- หน้าแรก
- ยอดเซียนสายเผ่น ขอเป็นที่หนึ่ง
- ตอนที่ 112 เคล็ดวิชารวบรวมกระบี่อันประหลาด สิบแปดกระบวนท่าเทพธิดาเร้นลับ
ตอนที่ 112 เคล็ดวิชารวบรวมกระบี่อันประหลาด สิบแปดกระบวนท่าเทพธิดาเร้นลับ
ตอนที่ 112 เคล็ดวิชารวบรวมกระบี่อันประหลาด สิบแปดกระบวนท่าเทพธิดาเร้นลับ
ตอนที่ 112 เคล็ดวิชารวบรวมกระบี่อันประหลาด สิบแปดกระบวนท่าเทพธิดาเร้นลับ
เปร๊าะ!
ปราณกระบี่ฟันเข้ากับไผ่แห้ง ส่งผลให้มันหักเป็นสองท่อนทันที ในมือของเย่เฟิงยังคงเหลือท่อนไผ่ยาวประมาณสามเมตร
ในยามนี้ พลันมีปราณกระบี่อีกสายหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
เย่เฟิงร้องเสียงประหลาด โยนท่อนไผ่แห้งในมือขึ้นไปด้านบนทันที
ฉึก!
เสียงดังฟังชัดดังขึ้นอีกครั้ง ปราณกระบี่สายนี้ผ่าท่อนไผ่จากตรงกลางโดยตรง
ท่อนไผ่แห้งถูกผ่าออกเป็นสองซีกทันที
ขณะที่เย่เฟิงโยนท่อนไผ่แห้งออกไป เขาก็ใช้เพลงเท้าเงาลวงไร้ร่องรอย หลบหลีกไปด้านข้าง
หลังจากที่ปราณกระบี่สายนั้นผ่าท่อนไผ่ มันก็ฟันลงบนตำแหน่งที่เย่เฟิงเคยยืนอยู่เมื่อครู่ บนแผ่นหินของทางเดินหินครามพลันปรากฏรอยกระบี่บางๆ ราวกับเส้นด้าย
หัวใจของเย่เฟิงกระตุกวูบ โชคดีที่ตนเองหลบได้เร็ว มิฉะนั้นหากปราณกระบี่สายนี้ฟันโดนร่างของตนเอง เขาคงได้เลือดสาดกระเซ็นในทันที
ในใจเขาพลันขยับ กระบี่เทวะม่วงครามก็ส่งเสียงใสดังกังวาน ทะยานออกจากฝัก
เย่เฟิงตวัดมือจับด้ามกระบี่ เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
เขารู้ว่ามือสังหารผู้นั้น น่าจะซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางใบไผ่ด้านบน
"มิน่าเล่าพลังจิตของข้าถึงหาเจ้าไม่พบ ที่แท้ก็อยู่ข้างบนนี่เอง!" เย่เฟิงพลันเข้าใจ
ช่างไร้ประสบการณ์เสียจริง นึกว่าศัตรูซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า หรือหลังป้ายสุสานสักแห่ง พลังจิตเอาแต่สำรวจพื้นดินโดยรอบว่ามีศัตรูหรือไม่ แต่กลับไม่ได้สำรวจด้านบนป่าไผ่ที่สูงหลายสิบเมตรอย่างละเอียด
เขาส่งเสียงดัง "ออกมาเถอะ ข้าอยากจะเห็นนักว่า เป็นคนไร้ยางอายคนใด กลางค่ำกลางคืนไม่หลับไม่นอน วิ่งมาลอบโจมตีข้าที่นี่!"
ฟิ้วๆๆ...
