- หน้าแรก
- ยอดเซียนสายเผ่น ขอเป็นที่หนึ่ง
- ตอนที่ 169 ปมฉี่รดที่นอน กับคำขู่เฉือน "อุปกรณ์ก่อคดี"
ตอนที่ 169 ปมฉี่รดที่นอน กับคำขู่เฉือน "อุปกรณ์ก่อคดี"
ตอนที่ 169 ปมฉี่รดที่นอน กับคำขู่เฉือน "อุปกรณ์ก่อคดี"
ตอนที่ 169 ปมฉี่รดที่นอน กับคำขู่เฉือน "อุปกรณ์ก่อคดี"
ทั่วทั้งนิกายทะเลเมฆา คนเดียวที่มีสิทธิ์เรียกอวิ๋นซวงเอ๋อว่า "ซวงเอ๋อ" ก็คืออาจารย์ของนาง ท่านปราชญ์อวี้อิง
แม้แต่พวกศิษย์พี่หญิงเหล่านี้ ปกติยังเรียกอวิ๋นซวงเอ๋อว่า "ศิษย์น้องเล็ก"
ไอ้ผีพนันบ้ากามอย่างเย่เฟิง บังอาจเรียกซวงเอ๋อห้วนๆ แบบนี้ ทำเอาเหล่าศิษย์พี่หญิงรู้สึกระคายหูเป็นอย่างมาก
เย่เฟิงรีบแก้ตัว "ศิษย์พี่เสวี่ยหรง ข้าผิดไปแล้วๆ! คือว่า... ข้ามีธุระด่วนจะคุยกับศิษย์พี่ซวงเอ๋อ นางอยู่ไหมครับ? ถ้าไม่อยู่ ข้าขอตัวกลับก่อนละกัน"
ชีวิตของอวิ๋นซวงเอ๋อเรียกได้ว่าเรียบง่ายที่สุดในนิกายทะเลเมฆา วนเวียนอยู่แค่เรือนไผ่เขียว กับยอดเขาเมฆาอัสดง
บางครั้งถ้านางฝึกวิชาบนยอดเขาจนเหนื่อย ขากลับอาจจะแวะอาบน้ำในสระน้ำตกหลังยอดดาราโรยบ้าง
นางไม่มีสังคม แม้แต่ศิษย์พี่ในเรือนไผ่เขียว ปีหนึ่งๆ ยังคุยกันแทบนับคำได้
จินเหอและคนอื่นๆ เห็นอวิ๋นซวงเอ๋อมาตั้งแต่เล็ก รู้ดีว่าศิษย์น้องคนนี้เป็นคนเย็นชา จึงคอยเป็นห่วงเป็นใยอยู่ห่างๆ
ศิษย์พี่สี่ เฉียนอวี้เฟิ่ง ถามขึ้น "เย่เฟิง เจ้ามีธุระอะไรกับศิษย์น้องเล็ก?"
เย่เฟิงตอบ "ข้าจะมาทวงของที่เป็นของข้าคืน"
"อะไรนะ?" สาวๆ งงเป็นไก่ตาแตก
ศิษย์พี่ห้า ซุนชิงชิง สวนทันควัน "ไอ้เด็กบ้า หนังหน้าเจ้าทำด้วยอะไร? กล้าพูดว่าศิษย์น้องเล็กเอาของเจ้าไป?"
ศิษย์พี่หก เจียงเหอ เสริม "ที่ผ่านมาข้าได้ยินแต่ว่าเจ้าไปไถ ไปหลอกเอาของชาวบ้านมาเป็นของตัวเอง..."
