เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0015

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0015

เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0015


ตอนที่ 15 : หมัดพยัคฆ์พิโรธ

ด้วยเสียงลมดังวูบ เยี่ยนจงหมิงพลันเข้าถึงตรงหน้าฉินหยุน นิ้วทั้งสองพลันประสานกันขณะพลังปราณมหาศาลถูกรวบรวมเอาไว้ที่สองนิ้ว ปลายนิ้วสั่นเทิ้มเล็กน้อยพร้อมกระจายหมอกโปร่งแสงทะลักออกมา!

แม้เหมือนใช้เวลาแต่ความจริงนั้นเพียงอึดใจ สองนิ้วนั้นแทงเข้าใส่ท้องช่วงล่างของฉินหยุนโดยทันที

บริเวณท้องช่วงล่างคือสถานที่ซึ่งพลังธาตุตั้งอยู่!

ด้วยเยี่ยนจงหมิงรวบรวมพลังไว้ก่อนแล้ว การโจมตีนี้มีน้ำหนักเทียบเท่าราว 5,000 จิน* มองเพียงครั้งเดียวก็ชัดเจนแล้วว่านี่คือเจตนาต้องการป่นพลังธาตุของฉินหยุนให้แตกสลาย!

*ผู้แปล : 1 จิน = 0.5 กิโลกรัม เป็นหน่วยชั่งน้ำหนักของจีน

นี่เป็นเพียงการประลองเท่านั้น แต่แล้วอีกฝ่ายกลับใช้วิธีการอันโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!

เมื่อนักเรียนชั้นปีอื่นได้เห็นเรื่องราวโหดเหี้ยม พวกเขาลอบขมวดคิ้ว พวกเขาต่างทราบว่าเยี่ยนจงหมิงกระทำการโหดเหี้ยมเช่นนี้เพื่อเป็นการเอาใจจักรพรรดินี

เพียงพริบตา สองนิ้วของเยี่ยนจงหมิงจ้วงแทงรุนแรงเข้าใส่ท้องช่วงล่างของฉินหยุน!

ในพริบตานี้เอง ทุกคนต่างเชื่อแล้วว่าพลังธาตุของฉินหยุนจะต้องพิกลพิการ

โทสะของหยางฉีเย่ว์พลันปะทุ ในที่สุดนางก็เข้าใจว่าเหตุใดฉินหยุนถึงเคียดแค้นจักรพรรดินีถึงเพียงนั้น รวมถึงเหล่าข้าราชบริพารเฒ่าผู้ชั่วร้ายเหล่านั้นด้วย!

เยี่ยนจงหมิงลอบยินดี เขาเชื่อว่าการโจมตีครั้งนี้สำเร็จแล้ว แต่เมื่อนิ้วนั้นกำลังจะสัมผัสกับท้องของฉินหยุน มันรู้สึกคล้ายสัมผัสโดนกับแผ่นเหล็กแข็งแกร่ง

และทันใดนั้นเอง ความเจ็บปวดเผาไหม้รุนแรงพลันรู้สึกที่ข้อมือ มันคล้ายกับโดนกัดด้วยฟันแข็งแกร่ง!

พอทุกคนได้เห็นดังนี้ พวกเขาล้วนมึนงง!

หลังรับการโจมตีจากเยี่ยนจงหมิง ฉินหยุนยังคงไร้การเคลื่อนไหวประหนึ่งภูเขาตั้งตระหง่าน ที่เขาทำก็เพียงแค่คว้าจับข้อมือของเยี่ยนจงหมิงเอาไว้เป็นการตอบโต้!

“นายนี่ไร้ปราณีจริงนะ!” น้ำเสียงของฉินหยุนเย็นเยียบและเบา ทว่าเปี่ยมด้วยความกราดเกรี้ยว

ขณะพูดยังไม่ทันจบคำดี มือของเขาที่คว้าข้อมือเยี่ยนจงหมิงเอาไว้พลันบิดอย่างรุนแรง!

“แกร๊ก!” เสียงกระดูกหักดังจนแทบทุกคนได้ยิน

เยี่ยนจงหมิงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ทั้งแขนบิดเบี้ยวเพราะฉินหยุน เพียงแต่หัวไหล่ยังเชื่อมต่อดีอยู่ เพียงเห็นแค่นี้ก็ชวนเจ็บปวดแทนแล้ว!

ฉินหยุนกำหมัดเอาไว้แน่นขณะเตรียมระบายความโกรธเข้าใส่หน้าท้องของเยี่ยนจงหมิง!

