- หน้าแรก
- ชีวิตดี๊ดี เมื่อผมกลายเป็นหนุ่มบ้านนาผู้โชคดี
- บทที่ 5 แม่จ๋า ไก่อร่อยไหม?
บทที่ 5 แม่จ๋า ไก่อร่อยไหม?
บทที่ 5 แม่จ๋า ไก่อร่อยไหม?
บทที่ 5 แม่จ๋า ไก่อร่อยไหม?
นี่คือ 'ไก่ภูเขาเจ็ดสี' หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ไก่ฟ้าคอแหวน'
แม้อีกหลายสิบปีให้หลังมันจะกลายเป็นสัตว์สงวน แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ในตอนนี้!
แถมมันยังตัวอ้วนพีและมีเนื้อเยอะกว่านกกระจอกตั้งไม่รู้กี่เท่า!
หลิวเอ้อจูทิ้งความคิดที่จะจับนกกระจอกทันที สายตาจับจ้องไปที่ไก่ป่าตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ตัวนั้นอย่างไม่วางตา
อาจเป็นเพราะชาวบ้านขึ้นเขามาล่าสัตว์กันบ่อย ไก่ป่าพวกนี้จึงมีความระแวดระวังตัวสูงมาก
เจ้าไก่ป่ามองซ้ายแลขวาอย่างระแวงก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าทีละก้าวตรงไปยังกะละมังไม้
เมื่อไปถึงกะละมัง มันไม่ได้มุดตัวเข้าไปทั้งตัว แต่โผล่ออกมาเพียงส่วนน้อย ยืดคอเข้าไปจิกกินเมล็ดข้าวโพด
พอแน่ใจว่าเป็นอาหารและยังสดใหม่ ความระแวงของเจ้าไก่ป่าก็มลายหายไปทันที มันขยับตัวเข้าไปใกล้เพื่อสวาปามอย่างตะกละตะกลาม
หลิวเอ้อจูกระตุกเชือกปออย่างแรง ไม้ค้ำล้มลง กะละมังไม้ครอบไก่ป่าตัวนั้นไว้ได้ทันควัน
เหอะ ไก่ก็คือไก่ เห็นแก่กินเล็กน้อยก็ไม่ห่วงหน้าพะวงหลังแล้วยอมให้คนจูงจมูกได้ง่ายๆ
"กุ๊กๆๆๆ!!"
ไก่ป่าดิ้นพล่านอยู่ในกะละมัง ส่งเสียงร้องลั่นพยายามจะหนี
หลิวเอ้อจูรีบวิ่งเข้าไป แง้มกะละมังขึ้นเล็กน้อยแล้วล้วงมือเข้าไปโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น คว้าอะไรได้ก็โยนเข้าใส่ใน 'ห้วงมิติ' ทันที
เมื่อความเคลื่อนไหวใต้กะละมังหยุดลง เขาจึงชำเลืองมองเข้าไปในห้วงมิติ
นอกจากกองดินและหญ้า ยังมีไก่ป่าที่นอนนิ่งสนิทและนกกระจอกอีกสองตัว
โอ้โห ได้ของแถมด้วย!
หลิวเอ้อจูดีใจจนเนื้อเต้น ไม่เพียงแต่จะมีอาหารแล้ว เขายังพิสูจน์ได้ว่ากับดักของเขาใช้ได้ผลจริง
งั้นก็ลุยต่อเลย เพราะไก่ตัวเดียวไม่พอยาไส้คนทั้งบ้านหรอก!
สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่แค่ให้ตัวเองอิ่มท้อง แต่ต้องเลี้ยงดูพ่อแม่และตอบแทนพี่ชายคนโตให้ได้!
ท้ายที่สุดแล้ว ในชาติที่แล้วพี่ชายคนโตมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เขาได้เรียนหนังสืออย่างสงบสุข!