ถ้าอยู่ต่อหน้าสาวงามแค่คนเดียว เย่เฟิงคงจัดหนักตามคำสั่งอาจารย์ "ก่อเรื่องวันละนิด" ไปแล้ว
แต่ตอนนี้อยู่ต่อหน้าศิษย์พี่สาวหกคน แถมวรยุทธ์สูงกว่าเขาทุกคน และที่สำคัญ... เขาเคย (ถูกกล่าวหาว่า) กินนมพวกนางมาแล้ว เขาเลยไม่กล้าหือ
ได้แต่หัวเราะแห้งๆ "เรื่องของข้ากับศิษย์พี่ซวงเอ๋อ พูดวันเดียวก็ไม่จบหรอกครับ ในเมื่อนางไม่อยู่ งั้นข้ากลับก่อนนะ"
หนานกงเยี่ยนยิ้มเจ้าเล่ห์ "ใครบอกว่าศิษย์น้องเล็กไม่อยู่ วันนี้นางไม่ออกไปไหน เก็บตัวอยู่ในห้องนั่นแหละ อยู่ที่ว่าเจ้าจะกล้าเข้าไปหานางรึเปล่า"
"ทำไมต้องใช้ความกล้าด้วยล่ะ?" เย่เฟิงงง
ศิษย์ร่วมสำนักไปมาหาสู่กัน มันเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? ทำไมฟังจากน้ำเสียงหนานกงเยี่ยน เหมือนหน้าห้องอวิ๋นซวงเอ๋อมีกับดักมรณะรออยู่
หนานกงเยี่ยนยักไหล่ ยิ้มกรุ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย
สาวๆ คนอื่นก็ทำหน้าตาแปลกๆ พอๆ กัน
เห็นรอยยิ้มสยองขวัญของพวกศิษย์พี่ เย่เฟิงเริ่มรู้สึกขนลุกซู่
เขารีบโบกมือ "ของเขิงอะไรไม่เอาแล้ว! ข้ามีธุระด่วน ขอตัวก่อนนะ! ทางใครทางมัน!"
"เดี๋ยวสิ มาแล้วจะรีบกลับทำไม เข้าไปข้างในก่อน..."
เย่เฟิงพยายามจะชิ่ง แต่โดนเหล่าเทพธิดารุมล้อม ลากตัวเข้าไปในเรือนไผ่เขียว
บรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่นจนน่ากลัวนี้ เย่เฟิงรู้สึกคุ้นๆ
เหมือนพระเอกในหนังจีนกำลังเดินผ่านตรอกโคมเขียว แล้วโดนสาวงามรุมฉุดกระชากลากถู จะหนีก็หนีไม่ได้
แต่ดูจากสีหน้าพวกศิษย์พี่แล้ว... มันทะแม่งๆ ชอบกล
เอาวะ มาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ต้องตามน้ำไป
เย่เฟิงจำใจเดินเข้าเรือนไผ่เขียว คิดในใจว่า ต่อให้ข้างหน้าเป็นถ้ำเสือแดนมังกรแล้วไง?
ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือเหรอ?
"ข้ารอในลานบ้านก็ได้ ไม่ต้องเชิญเข้าห้องรับแขกหรอก พี่สาวคนสวยช่วยไปตามศิษย์พี่ซวงเอ๋อให้หน่อยสิครับ"
"น้ำหน้าอย่างเจ้ามีสิทธิ์เข้าห้องรับแขกพวกเราด้วยเหรอ? ห้องพักศิษย์น้องเล็กอยู่ด้านในสุด เดินไปหาเองสิ"
"เสี่ยวเฟิง ไหนคุยโวว่าเป็นลูกผู้ชายใจกล้าที่สุดในนิกายทะเลเมฆาไง? ปอดแหกซะแล้วเหรอ?"
"เย่เฟิง ไม่ต้องกลัวหรอกน่า พวกเราแค่ล้อเล่น ศิษย์น้องเล็กคงไม่ถึงขั้น 'เฉือน' ของเจ้าทิ้งหรอก"
เย่เฟิงรู้สึกเสียววาบที่ช่วงล่าง รีบเอามือกุมเป้ากางเกงโดยอัตโนมัติ
เขาถามเสียงสั่น "ศิษย์พี่หนานกง... ที่ว่า 'เฉือน' นี่... หมายความว่าไงครับ?"