หมัดที่โจมตีออกนี้เปี่ยมด้วยความกราดเกรี้ยวประหนึ่งพยัคฆ์พิโรธ ผู้ถูกกระทำคล้ายโดนพยัคฆ์คำรามลั่นเข้าใส่ที่ใบหน้า

“อ๊าก!” หลังโดนต่อยเข้าที่ท้อง เยี่ยนจงหมิงส่งเสียงกรีดร้องออกครั้งพร้อมก้อนเลือดกระอักออกจากปาก

“หยุดมือ!” อาจารย์เร่งร้อนเข้าห้ามทัพ

หมัดพยัคฆ์พิโรธของฉินหยุนหาได้รามือไม่ เสียงคำรามพยัคฆ์คล้ายดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อสบโอกาสจึงลั่นการโจมตีใส่ใบหน้าของเยี่ยนจงหมิง!

เยี่ยนจงหมิงผู้ซึ่งยังไม่ทันกรีดร้องจากเมื่อครู่เสร็จก็พลันโดนหมัดต่อยเข้าที่ใบหน้า ร่างนั้นหมุนปลิวกลางอากาศร่วงหล่นออกจากลานประลองก่อนจะสิ้นสติไป

อาจารย์จากห้องเจ็ดเร่งรีบเข้ามาตรวจสอบ เขาขมวดคิ้วและกล่าวคำ “พลังธาตุภายในแตกซ่าน... รีบพาไปรักษาเร็ว!”

ถึงตอนนี้ไม่มีผู้ใดพูดอะไรอีก เป็นเพราะเยี่ยนจงหมิงที่ไร้ซึ่งความปราณีก่อน!

“สามกระบวนท่าจบลงแล้ว และคนที่เป็นขยะหาได้ใช่ข้าไม่ เป็นเจ้า!” ฉินหยุนมองที่เยี่ยนจงหมิงซึ่งหมดสติกองกับพื้นและกล่าวเย็นเยียบถึงสันหลัง

ผู้ชนะครั้งนี้คือฉินหยุนผู้ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะชนะ!

อีกทั้งเขายังทำให้เยี่ยนจงหมิงต้องหมดสภาพเพียงสามกระบวนท่า!

บรรดานักเรียนชั้นปีอื่นพลันระเบิดเสียงฮือฮากันออกมาจนต้องพูดคุยถึงการเคลื่อนไหวของฉินหยุนอย่างตื่นตระหนก

ฉินหยุนเคลื่อนไหวเพียงสามกระบวนท่าจริง เพลงหมัดของเขายังทั้งลื่นไหลเชี่ยวชาญ พลังปราณของเขาอยู่ระดับที่เหนือกว่าอีกฝ่าย เป็นผลให้เขาสามารถตอบสนองได้อย่างอิสระ กระทั่งอาจารย์หลายท่านยังต้องทึ่ง

“เมื่อครู่นั่นใช่หมัดวิญญาณพยัคฆ์หรือเปล่า? เป็นวิชาจากพวกนักเลงข้างถนน!”

“พลังปราณของฉินหยุนไม่ใช่เล่นเลย นี่อะไรกัน? ไม่ใช่ว่าเขาบาดเจ็บภายในอยู่ก่อนหรือ? ทำไมถึงเคลื่อนไหวเหมือนไม่เป็นอะไรเลยกัน!”

“ประหลาดนัก ทำไมหมอนั่นโดนเยี่ยนจงหมิงแทงเข้าใส่แล้วถึงไม่บาดเจ็บ?”

“เจ้าหมอนั่นมีเส้นวิญญาณเพียงหนึ่งตะวันจริงหรือ?”

“บางทีอาจเป็นเพราะวิญญาณยุทธ์ไฟระดับทองม่วง ด้วยวิญญาณยุทธ์ระดับนั้นสมควรช่วยสร้างให้พลังปราณแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย”

ตลอดห้าปีมานี้ฉินหยุนฝึกฝนร่างกายไม่เคยขาด ร่างกายของเขาตอนนี้จึงแข็งแกร่งยิ่งกว่า เมื่อครู่ เขาได้โคจรวิชาหยางสีดำร่วมด้วย เป็นผลให้พลังภายในเกิดการสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง คลื่นการสั่นไหวนั้นเป็นเขาปล่อยออกพร้อมพลังปราณที่แข็งแกร่ง จนเป็นผลให้หน้าท้องเกิดการแข็งตัวอย่างหาใดเปรียบ จึงเป็นผลให้เขาสามารถสกัดการโจมตีรุนแรงของเยี่ยนจงหมิงเอาไว้ได้!

