เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0031

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0031

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0031


ตอนที่ 31 : บำรุงร่างด้วยน้ำพุราชสีห์

เมื่อประตูปิดลง ผู้อำนวยการจางยิ้มและกล่าวว่า “ฉินหยุน เจ้าควบคุมพลังปราณได้ดีใช่เล่นเลย!”

ผู้อำนวยการจางในชุดสีเทา ตอนนี้เขาเหมือนชายชราร่างเล็ก ทว่าเขานั้นแข็งแกร่งยิ่ง ฉินหยุนเมื่อครู่เล่นตุกติกระหว่างการหมุนวงล้อ ซึ่งก็ไม่มีทางปิดซ่อนผ่านสายตาและประสบการณ์ของอีกฝ่ายได้

“ผู้อำนวยการ ข้าไม่ได้แหกกฎใช่หรือไม่?” ฉินหยุนแทบเอาลิ้นดุนเพดานปาก เขากังวลว่าวิญญาณยุทธ์ที่สองจะถูกเปิดเผย

“ก็ไม่! ต่อให้มันผิดกฎ ข้าก็ยังจะมอบวิชาวายุสังหารนั้นแก่เจ้าอยู่ดี” ผู้อำนวยการจางหัวเราะร่วน “เจ้าคืออัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่ง ตัวเจ้านั้นดีกว่ารัชทายาทคนใหม่เป็นไหน ๆ! ข้าเองยังเกือบเข้าไปหยุดเว่ยเสวียนคุน แต่พอคิดว่าที่ไม่ลงมือจนเกิดโอกาสให้เจ้าเลื่อนพลังสู่ระดับห้า มันน่าตื่นตาตื่นใจดีเสียจริง!”

ฉินหยุนเอ่ยอย่างถ่อมตน “ขอบคุณในความกรุณาของท่าน!”

ผู้อำนวยการจางหยุดฝีเท้า หันมองรอบ และกล่าวถามด้วยสีหน้าดุดัน “เจ้ารู้ข่าวคราวเรื่องพระราชบิดาเจ้าเพียงใด?”

ฉินหยุนขมวดคิ้วทันที “พระบิดาข้าเกิดอาการพลังแตกซ่าน?”

สีหน้าผู้อำนวยการจางเผยความประหลาดใจขณะเอ่ยถาม “ใครบอกเจ้า?”

“ฉินเต๋อเหริน!” ฉินหยุนบอกเล่าแก่ผู้อำนวยการจางว่ามันเกิดอะไรขึ้นช่วงที่เขาประมือกับฉินเต๋อเหริน

เมื่อได้รับฟัง ผู้อำนวยการจางกล่าวตำหนิอย่างรุนแรง “พระยาฉินคิดอยากฮุบบัลลังก์นานยิ่งแล้ว เพราะแบบนั้นเขาถึงตีตัวออกห่าง แต่แล้วเจ้ากลับเชื่อคำบุตรของเขาหรือ? ผ่านมาหลายปี นี่เจ้ายังไม่รู้จักโลกดีพอหรืออย่างไร?”

ฉินหยุนไม่ทราบว่าผู้อำนวยการจางมีความเกี่ยวข้องอะไร แต่มันทำให้เขาคิดว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงเขาไม่ใช่น้อย

เขาพยักหน้ารับและกล่าวเสียงเบาตอบ “เป็นข้าไม่ระวัง ในอนาคตข้าจะระวังตัวให้ดีกว่านี้ขอรับ!”

