เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - วัยรุ่นเลือดร้อน

บทที่ 8 - วัยรุ่นเลือดร้อน

บทที่ 8 - วัยรุ่นเลือดร้อน


บทที่ 8 - วัยรุ่นเลือดร้อน

"ผู้ลักลอบ" คือชายหนุ่มผิวสีข้าวสาลี แววตามุ่งมั่น ร่างกายกำยำล่ำสัน บนนิ้วมือและง่ามนิ้วมีด้านหนาเตอะ เห็นได้ชัดว่าผ่านการฝึกฝนการต่อสู้มาอย่างโชกโชน

เหวินเต๋อซือเองก็เป็นคนฝึกยุทธ ร่องรอยแบบนี้มองปราดเดียวก็รู้

เวลานี้ พ่อหนุ่มนักสู้ถูกพวกหุ่นยนต์ชีวภาพมัดเป็นข้าวต้มมัด ส่งมาอยู่ตรงหน้าเหวินเต๋อซือ

"ว่ามา นายเป็นใคร? ทำไมมาซ่อนตัวบนเรือ มีจุดประสงค์อะไร?" เหวินเต๋อซือถามอย่างไม่ใส่ใจ

คนคนนี้จะพูดหรือไม่พูดก็ไม่สำคัญ ต่อให้ไม่พูด ระบบอ่าน/ป้อนความทรงจำที่ฐานทัพก็สามารถขุดคุ้ยประวัติเขาออกมาได้อยู่ดี แค่ยุ่งยากกว่าหน่อย เหวินเต๋อซือกำลังคิดอยู่ว่าจะผลิตยาสัจจะเซรุ่มออกมาดีไหม สูตรยานี้เขามีอยู่ แต่ในภาคประชาชนถือเป็นของต้องห้าม ก่อนข้ามเวลามาเขาไม่กล้าเล่น แต่ตอนนี้คงไม่เป็นไรแล้ว

หมอนั่นทำหน้าบอกบุญไม่รับ พูดว่า "คุณชาย ผมชื่อหลิวซานชวน ผมแค่อยากไปเสฉวน เพราะทำกระเป๋าตังค์หาย ก็เลย..."

เหวินเต๋อซือยิ้ม ชี้ไปที่เอวของเขาแล้วพูดว่า "อ้อ อย่างนั้นเหรอ? แล้วแผลที่เอวนั่นมันคืออะไร? ขโมยที่เจียงซีเขาใช้ลูกปืนขโมยของกันเหรอ?"

เมื่อครู่บอดี้การ์ดรายงานว่า หมอนี่มีแผลที่เอวซ้าย เป็นรอยกระสุนเฉี่ยว ที่สำคัญคือ หมอนี่พกดาบปลายปืนทรงเหลี่ยมสี่แฉกมาด้วย บนนั้นมีคราบเลือดของคนอื่นติดอยู่

เป็นไปตามคาด สีหน้าของหมอนั่นเปลี่ยนไปทันที รีบละล่ำละลักว่า "คุณชาย ผมไม่ได้โกหกนะ ที่พูดไปเป็นเรื่องจริง..."

"หึๆ นายอาจจะไม่ได้โกหก แต่ก็พูดความจริงไม่หมด" เหวินเต๋อซือหัวเราะ

ตอนนั้นเอง บอดี้การ์ดคนหนึ่งก็เดินเข้ามา รายงานว่า "บอสเหวิน เมื่อกี้ 'วิหคฟ้า' รายงานมาว่า ท่าเรือจิ่วเจียงที่เราแวะจอดเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนตอนนี้ถูกสั่งปิดตายแล้วครับ มือปราบกับทหารกองธงเขียวระดมกำลังกันออกมา ได้ยินว่ากำลังไล่ล่าคนชื่อหลิวสุ่ย..." 'วิหคฟ้า' ที่เขาพูดถึงก็คือโดรนสำรวจ ยุคสมัยนี้ไม่ได้สงบสุขนัก เหวินเต๋อซือกังวลว่าจะเกิดเรื่องระหว่างทาง จึงส่งโดรนสำรวจ 2 ลำบินลาดตระเวนหน้าหลัง และให้หุ่นยนต์ชีวภาพ 2 คนคอยรับสัญญาณโดยเฉพาะ

