรู้สึกว่าตนไม่สมควรได้รับของสิ่งนี้และตั้งใจจะคืนเงินให้

"นี่ ซิงเมิ่ง หลินโหย่วเขาแค่มีน้ำใจ ถ้าเธอไม่กิน ฉันจะกล้ากินคนเดียวได้ยังไง?" หวังเหลียนรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองเป็นแค่ตัวประกอบ ชานมไข่มุกแก้วนี้เป็นเพียงผลพลอยได้จากการที่หลินโหย่วตั้งใจมานั่งทำโจทย์ข้างๆ เซี่ยซิงเมิ่งเมื่อตอนกลางวันต่างหาก

ถึงเธอจะไม่คิดขายเพื่อนรัก แต่กะอีแค่ชานมแก้วเดียว ไว้คราวหน้าค่อยเลี้ยงคืนก็ได้ไม่ใช่เหรอ? มิตรภาพมันก็ต้องมีการให้และการรับบ้างสิ

ก็เหมือนกับพวกผู้ชายที่ไม่ปฏิเสธเวลาสาวสวยขอเข้ากลุ่มนั่นแหละ ผู้หญิงเราก็เหมือนกัน การได้เป็นเพื่อนกับคนหน้าตาดีมันก็กระชุ่มกระชวยหัวใจดีออก

เซี่ยซิงเมิ่งยังคงนิ่งเฉย จ้องมองหลินโหย่วตาแป๋วด้วยความจริงจัง

เมื่อก่อนหลินโหย่วเคยเป็นพวก 'ปลาเค็ม' ที่ไร้ความกระตือรือร้น แต่ตอนนี้เขาชอบคบหากับคนจริงจัง เขาจึงยิ้มแล้วพูดว่า "เมื่อตอนเที่ยงเธอยังบอกอยู่เลยว่าฉันไม่ได้มาคุยเล่นด้วยตั้งนาน แล้วทำไมพอฉันมาคุยด้วยตอนนี้ เธอถึงจะไม่ยอมรับน้ำใจล่ะ?"

เซี่ยซิงเมิ่งกระพริบตาปริบๆ ยอมรับเหตุผลนั้นและเอ่ยว่า "ขอบคุณนะ"

ทั้งสามคนยืนพิงราวระเบียงรับลมเย็นยามค่ำคืน พลางดูดชานมไข่มุก แม้บทสนทนาจะมีไม่มากนัก แต่บรรยากาศกลับดูผ่อนคลายอย่างยิ่ง

"ตั้งแต่เริ่ม 'การทบทวนรอบแรก' ก็เหนื่อยทุกวันเลย นี่เพิ่งขึ้น ม.6 ได้ไม่กี่วันเองนะ ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเวลาเดินช้าเป็นเต่าคลานแบบนี้..."

หวังเหลียนเริ่มบ่นเรื่องชีวิตเด็ก ม.6 ตามความเคยชิน เซี่ยซิงเมิ่งหันไปมองหลินโหย่วแล้วย้อนว่า "เธอพยายามไปแค่ไหนกันเชียว? มีคนอื่นที่ลำบากกว่าเธอตั้งเยอะแยะ"

หวังเหลียนชะโงกหน้าข้ามไหล่เซี่ยซิงเมิ่งมองไปทางหลินโหย่ว "นั่นสิ หลินโหย่ว ช่วงนี้ฉันเห็นนายขยันมากเลย ปิดเทอมหน้าร้อนที่ผ่านมาก็คงลำบากน่าดู นายเลือกมหาวิทยาลัยที่อยากเข้าได้หรือยัง? ที่ขยันขนาดนี้เพราะมีเป้าหมายแล้วใช่ไหม?"

หลินโหย่วเหลือบมองหวังเหลียนเล็กน้อย "ยังไม่ได้ปักธงที่ไหนเป็นพิเศษ แต่ฉันอยากเข้ามหาวิทยาลัยในโครงการ 985 น่ะ"

"ว้าว!" หวังเหลียนตกตะลึงตาค้าง ไม่ต่างอะไรกับเซี่ยซิงเมิ่ง

ปัจจุบันเกรดของหลินโหย่วอยู่แค่ระดับมหาวิทยาลัยทั่วไป ยังห่างไกลจากมหาวิทยาลัยชั้นนำโครงการ 985 อีกโข

คนที่สอบเข้า 985 ได้ แม้แต่ในห้องทดลองวิทย์เองก็ยังถือว่าเป็นระดับหัวกะทิ

ไม่ต้องพูดถึงห้องเรียนธรรมดาอย่างห้อง 7 เลย

เซี่ยซิงเมิ่งครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดอย่างเป็นกลางว่า "ถึงนายจะอัพคะแนนขึ้นมาเกือบร้อยคะแนนในช่วงปิดเทอม แต่ความยากของการไต่จาก 450 ไป 550 มันคนละเรื่องกับการไต่จาก 550 ไปให้ถึง 600 อัพเลยนะ"

หลินโหย่วรู้ว่าเซี่ยซิงเมิ่งหวังดีเตือนสติ แต่เขาก็อดถอนหายใจไม่ได้ มิน่าล่ะ เซี่ยซิงเมิ่งที่หน้าตาสะสวยไม่แพ้ใครในโรงเรียนมัธยมอันเฉิงที่ 7 ถึงไม่ค่อยป๊อปในหมู่เพื่อนห้อง 7 และห้องข้างเคียง แถมไม่ค่อยมีใครมาจีบ

คุยไม่เก่งเอาซะเลยนะ ยัยเด็กบ้า! เวลานี้เธอควรจะให้กำลังใจฉันไม่ใช่เหรอ?

