เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 168 ฉายา "เด็กบ่อขี้" กับหนานกงเยี่ยนผู้ (เคย) ให้นม

ตอนที่ 168 ฉายา "เด็กบ่อขี้" กับหนานกงเยี่ยนผู้ (เคย) ให้นม

ตอนที่ 168 ฉายา "เด็กบ่อขี้" กับหนานกงเยี่ยนผู้ (เคย) ให้นม


ตอนที่ 168 ฉายา "เด็กบ่อขี้" กับหนานกงเยี่ยนผู้ (เคย) ให้นม

สำหรับคำตอบของท่านลุงเย่ฝูโหยว เย่เฟิงไม่ได้รู้สึกแปลกใจหรือเหนือความคาดหมายแต่อย่างใด

ถึงภายนอกเขาจะดูเป็นเด็กอายุสิบห้าสิบหก แต่ข้างในผ่านโลกมาสองชาติ เข้าใจจิตใจคนและสันดานมนุษย์เป็นอย่างดี

การที่วิญญาณท่านลุงยอมสละชีวิต เพื่อแบ่งเสี้ยววิญญาณเข้ามาสิงในร่างเขา

แน่นอนว่าไม่ได้ออกมาเพื่อท่องเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ แต่แหกคุกหินออกมาเพื่อล้างแค้น

ทว่า... แค่เสี้ยววิญญาณมันอ่อนแอเกินไป ทำอะไรไม่ได้

เลยต้องอาศัยร่างของเย่เฟิงเป็นเครื่องมือในการล้างแค้น

จะให้เย่เฟิงไปฆ่าท่านลุงเจ้าสำนักเหรอ? ฝันไปเถอะ เขาไม่มีปัญญาหรอก

ขนาดลูกศิษย์ปลายแถวของท่านเจ้าสำนักสักคน เขายังสู้ไม่ได้เลย

วิธีล้างแค้นที่ดีที่สุด คือการฉวยโอกาสจากศึกแย่งชิงตำแหน่งระหว่างตู๋กูฉางคงกับฟู่จิงหง กวนน้ำให้ขุ่น แล้วสุดท้ายทำให้ลูกศิษย์ของท่านเจ้าสำนักตายตกไปตามกันในสงครามนี้ นั่นอาจจะพอช่วยดับไฟแค้นในใจท่านลุงได้บ้าง

"เจ้าไม่ตกใจเลยรึ?" พอเห็นเย่เฟิงนิ่งสนิท เย่ฝูโหยวอดถามไม่ได้

เย่เฟิงถอนหายใจ "ตั้งแต่วินาทีที่ข้ารู้ว่าท่านคือท่านลุงที่หายสาบสูญไปสองร้อยกว่าปี ข้าก็เดาได้แล้ว... แต่ว่านะท่านลุง... ถึงท่านจะดีกับข้ามาก ถ่ายทอดวิชาสุดยอดให้ข้าเพียบ

แต่ข้าคงต้องทำให้ท่านผิดหวังแล้วล่ะ ข้าทำตามที่ท่านต้องการไม่ได้ และจะไม่ช่วยท่านล้างแค้นด้วย

หลายเดือนมานี้ ข้าได้สัมผัสกับท่านลุงเจ้าสำนักหลายครั้ง ท่านให้ความรู้สึกเหมือนลุงแก่ใจดี ไม่เหมือนคนชั่วร้ายเลย

ถ้าท่านเจ้าสำนักเป็นคนเลวระยำตำบอน ข้าอาจจะช่วยท่าน แต่เขาไม่ใช่คนเลว ข้าช่วยท่านไม่ได้จริงๆ

ไม่ว่าท่านจะพูดยังไงว่าท่านเจ้าสำนักโหดเหี้ยมอำมหิตแค่ไหน ข้าก็ไม่เชื่อง่ายๆ หรอก ข้าไม่ใช่เด็กสามขวบ ข้ามีวิจารณญาณของตัวเอง

อีกอย่าง ในศึกชิงตำแหน่งครั้งนั้น อาจารย์ข้าก็เลือกข้างท่านเจ้าสำนัก

ศัตรูของท่านไม่ได้มีแค่ท่านเจ้าสำนัก แต่มีอาจารย์ข้าด้วย ข้ายิ่งไม่มีทางช่วยท่านเล่นงานอาจารย์ข้าเด็ดขาด"

