เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 164 เย่เฟิงจีบสาว บอกรักกลางวง

ตอนที่ 164 เย่เฟิงจีบสาว บอกรักกลางวง

ตอนที่ 164 เย่เฟิงจีบสาว บอกรักกลางวง


ตอนที่ 164 เย่เฟิงจีบสาว บอกรักกลางวง

เย่เฟิงเห็นศิษย์พี่สาวทั้งสองอย่างเยวี่ยอิ๋นหลิงและเหมียวเสี่ยวโหรวแกล้งโง่ แกล้งทำเป็นใบ้ ทำเมินสายตาขอความช่วยเหลืออันร้อนแรงและโหยหาของเขา

เขาจึงทำได้แค่ฝากความหวังไว้ที่อีกสองโต๊ะ... แก๊งสามอันธพาลและเจ็ดคนเลว

ไอ้สิบตัวนี้จะไม่รู้ความหมายของสายตาอันร้อนแรงของเย่เฟิงได้ยังไง?

แต่ทว่า... คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือ ฉินฮั่น ศิษย์เอกลำดับที่สามของท่านเจ้าสำนักเชียวนะ

พวกมันที่เป็นแค่อันธพาลกระจอก เก่งแต่รังแกศิษย์น้องผู้หญิงที่อ่อนแอกว่า พอเจอของจริงอย่างฉินฮั่น การที่พวกมันยังไม่วิ่งหางจุกตูดหนีไปตั้งแต่วินาทีแรก ก็นับว่ารักเพื่อนฝูงสุดๆ แล้ว

เมื่อเจอสายตาขอความช่วยเหลือของเย่เฟิง พวกมันจึงได้แต่ก้มหน้าหลบตาด้วยความละอาย

เย่เฟิงเริ่มสิ้นหวัง

ว่าแล้วเชียว... พวกตัวร้ายมันพึ่งพาไม่ได้ เป็นเพื่อนกินเพื่อนเที่ยว มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์... มึงรับไปคนเดียวเถอะ

เมื่อเห็นแววตาอำมหิตของซ่างกวนหลาน เย่เฟิงก็กลืนน้ำลายเอือก

ข้างหน้ามีฉินฮั่น ข้างหลังมีซ่างกวนหลาน เขาคิดว่าวันนี้คงได้มาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่แน่ๆ

"เย่เฟิง เรื่องคราวก่อนยังไม่สะสาง เจ้ายังกล้ามานินทาใส่ร้ายข้า ทำลายชื่อเสียงข้าอีก วันนี้ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปแน่!"

สมองของเย่เฟิงหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว

ทันใดนั้น เขาก็นึกถึงคำสั่งสอนของอาจารย์อ้วนที่บอกให้เขาทำตัวเป็น "สวะสังคมที่น่ารังเกียจ"

คำว่าสวะไม่ได้สงวนสิทธิ์ไว้ให้แค่พวกลูกพี่ลูกน้องในนิยายสักหน่อย ตัวเขาเองก็น่าจะ... เป็นได้เหมือนกัน

เย่เฟิงกลอกตาเจ้าเล่ห์ แผนการหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว

เขาขอเดิมพันด้วยแผนนี้!

ศิษย์มุงรอบๆ ต่างชี้ไม้ชี้มือมาที่เย่เฟิง พอเห็นเขาโดนซ่างกวนหลานจับได้คาหนังคาเขา ต่างก็แอบสะใจ

รอคอยฉากที่ซ่างกวนหลานจะกระทืบไอ้เด็กเวรนี่ให้หน้าบวมเป็นหัวหมู

ในจังหวะที่ซ่างกวนหลานกำลังจะลงมือ เย่เฟิงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วตะโกนลั่น

"ซ่างกวน... ข้ารักเจ้า!"