แต่ด้วยข้อมูลอนาคตจากระบบ หลินโหย่วรู้ดีว่าสิ่งที่เซี่ยซิงเมิ่งพูดนั้นถูก ในเส้นทางชีวิตเดิม หลินโหย่วได้มาถึงขีดจำกัดทางการเรียนแล้ว และในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเขาก็ไม่สามารถก้าวข้ามระดับนี้ไปได้

แต่ตอนนี้เขามีสูตรโกงอย่าง 'ระบบแถบความคืบหน้า' อยู่กับตัวนี่นา! ที่เมื่อกี้บอกว่าเป้าหมายคือมหาวิทยาลัย 985 ก็เพราะกลัวพวกเธอจะช็อคตายต่างหาก มีระบบทั้งที หลินโหย่วจะพอใจแค่ 985 ได้ยังไง?

ทว่าหลินโหย่วก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าเป็นแบบนั้น เขากับเซี่ยซิงเมิ่งก็คงไม่ได้เรียนที่เดียวกันสิ? แล้วหลังจากนั้น... จะยังมีเรื่องราวระหว่างพวกเขาสองคนอยู่อีกไหม?

เขาพลันรู้สึกเศร้าแปลกๆ ในใจ จึงหยิบมือถือขึ้นมาส่งข้อความหาตู้จ้าวอวี่เงียบๆ

"หัวหน้าห้อง สมุดจดที่เธอให้ฉันมา ฉันเอาไปให้เพื่อนลอกด้วยได้ไหม?"

ผิดคาด ตู้จ้าวอวี่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว "ฉันให้นายแล้ว สมุดนั่นก็เป็นของนายแล้วล่ะ"

หลินโหย่วโล่งอก เขายิ้มแล้วเงยหน้ามองเซี่ยซิงเมิ่ง "ฉันมีเพื่อนสมัยมัธยมต้นอยู่ห้องทดลองวิทย์คนหนึ่ง... เธอยกสมุดจดสรุปช่วงทบทวนรอบแรกให้ฉัน ซึ่งมีส่วนช่วยให้ฉันมั่นใจว่าจะเข้า 985 ได้... เอามาแบ่งให้พวกเธอดูด้วย เอาไหม?"

ดวงตาของเซี่ยซิงเมิ่งเบิกกว้างเมื่อได้ยินดังนั้น ใจหนึ่งเธอก็เป็นคนจริงจังและค่อนข้างตึงเครียด ไม่ชอบรับของใครพร่ำเพรื่อ แต่อีกใจหนึ่ง... นั่นมันสมุดจดของเด็กเทพห้องทดลองวิทย์ที่คะแนนสูงกว่า 660 เชียวนะ!

เซี่ยซิงเมิ่งชื่นชมคนเก่งเป็นที่สุด คนฉลาดมักจะมีออร่าวิบวับในสายตาเธอเสมอ

"เอ่อ... จะรับไว้เฉยๆ ได้ยังไง? เอาอย่างนี้ไหม สุดสัปดาห์นี้พวกเราลงขันกันเลี้ยงข้าวหลินโหย่วสักมื้อ?"

เมื่อต้องเผชิญกับสิ่งล่อใจระดับ "สุดยอดคัมภีร์ลับ" เซี่ยซิงเมิ่งก็ต้านทานไม่ไหว เธอใช้ไหล่กระแซะหวังเหลียนแล้วกระซิบเสนอไอเดีย

แต่หวังเหลียนกลับทำหน้าปูเลี่ยน "แล้วฉันจะอ่านสรุปของเทพเจ้าคะแนน 660 รู้เรื่องเหรอ?"

เซี่ยซิงเมิ่งโมโหที่เพื่อนขาดความทะเยอทะยาน "ทำไมเธอถึงได้เหยาะแหยะแบบนี้? นี่ ม.6 แล้วนะ ถ้าไม่ขยันตอนนี้ จะไปรอขยันตอนซิ่วปีหน้าหรือปีมะรืนหรือไง?"

หวังเหลียนเป็นคนอารมณ์ดีและรู้นิสัยของเซี่ยซิงเมิ่ง เธอจึงไม่โกรธที่โดน "ดุ" ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ หน้ามุ่ย

"ก็ได้ๆ หลินโหย่ว ค่าขนมฉันมีไม่เยอะนะ นายห้ามเลือกร้านแพงล่ะ!"