บอดี้การ์ดไม่ได้ลดเสียงลง รายงานฉาดฉาน หลิวซานชวนไม่ได้หูหนวก ย่อมได้ยินเต็มสองหู สีหน้าของเขายิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่

เหวินเต๋อซือยิ้ม "ฮ่าๆๆ ทีนี้อธิบายได้หรือยังว่าที่ท่าเรือจิ่วเจียงมันเกิดอะไรขึ้น?"

หลิวซานชวนถอนหายใจ พูดอย่างจำนนว่า "ใช่ครับ ผมคือหลิวสุ่ยที่ทางการต้องการตัว แต่ผมก็ไม่ได้โกหกนะ ซานชวนคือนามรองของผม คุณส่งผมให้ทางการเถอะ..."

เหวินเต๋อซือจิบชา แล้วพูดว่า "จะส่งนายให้ทางการไหม ฉันยังไม่ตัดสินใจ แต่ฉันสนใจคดีที่นายก่อมากกว่า คนที่มาไล่จับนายมีตั้งหลายร้อย นายไปก่อเรื่องใหญ่โตอะไรไว้ล่ะ?"

หลิวสุ่ยพูดด้วยความแค้นเคือง "เหอะ จะอะไรซะอีก? ผมฆ่านักบวชฝรั่งไปคนนึง! ไอ้โล้นฝรั่งเวรตะไลนั่นมันฆ่านายอำเภอเจียงของพวกเรา"

"นักบวชฝรั่ง? ที่แท้ก็คดีหนานชาง..." เหวินเต๋อซือพยักหน้า

คดีหนานชาง คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 1906 ที่มวลชนชาวหนานชางทำลายโบสถ์และสังหารนักบวช วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1906 บิชอปหวังอันจือแห่งนิกายคาทอลิกฝรั่งเศสประจำหนานชาง บีบบังคับให้นายอำเภอหนานชาง เจียงเจ้าถัง ขยายสิทธิพิเศษในการเผยแผ่ศาสนา เจียงเจ้าถังปฏิเสธเสียงแข็ง จึงถูกแทงเสียชีวิต ทั่วทั้งเมืองเดือดดาลทันที กรรมกรนัดหยุดงาน พ่อค้าปิดร้าน นักเรียนประท้วง วันที่ 25 ประชาชนนับหมื่นจากหลายอำเภอมาชุมนุมกัน ทำลายโบสถ์และโรงเรียนของฝรั่งเศสและอังกฤษไป 4 แห่ง ตีบิชอปหวังอันจือและนักบวชอื่นๆ ตายไป 9 ศพ

หลังเกิดเหตุ อังกฤษและฝรั่งเศสเอาเรือรบมาจอดขู่ที่หนานชางนิดหน่อย รัฐบาลต้าชิงผู้ยิ่งใหญ่ของเราก็รีบคลานเข่าเข้าไปเลียแข้งเลียขา จ่ายเงินค่าทำขวัญนักบวชให้ฝรั่งเศส 50,000 ตำลึง ค่าเสียหายโบสถ์ 250,000 ตำลึง ค่าโรงพยาบาล 100,000 ตำลึง จับกุม "ผู้ก่อความวุ่นวาย" เจ็ดแปดสิบคน หลังไต่สวนก็ประหารชีวิตกงต้งและพวกรวมหกคน จำคุกสิบสามคน อีกสิบสองคนถูกลงโทษให้ใช้แรงงานหนัก นอกจากนี้ยังปลดผู้ว่าการมณฑลเจียงซี หูทิงกาน สอบสวนเจ้าหน้าที่การคลัง โจวฮ่าว และส่งตัวตุลาการ อวี๋เจ้าคัง ให้กระทรวงลงทัณฑ์

เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบวงกว้างมาก และเป็นหลุมที่ต้าชิงขุดฝังตัวเอง การกระทำแบบนี้ทำให้อารมณ์ชาตินิยมในหมู่ประชาชนพุ่งสูงปรี๊ด ทำให้พวก 'กลุ่มพลังเงียบ' ที่เดิมทียืนดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ หันไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับราชสำนักชิงกันหมด

ตอนนี้คือวันที่ 5 มีนาคม ข่าวคดีหนานชางแพร่สะพัดไปนานแล้ว เหวินเต๋อซือรู้เรื่องนี้ก่อนจะขึ้นเรือ แม้เหตุการณ์นี้จะทำให้เขาโกรธแค้น แต่ตอนนี้เขาก็ทำอะไรไม่ได้ กองกำลังของเขาเมื่อเทียบกับจักรวรรดินิยมอย่างอังกฤษฝรั่งเศสแล้ว ยังถือว่าเล็กจ้อยเกินไป แม้จะมีนิ้วทองคำหรือกระทั่งขาทองคำจากศตวรรษที่ 23 แต่การจะเปลี่ยนให้เป็นพลังอำนาจในโลกความเป็นจริง ต้องใช้เวลา

แน่นอน บอสเหวินจดบัญชีแค้นนี้ลงสมุดปกดำส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ขอแค่มีโอกาส เขาไม่รังเกียจที่จะทำให้พวกเดรัจฉานต้องชดใช้

เหวินเต๋อซือคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า "หึ ฉันรู้เรื่องแล้ว แต่นายวางใจเถอะ ฉันจะไม่ส่งนายให้ราชสำนักชิง นายไปได้ตามสบาย" พูดจบ เขาก็ส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดแก้มัดหลิวสุ่ย

เขามองหลิวสุ่ยแล้วพูดว่า "จุดหมายของพวกเราคือเมืองเน่ยเจียง มณฑลเสฉวน ระหว่างทางต้องผ่านฮั่นโข่ว อี๋ชาง ฉงชิ่ง หลูโจว นายอยากลงเรือที่ไหนก็เชิญ"

แต่หลิวสุ่ยกลับพูดว่า "คุณเหวิน ได้ยินว่าคุณกำลังรับสมัครคน..."

เหวินเต๋อซือยิ้ม "ใช่ ทำไม นายอยากจะสมัครงานเหรอ?"

"ครับ ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากทำงานกับคุณ"

หลิวสุ่ยแม้จะเป็นวัยรุ่นเลือดร้อน แต่ก็เป็นคนฉลาด เขาแฝงตัวอยู่บนเรือมาครึ่งค่อนวัน ก็พบว่าคุณเหวินท่านนี้บารมีใหญ่โตมาก จ้างฝรั่งได้เป็นร้อย นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้ และดูจากสถานการณ์ตอนนี้ อีกฝ่ายไม่ใช่คนของราชสำนัก นี่คือเป้าหมายที่เหมาะที่สุดในการฝากเนื้อฝากตัว ตอนนี้เขาเป็นนักโทษหลบหนี ถ้าไม่หาขาทองคำเกาะ คงใช้ชีวิตลำบากแน่

เหวินเต๋อซือพูดอย่างขบขันว่า "ฮะๆ คนที่ฉันรับสมัครล้วนเป็นยอดฝีมือที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน นายถนัดอะไรล่ะ?" เขารู้ทันความคิดของหลิวสุ่ย แต่ก็ไม่ใส่ใจ แม้อิทธิพลตอนนี้จะยังเปลี่ยนจุดจบอันน่าอัปยศของคดีหนานชางไม่ได้ แต่การให้ที่พักพิงแก่นักโทษหนีคดีสักสองสามคนไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

หลิวสุ่ยพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า "คุณเหวิน ผมเป็นครูฝึกของสำนักคุ้มภัยเจิ้นเวย ผู้สืบทอดมวยสิงอี้สายตระกูลหลิว..."

เหวินเต๋อซือส่ายหน้ายิ้ม "กังฟูดีแค่ไหน เจอโป้งเดียวก็จอด..."