พี่สะใภ้เองก็เป็นคนดี ความดีงามและความเก่งกาจของหล่อนไม่ต้องพูดถึง ที่สำคัญคือการปฏิบัติตัวต่อครอบครัวของเขานั้นไร้ที่ติ
หน้าตาหล่อนก็จัดว่าสะสวย ทว่าในชาติก่อนหลังจากพี่ชายตายไป หล่อนก็ไม่ยอมแต่งงานใหม่ หากไม่ใช่เพราะความเสียใจที่เสียลูกไปจนตรอมใจ หล่อนคงอยู่ดูแลแม่จนถึงวาระสุดท้ายแน่ๆ
หล่อนถึงขนาดยอมยกเมล็ดข้าวโพดไม่กี่เม็ดที่อุตส่าห์เสี่ยงดวงไปหามาได้ให้แก่เขา
หลิวเอ้อจูวางกับดักใหม่แล้วกลับไปซุ่มรอหลังต้นไม้ใหญ่
หลังจากเฝ้ารอทั้งบ่าย หลิวเอ้อจูจับไก่ป่าได้ห้าตัว และนกกระจอกอีกสามสิบห้าตัว
ระหว่างนั้นมีกระต่ายหลงเข้ามาด้วย แต่น่าเสียดายที่มันไม่สนใจเมล็ดข้าวโพดจึงไม่ติดกับดัก
แค่นี้ก็พอแล้ว
เมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืด หลิวเอ้อจูก็เดินกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม
เมื่อมาถึงหน้าประตูบ้าน เขาหาจุดลับตาคน นำไก่ป่าทั้งหมดออกมา ใช้เถาวัลย์มัดขาพวกมันแล้วหิ้วเข้าบ้าน
ช่วยไม่ได้ ในยุคสมัยนี้ ถ้าใครเห็นหลิวเอ้อจูมีเนื้อสัตว์อยู่ในมือ ต้องโดนซักฟอกจนขาวสะอาดแน่
ถ้าอธิบายไม่ได้ ไม่เพียงจะโดนลงโทษหนัก ไก่พวกนี้คงโดนยึดไปลงท้องหมาที่ไหนสักตัว
ได้เวลาอาหารเย็น ควันไฟลอยโขมงจากปล่องควันบ้านอื่น ไม่ว่าจะมีข้าวกินหรือไม่ อย่างน้อยก็ต้องต้มน้ำให้ร้อนเพื่อกินประทังหิว ไม่อย่างนั้นคงนอนไม่หลับจริงๆ!
แต่พอหลิวเอ้อจูก้าวเท้าเข้าบ้าน กลับพบลานบ้านว่างเปล่า เตาไฟเย็นชืด
ทว่าในบ้านกลับมีคนอยู่กันครบ แถมยังมีเสียงร้องไห้ดังแว่วมา
เป็นแม่กับพี่สะใภ้ที่กำลังร้องไห้!
หลิวเอ้อจูคิดว่าเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับพ่ออีกแล้ว จึงรีบพุ่งเข้าไปในห้องด้วยความร้อนรน "เกิดอะไรขึ้น? แม่ ร้องไห้ทำไม? มีเรื่องอะไรเหรอ?"
ภายในห้องเงียบกริบทันที
หญิงต่างวัยทั้งสองหยุดร้องไห้และหันมามองหลิวเอ้อจูเป็นตาเดียว
ชายหนุ่มต่างวัยอีกสองคนก็ตกตะลึงจนลืมสูบยาสูบ ปล่อยให้ไฟไหม้มวนยาไปเฉยๆ
มีเพียง 'หนีจื่อ' หรือหลิวโย่วหนิงตัวน้อยที่ตะโกนลั่น "น้าเล็กกลับมาแล้ว! น้าเล็กไม่ได้หนีไปเพราะหนู! แง..."
เสียงร้องไห้นี้เรียกสติทุกคนในห้องให้กลับคืนมา
หลิวต้าเหลียงลุกพรวดขึ้น ถามด้วยความประหลาดใจ "เจ้าจู แกไม่ได้กลับไปโรงเรียนหรอกเหรอ?"
"กลับโรงเรียน? จะกลับไปทำไม? ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่เรียนแล้ว" หลิวเอ้อจูงงเป็นไก่ตาแตก
"ก็... ก็เห็นแกหายไปทั้งบ่ายไม่กลับมา พวกเราก็นึกว่าเมื่อเช้าแกแค่หลอกให้ตายใจ แล้วแอบหนีกลับไปแล้วเสียอีก" หลิวต้าเหลียงอธิบายอย่างเก้อเขิน
หนีจื่อเช็ดน้ำตาป้อยๆ พูดเสียงเครือ "น้าเล็ก หนูจะไม่แย่งกินหมั่นโถวแล้ว... หนู... โตขึ้นหนูจะคืนหมั่นโถวให้น้าสามลูกเลย น้าอย่าไปนะ แม่กับย่าจะได้เลิกร้องไห้..."
เด็กหญิงคิดว่าน้าชายโกรธที่ตนแย่งกินหมั่นโถวเมื่อเช้าจนหนีออกจากบ้าน จึงหวาดกลัวจับใจ
พี่สะใภ้หลี่ชุ่ยชุ่ยรีบกอดลูกสาว ใช้ฝ่ามือหยาบกร้านเช็ดน้ำตาให้ลูกด้วยความปวดใจ
"พอได้แล้ว กลับมาก็ดีแล้ว จะร้องห่มร้องไห้อะไรกันนักหนา น่ารำคาญจริง!"
"ยายแก่ รีบไปทำกับข้าวสิ ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว!"