สิ้นเสียงคำประกาศ หอเมฆาทั้งหลังก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้า

ทุกคนทำหน้าตื่นตะลึง

ดูเหมือนไม่มีใครคาดคิดว่า ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่แสนจะตึงเครียดและน่าสะใจนี้ เย่เฟิงจะยังกล้าพูดจาแทะโลมซ่างกวนหลานอีก

ฝ่ายธรรมะมีกฎระเบียบมากมาย โดยเฉพาะเรื่องจารีตประเพณีที่เคร่งครัดสุดๆ

ความรักหนุ่มสาวแม้งดงาม แต่ส่วนใหญ่จะเน้นความโรแมนติกแบบส่วนตัว น้อยคนนักที่จะกล้าแสดงความรักโจ่งแจ้งต่อหน้าสาธารณชน

การที่เย่เฟิงตะโกนบอก "ข้ารักเจ้า" ใส่หน้าซ่างกวนหลานกลางวงแบบนี้ ในสายตาศิษย์ฝ่ายธรรมะ มันคือคำพูดจาบจ้วงของไอ้โรคจิต และถือเป็นการลวนลามทางวาจาชัดๆ!

ซ่างกวนหลานตัวแข็งทื่อ แก้มที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงก่ำจนแทบระเบิด ในแววตาลึกๆ ฉายแววตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก

"ไอ้เด็กบ้า! จะ... เจ้าพูดบ้าอะไรเนี่ย! เชื่อไหมข้าฆ่าเจ้าทิ้งได้นะ!"

"ตายใต้ดอกโบตั๋น เป็นผีก็ยังสำราญ ก่อนตาย ขอแค่ได้บอกความในใจที่เก็บซ่อนมานานให้ท่านรู้ ข้าเย่เฟิงตายก็ไม่เสียดายชีวิต!"

"เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเจ้าจริงๆ งั้นสิ!"

เย่เฟิงเงยหน้าขึ้น สายตาไม่หลบหลีก สีหน้าเลิกทำเป็นกะล่อนลามก แต่เปลี่ยนเป็นจ้องมองซ่างกวนหลานด้วยแววตามุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว

เขาเอ่ยช้าๆ ว่า "ท่านอาจารย์บอกข้ามานานแล้ว ว่าศิษย์พี่ซ่างกวนยอมเสียสละอย่างยิ่งใหญ่เพื่อช่วยชีวิตข้า ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก

ข้าอายุสิบหกแล้ว เป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ข้าจะไม่หนีหัวใจตัวเองอีกต่อไป

ตลอดหลายเดือนที่เฝ้าสุสานในป่าไผ่ ต่อหน้าหลุมศพบรรพชน ข้าเฝ้าคิดถึงแต่ศิษย์พี่ซ่างกวน มันช่างอ้างว้างเปลี่ยวเหงา จนข้าได้แต่งกลอนบทหนึ่งให้ท่าน

สิบปีเวียนว่าย ตายจากพรากหาย ไม่ต้องคนึงหา ก็ยากจะลืมเลือน

สุสานเดียวดายพันลี้ ไร้ที่ระบายความร้าวราน

แม้นหากพานพบ ก็คงจำกันมิได้

ใบหน้าเปื้อนฝุ่นทราย ผมเผ้าขาวโพลนดั่งหิมะ

ยามค่ำคืนฝันหวนคืนสู่มาตุภูมิ ริมหน้าต่างบานน้อย นางกำลังสางผม

สบตากันไร้คำพูด มีเพียงน้ำตานองหน้า

คาดว่า ณ ที่ซึ่งใจสลายทุกคราปี คือคืนจันทร์กระจ่าง เหนือเนินสนเตี้ย

นอกจากบทนี้แล้ว มีคืนหนึ่งข้าฝันเห็นศิษย์พี่ซ่างกวน พอตื่นมาพบว่าเป็นเพียงความฝันที่แสนหวาน ข้าเลยเกิดแรงบันดาลใจ แต่งกลอนให้ท่านอีกบทหนึ่ง

เคยผ่านทะเลกว้าง ยากจะแลน้ำอื่น

นอกจากเมฆที่เขาอูซาน ก็มิใช่เมฆ

เดินผ่านดงดอกไม้ ข้าคร้านจะหันมอง

ครึ่งหนึ่งเพื่อบำเพ็ญเพียร... อีกครึ่งหนึ่ง... เพื่อท่าน

เมื่อวานตอนกลับมาจากหลังเขา ข้ากะว่าจะเขียนใส่กระดาษ ส่งนกพิราบสื่อสาร เพื่อสารภาพรักกับศิษย์พี่