"อ้าว ก็สิบกว่าปีก่อน เจ้าดันไปฉี่รดที่นอนนาง ศิษย์น้องเล็กเลยประกาศลั่นว่า ถ้าเจ้ากล้าย่างกรายเข้าห้องนางอีกก้าวเดียว นางจะเฉือน 'จู๋' เจ้าทิ้ง ริบอุปกรณ์ก่อคดีตลอดชีพ!
แต่ไม่ต้องกลัวหรอก นั่นมันคำพูดเด็กๆ ตอนนี้ศิษย์น้องเล็กคงลืมไปหมดแล้วมั้ง รีบไปหานางสิ"
"ไม่ไปแล้ว! ข้ามีธุระ! ข้าจะกลับบ้าน!"
เย่เฟิงหันหลังกลับเตรียมโกย แต่โดนหนานกงเยี่ยนกับเจียงเหอล็อคแขนซ้ายขวาไว้แน่น
"ปล่อยข้านะ! ข้าไม่เล่นแล้ว!"
"อย่าเสียงดัง! อาจารย์กำลังนั่งสมาธิในโรงน้ำชา ขืนไปรบกวนท่าน เจ้าศพไม่สวยแน่!"
เย่เฟิงรีบลดเสียงลงทันที "ศิษย์พี่ครับ ข้าไม่ได้มีธุระสำคัญอะไรจริงๆ เลิกแกล้งข้าเถอะนะ"
หนานกงเยี่ยนยิ้มหวาน "ไหนบอกจะมาหาศิษย์น้องเล็กไง? มาถึงหน้าประตูแล้วจะหนีเหรอ?!"
ไม่นาน เย่เฟิงก็ถูกสาวๆ ลากมาหยุดอยู่หน้ากระท่อมไม้ไผ่ที่เงียบสงบที่สุด ด้านในสุดของเรือนไผ่เขียว
นกกระเรียนยักษ์ตัวคุ้นเคยยืนอยู่ข้างกระท่อม ขายาวๆ ของมันดูจะสูงกว่ากระท่อมของอวิ๋นซวงเอ๋อซะอีก
เห็นเย่เฟิงกับเจ้าซานจือเอ๋อร์ นกกระเรียนยักษ์ก็ยืดคอมามอง กระพริบตาปริบๆ ด้วยความสงสัยว่าไอ้เด็กนี่มาทำอะไรที่นี่
หนานกงเยี่ยนผลักเย่เฟิงไปหน้าประตู แล้วเคาะประตูรัวๆ สองสามที
จากนั้นนางกับพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องก็ใส่เกียร์หมา วิ่งหนีไปหลบอย่างไว
เย่เฟิงยังไม่ทันตั้งตัว ประตูไม้ไผ่ก็เปิดออก
อวิ๋นซวงเอ๋อที่ไม่ได้เจอกันหลายวัน ปรากฏตัวตรงหน้า
นางสวมชุดขาวราวหิมะ ใบหน้าสวยหมดจดงดงามดั่งหยกแกะสลัก ไร้ที่ติ
สิ่งเดียวที่อาจจะเรียกว่าข้อบกพร่อง ก็คงเป็นแววตา
ดวงตากลมโตที่ควรจะหวานซึ้ง กลับว่างเปล่า ไร้อารมณ์ เหมือนโลกทั้งใบมีแค่สีขาวกับดำ เย็นชา ไร้ความรู้สึก
แต่พอสายตานางปะทะเข้ากับเย่เฟิงที่ยืนอยู่หน้าประตู และเจ้าขนเขียวซานจือเอ๋อร์บนหัวเขา
ในดวงตาที่เย็นชานั้น กลับมีประกายประหลาดพาดผ่านวูบหนึ่ง
ถ้าจำไม่ผิด นี่น่าจะเป็นผู้ชายคนแรกในรอบหลายปี ที่มายืนอยู่หน้าห้องนอนของนาง
เย่เฟิงทำตัวไม่ถูก ได้แต่หัวเราะแห้งๆ "ซวงเอ๋อ... ไม่เจอกันหลายวัน สวยขึ้นนะเนี่ย!"