ปราณกระบี่หลายสิบสายพุ่งหวีดหวิวลงมา นี่คือการตอบรับต่อเย่เฟิง
พลังบำเพ็ญเพียรของเย่เฟิงในตอนนี้ไม่ได้ย่ำแย่
เขากวัดแกว่งกระบี่เทวะ เท้าย่างก้าวตามเพลงเท้าเร้นลับ ภายในป่าไผ่ที่มืดมิด ประกายกระบี่สาดส่อง ปราณกระบี่ฟาดฟันไขว่คว้า
ท่ามกลางเสียงดังเปรี้ยงปร้างติดต่อกัน เย่เฟิงกลับสามารถสลายปราณกระบี่หลายสิบสายที่พุ่งเข้ามาได้ทั้งหมด
ในยามนี้ ท่ามกลางความมืดมิด มีร่างอรชรสามสายปรากฏขึ้นในเงามืดจากทิศทางที่แตกต่างกัน
ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ ทั้งสามคนต่างก็ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของกันและกัน แต่เมื่อปรากฏตัว พวกนางก็ค้นพบอีกฝ่าย
พวกนางนึกว่าอีกฝ่ายก็มาเพื่อฆ่าเย่เฟิงเช่นกัน ชั่วขณะหนึ่งจึงไม่กล้าลงมืออย่างผลีผลาม
นอกศาลบรรพชน ผู้เฒ่าเฝ้าศาลยืนอยู่ใต้กระถางธูปทองสัมฤทธิ์ขนาดมหึมาใบนั้น
ชายชราหรี่ตามองไปยังป่าไผ่ทางทิศเหนือ
พึมพำว่า "คืนเดือนมืดลมแรง เหมาะแก่การฆ่าคนวางเพลิง อากาศแย่ๆ ในคืนนี้ ช่างเหมาะกับการฆ่าคนปิดปากเสียจริง แต่ว่า นี่มันก็คึกคักเกินไปหน่อยกระมัง แม้แต่หวงโหย่วเต้าก็ยังมา"
ชายชราก้าวเท้าออกไปก้าวหนึ่ง ร่างกายก็พลันหายวับไป
เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง ก็มาถึงท่ามกลางป่าไผ่แล้ว
ร่างที่งองุ้มหันหลังให้กับชายอ้วนเตี้ยในชุดดำผู้หนึ่ง
ชายอ้วนเตี้ยผู้นั้นกลับเป็นอาจารย์อ้วนของเย่เฟิง มหาปราชญ์อวี้หลง!
มหาปราชญ์อวี้หลงมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยในตอนแรก
เมื่อมองเห็นคนตรงหน้าชัดเจน ก็พลันเผยสีหน้ายินดีออกมา
เขากำลังจะเอ่ยปาก ชายชรางองุ้มก็โบกมือช้าๆ
พลันชายชราก็ใช้เคล็ดวิชาส่งกระแสจิตกล่าวว่า "เจ้าอ้วนน้อย ช่วงร้อยปีมานี้พลังบำเพ็ญเพียรก้าวหน้าเร็วมากนี่ มาถึงตั้งแต่เมื่อใด? ถึงกับรอดพ้นหูตาข้าไปได้"
มหาปราชญ์อวี้หลงก็ใช้เคล็ดวิชาส่งกระแสจิตเช่นกัน กล่าวว่า "เฮะๆๆ... ท่านบรรพชน ครึ่งเดือนกว่ามานี้ข้ามาทุกคืน เกรงว่าจะรบกวนการบำเพ็ญเพียรอันสงบสุขของท่านผู้เฒ่า เลยไม่กล้าเข้าใกล้ศาลบรรพชน"
"เจ้าไม่มีหน้ามาพบข้ามากกว่ากระมัง"
"ท่านบรรพชน ท่านเข้าใจข้าผิดอีกแล้ว! ข้าก็ไม่ได้ทำเรื่องใดที่ผิดต่อท่าน ไฉนเลยจะไม่มีหน้ามาพบท่านเล่า! ท่านบรรพชน ศิษย์ของข้าคนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? หากท่านพอจะมองเห็นแวว ก็โปรดชี้แนะเขาสักสองสามคำยามที่ท่านว่าง!"
"ศิษย์ของเจ้าคนนี้ไร้ยางอายยิ่งกว่าเจ้าตอนเด็กเสียอีก นี่เพิ่งจะผ่านไปกี่วัน วิชาความรู้ทั้งตัวของข้า เกือบจะถูกเขาลอกเลียนไปจนหมดแล้ว!"
"หา? ท่านชี้แนะเขาแล้วหรือ? ดูท่าว่าวาสนาของเจ้าเด็กนี่จะไม่เลวเลย! ท่านบรรพชน ในเมื่อท่านชี้แนะเขาแล้ว เช่นนั้นก็โปรดชี้แนะข้าสักสองสามคำยามที่ท่านว่างเถอะ อย่างไรท่านก็ว่างอยู่แล้วมิใช่หรือ... ข้าติดอยู่ที่ขอบเขตเทียมฟ้าขั้นสูงสุดมานานหลายปีแล้ว กฎเกณฑ์แห่งวิถีกระบี่ในช่วงสิบปีมานี้ก็ไม่ก้าวหน้าเลย..."