แต่วันนี้ได้มาเจอศิษย์พี่ที่นี่ ช่างดีเหลือเกิน

ข้าจะได้ท่องบทกวีสองบทนี้ให้ท่านฟังกับหู

ส่วนสาเหตุที่ข้าต้องแกล้งพูดจาว่าร้ายศิษย์พี่ต่อหน้าคนอื่น ก็เพราะ... ข้าเจียมตัว ข้ากลัว

กลัวว่าคนอื่นจะดูออกว่าข้ารักศิษย์พี่มากแค่ไหน

ศิษย์นิกายทะเลเมฆาทุกคนรู้ว่าข้าคือ 'เย่ต้าป้า' ผู้ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน แต่ต่อหน้าความรัก... ข้ามันก็แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่ง..."

ทุกคนอ้าปากค้าง

ซ่างกวนหลานยิ่งยืนนิ่งเป็นหุ่นไม้

เย่เฟิงรู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองสวมวิญญาณ "จื้อจุนเป่า" จากเรื่องไซอิ๋ว เดี๋ยวลิงจั๊กๆ

เสียงของเฮียโจวซิงฉือดังแว่วมาในหู "เจ้าของกระบี่เล่มนั้นจะหลงรักข้าหัวปักหัวปำ เพราะข้าตัดสินใจจะโกหก และถึงแม้ข้าจะโกหกมาทั้งชีวิต แต่ครั้งนี้... ข้าคิดว่ามันสมบูรณ์แบบที่สุด"

เย่เฟิงไม่รู้หรอกว่าการแถสดและมั่วซั่วไปเรื่อยเปื่อยครั้งนี้ จะนำพาหายนะอะไรมาให้บ้าง

เขารู้แค่ว่า... วันนี้ข้าไม่อยากโดนตีน

เลยต้องปั้นน้ำเป็นตัว

แน่นอน ต่อให้โดนกระทืบ ก็ถือว่าไม่ขาดทุน อย่างน้อยก็ได้ลวนลามทางวาจาใส่ซ่างกวนหลานไปชุดใหญ่

นี่คือแผนสำรองที่แย่ที่สุด

ความเงียบอันน่าขนลุกยังคงดำเนินต่อไป

ดวงตาหมีแพนด้าคู่โตของเย่เฟิง ดูตลกขบขัน แต่กลับจ้องมองซ่างกวนหลานด้วยความจริงใจและลึกซึ้งสุดๆ

สายตาไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือพิรุธ ราวกับทุกคำพูดเมื่อครี้กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

ในฐานะผู้ข้ามมิติ แถมยังมีสกิล "หน้าด้านระดับเทพ"

ถ้าเย่เฟิงคิดจะจีบสาว สาวๆ ในโลกนี้จะมีสักกี่คนเชียวที่จะต้านทานไหว?

ไม่ต้องงัดมุกเสี่ยวมาใช้หรอก แค่ท่องบทกวีจีบสาวระดับตำนานของราชวงศ์ถังและซ่งออกมามั่วๆ ก็เพียงพอที่จะสังหารหมู่พวกนางเซียนผู้อ่อนต่อโลกและเพ้อฝันถึงความรัก ให้ตายเรียบได้แล้ว

ตัวอย่างเช่นซ่างกวนหลานในตอนนี้...

ในใจนางเหมือนมีไดโนเสาร์น้อยสามตัววิ่งชนกันตึตั้บ

นางตกอยู่ในภวังค์แห่งจินตนาการอันแสนมหัศจรรย์

จิตสังหารที่เกิดจากความอับอายเมื่อครู่ ค่อยๆ จางหายไป

แทนที่ด้วยความเขินอายและความตื่นตระหนกแบบสาวน้อยแรกแย้ม

โตมาจนป่านนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่มีผู้ชายมาสารภาพรักอย่างลึกซึ้งต่อหน้าธารกำนัล

แม้ว่าไอ้เด็กตรงหน้าจะอายุยังน้อย นับๆ ดูน่าจะเพิ่งสิบหกหยกๆ

แต่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร ใครเขาสนเรื่องอายุกันล่ะ?