เมื่อพลังปราณผ่านการฝึกฝนถึงระดับหนึ่ง มันสามารถเคลื่อนคล้อยผ่านเลือดเนื้อและผิวหนัง กระทั่งไหลเวียนต่อไปยังดาบหรืออาวุธอื่น!

นอกจากนี้ ฉินหยุนยังประสบความสำเร็จถึงขั้นกลางกับการฝึกฝนพลังภายในชั่วข้ามคืน เขาจึงสามารถปลดปล่อยพลังปราณผ่านทางวิญญาณยุทธ์ได้ เป็นผลให้พลังปราณของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเยี่ยนจงหมิงนับสองเท่า นี่คือกุญแจสู่ชัยชนะแก่เขา

ผู้อาวุโสตะโกนขึ้น “เยี่ยนจงหมิงจากห้องเจ็ดพ่ายแพ้ ห้องเจ็ดถูกคัดออก ฉินหยุนจากห้องเก้าชนะ เข้าสู่รอบที่สอง!”

นักเรียนจากห้องเจ็ดตอนแรกนั้นยินดีอย่างถึงที่สุด พวกเขาเชื่อมั่นว่าเยี่ยนจงหมิงจะสามารถเอาชนะฉินหยุนได้อย่างง่ายดาย!

แต่แล้วตอนนี้ พวกเขากลับเผยสีหน้าขื่นขม ทรัพยากรของพวกเขาในภาคการศึกษานี้หลุดลอยหายไปแล้ว!

เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเยี่ยนจงหมิง พวกเขาทั้งหมดเชื่อว่าเป็นเพราะประมาทฉินหยุนทั้งที่อีกฝ่ายถือครองวิญญาณยุทธ์ไฟระดับทองม่วง

มีเพียงหยางฉีเย่ว์ที่ทราบว่าฉินหยุนฝึกฝนพลังปราณถึงขั้นกลางแล้ว เพราะแบบนั้นพลังปราณของเขาถึงแข็งแกร่งยิ่ง

ฉินหยุนเดินลงจากลานประลองและกลับมายืนข้างหยางฉีเย่ว์

ดวงตาของหยางฉีเย่ว์เปี่ยมด้วยความชื่นชม นางยิ้มให้ฉินหยุน รอยยิ้มนี้ทรงเสน่ห์เหนือล้ำนัก มันทั้งงดงามและอ่อนโยน ทำเอาทุกผู้คนที่เห็นคล้ายโดนสายลมรักพัดผ่านหัวใจ

“ดีมาก ตราบเท่าที่คู่ต่อสู้ในรอบสองไม่แข็งแกร่งเกินไป เจ้าน่าจะชนะได้” หยางฉีเย่ว์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ฉินหยุนมองการประลองคู่อื่น มีหลายคู่เช่นกันที่ตัดสินแพ้ชนะกันได้แล้ว

สิ่งหนึ่งที่ทำเขาทึ่งคือศิษย์จากตระกูลเจียงซึ่งเป็นเจ้านายของวิญญาณยุทธ์เสียง เขาใช้คลื่นเสียงล้มคู่ต่อสู้ ความสามารถนี้ถูกใช้งานผ่านพลังของวิญญาณยุทธ์เสียง มันทั้งรวดเร็วและทรงพลังยิ่ง

“หวังว่าคงไม่ได้พบเจ้านั่น” ฉินหยุนคิดเช่นนี้กับตัวเองภายในใจ ผู้อื่นที่เข้าร่วมประลองก็เช่นกัน

ไม่ช้าการประลองรอบแรกก็เสร็จสิ้น ห้องแปดถูกคัดออก

ถัดจากนั้นคือการจับคู่ของรอบที่สอง

หลังจากหยางฉีเย่ว์จับคู่ใหม่เรียบร้อย นางลอบสบถภายในใจต่อโชคของนางที่เลวร้าย นางถึงกับจับได้ห้องสิบเอ็ด

ห้องสิบเอ็ดคือเย่เหว่ยเสวียนที่ได้รับวิญญาณยุทธ์สายฟ้าระดับทองคำไปครอบครอง เขาเติบโตขึ้นในตระกูลที่มีวิญญาณยุทธ์สายฟ้ามาหลายชั่วอายุคน ผลลัพธ์คือแม้เพียงเขาเพิ่งปลุกวิญญาณยุทธ์สายฟ้าขึ้นมาได้ เขาก็ยังคงมีพลังปราณธาตุสายฟ้าให้ใช้งานอยู่ก่อนแล้ว