ไม่ไกลออกไป ศิษย์เอกคนดีของเขากำลังต่อสู้กับคนอื่นอยู่แท้ๆ
ส่วนเขาที่เป็นอาจารย์ ดูเหมือนจะไม่รีบร้อนเลยแม้แต่น้อย กลับร้องขอให้ผู้เฒ่าเฝ้าศาลถ่ายทอดวิชาให้ตนเองอย่างหน้าไม่อาย ดูราวกับว่าไม่ได้ใส่ใจความเป็นความตายของศิษย์เอกคนดีของตนเองเลย
แน่นอนว่า สถานการณ์ไม่ได้เป็นเช่นนั้น
อันที่จริง ช่วงนี้อวี้หลงคนอ้วนจะแอบมาคุ้มครองเย่เฟิงทุกคืน จนกระทั่งใกล้สว่างถึงได้จากไปอย่างเงียบเชียบ
ในยามนี้ที่เขาไม่กังวลแล้ว ก็เพราะว่าท่านบรรพชนของเขาปรากฏตัวแล้ว
ต่อหน้าชายชราที่เหี่ยวย่นผู้นี้ แม้ว่าพญายมทั้งสิบแห่งยมโลกจะมาเยือน ก็อย่าได้คิดที่จะทำร้ายศิษย์เอกคนดีผู้เป็นที่รักของตนเองได้
ผู้เฒ่าเฝ้าศาลไม่ได้สนใจเจ้าอ้วนไร้ยางอายผู้นี้ แต่กลับส่งกระแสจิตไปว่า "สตรีสามคนที่แอบคุ้มครองเจ้าหนูเย่ ก็เป็นเจ้าที่จัดฉากไว้หรือ?"
มหาปราชญ์อวี้หลงส่ายหน้าเบาๆ กล่าวว่า "ไม่เกี่ยวข้องกับข้า ข้าเองก็กำลังสงสัยอยู่ สามคนนี้ดูเหมือนจะอยู่แถวนี้มานานพอสมควรแล้ว เมื่อก่อนข้ากลับไม่เคยพบร่องรอยของพวกนางเลย เพิ่งจะมารู้สึกตัวได้เมื่อครู่นี้เอง ท่านบรรพชน ท่านบอกว่าสตรีสามคนนี้กำลังคุ้มครองศิษย์ของข้าอยู่หรือ? พวกนางเป็นผู้ใดกัน?"
"ข้าเคยเห็นเพียงสตรีนางหนึ่งนามว่าอวิ๋นซวงเอ๋อ ส่วนสตรีอีกสองคนข้าไม่รู้จัก"
"อวิ๋นซวงเอ๋อ?"
ใบหน้าเฒ่าของมหาปราชญ์อวี้หลงพลันเคร่งขรึมลง
เขาสงสัยมาโดยตลอดว่า ศิษย์น้องอวี้อิงล่วงรู้ถึงตัวตนของเย่เฟิงแล้วหรือไม่
ตอนนี้ดูเหมือนว่าความสงสัยในใจของเขาก็ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด อยู่ห่างออกไปหลายสิบจั้ง ก็พลันมีเสียงสบถด่าของเย่เฟิงดังแว่วมา
"เจ้าคนไร้ยางอาย! ถึงกับใช้อาวุธลับ! เจ้าอยากจะเอาชีวิตข้าจริงๆ หรือ! หากมีความสามารถก็ออกมาสู้กับข้าอย่างซึ่งๆ หน้าสักสามร้อยกระบวนท่า!"
ฟิ้วๆๆ...
