- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นหุ่นไล่กา ข้าคือจอมมารแห่งความหวาดกลัว
- บทที่ 34: อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น? ลงนรกไปหาคำตอบเอาเองเถอะ!
บทที่ 34: อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น? ลงนรกไปหาคำตอบเอาเองเถอะ!
บทที่ 34: อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น? ลงนรกไปหาคำตอบเอาเองเถอะ!
บทที่ 34: อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น? ลงนรกไปหาคำตอบเอาเองเถอะ!
ทันทีที่พูดจบ ฟลานเดอร์สก็ยกมือขวาขึ้นเบาๆ เคียวสีดำทมิฬปรากฏขึ้นในมือทันที
นี่คือรูปแบบการเปลี่ยนแปลงหลังจากทักษะ [คมเคียวรัตติกาล] ถูกอัปเกรดเป็นเลเวล 5
ในตอนนี้ คมเคียวของเขาสามารถควบแน่นกลายเป็นอาวุธที่มีกายหยาบจับต้องได้
ไม่ใช่แค่การโจมตีที่เป็นภาพลวงตาอีกต่อไป
ฟลานเดอร์สกำเคียวแน่น เอียงคอเล็กน้อยแล้วพุ่งตัวไปข้างหน้า ระดมฟันใส่ราชาดาบไม่ยั้ง
เมื่อรับการโจมตีไปไม่กี่ดาบ ราชาดาบก็เริ่มตระหนก
ความแข็งแกร่งของเจ้าหุ่นไล่กานี่... เหนือกว่าเขา!
ทุกครั้งที่ปะทะดาบ แขนของเขาจะชาหนึบจนแทบไร้ความรู้สึก
ไม่เพียงแค่ต้องระวังคมเคียวของหุ่นไล่กา เขายังต้องคอยหลบหลีกฝูงกาที่รุมจิกตีไม่หยุดหย่อน
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนขนลุกซู่ คือหุ่นไล่กาไม่สนใจฝูงกาพวกนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว
มันไม่แม้แต่จะหลบหลีก ตรงกันข้าม มันกลับพาฝูงกาพุ่งเข้าใส่ราชาดาบพร้อมกับคมเคียว
เพียงไม่นาน อีกาจำนวนมากก็ร่วงหล่นลงพื้น ดาดฟ้าแทบจะถูกปูพรมไปด้วยขนนกสีดำ
แต่ฟลานเดอร์สไม่รู้สึกเสียดายเลยสักนิด เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพราะยังมีอีกาฝูงใหม่บินพรั่งพรูออกมาจากอกเขาอย่างต่อเนื่อง
ระลอกแล้วระลอกเล่า พวกมันพุ่งเข้าใส่ราชาดาบอย่างบ้าคลั่ง
ไม่นานนัก ก็มีเสียงวัตถุหนักๆ กระแทกพื้น
สมาชิกคนหนึ่งของสาขาซาร์กอสล้มตึงลงเป็นคนแรก
จากนั้น ราวกับโดมิโนที่ล้มต่อกัน ปฏิกิริยาลูกโซ่ก็เกิดขึ้น
สมาชิกทีละคน ทีละคน ล้มฟุบลงกับพื้น ดูเหมือนจะหมดสติไป
เพียงแค่การปะทะกันระลอกเดียว พวกเขายังไม่มีโอกาสได้โจมตีสวนกลับด้วยซ้ำ
สาขาซาร์กอสสูญเสียกำลังรบไปเกินครึ่งแล้ว
ในขณะที่หุ่นไล่กายังคงไร้รอยขีดข่วน
ในเวลานี้ เสียงคำพูดของฟลานเดอร์สก็ดังเข้าหูราชาดาบอีกครั้งขณะที่เขากำลังตั้งรับอย่างยากลำบาก
'พวกเจ้าคงไม่คิดจริงๆ หรอกนะว่า... แค่พวกปลาซิวปลาสร้อยเน่าๆ อย่างพวกเจ้าจะทำอะไรข้าได้?'
ตอนที่ได้ยินประโยคนี้ครั้งแรก ราชาดาบคิดว่าหุ่นไล่กาแค่ขู่
แต่ตอนนี้เขาตระหนักแล้วว่า... ฟลานเดอร์สพูดความจริง!