รักต่างวัยห่างกันร้อยสองร้อยปีมีให้เห็นเกลื่อนไป

ส่วนนางกับเย่เฟิง ห่างกันแค่สิบกว่าปีเอง... จิ๊บจ๊อย

"พี่ชายฉิน" (ฉินฮั่น) เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ

เฮ้ย... สถานการณ์ชักไม่ดีแล้ว

ข้าไม่อยู่แค่ปีกว่าๆ น้องสาวผู้น่ารักกำลังจะโดนไอ้เด็กเวรนี่คาบไปแดกงั้นเหรอ?

แล้วความพยายามตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาของข้าล่ะ? มันคืออัลไล?

ฉินฮั่นสนิทกับซ่างกวนหลานมาก พอเห็นสีหน้าและแววตาที่เปลี่ยนไปของนาง เขารู้ทันทีว่าน้องสาวกำลังตกอยู่ในอันตราย

ผู้ชายที่ทั้งหล่อ ทั้งรักจริง แถมยังแต่งกลอนเก่ง... ผู้หญิงที่ไหนจะไม่หลงบ้างล่ะ?

ฉินฮั่นกระแอมไอเบาๆ แล้วเอ่ยขัดจังหวะ "หลานเอ๋อร์ เย่เฟิงเป็นคนยังไง คนทั้งนิกายเขารู้กันทั่ว อย่าไปหลงเชื่อคำหวานของมันนะ!

ไอ้เด็กนี่รังแกเจ้ามาตั้งกี่ครั้ง แล้วเมื่อกี้ยังพูดจาลามกจกเปรตกลางวงอีก ถ้าเจ้าทำใจลงมือไม่ได้ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะสั่งสอนมันแทนเจ้าเอง!"

สีหน้าของซ่างกวนหลานดูสับสนซับซ้อน แต่นางไม่ได้ตอบอะไร

ได้แต่จ้องมองเย่เฟิง แล้วขบริมฝีปากล่างเบาๆ

เย่เฟิงคิดในใจ... กูทายถูกจริงๆ ด้วย

พี่ฉินคิดไม่ซื่อกับน้องหลานชัวร์ป้าบ

เขาแอบถอนหายใจ

เหลือบมองประตูทางออกของหอเมฆา แล้วยัดเจ้าซานจือเอ๋อร์เข้าอกเสื้อ

จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไป... ค่อยๆ จับมือของซ่างกวนหลานขึ้นมาอย่างนุ่มนวล

ซ่างกวนหลานสะดุ้งเฮือก

ความรู้สึกของนางที่มีต่อเย่เฟิงนั้นซับซ้อนมาก เมื่อก่อนแทบไม่ได้คุยกัน แต่หลังจากเหตุการณ์ชุลมุนที่เรือนเฟิงหลิง ที่เย่เฟิงฉวยโอกาสกดนางลงกับพื้นแล้ว... เอิ่ม... ถูไถไปมาทั้งมือทั้งปาก

ตั้งแต่นั้นมา ซ่างกวนหลานก็ฝันร้าย ฝันว่าเย่เฟิงทำมิดีมิร้ายกับนาง...

สุดท้ายทนไม่ไหว จนต้องบุกไปป่าไผ่กะจะระบายแค้น

ต่อมาพอรู้เรื่องราวชีวิตของเย่เฟิง ท่านปราชญ์อวี้อิงก็มาขอร้องอาจารย์นาง ให้ช่วยใช้เรื่องที่นางโดนเย่เฟิงลวนลาม เป็นเหยื่อล่อคนร้ายที่จ้องเล่นงานเย่เฟิง

เรื่องนี้นางปฏิเสธได้เต็มปาก

อย่างแรก เย่เฟิงไม่ใช่เพื่อนนาง

อย่างที่สอง ถ้าเป็นเหยื่อล่อ ชื่อเสียงนางป่นปี้แน่ ทุกคนจะรู้ว่าหมูที่นางเลี้ยงมาอย่างดี โดนไอ้เด็กเย่เฟิงเจาะไข่แดงไปแล้ว

แต่สุดท้าย... ซ่างกวนหลานก็ตอบตกลง

ไม่มีใครบังคับ นางเต็มใจเอง

นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงยอมเสียสละชื่อเสียงเพื่อช่วยไอ้เด็กบ้ากามที่เคยลวนลามนาง

ช่วงนี้ภาพของเย่เฟิงวนเวียนอยู่ในหัวนางตลอดเวลา

ความเกลียดชังเมื่อก่อนเริ่มจางหาย

แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่ซ่างกวนหลานไม่เคยสัมผัสมาก่อน

วินาทีที่เย่เฟิงจับมือนาง ซ่างกวนหลานทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่ง

แต่คนรอบข้างเห็นชัดเต็มสองตา

ไอ้เด็กนี่บรรจงจูบลงบนหลังมืออันขาวผ่องนุ่มนิ่มของซ่างกวนหลาน!