ผู้อำนวยการจางปล่อยเสียงถอนหายใจยาวออกมา เท้าเริ่มก้าวเดินต่อ “หลายปีก่อน พระราชบิดาของเจ้าทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ตอนที่พยายามเลื่อนพลังสู่ขอบเขตวรยุทธ์เต๋า การฝึกฝนของเขากลายเป็นบ้าคลั่ง และเขาในตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่พระราชวังหลวง แต่ถูกนำออกห่างและเก็บซ่อนตัวเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ภายในพระราชวังหลวงจักรวรรดิเทียนฉิน ข้าราชบริพารเฒ่าหลายคนคิดว่าเขาสิ้นพระชนแล้ว โดยเฉพาะกับจักรพรรดินีและคนของนางที่คิดอยากขึ้นบัลลังก์จนตัวสั่น”

ฉินหยุนก่อนหน้านี้ยังคิดตำหนิบิดาของตน แต่ตอนนี้เขาทราบแล้วว่าบิดาของตนไม่อาจปกป้องเขาได้เพราะเผชิญกับความยากลำบากครั้งใหญ่ เรื่องนี้ทำเอาอารมณ์ของเขาเกิดความซับซ้อนขึ้นไม่น้อย

“ตอนนี้จงอย่าได้คิดมาก เพียงเน้นสมาธิไปกับการเพิ่มพูนพละกำลัง มีคนของจักรพรรดินีหลายคนในสถาบันยุทธ์ฮัวหลิง แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไปเพราะข้าอยู่ที่นี่”

ที่สุดทางของโถง ผู้อำนวยการจางเปิดประตูที่สลักรูปราชสีห์ทองคำ “เจ้าเข้าไป สระราชสีห์สวรรค์อยู่ข้างใน จำเอาไว้ว่าให้แช่ตัวในสระ หากเจ้าทนไม่ไหว จงออกมาโดยทันที อย่าได้หาญกล้าฝืนตน!”

ห้องหินข้างในคือสระราชสีห์สวรรค์ อันที่จริงมันดูเรียบง่ายกว่านั้น ข้างในก็คือถ้ำ ซึ่งตรงกันข้ามกับเครื่องประดับตกแต่งที่หรูหราภายนอกราวคนละสถานที่

ภายในไม่ใหญ่มากนัก ผนังถ้ำนั้นเต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีขาวสุกสว่าง

ที่ตรงกลางของพื้นที่ มีสระน้ำกว้างราวสองเมตร น้ำภายในสีคล้ายเลือดทั้งยังมีฟองผุด ราวกับมันกำลังเดือดพล่าน!

“ข้าจะรอเจ้าที่ด้านนอก!” ผู้อำนวยการจางตบไหล่ฉินหยุนและกล่าว “จำไว้ให้ดี หากทนไม่ไหว จงรีบออกมา”

ฉินหยุนพยักหน้ารับและเดินเข้าไปภายในด้วยทั้งความกังวลและตื่นเต้น

เมื่อประตูปิดลง เขาเร่งร้อนถอดชุดของตนและก้าวลงสระราชสีห์สวรรค์อันลึกลับ

เพียงขณะที่กำลังจะหย่อนกายลงสระ เขารู้สึกราวถูกไฟลวกจนต้องปล่อยเสียงครางต่ำออกมา เมื่อพยายามโคจรพลังปราณทั่วทั้งร่าง เขากลับพบว่าไม่สามารถทำได้!

“สระราชสีห์สวรรค์นี้มาจากไหนกันแน่?” ฉินหยุนตักน้ำสีแดงขึ้นมาส่วนหนึ่งเพื่อดูให้ใกล้ชิด ทว่าก็ไม่ได้ทำให้รู้ตัวตนของมันแต่อย่างใด

อย่างกะทันหัน เขารู้สึกถึงคลื่นพลังความร้อนแทรกเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว มันแผ่กระจายไปทั้งเลือดเนื้อและกระดูก ความรู้สึกที่เป็นอยู่ตอนนี้เกินกว่าจะบรรยายได้!