"นี่..." หลิวสุ่ยกำลังจะเถียง แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนถูกปืนของทหารชิงไล่ยิงจนหัวซุกหัวซุนเหมือนหมา ทั้งที่ทหารพวกนั้นฝีมือสู้เขาไม่ได้เลย แต่คนเขามีปืน คนที่ต้องหนีก็คือเขา แล้วเมื่อกี้บนเรือก็โดนปืนจ่อจนมุมมาหมาดๆ เลยเถียงไม่ออก

เห็นพ่อหนุ่มคอตก เหวินเต๋อซือก็หัวเราะ "ได้ยินว่านายฝีมือไม่เลว เมื่อกี้สี่คนถือปืนล้อมยังเกือบจะปล่อยนายหนีไปได้... เอาอย่างนี้ พอถึงเน่ยเจียง นายไปทำงานที่หน่วยรักษาความปลอดภัยโรงงานของฉัน"

"เจี๋ยปู้สยง จัดห้องให้เขา แล้วตามหมอมาทำแผลให้ด้วย..."

"ครับ บอสเหวิน"

................................................................................................

วันที่ 25 มีนาคม 1906 ตัวเมืองอำเภอเน่ยเจียง

"รับสมัครคนงานจ้า รับสมัครคนงาน บริษัทซิงเคอรับสมัครคนงาน... กินอยู่ฟรี เงินเดือนขั้นต่ำเริ่มต้น 4 เหรียญ จ่ายจริงปีละ 13 เดือน แจกเสื้อผ้าทุกปี ชุดหน้าหนาว 2 ชุด ชุดหน้าร้อนและใบไม้ผลิอย่างละ 3 ชุด..."

"กรรมกร ช่างไม้ ช่างหิน ช่างปูน ช่างอิฐ ช่างทำน้ำตาล ช่างเหล็ก ลูกเรือ ช่างตัดเสื้อ พ่อครัว หมอ เสมียน นักบัญชี... รับทุกสาขาอาชีพ กินอยู่ฟรี ทดลองงานการันตี 4 เหรียญ พ้นช่วงทดลองงานสามเดือนปรับเป็น 5 เหรียญขึ้นไป... มีฝีมือช่างเริ่มต้น 10 เหรียญ ฝีมือชั้นครูเริ่มต้น 20 เหรียญ ไม่จำกัดเพดานเงินเดือน"

"สนใจสมัคร ไปที่สำนักงานบริษัทซิงเคอ ถนนต้าซี... เซ็นสัญญาปุ๊บ รับเงินค่าตั้งตัวทันที 4 เหรียญ"

ขบวนคนล้อมรอบเกวียนวัวหลายเล่ม ตีฆ้องร้องป่าวไปทั่วเมือง ในขบวนยังมีเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการอำเภอร่วมนเดินด้วย

ขบวนนี้ดึงดูดความสนใจเกินไป ผู้คนข้างทางพากันหยุดดู พอได้ยินเนื้อหาโฆษณาก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์

"กินอยู่ฟรี เดือนละ 4 เหรียญเป็นอย่างต่ำ ไม่เลวเลยนะเนี่ย"

"ข้าวสารหนึ่งหาบราคา 4 เหรียญ ต่อให้ได้เงินเดือนขั้นต่ำ ก็พอเลี้ยงทั้งครอบครัวแล้ว..."

"ลุงจาง บริษัทซิงเคอนี่มันทำอะไรเหรอ? รับคนเยอะขนาดนี้?"

"ฉันได้ยินมาว่า ซิงเคอจะมาตั้งโรงงานใหญ่หลายโรงที่เน่ยเจียงบ้านเรา แล้วก็จะสร้างโรงพยาบาลด้วย ต้องการคนเยอะแยะเลยล่ะ"

"นี่คงไม่หลอกกันนะ?"