เย่เฟิงรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องโกหกเพื่อแลกกับวิชา

ต่อให้ท่านลุงไม่สอน อาจารย์อ้วนก็ต้องสอนให้อยู่ดี

ทั้งสองคนต่างเป็นศิษย์เอกของปรมาจารย์เสวียนฝูเจินเหริน วิชาที่ท่านลุงรู้ อาจารย์อ้วนก็น่าจะรู้เหมือนกัน

เผลอๆ อาจารย์อ้วนที่อยู่นอกคุกมาตลอด อาจจะรู้วิชาลับระดับสูงมากกว่าท่านลุงที่โดนขังลืมมาสองร้อยปีด้วยซ้ำ

ที่เย่เฟิงพูดเปิดอกขนาดนี้ เพราะสงสารท่านลุงจับใจ

ตายไปแล้วยังปล่อยวางความแค้นไม่ได้

จะกินน้ำแกงยายเมิ่งยังไง? จะไปเกิดใหม่ได้ไหม? หรือจะต้องเป็นวิญญาณเร่ร่อนไปชั่วกัปชั่วกัลป์?

เย่ฝูโหยวเอ่ยเสียงเรียบ "วางใจเถอะ ข้าเย่ฝูโหยวเคยเป็นถึงยอดคนสะท้านยุทธภพ ย่อมไม่บังคับลูกหลานให้ทำสิ่งที่ไม่อยากทำ

จริงๆ ที่เจ้าพูดคราวก่อนก็มีเหตุผล คนตายไปแล้ว บัญชีแค้นก็ควรจบ บุญคุณความแค้น มันควรสิ้นสุดตั้งแต่วินาทีที่ข้าตาย

อีกอย่าง... เจ้าสองเอาร่างข้ามาฝังไว้ในสุสานบรรพชน ข้างๆ หลุมศพอาจารย์ เรื่องนี้เหนือความคาดหมายของข้าจริงๆ ข้า... ยังจะมีอะไรให้เคียดแค้นได้อีกล่ะ"

พูดจบ เสียงของเย่ฝูโหยวก็เงียบหายไป

เย่เฟิงลองเรียกดูสองสามครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เขารู้ว่าท่านลุงคงกำลังสับสนและตกตะกอนความคิดอยู่

เขาจึงไม่รบกวน

เย่เฟิงยึดมั่นในหลักการเดียว: ท่านสอนวิชาให้ข้า ดีกับข้า ข้าก็จะตอบแทนท่านในสิ่งที่ทำได้ โดยไม่ขัดต่อมโนธรรม

แต่จะให้ไปเล่นงานท่านเจ้าสำนัก หรือเล่นงานอาจารย์อ้วน... ไม่มีทาง!

แม้ว่าวิธีที่ท่านเจ้าสำนักกับอาจารย์อ้วนใช้ในอดีตจะสกปรกโสมมแค่ไหน เย่เฟิงก็จะเลือกยืนข้างอาจารย์อ้วนอยู่ดี

มัวแต่คุยกับท่านลุงเพลินจนลืมดูทาง พอรู้ตัวอีกที ก็พบว่าตัวเองยืนอยู่บนทางเดินหินโดดเดี่ยว

เย่เฟิงมองซ้ายมองขวา สองข้างทางเต็มไปด้วยดอกไม้ใบหญ้าเขียวขจี กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาตามลม

ที่นี่อยู่สูงจากพื้นดินสองสามพันจาง แต่กลับมีผีเสื้อยักษ์สีสดใสบินว่อนในดงดอกไม้

แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับกลุ่มเรือนไผ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในดงดอกไม้แปลกตา

"เรือนไผ่เขียว? ข้ามาโผล่ที่นี่ได้ไงเนี่ย!"

เมื่อหลายเดือนก่อน เขาเคยมาที่นี่กับอาจารย์อ้วนเพื่อขอขมาอวิ๋นซวงเอ๋อ จำได้แม่นเลยว่าข้างหน้าคือที่พักของท่านอาอวิ๋นอิงและบรรดาศิษย์สาวสวย

เขาหันหลังกลับทันที

แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ชะงักแล้วหันกลับมา

"ไม่ได้การ ข้าต้องลองไปดูเผื่อเจออวิ๋นซวงเอ๋อ เผื่อจะทวง 'ภาพวาดวิญญาณ' ของนางเซียนน้อยจากแดนสวรรค์คืนมาได้"

ทองคำแดนสวรรค์ก้อนเดียวยังปาเข้าไปห้าพันตำลึงเงิน

ภาพวาดวิญญาณของสาวน้อยแดนสวรรค์ จะมีค่ามหาศาลขนาดไหน!