ทุกคนตาถลนแทบหลุดจากเบ้า

ในใจของสามอันธพาลและเจ็ดคนเลวต่างกู่ร้อง "ลูกพี่เย่... ท่านคือเทพเจ้าชัดๆ! ท่านคือไอดอลที่ข้าจะบูชาไปชั่วชีวิต! ขอฝากตัวเป็นลูกสมุนด้วยครับลูกพี่!"

ส่วนคนอื่นๆ คิดว่า... จบเห่แล้ว เย่เฟิงกล้าจูบมือซ่างกวนหลานกลางที่สาธารณะ วันนี้มีคนตายแน่นอน

ไม่มีใครคาดคิดว่าเย่เฟิงจะกล้าทำเรื่องบ้าบิ่นรนหาที่ตายขนาดนี้

ทุกคนตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

ซ่างกวนหลานเองก็คาดไม่ถึงว่าเย่เฟิงจะกล้าขนาดนี้

นางชักมือกลับเหมือนถูกไฟช็อต

"จะ... เจ้าทำอะไรน่ะ!"

"ข้ากำลังแสดงความรักต่อเจ้าไง!"

พูดจบ เย่เฟิงก็อาศัยจังหวะเผลอ เบี่ยงตัวหลบฉินฮั่น แล้วพุ่งพรวดออกจากหอเมฆาไปอย่างรวดเร็ว

จากนั้นแสงสีเขียวครามก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

พอทุกคนตั้งสติวิ่งตามออกมาดู ไอ้หมอนั่นก็กลายเป็นลำแสงพุ่งหายไปบนฟากฟ้าเรียบร้อยแล้ว

"เย่เฟิง! กล้าลวนลามน้องสาวข้า! ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!"

ฉินฮั่นเหยียบกระบี่บิน พุ่งทะยานไล่ตามไปติดๆ

"พี่ชาย..."

ซ่างกวนหลานพยายามจะห้าม แต่ฉินฮั่นบินไปไกลลิบแล้ว

สายตานับร้อยคู่จ้องมองมาที่นาง ทำให้นางรู้สึกเขินอายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

เหมียวเสี่ยวโหรวกับเยวี่ยอิ๋นหลิงรีบเข้ามาประกบซ้ายขวา

เยวี่ยอิ๋นหลิงจับมือขวาของซ่างกวนหลานขึ้นมาดู บนหลังมือยังมีรอยน้ำลายของเย่เฟิงติดอยู่จางๆ

"คุณพระช่วย! ไอ้เด็กนี่มันเอาจริงเว้ย! มันตายแน่ๆ ทั้งสำนักรู้กันหมดว่าศิษย์พี่ฉินแอบชอบศิษย์พี่ซ่างกวน เย่เฟิงกล้าจูบศิษย์พี่ซ่างกวนต่อหน้าต่อตาศิษย์พี่ฉิน... งานนี้โดนศิษย์พี่ฉินสับเป็นชิ้นๆ แล้วโยนให้หมากินชัวร์!"

เหมียวเสี่ยวโหรวทำตาเป็นประกายวิบวับ "น่าอิจฉาศิษย์พี่ซ่างกวนจังเลยอ่า... เย่เฟิงช่างรักเดียวใจเดียวจริงๆ เมื่อก่อนตอนที่เขาตามจีบข้าอย่างบ้าคลั่ง ยังไม่เคยแต่งกลอนให้ข้าสักบทเลย... คนสวยเซ็ง!"

จบบทที่ ตอนที่ 164 เย่เฟิงจีบสาว บอกรักกลางวง

คัดลอกลิงก์แล้ว