หลินโหย่วส่ายหน้า "ไม่เป็นไรหรอก ของนี่คนอื่นเขาให้มาอีกที ฉันก็แค่ยืมดอกไม้ถวายพระ เอามาแบ่งปันต่อเฉยๆ"

"ไม่ได้!" x 2

เซี่ยซิงเมิ่งยืนยันเสียงแข็ง "ตอนที่คนเขาให้นายมา นายก็ติดหนี้บุญคุณเขาไปแล้ว ทีนี้พอนายเอามาให้พวกเรา พวกเราก็ต้องตอบแทนบ้าง ไม่งั้นนายก็ไม่ได้เห็นพวกเราเป็นเพื่อนสิ"

ท่าทีจริงจังทุกถ้อยคำของเซี่ยซิงเมิ่งทำให้หลินโหย่วอึ้งไปเล็กน้อย... ในยุคที่เต็มไปด้วย 'นางฟ้าตัวน้อย' เอาแต่ใจ ผู้หญิงนิสัยดีแบบนี้ช่างหายากเหลือเกิน... เขาเกือบจะปล่อยให้ตัวเองห่างเหินจากผู้หญิงดีๆ แบบนี้ไปแล้วเชียว... มิน่าล่ะ ระบบถึงอยากให้เขาสานสัมพันธ์กับเธอ

"โอเค ก็ได้"

...

ตู้จ้าวอวี่กับซูเหวินเหวินกำลังเดินกลับมาจากร้านสะดวกซื้อโรงเรียน ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ขณะที่เธอเดินมาถึงตึกเรียน ม.6 และกำลังจะก้าวเข้าห้องเรียน เธอก็เผลอเงยหน้ามองไปที่ห้อง 7 โดยไม่รู้ตัว ฝีเท้าของเธอหยุดชะงักทันที

แม้แสงจะสลัว แต่เธอก็จำหลินโหย่วที่ยืนพิงระเบียงชั้นสองพร้อมกับเด็กผู้หญิงสองคนข้างกายได้แม่นยำ

เธออดรู้สึกโหวงเหวงในใจไม่ได้ แต่ก็สลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปในทันที

ซูเหวินเหวินเดินนำไปสองก้าว พอหันกลับมาเห็นตู้จ้าวอวี่ยืนนิ่งอยู่หน้าตึกเรียนก็ถามขึ้น "อวี่เป่า เป็นอะไรไป?"

ตู้จ้าวอวี่มองซูเหวินเหวินแต่ไม่ได้ตอบ เธอมองขึ้นไปที่ชั้นสองแล้วโบกมือให้หลินโหย่วและเพื่อนอีกสองคนในระยะไกล

"บังเอิญจังนะ หลินโหย่ว"

หลินโหย่วกับสองสาวข้างกายประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มและโบกมือตอบ "บังเอิญจัง หัวหน้าห้อง"

หลังจากแสดงตัวให้เขารู้แล้ว ตู้จ้าวอวี่ก็เดินคล้องแขนซูเหวินเหวินเข้าห้องเรียนไป

ณ ระเบียงชั้นสอง

หลังจากโบกมือทักทาย หลินโหย่วมองส่งตู้จ้าวอวี่จนลับตาเข้าห้องเรียนไป พอหันหน้ากลับมาก็เจอกับสีหน้าตื่นตะลึงของเซี่ยซิงเมิ่งและหวังเหลียน

"เด็กเทพห้องทดลองที่ให้สมุดจดนาย... คงไม่ใช่ตู้จ้าวอวี่หรอกนะ?!"

ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ของโรงเรียนมัธยมอันเฉิงที่ 7 มีห้องสายวิทย์ทั้งหมด 15 ห้อง ประกอบด้วยห้องทดลอง 2 ห้อง ห้องคีย์ 4 ห้อง และห้องธรรมดา 9 ห้อง

ห้องทดลองวิทยาศาสตร์คือสมบัติล้ำค่าของโรงเรียน ทั้งในด้านการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียน พวกเขามีอภิสิทธิ์ที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรจากฝ่ายบริหาร ซึ่งเคลือบออร่าทองคำคำว่า "ยอดอัจฉริยะ" ให้กับสิ่งที่เรียกว่าห้องทดลองวิทยาศาสตร์โดยปริยาย

ห้องทดลองวิทย์สองห้องรวมกันมีนักเรียนร้อยคน แต่มีผู้หญิงไม่ถึงยี่สิบคน และในจำนวนนั้น ผู้หญิงที่ทำคะแนนสอบได้เกิน 660 ทุกครั้งยิ่งหาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

ในฐานะหนึ่งในคนส่วนน้อยเหล่านั้น ตู้จ้าวอวี่ไม่เพียงแต่ติดท็อป 3 ของระดับชั้นทุกครั้ง แต่ยังเป็นขาประจำบนบอร์ดเกียรติยศของโรงเรียน หน้าตาของเธอในรูปถ่ายจึงเป็นที่คุ้นเคยของนักเรียนที่สนใจบอร์ดประกาศผลการเรียนมานานแล้ว

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเซี่ยซิงเมิ่งถึงจำตู้จ้าวอวี่ที่อยู่คนละห้องได้ทันที

จบบทที่ บทที่ 7: สมุดจดบันทึก

คัดลอกลิงก์แล้ว