เผลอๆ ขายได้ราคางามจนนอนกินไปทั้งชาติ

ภาพนั้นเดิมทีก็เป็นของเขา แต่อวิ๋นซวงเอ๋อเกิดบ้าอะไรไม่รู้ แย่งไปดื้อๆ ในคืนนั้น

แถมยังสู้กันนัวเนียในกระท่อมไผ่อีกต่างหาก

เรือนไผ่เขียวดูคึกคัก ศิษย์สาวหลายคนกำลังรำกระบี่อยู่ในลาน

เย่เฟิงนี่มันสันดานหมาแก้ไม่หายจริงๆ ถึงจะจำความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไม่ได้ แต่ดันรับเอาข้อเสียมาเต็มๆ

เช่น... ตอนนี้ไอ้เด็กนี่กำลังเกาะรั้วที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์ แอบถ้ำมองสาวๆ ข้างในตาเป็นมัน

"จุ๊ๆๆ... ท่านอาอวิ๋นอิงแกคัดเลือกศิษย์จากหน้าตา ผิวพรรณ แล้วก็หุ่นรึเปล่าเนี่ย? ทำไมแต่ละคนถึงได้แจ่มแมวขนาดนี้!"

มองดูเหล่านกน้อยในกรงทอง เห็นจินเหอกำลังบิดเอวบางร่างน้อย ประลองกระบี่กับสาวน้อยสะโพกดินระเบิดอีกคน ภูเขาไฟสองลูกที่กระเพื่อมไหวไปมา ทำเอาเย่เฟิงรู้สึกถึงพลังดึกดำบรรพ์ที่พลุ่งพล่านในกาย

ขณะกำลังเพลิดเพลินกับการถ้ำมอง จู่ๆ ต้นคอก็เย็นวาบ

กระบี่คมกริบเย็นเฉียบวางพาดอยู่บนบ่า

แค่ขยับนิดเดียว หัวน้อยๆ หนักห้าชั่งของเขาคงได้หลุดจากบ่าไปกลิ้งเล่นบนพื้น

"ไอ้โจรราคะ! กล้าดียังไงมาถ้ำมองที่เรือนไผ่เขียว!" เสียงหวานไพเราะดังขึ้นจากด้านหลัง

"ไว้ชีวิตด้วย! ไว้ชีวิตด้วย! ข้าไม่กล้าแล้ว!"

เย่เฟิงผู้มีความผิดติดตัว รีบชูมือขึ้นฟ้าตามสัญชาตญาณ

เจ้าซานจือเอ๋อร์ที่เกาะอยู่บนไหล่ ก็พลอยชูขาหน้าสองข้างขึ้นยอมแพ้ด้วย ท่าทางตลกจนน่าขำ

"หันหน้ามา!" สาวเจ้าของเสียงสั่ง

เย่เฟิงค่อยๆ หันกลับไป "ระวังหน่อยนะเจ๊... อย่าให้โดนคอข้าล่ะ! ข้าเข็ดแล้วจริงๆ!"

ตอนนี้เย่เฟิงถึงได้เห็นหน้าคนข้างหลังชัดๆ

เป็นหญิงสาวที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน สวมชุดกระโปรงยาวสีเขียว อายุราวยี่สิบ รูปร่างผอมบาง ผิวขาวซีด ตาโต

ใต้ริมฝีปากด้านซ้าย มีไฝเสน่ห์เม็ดเล็กสีแดงสด ดูมีเสน่ห์มาก

เครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา แต่ทว่าหุ่น...

เย่เฟิงมาที่นี่กะจะทวงภาพวาดเพื่อไปนอนตีพุงสบายๆ

แต่แม่นางคนนี้... ถึงไม่นอนก็ "ราบเรียบ" อยู่แล้ว

เฮ้อ... เสียดายจัง!