“อาจารย์บอกเราก่อนหน้านี้ ว่าเราควรเปิดเส้นโคจรพลังในร่างกายทั้งหมดในสระราชสีห์สวรรค์” โดยทันที เขาหลับตา ผ่อนคลายร่างกาย ปล่อยให้พลังความร้อนนั้นไหลเวียนผ่านร่างกายอย่างไม่คิดขัดขืน

ร่างกายมนุษย์มีเส้นโคจรพลังมากมาย แต่ละเส้นหมายถึงช่องทางที่จะให้พลังปราณไหลผ่าน ตัวเขาในตอนนี้มีเส้นโคจรจำนวนไม่ใช่น้อยที่ถูกสกัดขัดขวางเอาไว้ด้วยหลายปัจจัย

ตามปกติ มันเป็นเรื่องยากที่จะตรวจพบช่องทางที่อุดตัน เขาไม่มีทางรู้สึกถึงมันได้ ทว่าหากเขาต้องการโคจรพลังปราณด้วยความเร็วสูงให้ออกจากร่าง เขาจำเป็นต้องเปิดเส้นทางทั้งหมด

หลังเปิดเส้นโคจรพลังทั้งหมดได้ เมื่อนั้นเขาจะสามารถใช้พลังปราณกระจายออกจากร่างด้วยความเร็วสูง ทั้งยังช่วยหล่อเลี้ยงบำรุงเลือดเนื้อและกระดูก รวมถึงทำให้กายภาพ วิญญาณยุทธ์ และจิตวิญญาณของเขาแข็งแกร่งขึ้น!

ในช่วงท้ายของขอบเขตกายวรยุทธ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือการฝึกฝนร่างกาย

มีเพียงเลือดเนื้อทรงพลังจึงสามารถดูดกลืนพลังของมหาวิถีแห่งเต๋าและก้าวขึ้นสู่ขอบเขตวรยุทธ์เต๋า!

ด้วยเหตุนี้ ที่ขั้นท้ายของขอบเขตกายวรยุทธ์ คนผู้หนึ่งจำเป็นต้องสัมผัสหาเส้นโคจรพลังที่เกิดอาการอุดตัน การฝึกฝนกายวรยุทธ์ให้สมบูรณ์เป็นเรื่องยาก ในตอนนั้นหากเขาต้องพยายามฝืนเปิดเส้นโคจรพลัง และหากได้รับบาดเจ็บที่เส้นโคจรพลัง ถึงตอนนั้นก็สายเกินไปแล้ว

“นี่ทั้งไม่รู้สึกเจ็บปวดและรู้สึกสบายมาก!” ฉินหยุนรู้สึกได้ขณะร่างกายแช่ภายในน้ำร้อนราวกับมันมีอยู่เพื่อเขา การที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดนี้สมแล้วที่เป็นสถานที่ระดับตำนาน

ความอุ่นร้อนตอนนี้แทรกซึมเข้าร่างกายอย่างรวดเร็วและกระจายผ่านทั่วทั้งร่าง มันไหลเวียนไปทุกส่วนของร่างกาย ความอุ่นร้อนเช่นตอนนี้มันให้ความรู้สึกสบายแก่เขา ราวกับนี่คือความสุขสบายที่สุดในชีวิตซึ่งเคยพบเจอมา!

“ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เราจะเชื่อมโยงเส้นโคจรพลังทั้งหมดในร่างได้!” เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเลือดเนื้อในกายกำลังได้รับการบำรุงและขัดเกลา โดยเฉพาะในส่วนของพลังโลหิต

เพื่อการเป็นผู้จารึก เขาจำเป็นต้องมีความเหมาะสมทางกายภาพสูง

เขาได้เรียนรู้จากตำราที่ได้รับมาว่า ยามเมื่อคิดแกะสลักผังวิญญาณ เขาจำเป็นต้องมีพลังโลหิต พลังจิต และพลังภายใน ทั้งหมดต้องผสานรวมเข้าด้วยกันเพื่อก่อเกิดเป็นพลังจิตวิญญาณโลหิต ถึงตอนนั้นเขาจะสามารถควบแน่นมันสู่มีดแกะสลัก เพื่อทำการแกะสลักผังวิญญาณได้

หากคนผู้หนึ่งสร้างผลงานการแกะสลักด้วยคุณลักษณะหรือธาตุสังกัด พวกเขาจำเป็นต้องผสานรวมพลังของวิญญาณยุทธ์เข้าไป ถึงตอนนั้นจะกลายเป็นเรื่องซับซ้อนยิ่ง