ไม่มีใครในสาขาซาร์กอสที่สามารถสร้างรอยแผลให้หุ่นไล่กาได้เลย!
ตอนนี้ สมาชิกคนอื่นๆ ที่หลุดพ้นจากภาพมายาได้ฟื้นกำลังกลับมาบ้างแล้ว และกระโจนเข้าสู่การต่อสู้อีกครั้ง
หุ่นไล่กาเคลื่อนไหววูบวาบไปมาระหว่างคนเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
เดิมที ฟลานเดอร์สก็เพิ่มความแข็งแกร่งได้จากการดูดซับความกลัวอยู่แล้ว
ทักษะ [กายาเทพมาร] ก็ช่วยเพิ่มพลังกายให้เขาอีก
แถมเขายังเพิ่งสยบแบล็กมาเป็นข้ารับใช้ ซึ่งตอนนี้เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของพลังเขา
ในเวลานี้ ความแข็งแกร่งโดยรวมของฟลานเดอร์สทะลุระดับซี (C) ไปไกลโขแล้ว
ส่วนทำไมระบบถึงประเมินระดับเขาไว้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนั้น ฟลานเดอร์สเองก็ไม่รู้
บางทีระบบอาจจะประเมินแค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพเพียวๆ โดยไม่นับรวมทักษะ
หรือบางทีมาตรฐานความแข็งแกร่งของระบบอาจจะต่างจากมาตรฐานของโลกนี้
สรุปสั้นๆ คือ แม้ในสายตาระบบ ฟลานเดอร์สจะเป็นแค่ระดับดี (D) แต่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขา... ได้ก้าวไปถึงระดับซีบวกบวก (C++) ตามมาตรฐานสมาคมจอมเวทแล้ว!
ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ ฟลานเดอร์สย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่คนจากสาขาซาร์กอสจะรับมือไหว
ที่ฟลานเดอร์สดูไม่พอใจก่อนหน้านี้ เพราะเขาไม่อยากสู้กับคนจำนวนมากพร้อมกัน
ยิ่งคนเยอะ ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะมีใครสักคนหนีรอดไปได้
ถ้าผู้รอดชีวิตเอาเรื่องความแข็งแกร่งของเขาไปป่าวประกาศ มันจะดึงดูดศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเข้ามา
นี่คือสถานการณ์ที่ฟลานเดอร์สไม่อยากให้เกิดขึ้น
หากเขาต้องการฆ่าล้างบางทุกคนให้ได้ เขาก็ต้องใช้ทักษะ [จอมมารผู้พิชิต] เท่านั้น
แต่นี่ก็เป็นสิ่งที่ฟลานเดอร์สไม่อยากทำเช่นกัน
นอกจากขนาดตัวมหึมาที่จะล่อเป้าศัตรูให้แห่กันมามากขึ้นแล้ว ผลข้างเคียงของทักษะนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ฟลานเดอร์สจะแบกรับไหวในตอนนี้
ฟลานเดอร์สเคยลิ้มรสช่วงเวลาแห่งความอ่อนแอหนึ่งชั่วโมงมาแล้ว
ในหนึ่งชั่วโมงนั้น แม้แต่สมาชิกระดับเอฟ (F) หรือสิ่งลี้ลับกระจอกๆ ก็คงฆ่าเขาได้สบายๆ
ความเสี่ยงมหันต์ขนาดนี้ เขาไม่คิดจะเสี่ยง
คิดได้ดังนั้น เคียวในมือของฟลานเดอร์สก็ตวัดเร็วขึ้น
เขาไม่ลืมว่าผู้หญิงคนนั้นหนีลงไปจากดาดฟ้าแล้ว
นั่นหมายความว่าเธอน่าจะไปตามกำลังเสริม
ถ้ามีตัวตึงโผล่มาอีก แม้แต่ฟลานเดอร์สก็ไม่มั่นใจว่าจะหนีรอดไปได้แบบครบสามสิบสอง
ไม่นานนัก สมาชิกคนหนึ่งก็เผยช่องโหว่
ฟลานเดอร์สฉวยโอกาสนั้นตวัดเคียววูบ