ถ้าหุ่นดีกว่านี้อีกนิด คงให้คะแนน 95 เต็ม 100 ได้สบาย

ตอนนี้ให้ได้แค่ 80 พอ

"เอ๋? ไอ้เด็กบ่อขี้?" สาวชุดเขียวร้องอุทานอย่างแปลกใจ

"เด็กบ่อขี้? แม่นางคนสวย เรียกข้าว่าเด็กหนุ่มก็ได้ แต่อย่าเอาคำว่า 'บ่อขี้' มานำหน้าได้ไหม?" เย่เฟิงเชิดหน้าประท้วง

สาวชุดเขียวเก็บกระบี่ ยิ้มร่า "ไอ้เด็กบ้า! ไม่เจอกันปีกว่า โตเป็นควายแล้วนี่หว่า... เป็นไง? อยากกินนมอีกรึไง?"

"หา?"

เย่เฟิงยืนงง ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่สาวชุดเขียวพูด หมายความตามตัวอักษรหรือเปล่า

"แม่นาง... ท่านเป็นใครครับ?"

"จำข้าไม่ได้รึไง... ไอ้เด็กแสบ! อยากโดนตีใช่ไหม?"

สาวชุดเขียวหน้าตาจิ้มลิ้ม ยิ้มเห็นฟันขาวเรียงสวย มีลักยิ้มบุ๋มลงไปตรงไฝแดง ดูเหมือนดอกเหมยท่ามกลางหิมะ

"ศิษย์น้องสาม มีอะไรเหรอ?"

ศิษย์สาวในลานได้ยินเสียงเอะอะ ก็พากันถือกระบี่วิ่งออกมา จินเหอเอ่ยถาม

สาวชุดเขียวหัวเราะ "ไม่มีอะไรหรอกศิษย์พี่ใหญ่ แค่จับไอ้โจรราคะที่มาแอบถ้ำมองได้ตัวนึง!"

สาวๆ เดินออกมา เห็นเย่เฟิงที่ขอบตายังคล้ำๆ ยืนหน้าเจื่อนอยู่ตรงนั้น ไหล่มีตัวประหลาดขนเขียวเกาะอยู่ แถมยังยกขาหน้ายอมแพ้

"เย่เฟิง?!"

พอจำเย่เฟิงได้ จินเหอและคนอื่นๆ ต่างตกใจ

สาวชุดเขียวขำก๊าก "ไอ้หมอนี่สันดานไม่เปลี่ยน อายุสิบหกแล้วยังมาแอบดูชาวบ้านอีก มาช่วยกันยำมันหน่อยไหมพวกเรา"

"เดี๋ยว!"

เย่เฟิงรีบเบรก "แม่นาง... ท่านคือศิษย์คนที่สามของเรือนไผ่เขียว? หรือท่านคือ... หนานกงเยี่ยน?"

สาวชุดเขียวหัวเราะคิกคัก "ข้าเพิ่งลงเขาไปไม่ถึงปี เปลี่ยนไปขนาดนั้นเลยเหรอ? ตอนเด็กๆ เจ้าชอบมาเกาะแกะขอกินนมข้า ลืมแล้วรึไง?"

เย่เฟิงหน้าชา ส่วนศิษย์สาวคนอื่นๆ หัวเราะกันคิกคัก

สาวชุดฟ้าคนหนึ่งเอ่ยแซว "ศิษย์พี่สาม เขาโตเป็นหนุ่มแล้วนะ เลิกเอาเรื่องนี้มาล้อเถอะ น่าอายจะตาย"

สาวชุดเขียวยืดอก (ที่ถึงไม่นอนก็ราบเรียบ) ขึ้นอย่างภูมิใจ "ก็นมข้านี่แหละที่เลี้ยงมันมา! จะอายอะไร? ตอนเด็กๆ มันชอบปีนมาเกาะบนตัวข้า... จริงไหมล่ะ ไอ้เด็กบ่อขี้!"

ก่อนหน้านี้ เย่เฟิงกล้าสถาปนาตัวเองเป็น "เสือผู้หญิงอันดับหนึ่งในใต้หล้า" เป็น "เจ้าสมุทรแห่งท้องทะเล"

แต่พอเจอหนานกงเยี่ยนคนนี้เข้าไป... เขารู้สึกว่าหนทางสู่การเป็นยอดนักรัก ยังอีกยาวไกลนัก

เขารู้แล้วว่าสาวชุดเขียวคนนี้คือใคร

หนานกงเยี่ยน ศิษย์เอกลำดับที่สามของท่านปราชญ์อวี้อิง

คราวที่แล้วที่มาขอขมา เขาเจอแค่ศิษย์พี่ใหญ่จินเหอ ศิษย์พี่รองหลี่เสวี่ยหรง ศิษย์พี่สี่เฉียนอวี้เฟิ่ง ศิษย์พี่หกเจียงเหอ และศิษย์น้องเจ็ดอวิ๋นซวงเอ๋อ