อาวุธลับหลายสายพุ่งเข้าหาเย่เฟิงรวดเร็วดุจสายฟ้า
พลังจิตของเย่เฟิงล็อกเป้าไปที่วิถีของอาวุธลับเหล่านี้ พลางใช้เพลงเท้าหลบหลีกอาวุธลับ พลางหมุนกระบี่เทวะม่วงครามปัดป้องอย่างรวดเร็ว
อาวุธลับของผู้บำเพ็ญเพียร ไม่ใช่อาวุธลับของจอมยุทธ์ในยุทธภพทั่วไป
อาวุธลับทุกชิ้นที่พุ่งเข้าหาเย่เฟิง ไม่เพียงแต่จะรวดเร็วอย่างยิ่ง ยังสามารถเลี้ยวโค้งได้อีกด้วย ราวกับว่าติดตั้งเรดาร์ควบคุมการยิงไว้ก็ไม่ปาน เหมือนกับหนอนที่เกาะติดกระดูก ไล่ตามเย่เฟิงอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าเย่เฟิงจะเปลี่ยนทิศทางหลบหลีกอย่างไร อาวุธลับเหล่านั้นก็สามารถเปลี่ยนทิศทางได้ในเวลาอันสั้น
เคร้งๆๆ...
เสียงดังถี่กระชั้นราวกับประทัดปะทุขึ้นในป่าไผ่
เย่เฟิงร่ายรำกระบี่เทวะม่วงครามจนแน่นหนาไร้ช่องโหว่ ในที่สุดก็ฟันอาวุธลับที่พุ่งเข้ามาทั้งหมดร่วงหล่นลง
ในยามนี้ บนพื้นใต้เท้าของเขา ล้วนเป็นเศษซากของอาวุธลับ
เศษซากทุกชิ้นล้วนส่งประกายแสงสีเข้มจางๆ เห็นได้ชัดว่าอาบไปด้วยยาพิษร้ายแรง
เย่เฟิงแอบแลบลิ้นในใจ นี่หากถูกอาวุธลับเฉี่ยวจนเกิดบาดแผลเล็กๆ สักแห่ง คงได้ตายตาเหลือกแน่!
"ข้าโกรธแล้วนะ!"
เย่เฟิงรู้ว่าอีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่ในพุ่มใบไผ่หนาทึบด้านบนอย่างแน่นอน
เขาโคจรพลังวิญญาณ ฟันกระบี่ออกไปตรงๆ
ฮือๆ... ซู่ๆๆ...
ท่ามกลางเสียงลมกระโชกที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระบี่ปราณสีครามเร้นลับหลายร้อยเล่มก็รวมตัวกันเป็นรูปร่างอย่างรวดเร็ว ภายใต้การควบคุมของกระบี่เทวะในมือเย่เฟิง กระบี่ปราณเหล่านี้ก็พุ่งเข้าใส่พุ่มใบไผ่ด้านบนทั้งหมด
ซ่าๆๆ...
กระบี่ปราณนับไม่ถ้วนพุ่งทะลุทะลวงผ่านพุ่มใบไผ่อย่างบ้าคลั่ง ใบไผ่ผืนใหญ่ร่วงหล่นลงมา
ทันใดนั้น บนท้องฟ้าก็พลันมีเสียงเหล็กและหินปะทะกันดังขึ้น
หลังจากเสียงดังสนั่น ก็เห็นบุรุษชุดดำสวมหน้ากากคนหนึ่งร่วงหล่นลงมาพร้อมกับใบไผ่ที่ร่วงหล่นอย่างไม่รู้จบ
ขณะที่บุรุษชุดดำสวมหน้ากากเร่งร่ายเคล็ดกระบี่อย่างรวดเร็ว ปราณกระบี่นับร้อยก็พุ่งลงมาจากฟากฟ้า
เย่เฟิงเห็นมือสังหารปรากฏตัวในที่สุด ไม่เพียงไม่ตกใจ แต่กลับดีใจ
ดูท่าว่ามือสังหารผู้นี้ช่างเป็นมือสมัครเล่นเสียจริง ไม่รู้ตัวว่าตนเองมีองครักษ์หญิงส่วนตัวถึงสามคนก็แล้วไปเถอะ ถึงขนาดไม่รู้ว่าในศาลบรรพชนมีสุดยอดฝีมือผู้หนึ่งอาศัยอยู่
เย่เฟิงมั่นใจได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นองครักษ์หญิงลึกลับสามคนนั้น หรือผู้เฒ่าเฝ้าศาล ก็น่าจะสังเกตเห็นสถานการณ์ในป่าไผ่ตั้งนานแล้ว
เผลอๆ พวกเขาอาจจะมาซุ่มซ่อนอยู่ใกล้ๆ ตนเองแล้ว ก็รอเพียงให้มือสังหารผู้นี้ปรากฏตัวเท่านั้น
ต้องอยู่อย่างหวาดผวามาสามเดือน ในที่สุดคืนนี้ก็สามารถสะสางให้จบสิ้นได้เสียที
เมื่อเห็นปราณกระบี่กว่าร้อยสายที่พุ่งถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง เย่เฟิงก็ร้องเสียงประหลาด ใช้ท่าวิชารวบรวมกระบี่อีกครั้ง
กระบี่ปราณหลายร้อยเล่มก่อตัวขึ้นในทันที ส่งเสียงฟิ้วๆ พุ่งเข้าปะทะกับปราณกระบี่
บุรุษชุดดำสวมหน้ากากที่อยู่กลางอากาศเห็นดังนั้น สายตาก็พลันเคร่งขรึม
เขาคาดไม่ถึงว่าความเร็วในการรวบรวมกระบี่ปราณของเย่เฟิงจะรวดเร็วถึงเพียงนี้!