“เย่เหว่ยเสวียนมาจากตระกูลทางฝั่งจักรพรรดินี หากเขาเรียกหาจักรพรรดินีเป็นป้า เช่นนั้นการกระทำของเขาต่อเจ้าย่อมไม่มีทางเบามือแน่” หยางฉีเย่ว์เอ่ยเตือนเสียงเบา “ข้าเพิ่งไปดูเขาประลองมา เขาสามารถใช้พลังปราณออกเป็นธาตุสายฟ้าได้ เจ้าต้องระวังให้ดี”

“แบบนั้นแล้วจักรพรรดินีก็มีวิญญาณยุทธ์สายฟ้า? ข้านึกว่าวิญญาณยุทธ์ของนางเป็นงูพิษเสียอีก!” ฉินหยุนเม้มริมฝีปากขณะเดินขึ้นลานประลอง

เมื่อขึ้นมายืนบนลานประลอง พลังปราณของเขาเกิดการสั่นไหวและสะท้อนออกมาเป็นวิญญาณยุทธ์ไฟระดับทองม่วง มันควบแน่นและปลดปล่อยพลังไฟที่ทรงพลังออกมา!

เย่เหว่ยเสวียนเองก็อยากอยู่ร่วมห้องเรียนเดียวกับอาจารย์แสนสวยอย่างหยางฉีเย่ว์ แต่เพราะโดนบีบบังคับให้เปลี่ยนห้องเรียน เรื่องนี้เป็นเพราะฉินหยุน สิ่งที่เขาคิดกล่าวโทษคือฉินหยุน

เขาเชื่อว่าหากสามารถกำจัดฉินหยุนให้พ้นทางได้ เขาจะสามารถกลับไปร่วมห้องเรียนของหยางฉีเย่ว์ได้

ขณะที่เย่เหว่ยเสวียนเดินขึ้นลาน หมัดของเขากำแน่นปรากฏสายฟ้าแปลบปลาบ เป็นพลังปราณสายฟ้า!

“เย่เหว่ยเสวียนยังไม่ทันได้เริ่มฝึกฝนวิชาพลังภายใน แต่กลับสามารถใช้พลังปราณที่มีธาตุสายฟ้าได้แล้ว ดูเหมือนนี่จะเป็นการฝึกฝนตั้งแต่ต้นของตระกูลเย่ที่ลือชื่อเรื่องหมัดสายฟ้า”

“ต้องไม่ประเมินพลังปราณสายฟ้าเหล่านี้ต่ำเกินไป สิ่งนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าพลังปราณที่ไม่มีคุณลักษณะพิเศษมาก!”

นักเรียนชั้นปีอื่นหลายคนเริ่มเอ่ยชมวิญญาณยุทธ์สายฟ้าของเย่เหว่ยเสวียนกันไม่ขาดปาก พวกเขารู้เป็นอย่างดี และวิญญาณยุทธ์ไฟระดับทองม่วงของฉินหยุนก็เป็นสิ่งที่พวกเขาอยากรู้มากขึ้นว่าสามารถทำอะไรได้

“หมัดวิญญาณพยัคฆ์ของเจ้าแข็งแกร่งมาก สนใจต่อสู้กันด้วยหมัดหรือไม่ละ?” เย่เหว่ยเสวียนยิ้มให้ฉินหยุนขณะเผยสีหน้าทะนงตนอย่างเปี่ยมล้น

พอทุกคนได้ยินดังนี้ พวกเขาล้วนอดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะกันออกมา!

“หมัดสายฟ้าของตระกูลเย่ เป็นเคล็ดวิชาลับของตระกูลเย่ แต่หมัดวิญญาณพยัคฆ์เป็นอะไรที่พวกเรารู้กันดีกว่าก็แค่ของระดับล่าง”

“เย่เหว่ยเสวียนรังแกกันจนเกินไปแล้ว คิดใช้วิชายุทธ์ระดับวิญญาณรังแกวิชายุทธ์ระดับเริ่มต้น!”

“ฉินหยุนไม่ใช่คนโง่ เขาไม่รับปากแน่”

ฉินหยุนลอบตื่นตระหนก หมัดสายฟ้าคือวิชายุทธ์ระดับวิญญาณ! ในพระราชวังหลวง เขาไม่เคยได้เรียนวิชายุทธ์ใดมาก่อน ด้วยเหตุนี้เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอิจฉาเรื่องนี้อยู่ภายใน

“ย่อมได้!” ฉินหยุนตกปากรับคำด้วยสีหน้าผ่อนคลาย เขาคิดแลกหมัดกับเย่เหว่ยเสวียนจริง!

จบบทที่ เทพราชันเก้าตะวัน ตอนที่ 0015

คัดลอกลิงก์แล้ว