ตอนนั้นหนานกงเยี่ยนกับศิษย์น้องห้าซุนชิงชิง ลงเขาไปฝึกวิชาเตรียมงานประลอง

วันนี้เพิ่งได้เจอตัวเป็นๆ

หนานกงเยี่ยนคนนี้ นิสัยเหมือนศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นเป๊ะ

ไม่เรียบร้อย ไม่เป็นกุลสตรี

ภายใต้รูปลักษณ์ที่น่ารักและ... แบนราบ... ซ่อนหัวใจของ "ราชินีนักล่าผู้ชาย" เอาไว้

ดูเหมือนศิษย์คนอื่นของท่านอาอวิ๋นอิงจะผ่านการคัดเลือกมาอย่างดี แต่หนานกงเยี่ยน... เหมือนเก็บตกมาจากข้างทาง

เย่เฟิงคัดค้านหัวชนฝาเรื่องที่นางพูด

เขารู้ว่าตัวเองเคยมาอยู่ที่เรือนไผ่เขียวตอนเด็กๆ ตั้งสามปี

แต่ตอนนั้นต่อให้ตาบอด เขาก็ไม่มีทางไปขอกินนมจากหนานกงเยี่ยนหรอก! สาวๆ ในเรือนไผ่เขียว ยกเว้นอวิ๋นซวงเอ๋อที่ตอนนั้นเพิ่งสิบสองขวบ คนอื่นหุ่นดีกว่านางตั้งเยอะ!

จินเหอรู้นิสัยศิษย์น้องสามดี

เมื่อก่อนอาจจะล้อเล่นกับเย่เฟิงได้ แต่ตอนนี้เย่เฟิงโตเป็นหนุ่มแล้ว พูดจาแบบนี้มันไม่งาม

จินเหอเลยตัดบท "เย่เฟิง ได้ข่าวว่าเมื่อวานเจ้าเพิ่งสารภาพรักกับซ่างกวน แต่งกลอนให้ตั้งสองบท ตอนนี้เจ้ากลายเป็น 'เทพบุตรนักรัก' ควบตำแหน่ง 'กวีเอก' ประจำสำนักไปแล้ว ว่ากันว่ากลอนสองบทนั้นทำเอาซ่างกวนเพ้อไม่หยุด

กลางวันแสกๆ ไม่ไปรุกจีบซ่างกวน มาแอบถ้ำมองพวกข้าทำไม?"

"เข้าใจผิดแล้ว! เข้าใจผิดกันไปใหญ่! ข้าถ้ำมองเฉพาะตอนกลางคืน... เอ้ย ไม่ใช่! ข้าไม่เคยถ้ำมองตอนกลางคืน... ข้าไม่เคยทำเรื่องบัดสีแบบนั้นเลย... นี่มันเรื่องเข้าใจผิด!

ที่ข้ามาวันนี้ ข้ามาหาซวงเอ๋อ นางอยู่ไหม?"

"ซวงเอ๋อ?"

เหล่าศิษย์สาวได้ยินเย่เฟิงเรียกอวิ๋นซวงเอ๋ออย่างสนิทสนม ก็พากันชะงัก

สาวชุดชมพูร่างอวบอัด เดินมาตบกบาลเย่เฟิงดังป้าบ

นางคือหลี่เสวี่ยหรง ศิษย์ลำดับที่สองของท่านปราชญ์อวี้อิง

หุ่นนางแซ่บที่สุดในบรรดาดอกไม้งามทั้งเจ็ด เสียแต่ว่าตัวเตี้ยไปนิด หน้ากลมแป้นแล้นดูน่ารักน่าหยิก

หลี่เสวี่ยหรงแหวใส่ "ไอ้เด็กบ้า! ชื่อเล่นศิษย์น้องเล็กใช่ให้เจ้าเรียกเล่นๆ เหรอ? เรียกศิษย์พี่ซวงเอ๋อเดี๋ยวนี้!"

จบบทที่ ตอนที่ 168 ฉายา "เด็กบ่อขี้" กับหนานกงเยี่ยนผู้ (เคย) ให้นม

คัดลอกลิงก์แล้ว