- หน้าแรก
- ผมขนเทคโนโลยีมาปฏิวัติราชวงศ์ชิง
- บทที่ 62 - ความนิยมถล่มทลายของ "ชิงกงเร่อ"
บทที่ 62 - ความนิยมถล่มทลายของ "ชิงกงเร่อ"
บทที่ 62 - ความนิยมถล่มทลายของ "ชิงกงเร่อ"
บทที่ 62 - ความนิยมถล่มทลายของ "ชิงกงเร่อ"
วันที่ 16 เมษายน ปี 1908
ในวันนี้ ยกเว้นพื้นที่ห่างไกลในมณฑลทางตะวันตกเฉียงเหนือที่อิทธิพลของพรรคเคอเซ่อยังไปไม่ถึง ร้านหนังสือที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายทั่วประเทศต่างก็เริ่มวางจำหน่ายหนังสือกลุ่มหนึ่งที่เพิ่งมาถึงพร้อมกัน
นี่คือชุดหนังสือที่ชื่อว่า "ชิงกงเร่อ" (ความคลั่งไคล้ในวังชิง) ซึ่งมีครบตั้งแต่ชุดนิยายไปจนถึงการ์ตูนและภาพวาด โดยมีการจัดพิมพ์อย่างประณีตและมีคุณภาพสูง ทั้งหมดเป็นภาพวังวสันต์ การ์ตูนลามก และนิยายพิศวาสที่มีตัวเอกเป็นสมาชิกราชวงศ์ชิงและขุนนางอ๋องที่มีชื่อเสียงในอดีตจนถึงปัจจุบัน
สมัยราชวงศ์หมิงและชิงถือเป็นยุคที่นิยายพิศวาสรุ่งเรืองมาก มีนิยายชื่อดังออกมามากมาย เช่น "บุปผาในกุณฑีทอง" เป็นต้น แต่ทว่านิยายลามกในยุคนั้นไม่ว่าจะเขียนอย่างไร การบรรยายกระบวนการก็ยังค่อนข้างกำกวมและสงวนท่าที เมื่อนำมาเทียบกับการบรรยายกระบวนการที่โจ่งแจ้งและละเอียดถิบถ้วนในสไตล์โลกอนาคตแล้ว ของเก่าเหล่านั้นย่อมต้องยอมแพ้พ่ายไปตามระเบียบ ดังนั้นเมื่อนิยายพิศวาสสไตล์โลกอนาคตออกสู่ตลาด จึงดึงดูดสายตาของมวลชนได้อย่างเหนียวแน่น เมื่อเทียบกับผลงานประเภทเดียวกันในยุคนี้ มันก็เหมือนความแตกต่างระหว่างผักหญ้ากับเนื้อปลาคำโต แม้คนชอบกินผักจะมีอยู่บ้าง แต่คนส่วนใหญ่ย่อมชอบเนื้อปลามากกว่าเป็นธรรมดา
ส่วนพวกการ์ตูนและภาพวังวสันต์นั้นยิ่งทำให้มวลชนต้องตาค้าง ต้นฉบับของพวกมันมาจากผลงานของปรมาจารย์ด้านการ์ตูนลามกชื่อดังในโลกอนาคต ประการแรกคือทักษะการวาดภาพในโลกอนาคตไม่ใช่สิ่งที่ยุคนี้จะเลียนแบบได้ ตัวละครใช้เทคนิคการวาดเส้นร่างกายมนุษย์ ผสมผสานกับเทคนิคการวาดภาพสีน้ำมันแบบตะวันตกและภาพวาดพู่กันจีนแบบประณีต และยังมีการจัดองค์ประกอบภาพแบบภาพยนตร์ ทำให้ตัวละครดูสมจริงราวกับมีชีวิต รายละเอียดมีความเคลื่อนไหวและสดใส อีกทั้งภาพยังงดงามและมีเส้นสายที่ละเอียดอ่อน เมื่อรวมเข้ากับการเรนเดอร์ภาพด้วยคอมพิวเตอร์จาก "เสี่ยวเฟยเฟย" จึงเป็นการเอาชนะภาพวังวสันต์ทั้งหมดในยุคนี้ได้อย่างราบคาบ