พริบตาเดียว กะโหลกศีรษะส่วนหนึ่งของสมาชิกคนนั้นก็ถูกเฉือนออก เลือดสีแดงฉานและมันสมองสีขาวขุ่นสาดกระจายเต็มพื้น
[แต้มความกลัว +3,000]
[แต้มความกลัว +500]
[แต้มความกลัว +600]
สมาชิกที่รอดมาถึงจุดนี้ล้วนเป็นพวกเขี้ยวยาวลากดินที่ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน
แม้ภาพตรงหน้าจะสยดสยองเพียงใด แต่มันยังไม่พอที่จะทำให้พวกเขาถอยหนี
ตรงกันข้าม พวกเขาฉวยโอกาสทองนี้รุมฟันใส่ฟลานเดอร์ส
ทันใดนั้น เคียวยักษ์สีดำก็วาดผ่านอากาศ พุ่งตรงเข้าใส่ฟลานเดอร์ส
แต่ฟลานเดอร์สไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลยแม้แต่น้อย
สมาชิกคนอื่นเห็นดังนั้นก็เข้าใจผิด
พวกเขาคิดว่าหุ่นไล่กาคงคิดว่าคนพวกนี้อยากจะจับมันเป็นข้ารับใช้ เลยไม่คิดจะหลบเพราะคิดว่ายังไงก็ไม่โดนฆ่า
เพราะถ้าฆ่าหุ่นไล่กาทิ้ง ก็เท่ากับตัดโอกาสที่ใครจะได้มันไปครอง
ทว่า ชายผู้ถือเคียวยักษ์กลับแสยะยิ้ม
เป็นไปตามคาด สติปัญญาของสิ่งลี้ลับหรือจะสู้มนุษย์ได้ เจ้าหุ่นไล่กานี่โลกสวยเกินไปแล้ว
ต่อให้ฆ่าหุ่นไล่กาทิ้ง พวกเขาก็ไม่ได้เสียหายอะไร
ขืนปล่อยให้หุ่นไล่การอดไป มันก็ต้องตกเป็นของราชาดาบอยู่ดี พวกเขาไม่ได้อะไรเลย
กลับกัน ถ้าพวกเขาฆ่าหุ่นไล่กาได้ ถือเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่ ทางสำนักงานใหญ่ต้องมีรางวัลให้อย่างแน่นอน
เผลอๆ อาจจะได้ย้ายไปสังกัดสำนักงานใหญ่เลยด้วยซ้ำ
ถึงตอนนั้น ฟ้าสูงฮ่องเต้ไกล ราชาดาบจะทำอะไรพวกเขาได้?
ความคิดของทุกคนเป็นไปในทิศทางเดียวกับชายผู้ถือเคียวยักษ์
ในสายตาพวกเขา หุ่นไล่กาตัวนี้ตายแน่แล้ว
วินาทีที่เคียวยักษ์สัมผัสร่างหุ่นไล่กา ชายคนนั้นตะโกนก้องด้วยความสะใจ "ตายซะเถอะ ไอ้สัตว์ประหลาด!"
แต่ทว่า วินาทีถัดมา ฉากที่น่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้น
เคียวยักษ์ฟันผ่านร่างของฟลานเดอร์สไป... โดยไม่สร้างความเสียหายใดๆ เลย
ใช่แล้ว มันไม่ได้ฟันเข้าเนื้อ แต่มันฟันทะลุผ่านไปเลย
ราวกับฟันผ่านน้ำ
จากนั้น เรื่องที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น
ของเหลวสายหนึ่งพุ่งกระฉูดใส่หน้าชายคนนั้น
เมื่อสัมผัสได้ถึงของเหลวอุ่นๆ เหนียวหนืดบนใบหน้าซีกขวา ชายคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองตามสัญชาตญาณ
เพื่อนร่วมทีมที่ยืนสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาเมื่อครู่... ร่างถูกผ่าออกเป็นสองซีกตั้งแต่หัวจรดเท้า!
"นะ... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!" ชายถือเคียวยักษ์ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ รีบกระชากอาวุธกลับมา
แต่ฟลานเดอร์สใช้มือซ้ายคว้าด้ามเคียวยักษ์ไว้แน่น แล้วเงื้อเคียวของตัวเองขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นยะเยือก
"เกิดอะไรขึ้นน่ะรึ?"
"ลงนรกไปหาคำตอบเอาเองเถอะ!"