เพียงแค่ฟันกระบี่ออกไปครั้งเดียว ก็สามารถรวบรวมกระบี่ปราณสีเดียวได้หลายร้อยเล่ม
นี่น่าจะเป็นสิ่งที่ยอดฝีมือขอบเขตหวนคืนต้นกำเนิดเท่านั้นที่ทำได้กระมัง
แต่เย่เฟิงเป็นเพียงผู้บำเพ็ญเพียรระดับต่ำที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตเหินนภาได้ไม่ถึงสองเดือนเท่านั้น
เขาทำได้อย่างไร?
ขณะที่บุรุษชุดดำกำลังตกตะลึงในใจ ปราณกระบี่กว่าร้อยสายที่เขาปลดปล่อยออกมาก็ปะทะเข้ากับกระบี่ปราณหลายร้อยเล่มของเย่เฟิงกลางอากาศแล้ว
ตูม... เคร้งๆ...
ท่ามกลางเสียงดังสนั่นติดต่อกัน กระบี่ปราณทำลายปราณกระบี่ที่พุ่งเข้ามาจนหมดสิ้น ยังคงเหลือกระบี่ปราณอีกกว่าร้อยเล่มที่พุ่งเข้าหาบุรุษชุดดำกลางอากาศภายใต้การควบคุมที่ดูราวกับเริงระบำของเย่เฟิง
บุรุษชุดดำทำได้เพียงใช้กระบี่เซียนรับมือ พลังโจมตีที่พุ่งลงมาจากฟ้าของเขาถูกสลายไปในพริบตา
เย่เฟิงฟันกระบี่เทวะออกไปอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ฟันกระบี่ออกไป ก็จะมีกระบี่ปราณสีครามเร้นลับปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอย่างหนาแน่น
ไม่เพียงแต่ความเร็วในการรวบรวมกระบี่ปราณจะเหนือความคาดหมายของทุกคน แม้แต่วิธีการควบคุมกระบี่ปราณเหล่านั้นของเย่เฟิงก็ยังประหลาดอย่างยิ่ง
เขาไม่ได้ใช้นิ้วมือร่ายเคล็ดกระบี่ แต่กลับฟันกระบี่ไปทางซ้ายที ขวาฟาดที ดูไร้ซึ่งแบบแผนโดยสิ้นเชิง ท่าทางดูไม่ชำนาญอย่างยิ่ง
แต่ทว่า ค่ายกลกระบี่ที่ประกอบขึ้นจากกระบี่ปราณหลายร้อยเล่มบนท้องฟ้ายามค่ำคืนกลับไม่สับสนวุ่นวายเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าเย่เฟิงจะสามารถควบคุมกระบี่ปราณทุกเล่มที่ตนเองรวบรวมขึ้นมาได้ตามใจนึก
บุรุษชุดดำฟาดฟันอย่างบ้าคลั่ง กระบี่เดียวของเขาสามารถทำลายกระบี่ปราณได้สิบกว่าเล่ม
แต่ทว่า กระบี่ปราณที่พุ่งทะยานไปมาอย่างบ้าคลั่งรอบตัวเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย
ไม่ว่าเขาจะทำลายกระบี่ปราณไปกี่เล่ม เย่เฟิงที่น่ารังเกียจด้านล่างนั่น ก็เพียงแค่ฟันกระบี่ออกมาครั้งเดียว ก็จะมีกระบี่ปราณจำนวนมหาศาลเข้ามาเสริมทัพทันที
ชั่วขณะหนึ่ง บุรษชุดดำกลับถูกกดดันจนโงหัวไม่ขึ้น ยากที่จะโต้กลับ
เขาถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่า พลังการต่อสู้ของเย่เฟิงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
เมื่อเห็นว่าไม่ได้เปรียบ บุรุษชุดดำก็คิดจะถอนตัวหลบหนี
แต่ทว่า เย่เฟิงจะปล่อยให้เขาหนีไปง่ายๆ ได้อย่างไร?