ตัวละครที่ดูเป็นนามธรรมเกินไป สัดส่วนร่างกายที่ผิดเพี้ยน และฉากหลังที่จืดชืด คือจุดอ่อนทั่วไปของภาพวาดดั้งเดิม แม้แต่สมุดภาพที่ทันสมัยและประณีตที่สุดในปัจจุบันก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงข้อเสียเหล่านี้ได้ เมื่อนำมาเทียบกับภาพวาดจากโลกอนาคตที่งดงามและสมจริงเหล่านี้แล้ว ภาพเก่าๆ เหล่านั้นจึงกลายเป็นของเลียนแบบที่หยาบกร้าน และเป็นของคนละเกรดกันอย่างสิ้นเชิง หลังจากมวลชนได้รับภาพวาดพิศวาสล็อตใหม่นี้ไป พวกเขาก็โยนภาพวังวสันต์ที่เคยโปรดปรานทิ้งลงถังขยะทันที
สิ่งที่ทำให้มวลชนคลั่งไคล้ยิ่งขึ้นไปอีก คือราคาของหนังสือชุดนี้ที่มีความยุติธรรมและเห็นใจผู้อ่านอย่างมาก เช่น ชุด "ประวัติพิศวาสสิบเอ็ดจักรพรรดิต้าชิง" ที่มีครบชุดสิบเอ็ดเล่ม ทั้งคุณภาพกระดาษ การพิมพ์ และการเข้าเล่มล้วนยอดเยี่ยม ทุกเล่มเป็นนิยายขนาดยาวสามถึงสี่แสนคำ และทุกบทจะมีภาพประกอบที่เรนเดอร์ด้วยคอมพิวเตอร์เป็นสีล้วนสวยงาม ของดีขนาดนี้ทั้งชุดกลับขายเพียงสิบห้าหยวนเท่านั้น!
ต้องรู้ว่า หนังสือในยุคนี้ค่อนข้างแพง "สามก๊ก" ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ถูซูจี๋เฉิงขายที่สามหยวน "ไซ่ฮั่น" ขายที่หนึ่งหยวนสองเหรียญ "ตำนานยอดนักสู้ต้าหมิง" ที่จัดพิมพ์โดยหลี่เหวินเซวียน มีความยาวกว่าสองแสนคำขายที่แปดเหรียญ "อาหรับราตรี" ที่จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์พาณิชย์ขายที่หนึ่งหยวนห้าเหรียญ และ "โรบินฮูด" ขายที่สองหยวน
ขณะที่หนังสือชุด "ชิงกงเร่อ" นี้ราคามีความเป็นธรรมเหลือเกิน หนังสือที่เน้นตัวอักษรเฉลี่ยเล่มละไม่ถึงหนึ่งหยวนห้าเหรียญ การ์ตูนช่องและสมุดภาพก็ราคาเพียงหนึ่งหยวนห้าเหรียญถึงสามหยวนต่อเล่ม ไม่ต้องพูดถึงคุณภาพกระดาษและการพิมพ์ที่เอาชนะหนังสือทุกเล่มในยุคนี้ได้ขาดลอย ใครในยุคนี้จะเคยเห็นภาพสีที่พิมพ์บนกระดาษอาร์ตมันมาก่อนกันเล่า