"หลอกอะไรกันล่ะ? พวกแกมีอะไรให้เขาหลอกเหรอ? ไม่เห็นเหรอว่าหัวหน้ามือปราบหลิวก็อยู่ด้วย ทางการออกหน้าขนาดนี้ จะปลอมได้ยังไง?"

ในห้องรับรองพิเศษของภัตตาคาร "ว่างเจียงโหลว" ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง กู้เสี่ยวลวี่และลูกน้องหลายคนกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่

"เลขาธิการกู้ ผลตอบรับโฆษณาของเราดีมากครับ นับถึงเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว มีคนมาสมัคร 647 คนแล้วครับ..." หุ่นยนต์ชีวภาพคนหนึ่งรายงานอย่างดีใจ

กู้เสี่ยวลวี่ส่ายหน้าพูดว่า "น่าเสียดายที่วิธีการโฆษณาตอนนี้มันล้าหลังเกินไป ไม่อย่างนั้นคงดีกว่านี้... เมืองอื่นๆ เริ่มโฆษณาหรือยัง?"

หุ่นยนต์ชีวภาพตอบว่า "ครับ เมืองรอบๆ เน่ยเจียงอย่าง จือจง เวยหย่วน หลงชาง จื้อหลิวจิ่ง รวมถึงเฉิงตู ฉงชิ่ง อี๋ปิน และเมืองอื่นๆ รวม 15 เมือง เริ่มกิจกรรมประชาสัมพันธ์พร้อมกันแล้วครับ..."

กู้เสี่ยวลวี่พูดอย่างเสียดายว่า "เสียดายที่กำลังคนของเรายังไม่พอ ไม่อย่างนั้นคงเปิดรับสมัครพร้อมกันได้ทั่วทั้งมณฑลเสฉวน..."

ตอนนี้ในฐานทัพมีถังเพาะเลี้ยง 40 ถัง สามารถสร้างหุ่นยนต์ชีวภาพพร้อมกันได้ 40 ตัว ใช้เวลา 48 ชั่วโมงต่อรุ่น แต่เนื่องจากขาดแคลนน้ำยาอาหารเลี้ยงเชื้อสำเร็จรูป แม้ระบบแปลงวัตถุดิบชีวภาพจะสามารถแปลงสารอาหารจากภายนอก (เช่น โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต ฯลฯ) ให้เป็นน้ำยาเลี้ยงเชื้อได้ แต่มันก็ต้องใช้เวลาผลิต

จากเดิม 2 วันได้หนึ่งรุ่น ตอนนี้ต้องยืดเวลาเป็น 3 ถึง 4 วัน ยิ่งถ้าต้องสร้างหุ่นยนต์ชีวภาพระดับสูง (อย่างพวกกู้เสี่ยวลวี่ คาฟูร์ โครมี ปานาซาร์) ก็ยิ่งใช้เวลานานขึ้นไปอีก ดังนั้นผ่านไปเดือนกว่าๆ ตอนนี้เพิ่งสร้างเสร็จแค่ 12 รุ่น ไม่ถึง 500 คน

500 คนรวมกันดูเหมือนเยอะ แต่พอกางแผนงานออก ทุกที่ล้วนต้องการคน ก็เลยดูขาดแคลนไปถนัดตา

ดังนั้นเหวินเต๋อซือจึงไม่ได้หวังพึ่งหุ่นยนต์ชีวภาพในการครองโลกตั้งแต่ต้น หุ่นยนต์ชีวภาพเป็นได้แค่แกนนำและฐานกำลังหลักขององค์กร แต่การจะทำการใหญ่ ยังไงก็ต้องพึ่งพาคนธรรมดาในยุคนี้

"เอ๊ะ มีสัญญาณ..." จู่ๆ กู้เสี่ยวลวี่ก็ยกมือขึ้นดูข้อมูลบนนาฬิกาข้อมืออเนกประสงค์ แล้วร้องอย่างยินดี "เยี่ยมเลย บอสเหวินกลับมาแล้ว พวกเรารีบกลับฐานกันเถอะ..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 8 - วัยรุ่นเลือดร้อน

คัดลอกลิงก์แล้ว