อวิ๋นซวงเอ๋อดึงสติกลับมา "เจ้ามาทำอะไรที่นี่"
"ก็ไม่เจอกันหลายวัน เจ้าซานจือเอ๋อร์มันบ่นคิดถึงเจ้า รบเร้าให้ข้าพามาหา... ใช่ไหมซานจือเอ๋อร์?"
"จี๊ดๆๆ..."
เจ้าซานจือเอ๋อร์บนหัวส่ายหน้าดิก ปฏิเสธข้อหาแพะรับบาปอย่างชัดเจน
อวิ๋นซวงเอ๋อมองข้ามเย่เฟิงไปที่ด้านหลัง
เห็นหัวคนหลายหัวโผล่ออกมาจากมุมกำแพงกระท่อมไผ่
พวกศิษย์พี่ของนางนั่นเอง
ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง โผล่มาแต่หัวเรียงกันเป็นตับ ตั้งแต่สูงลงต่ำ ดูตลกพิลึก
เห็นพวกศิษย์พี่แอบดูด้วยความสนุกสนานอย่างเปิดเผย อวิ๋นซวงเอ๋อก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
เย่เฟิงรู้สึกว่าวันนี้ฤกษ์ไม่ดีที่จะทวงภาพวาดวิญญาณ
กาลเทศะไม่ได้ ทำเลก็เสียเปรียบ
ขืนลงไม้ลงมือ ฝ่ายนู้นคนเยอะกว่า เขาคงไม่ได้เดินกลับออกไปแน่
เอาไว้คราวหน้าค่อยมาเจรจาขอคืนดีๆ ดีกว่า
เขากำลังจะขอตัวลา แต่อวิ๋นซวงเอ๋อกลับพูดขึ้นว่า "เข้ามาสิ"
เย่เฟิงชะงัก เห็นอวิ๋นซวงเอ๋อเดินกลับเข้าไปในห้องแล้ว
เขาหันไปมองพวกศิษย์พี่ที่กำลังแอบดู
"ซวงเอ๋อก็ดูปกตินี่หว่า ไม่เห็นมีทีท่าจะควักมีดมาเฉือนของรักข้าเลย ยัยพวกนี้ขู่ซะข้าเกือบฉี่ราด"
เย่เฟิงพึมพำกับตัวเอง แล้วยืดอก เดินอาดๆ เข้าไปในห้องนอนของอวิ๋นซวงเอ๋ออย่างผ่าเผย
แถมยังหันไปปิดประตูใส่หน้าพวกศิษย์พี่อีกต่างหาก
ก่อนประตูปิดสนิท เขายังทำหน้าทะเล้น แลบลิ้นปลิ้นตาใส่พวกนางอย่างท้าทาย
พอประตูปิดลง เหล่าสาวงามที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงก็เดินออกมา
แต่ละคนทำหน้าเหมือนเห็นผี
หนานกงเยี่ยนขยี้ตา "ศิษย์น้องเล็กยอมให้เย่เฟิงเข้าห้อง? ข้าตาฝาดไปป่าวเนี่ย? นั่นห้องนอนสาวบริสุทธิ์ของนางนะ! กี่ปีแล้วไม่เคยมีผู้ชายย่างกรายเข้าไป!"
ซุนชิงชิงลูบคาง "แปลกจริงแฮะ ตามบทแล้ว พอนางเปิดประตูมา ควรจะซัดไอ้เด็กเย่เฟิงให้น่วมไม่ใช่เหรอ?"