กระบี่ปราณหกเจ็ดร้อยเล่มได้ปิดตายเส้นทางถอยของบุรุษชุดดำทั้งหมดแล้ว
"นี่มันสถานการณ์อันใด! เจ้าเด็กนี่ไม่เลวเลย!"
สายตาของอวี้หลงคนอ้วนเฉียบแหลมอย่างยิ่ง
เขามองออกแล้วว่าพลังบำเพ็ญเพียรของบุรุษชุดดำผู้นั้นน่าจะอยู่ที่ขอบเขตควบคุมจิต ส่วนศิษย์ตัวแสบของตนเองอยู่เพียงขอบเขตเหินนภา
เดิมทีนึกว่าเย่เฟิงจะต้านทานได้ไม่กี่กระบวนท่าก็จะพ่ายแพ้
คาดไม่ถึงว่า เย่เฟิงจะอาศัยการรวบรวมกระบี่ปราณอย่างต่อเนื่อง สร้างค่ายกลกระบี่ประหลาดขึ้นมา กักขังบุรุษชุดดำไว้ได้อย่างอยู่หมัด
อวี้หลงคนอ้วนแอบเหลือบมองผู้เฒ่าเฝ้าศาลที่อยู่ข้างกาย รู้สึกว่านี่น่าจะเป็นผลมาจากการชี้แนะของท่านบรรพชน
ไม่ไกลออกไป เย่เฟิงยิ่งสู้ก็ยิ่งลื่นไหล
ในปากก็ส่งเสียงร้องประหลาดออกมาเป็นระยะ
"เซียนชี้ทาง!"
"งมจันทร์ในทะเล!"
"วานรร้องโอบพฤกษ!"
"หนูแมวร่วมรู!"
"แพะภูเขาชนต้นไม้!"
"ไม้เฒ่าหยั่งราก!"
"เจ้าแม่กวนอิมประทับบัว!"
"กลับต้นเป็นปลาย!"
"เรือน้อยข้ามฟาก!"
"ทวงถามความยุติธรรม!"
"ตีหญ้าให้งูตื่น!"
"หลอกเบื้องบนปกปิดเบื้องล่าง!"
"ถอนต้นหอมจากดินแห้ง!"
"แหวกเมฆชมจันทร์..."
สตรีสามคนที่คุมเชิงกันอยู่โดยรอบ ต่างก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
นี่คือกระบวนท่าเคล็ดกระบี่ของนิกายทะเลเมฆาหรือ? เหตุใดตนเองถึงไม่เคยเรียนมาก่อน?
แม้แต่ผู้เฒ่าเฝ้าศาลที่รอบรู้และมีประสบการณ์สูงก็ยังมีสีหน้างุนงง
มีเพียงอวี้หลงคนอ้วนเท่านั้นที่สีหน้าดูตื่นเต้น ดวงตาเล็กๆ เบิกกว้าง
เขาส่งกระแสจิตไปว่า "ท่านบรรพชน เจ้าเด็กนี่เพิ่งจะอายุสิบห้า ท่านไปสอนสิบแปดกระบวนท่าเทพธิดาเร้นลับให้เขาทะลึ่งอันใด?"
"สิบแปดกระบวนท่าเทพธิดาอันใด?"
"ก็ตำราเร้นลับปลุกกำหนัดอันดับหนึ่ง สิบแปดกระบวนท่าเทพธิดาเร้นลับน่ะสิ อย่างไรเล่า ไม่ใช่ท่านที่สอนเขาหรือ?"
ผู้เฒ่าเฝ้าศาลเหลือบมองอวี้หลงคนอ้วนด้วยสีหน้าประหลาด กล่าวว่า "เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?"