ดังนั้น "ชิงกงเร่อ" จึงเกิดกระแสการแย่งซื้อทันทีที่วางแผง ล็อตแรกสองแสนชุดถูกขายหมดเกลี้ยงภายในวันที่สองของการวางจำหน่าย มวลชนต่างให้การตอบรับ "ชิงกงเร่อ" อย่างท่วมท้นและติดตามกันอย่างบ้าคลั่ง ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ยอดสั่งจองก็ทะลุหลักล้านไปเรียบร้อยแล้ว และยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ส่วนสำนักพิมพ์หยวนหยวนที่จัดพิมพ์หนังสือชุดนี้ ซึ่งเมื่อวันก่อนยังเป็นสำนักพิมพ์น้องใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก กลับมีแฟนคลับเพิ่มขึ้นมหาศาลภายในชั่วข้ามคืน เพียงไม่กี่วัน มวลชนทั่วประเทศต่างพูดถึงแต่ "ชิงกงเร่อ" และสำนักพิมพ์หยวนหยวน ทำเอาสำนักพิมพ์เก่าแก่อย่างสำนักพิมพ์พาณิชย์และสำนักพิมพ์ถูซูจี๋เฉิงต่างพากันอิจฉาตาร้อนจนต้องแอบไปทำตุ๊กตาสาปแช่ง หรือไม่ก็นั่งหันหน้าเข้ามุมวาดวงกลมประชดชีวิตอยู่ในห้องทำงาน
ของดีแนวพิศวาสแบบนี้ยังกล้าวางขายอย่างเปิดเผยและโอหังได้อีกหรือ? คำตอบคือแน่นอน ไม่ต้องแปลกใจ หากมองจากมุมหนึ่ง มวลชนชาวจีนในยุคนี้มีความสุขทางเพศมาก ในตอนนั้นแม้แต่หอนางโลมยังเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย และยังมีโฆษณาหอนางโลมในหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ แล้วการขายหนังสือพิศวาสเพียงไม่กี่เล่มจะต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ไปทำไม? สำนักพิมพ์ใหญ่ๆ ต่างก็วางขายวรรณกรรมพิศวาสชื่อดังกันอย่างสง่าผ่าเผย เมื่อเทียบกับยุคหลังในประวัติศาสตร์เดิมที่ชาวบ้านจะเข้าเว็บไซต์ลามกยังต้องมุดกำแพงกั้นให้ลำบาก ชาวจีนในยุคนี้ถือว่ามีความสุขทางเพศมากจริงๆ
แน่นอนว่า ในพื้นที่ที่ราชสำนักชิงยังคงรักษาอำนาจปกครองอยู่ พ่อค้าหนังสือยังคงมีความสำรวมอยู่บ้าง โดยไม่ได้วางขายหน้าร้านอย่างเอิกเกริก พวกเขาทำตัวเหมือนพ่อค้าขายแผ่นซีดีเถื่อนในโลกอนาคต โดยเก็บไว้ในกล่องและขายให้เฉพาะลูกค้าประจำเท่านั้น
และยังมีแบบเร่ขาย พ่อค้าหาบเร่จะสะพายตะกร้าที่เต็มไปด้วยหนังสือเดินไปตามถนน เมื่อเห็นใครที่มีท่าทางจะเป็นลูกค้าก็จะเข้าไปหา และถามเบาๆ ว่า "พี่ชาย รับหนังสือไหมครับ? 'ชิงกงเร่อ' เล่มล่าสุด..." พูดจบก็เปิดผ้าคลุมตะกร้าออก ให้เห็นแผ่นพับโฆษณาภาพสีข้างใน
ลูกค้าจะตาเป็นมันทันที "มีเล่ม 'ชื่อหนังสือ' ไหม?"
"มีครับ ภาพสีล้วนแบบไม่มีเซ็นเซอร์เลยนะ..."