ผู้เป็นพ่อ หลิวฝูเซิง สบถอย่างหงุดหงิดไล่ตะเพิดทุกคน แต่พอลับหลังก็แอบหันหน้าไปปาดน้ำตาตัวเองเงียบๆ
หนิวหงฮวาเมื่อได้ยินสามีสั่งก็รีบรับคำ
อันที่จริงนางรู้สึกผิดมาก
ลำพังแค่บังคับให้ลูกเลิกเรียนก็แย่พอแล้ว แต่นี่ยังไปมองลูกในแง่ร้ายอีก
พ่อแม่ชาวชนบทก็เป็นแบบนี้ คำขอโทษนั้นพูดไม่ออกหรอก ได้แต่ชดเชยด้วยของกินดีๆ หนิวหงฮวาจึงลุกขึ้นเตรียมเดินออกไป "เจ้าจู ออกไปข้างนอกมาทั้งบ่ายคงเหนื่อยแย่ นั่งพักก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะไปขอยืมแป้งข้าวโพดในหมู่บ้านมานึ่งหมั่นโถวให้กิน"
หลิวเอ้อจูรีบขวางแม่ไว้อย่างจนใจ แล้วชูไก่ป่าในมือให้ดู "แม่ ดูนี่สิ! นี่ผลงานเมื่อบ่ายของฉัน!"
คนอื่นๆ มัวแต่ดีใจที่หลิวเอ้อจูกลับมาจนไม่ทันสังเกตเห็นไก่ป่า พอตอนนี้เห็นชัดๆ ตาก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง
โดยเฉพาะหนิวหงฮวาที่เห็นใกล้ๆ ถึงกับอุทานลั่น "คุณพระช่วย!"
หลี่ชุ่ยชุ่ยกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ "ไก่! พี่เหลียง! แม่! ไก่จ้ะ!"
เมื่อเห็นผู้หญิงสองคนตื่นเต้นจนพูดไม่เป็นภาษา หลิวเอ้อจูก็หัวเราะร่า
แต่พอมองไปที่พ่อและพี่ชาย กลับพบว่าทั้งคู่ไม่ได้แสดงอาการดีใจเท่าไรนัก กลับดูตื่นตระหนกเสียมากกว่า
หลิวฝูเซิงยืดตัวตรงทันที ส่งเสียงลอดไรฟัน "พวกแกจะแหกปากทำไม? เดี๋ยวพวกหน่วยรักษาความปลอดภัยก็แห่กันมาหรอก!"
ผู้หญิงสองคนรีบตะครุบปากตัวเองแน่น
หลิวต้าเหลียงพุ่งเข้ามาจับมือน้องชาย ถามเสียงสั่น "เจ้าจู แกไปเอาไก่พวกนี้มาจากไหน? แกไม่ได้ไปขโมยเขามาใช่ไหม?"
"พี่ชาย นี่ไก่ป่านะ ไม่ใช่ไก่บ้าน ฉันจะไปขโมยมาจากไหน?"
"ฉันวางกับดักจับมา จำเมล็ดข้าวโพดที่พี่ให้เมื่อเช้าได้ไหม? ฉันเอาไปทำกับดักนั่นแหละ"
หลิวเอ้อจูอธิบายอย่างหงุดหงิด
หลิวต้าเหลียงทำหน้าแปลกใจ "งั้นที่แกขอข้าวโพดเมื่อเที่ยง ไม่ได้เอาไปกินแก้ขัดหรอกรึ?"
จากนั้นเขาก็อดตื่นเต้นไม่ได้ "น้องชายฉันฉลาดจริงๆ! ฉันคิดไม่ถึงเลย สมแล้วที่เป็นปัญญาชน! ฉันก็คิดมากไป ปัญญาชนจะไปทำเรื่องเลวทรามอย่างการขโมยของได้ยังไง?"
"..."
หลิวเอ้อจูอยากจะบอกพี่ชายเหลือเกินว่าเขาคิดผิดถนัด... เวลาคนมีความรู้จะเลวน่ะ มันร้ายกาจยิ่งกว่าใครเสียอีก!
แต่เพื่อไม่ให้ครอบครัวเข้าใจผิด เขาจึงเลือกที่จะเงียบไว้
ทุกคนต่างจมดิ่งอยู่ในความปิติยินดีที่ได้เห็นไก่ ยกเว้นหนีจื่อตัวน้อยที่ยังไม่ประสา เด็กหญิงกระตุกกางเกงตัวใหม่ที่แม่เพิ่งเย็บให้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"แม่จ๋า ไอ้ตัวที่มีสีๆ นั่นก็ไก่เหมือนกันเหรอ? กินได้ไหมจ๊ะ?"
สิ้นเสียงคำถาม คนทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
กินได้ไหม?
แน่นอนว่าไก่ย่อมกินได้!
แถมยังอร่อยมากด้วย!
แต่หลิวเอ้อจูเป็นคนจับมา จะกินได้หรือไม่... ก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้ว