หลี่เสวี่ยหรงเสริม "นั่นสิ ที่พวกเราลากมันมาส่งถึงที่ ก็กะจะให้ศิษย์น้องเล็กระบายอารมณ์ซ้อมมันเล่นสักหน่อย"
เจียงเหอสงสัย "เมื่อหลายเดือนก่อน ไอ้หมอนี่ยังลวนลามศิษย์น้องเล็กอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? อาจารย์ต้องวิ่งเต้นไปหอวินัยตั้งหลายรอบ ท่านลุงอวี้หลงก็พาเย่เฟิงมาขอขมา ศิษย์น้องเล็กน่าจะเกลียดขี้หน้ามันสิ ไหงไม่ตบมัน แถมยังเชิญเข้าห้องอีก?"
เฉียนอวี้เฟิ่งวิเคราะห์ "เป็นไปได้ไหมว่า ศิษย์น้องเล็กใช้แผน 'ปิดประตูตีแมว'? นางกลัวเย่เฟิงหนี เลยล่อให้เข้าห้องก่อน แล้วค่อยกระทืบให้เละคาห้อง"
"มีเหตุผล!"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย
พวกนางคิดว่าคงไม่มีเหตุผลอื่นแล้วที่จะอธิบายเหตุการณ์ประหลาดนี้ได้
สาวๆ เม้าท์กันสนุกปาก มีเพียงจินเหอที่ยืนเงียบ
นางรู้ตื้นลึกหนาบางมากกว่าศิษย์น้องพวกนี้ เพราะนางเคยได้รับคำสั่งลับจากอาจารย์ให้ไปคุ้มกันเย่เฟิงที่ป่าไผ่
คนนอกคิดว่าเย่เฟิงกับอวิ๋นซวงเอ๋อมีเรื่องบาดหมางกันใหญ่โต
แต่จินเหอรู้ดีว่า จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเลย แม้แต่เรื่องที่อวิ๋นซวงเอ๋อโดนแอบดูอาบน้ำ ก็เคลียร์กันจบไปนานแล้ว
จินเหอขมวดคิ้ว จ้องมองประตูห้องที่ปิดสนิทของศิษย์น้องเล็กอย่างครุ่นคิด
นางสังหรณ์ใจว่า ระหว่างศิษย์น้องเล็กกับเย่เฟิง ต้องมีความลับอะไรบางอย่างซ่อนอยู่แน่ๆ
"พวกเจ้าทำอะไรกัน? เมื่อกี้เสียงดังเอะอะโวยวายอะไร?"
ท่านปราชญ์อวี้อิง ในชุดขาวเรียบง่ายแต่ยังคงความงามสง่า ยืนอยู่ที่หน้าโรงน้ำชา เห็นลูกศิษย์จับกลุ่มคุยกันหน้าดำหน้าแดง จึงเอ่ยถาม
ได้ยินเสียงอาจารย์ สาวๆ วงแตก รีบหยุดเม้าท์
หนานกงเยี่ยนตอบ "ไม่มีอะไรเจ้าค่ะอาจารย์ แค่วันนี้ศิษย์น้องเล็กมีแขกมาหา พวกเราเลยตื่นเต้นนิดหน่อย"
"หืม? ซวงเอ๋อเนี่ยนะ? มีแขก?"
ท่านปราชญ์อวี้อิงถึงกับงุนงง
นางรู้จักรนิสัยลูกศิษย์คนเล็กดีที่สุด เป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
นอกจากคนในเรือนไผ่เขียวแล้ว อวิ๋นซวงเอ๋อแทบไม่มีเพื่อนในนิกายเลยสักคน
แล้วจะมีแขกมาหาได้ยังไง?
ท่านปราชญ์อวี้อิงเดินเข้ามาถาม "แขกของซวงเอ๋อเป็นใคร?"
จินเหอตอบ "อาจารย์ อย่าไปฟังหนานกงพูดเพ้อเจ้อ ไม่ใช่แขกสำคัญอะไรหรอกเจ้าค่ะ เย่เฟิง ลูกศิษย์ท่านลุงอวี้หลงน่ะเจ้าค่ะ"
"อ้อ เย่เฟิง..."
สีหน้าของท่านปราชญ์อวี้อิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปทางห้องพักของลูกศิษย์คนเล็กด้วยแววตาครุ่นคิด