หลังจากทั้งสองตกลงราคากันได้ ลูกค้าได้หนังสือ พ่อค้าได้เงิน ทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันไปด้วยความเบิกบานใจ ในพื้นที่ปกครองของราชวงศ์ชิง ฉากแบบนี้มีให้เห็นทั่วไป แม้แต่ในปักกิ่งซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจของราชวงศ์ชิงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกตา ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่พวกลูกหลานกองธงแปดกองยังแอบซื้อมาอ่านกันเลย
ส่วนในมณฑลที่ถูกปกครองโดยกลุ่มปฏิวัติและกลุ่มนิยมรัฐธรรมนูญนั้น ยิ่งเป็นการวางจำหน่ายอย่างเปิดเผยและโจ่งแจ้งที่สุด มีป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ติดอยู่ทั่วเมือง พ่อค้าหนังสือบางรายถึงกับจ้างเด็กๆ มาเดินแจกใบปลิวตามถนนเลยทีเดียว
ยอดขายที่น่ากลัวและชื่อเสียงที่พุ่งทะยานของ "ชิงกงเร่อ" ทำให้พวกต้นคิดในสาขาเทียนจินรู้สึกเหนือความคาดหมายเช่นกัน แม้แต่สหายหลิ่วหยางผู้เป็นคนวางแผน เมื่อได้รับข่าวเหล่านี้ก็ถึงกับอึ้งไปหลายวินาที ส่วนลูกน้องของเขายิ่งไปกันใหญ่ แว่นตาหลุดตกพื้นแตกกันระนาว และบางคนถึงกับอ้าปากค้างจนกรามเกือบหลุด
ที่จริงเมื่อลองคิดดูให้ดี การที่ "ชิงกงเร่อ" ได้รับการตอบรับขนาดนี้ก็ไม่แปลก ด้านหนึ่งคือผลงานที่ล้ำยุคเหล่านี้มีข้อได้เปรียบอย่างเด็ดขาดทั้งในด้านคุณภาพ เนื้อหา และรูปแบบเมื่อเทียบกับผลงานประเภทเดียวกันในยุคนี้ ประกอบกับรูปแบบความบันเทิงในตอนนี้มีน้อยมาก พลังในการดึงดูดสายตาจึงอยู่ในระดับสูงสุด และที่สำคัญที่สุดคือ ตัวเอกของหนังสือชุดนี้ไม่ใช่คนธรรมดา
เรื่องซุบซิบคือธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบัน ไม่ว่าจีนหรือต่างประเทศ ต่างก็เป็นเช่นนี้ โดยเฉพาะเรื่องลับๆ ของคนดังและผู้มีอำนาจ ยิ่งเป็นเรื่องชู้สาวพิศวาส ทุกคนต่างก็ชอบฟังและพูดคุยกันอย่างสนุกปาก ไม่อย่างนั้นในสมัยโบราณของจีนจะมีเรื่องเล่าพิศวาสเกี่ยวกับพระเจ้าโจวมู่ จักรพรรดิสุยหยางตี้ หรือบูเช็กเทียนออกมามากมายขนาดนั้นหรือ ส่วนในต่างประเทศโดยเฉพาะเรื่องพิศวาสของผู้มีอำนาจในยุโรปยิ่งมีมากกว่านั้นอีก ตั้งแต่จูเลียส ซีซาร์, นีโร ในสมัยโรมัน จนถึงแคทเธอรีนมหาราชินี หรือดยุกแห่งวินด์เซอร์ในยุคหลัง มีมากมายจนนับไม่ถ้วน
ตัวเอกของ "ชิงกงเร่อ" ล้วนเป็นจักรพรรดิ แม่ทัพ ขุนนางผู้ใหญ่ มเหสี และเจ้าหญิง และยังเป็นคนของราชวงศ์ปัจจุบันอีกด้วย คุณค่าและผลลัพธ์จากการเผยแพร่ผลงานชั้นเลิศเหล่านี้จึงยิ่งใหญ่มหาศาล หนังสือพิศวาสชุดนี้นอกจากจะตอบสนองนิสัยชอบเรื่องซุบซิบของมวลชนแล้ว ยังมีความรู้สึกสะใจจากการได้ทำลายข้อห้ามบางอย่างอีกด้วย การได้เห็นคนใหญ่คนโตที่เคยอยู่สูงส่งแสดงท่าทางที่น่าเกลียดหรือยั่วยวนในหนังสือ ความสุขทางจิตใจเช่นนี้ดูจะมีพลังมากกว่าความดึงดูดของเนื้อหาพิศวาสในตัวมันเองเสียอีก