“ด้วยความเร็วโคจรพลังตอนนี้ เราน่าจะควบแน่นพลังภายในได้ ถึงตอนที่ออกจากที่นี่ เมื่อนั้นเราจะได้เริ่มศึกษาผังวิญญาณ” ฉินหยุนเริ่มวางแผนภายในใจ

กระทั่งว่าเขาครอบครองสร้อยข้อมือวิญญาณเทวะเก้าตะวัน เขาก็ยังคงขาดแคลนทรัพยากร นอกจากนี้เขายังมีวิญญาณยุทธ์ถึงสอง เขาจำเป็นต้องเพิ่มพูนพลังธาตุถึงสอง มันยิ่งทำให้เขาต้องหาเงินมากขึ้นด้วยตัวเอง

* * *

ผู้อำนวยการจางรออยู่ภายนอกห้องหิน หลังรอคอยมาตลอดทั้งวัน ฉินหยุนก็ยังไม่ออกมา เรื่องนี้ทำเขากังวลใจไม่ใช่น้อย

เป็นเพราะจากการคาดเดา ฉินหยุนสมควรออกมาได้แล้ว

ที่เขาทำได้ก็เพียงแค่รอคอยต่อไป เพราะเขาไม่เชื่อใจให้ผู้อื่นมารับหน้าที่นี้แทน

เพียงพริบตา เวลาหลายวันผ่านพ้น...

“นี่ก็เจ็ดวันเข้าไปแล้ว!” ที่ด้านนอกประตู ผู้อำนวยการจางทั้งถอนหายใจและเผยสีหน้าตื่นตกใจ “ผู้อื่นเพียงอยู่ในสระราชสีห์สวรรค์สองหรือสามวันก็ถือว่ามากที่สุดแล้ว แต่นี่เจ็ดวันฉินหยุนยังไม่ออกมา ช่างเป็นบุคคลที่น่ากลัวเกินไปแล้ว!”

เขากระทั่งตัดสินใจปล่อยพลังจิตเพื่อทำการสำรวจขุมพลังชีวิตของฉินหยุน หากไม่อาจหาพบว่าฉินหยุนยังมีชีวิตรอดอยู่ดี เขาคงพุ่งตัวเข้าไปในห้องนานแล้ว

“ผู้อำนวยการ อาจารย์หยางมาอีกแล้ว!” ผู้อาวุโสชุดดำเดินเข้ามาและกล่าวคำ “นางเป็นกังวลยิ่ง นางบอกว่าต้องการพบท่าน!”

ดวงตาของผู้อำนวยการจางเป็นประกายขึ้นมา “ให้นางเข้ามา!”

“รับทราบแล้ว” หลังผู้อาวุโสชุดดำเดินจากไป ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมพาหยางฉีเย่ว์มาด้วย

“ผู้อำนวยการ ฉินหยุนยังอยู่ข้างในหรือ?”

ผู้อำนวยการจางพยักหน้ารับ “อาจารย์หยาง ฉินหยุนกำลังเป็นไปได้ด้วยดี พละกำลังของเขาแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไป แล้วก็เป็นเรื่องดีที่อาจารย์หยางอยู่ที่นี่ ช่วยข้ารอเขาออกมาแทนที ข้ามีอีกหลายเรื่องที่ต้องไปทำ!”

“รับทราบ!” หยางฉีเย่ว์ใช้พลังจิตเพื่อสำรวจเช่นกัน นางรู้สึกได้ถึงพลังแห่งชีวิตของฉินหยุน ทันทีเมื่อรู้สึก นางจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

ผู้อำนวยการจางอย่างน้อยก็เชื่อในตัวอาจารย์หยาง ดังนั้นเขาจึงปล่อยเรื่องราวที่นี่ให้อีกฝ่ายขณะต้องกลับไปวุ่นวายสะสางเรื่องราวอื่นในช่วงที่ละเว้นหน้าที่มาหลายวัน

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0031

คัดลอกลิงก์แล้ว