ผลลัพธ์ที่ดียเกินคาดทำให้สาขาเทียนจินตื่นเต้นอย่างยิ่ง พวกเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจมากขึ้นไปอีกเพื่อดำเนิน "ปฏิบัติการภาพวังวสันต์" นี้ต่อ
สหายหลิ่วหยาง เลขาธิการเขตภาคเหนือ ได้ออกคำสั่งสำคัญในการประชุมสาขาว่า: รูปแบบการเผยแพร่ของ "ชิงกงเร่อ" จะต้องเพิ่มขึ้น และปริมาณการจัดพิมพ์ก็ต้องมากขึ้นด้วย ฉบับพิมพ์ก็ต้องหลากหลายขึ้น ในเมื่อขายดีขนาดนี้ราคาก็ต้องมีการปรับเปลี่ยน เราสามารถออกได้สามฉบับ ฉบับแรกคือ ฉบับหรูหราสำหรับนักสะสม ที่มีคุณภาพกระดาษและการพิมพ์ที่ดีกว่า เพิ่มภาพประกอบ และภาพทุกภาพต้องเป็นหน้าสีล้วน โดยราคาจะสูงกว่าปัจจุบันห้าถึงสิบเท่า ฉบับที่สองคือ ฉบับมาตรฐานปกอ่อน โดยรักษาคุณภาพและราคาเดิมไว้ และฉบับสุดท้ายคือ ฉบับประหยัดปกอ่อน ที่สามารถลดราคาลงได้มาก โดยลดจำนวนหน้าและเนื้อหาลงตามความเหมาะสม และคุณภาพก็ลดลงมาให้อยู่เหนือกว่าหนังสือในระดับราคาเดียวกันเพียงเล็กน้อย ลดภาพประกอบในนิยายลงและใช้เป็นภาพขาวดำทั้งหมด นอกจากนี้ เรายังต้องพัฒนาตลาดต่างประเทศ โดยจัดทำฉบับส่งออกในภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน รัสเซีย และญี่ปุ่นเพิ่มด้วย
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา "ชิงกงเร่อ" ชุดที่สองก็วางจำหน่าย ครั้งนี้มียอดการพิมพ์สูงถึง 5 ล้านเล่ม เพิ่มรูปแบบขึ้นมาอีกกว่า 30 ชนิด และแบ่งออกเป็นสามฉบับ โดยเฉพาะการออกฉบับประหยัดทำให้มวลชนที่เคยกระเป๋าแห้งต่างดีใจกันยกใหญ่ หนังสือฉบับประหยัดเหล่านี้แม้รูปโฉมจะไม่ดีเท่าฉบับสะสมหรือฉบับมาตรฐาน แต่เนื้อหาข้างในก็เกือบจะเหมือนกัน ตัวอักษรไม่ได้ถูกตัดทอนเลย เพียงแค่ภาพประกอบน้อยลงหน่อย ก็ยังถือว่าได้กำไรสายตา ดีกว่าเมื่อก่อนที่ไม่มีโอกาสได้ดูมากนัก
ในขณะที่ฉบับหรูหราสำหรับนักสะสมกลับเป็นรุ่นที่ขายหมดเร็วที่สุด แม้ราคาจะแพงกว่าหลายเท่า แต่คุณภาพก็ไร้ที่ติจริงๆ โดยเฉพาะภาพที่พิมพ์บนกระดาษอาร์ตมันขนาด 100 ถึง 180 กรัมด้วยเทคโนโลยีภาพสี 32 บิต ภาพทุกภาพจึงวิจิตรบรรจงราวกับงานศิลปะ เรียกได้ว่าคุ้มค่าเกินราคา มีเศรษฐีหลายคนที่ก่อนหน้านี้ซื้อฉบับมาตรฐานไปแล้ว เมื่อพบว่ามีฉบับหรูหราออกมา ก็กลับมาซื้อใหม่ทั้งชุดเพื่อนำไปสะสม ยิ่งไปกว่านั้นมีแฟนคลับที่รวยและคลั่งไคล้บางคนถึงกับซื้อทีละหลายชุดในคราวเดียว สำหรับเศรษฐีที่ยินดีจะซื้อฉบับหรูหราครบชุดเหล่านี้ พวกเขาไม่แคร์เลยที่จะซื้อเพิ่มอีกสักกี่ชุด
หนังสือชุด "ชิงกงเร่อ" ไม่เพียงแต่ดังระเบิดเทิดเทิงในประเทศเท่านั้น ในตลาดต่างประเทศก็ได้รับคำชมอย่างท่วมท้น หลังจากออกฉบับภาษาต่างประเทศ 10 ภาษา ทั้งญี่ปุ่น ฝรั่งเศส รัสเซีย เยอรมัน อิตาลี และอื่นๆ มวลชนทั่วโลกต่างก็แย่งกันซื้อราวกับเป็นของฟรี ภายในสามเดือน ยอดขายในตลาดสากลทะลุ 15 ล้านเล่ม! ทำกำไรได้ถึง 15 ล้านดอลลาร์! แม้จะยังเทียบไม่ได้กับนิตยสาร "เพลย์บอย" ฉบับปฐมฤกษ์ในประวัติศาสตร์เดิมที่ขายหมด 7 หมื่นเล่มภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่ก็ต้องเข้าใจว่ายุคสมัยต่างกัน ความเร็วในการกระจายข้อมูลและการขนส่งในยุคนี้ยังเทียบไม่ได้กับช่วงทศวรรษที่ 50 เลย
"ชิงกงเร่อ" ประสบความสำเร็จแล้ว! ชุดหนังสือศิลปะพิศวาสที่ยิ่งใหญ่! มันสืบทอดประเพณีอันรุ่งโรจน์ของศิลปะตะวันออก ทั้งเกาะปิศาจ, ชายฝั่งพิศวาส, ซิลิกอนทง, เฉ่าหลิว, เพลย์บอย, เพนต์เฮาส์, อิปปอนโดะ, โตเกียวฮอต และ A4U ต่างก็มาสิงสถิตอยู่ในวิญญาณของมันในนาทีนี้! สำนักพิมพ์หยวนหยวนแห่งนี้ได้เป็นตัวแทนของประวัติศาสตร์และประเพณีอันยาวนานของศิลปะพิศวาสบนโลก ในนาทีนี้มันไม่ได้ต่อสู้อยู่เพียงลำพัง มันไม่ได้อยู่เพียงลำพัง!
ช่วยไม่ได้ ก็พวกคนป่าเมืองเถื่อนในยุโรปและอเมริกาน่ะหรือจะเคยเห็นสิ่งพิมพ์ที่วิจิตรบรรจงขนาดนี้มาก่อน รูปแบบความบันเทิงที่แสนจะขาดแคลนมันก็เป็นแบบนี้เอง
ความสำเร็จที่น่าตกใจนี้ทำให้คนทั้งสาขาเทียนจินถึงกับตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อเหวินเต๋อซื่อทราบข่าว เขาก็เผลอทำถ้วยน้ำชาหลุดมือแตก ผ่านไปครู่ใหญ่เขาถึงเค้นคำพูดออกมาได้คำหนึ่งว่า "แม่มันเถอะ มิน่าล่ะพวกเจ้าของนิตยสารลามกถึงได้รวยจนพุงกางกันทุกคน กำไรนี่มันเทียบเท่ากับขายอาวุธเลยนะเนี่ย..."
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับกำไรทางเศรษฐกิจแล้ว อิทธิพลที่แฝงอยู่นั้นยิ่งใหญ่กว่ามหาศาล ราชวงศ์ชิงและเหล่าขุนนางกองธงแปดกองคราวนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วจริงๆ พวกเขากลายเป็นดาราหนังลามกชื่อดังระดับโลกไปในชั่วข้ามคืน เมื่อเหล่านักการทูตมหาอำนาจในปักกิ่งต้องติดต่อสื่อสารกับเหล่าขุนนางราชสำนัก สายตาของพวกเขาก็จะเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดทันที ส่วนภาพลักษณ์ในหมู่มวลชนในประเทศยิ่งดิ่งลงสู่จุดต่ำสุด แม้แต่ความเคารพเพียงน้อยนิดที่เคยมีก็ปลิวหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เมื่อใครพูดถึงคนในพระราชวังต้องห้ามขึ้นมา ทุกคนต่างก็เผยรอยยิ้มที่ผู้ชายเข้าใจกันดีออกมาทันที
(จบแล้ว)