- หน้าแรก
- ยอดเซียนสายเผ่น ขอเป็นที่หนึ่ง
- ตอนที่ 108 แผนที่เทือกเขาเมฆสวรรค์ปรากฏ ชายชราสีหน้าเปลี่ยนไป
ตอนที่ 108 แผนที่เทือกเขาเมฆสวรรค์ปรากฏ ชายชราสีหน้าเปลี่ยนไป
ตอนที่ 108 แผนที่เทือกเขาเมฆสวรรค์ปรากฏ ชายชราสีหน้าเปลี่ยนไป
ตอนที่ 108 แผนที่เทือกเขาเมฆสวรรค์ปรากฏ ชายชราสีหน้าเปลี่ยนไป
เมื่อเห็นสีหน้าของเยวี่ยอิ๋นหลิงที่เคร่งขรึมอย่างยิ่ง เย่เฟิงก็พลันตระหนักได้ หัวใจของเขาก็ค่อยๆ เครียดเกร็งขึ้นมา
ตอนนี้เขาค่อนข้างมั่นใจแล้วว่า การตายของเจ้าของร่างเดิม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับหญ้าเซียนเห็ดทิพย์ที่ถูกขโมยไปเหล่านี้ ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะล่วงรู้ความลับบางอย่างเข้า
ในตอนนี้ ความลับนั้นก็มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะถูกเก็บไว้ในหีบเหล็กที่ล็อกกุญแจอยู่ตรงหน้านี้
จะเปิด หรือไม่เปิด นี่คือปัญหา
คือการทนรับลูกศรพิษที่ฆาตกรอาจจะยิงมาเมื่อใดก็ได้เงียบๆ หรือจะลุกขึ้นมาเปิดโปงความจริงของเรื่องนี้ ทางเลือกสองทางนี้ ทางใดคือทางที่ถูกต้องกว่ากันเล่า?
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เย่เฟิงก็เลือกอย่างหลัง หากโชคชะตาเปรียบเสมือนพายุฝน เช่นนั้นก็จงปล่อยให้พายุโหมกระหน่ำรุนแรงยิ่งขึ้นเถอะ เขาไม่อยากใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างหวาดผวา
เขค่อยๆ ยื่นมือออกไป
เยวี่ยอิ๋นหลิงคว้าข้อมือของเขาไว้ กล่าวว่า: "เจ้า เจ้าแน่ใจหรือว่าจะเปิด?"
เย่เฟิงยิ้มขมขื่น: "ข้าไม่มีทางเลือกอื่น"
เยวี่ยอิ๋นหลิงจ้องมองเย่เฟิง จากนั้นก็ค่อยๆ ปล่อยมือ
เย่เฟิงพินิจดูแม่กุญแจอยู่ครู่หนึ่ง พลันนึกถึงห่อผ้าที่คนทั้งสองขุดออกมาจากสุสานไร้ญาติเมื่อครู่ ด้านในดูเหมือนจะมีกุญแจอยู่
เขารีบหยิบห่อผ้าออกมาจากกำไลใยทมิฬทันที หลังจากค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง ก็พบพวงกุญแจพวงหนึ่งจริงๆ
กุญแจมีทั้งหมดหกดอก เขาลองไขทีละดอก เมื่อลองถึงดอกที่สี่ แม่กุญแจบนหีบเหล็กก็ส่งเสียงดัง 'แคร่ก' เบาๆ ไส้กุญแจก็ดีดเปิดออก
เย่เฟิงถอดแม่กุญแจออก สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็ค่อยๆ เปิดหีบเหล็กออก ภายใต้แสงสว่างของลูกไฟ คนทั้งสองก็มองเห็นของข้างในได้อย่างง่ายดาย
เป็นห่อผ้าห่อหนึ่ง
เย่เฟิงหยิบมันออกมา แกะห่อผ้าออก ด้านในยังมีกระดาษหนังวัวอีกชั้นหนึ่ง ราวกับตุ๊กตาซ้อนของรัสเซีย ถูกห่อไว้หลายชั้นมาก
เย่เฟิงกังวลจริงๆ ว่าข้างในจะไม่มีอันใด แต่ทว่า ความกังวลของเขาเห็นได้ชัดว่ามันเกินจำเป็น เมื่อแกะห่อชั้นสุดท้ายออก ก็พบว่าเป็นผ้าแพรที่ม้วนเป็นก้อนกลม
เย่เฟิงนึกว่าข้างในยังมีของอยู่อีก ผลลัพธ์คือพบว่าผ้าแพรผืนนี้คือชั้นสุดท้ายแล้ว เขาคลี่ผ้าแพรออก พบว่าบนผ้าแพรเต็มไปด้วยเส้นสาย น่าจะเป็นแผนที่ฉบับหนึ่ง
เย่เฟิงดูไม่เข้าใจ จึงได้เอ่ยถามเยวี่ยอิ๋นหลิง
"ศิษย์พี่เยวี่ย นี่มันของอันใด?"
หลังจากที่เยวี่ยอิ๋นหลิงพินิจดูอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก็กล่าวว่า: "นี่... นี่ดูเหมือนจะเป็นแผนที่ของเทือกเขาเมฆสวรรค์!"
"แผนที่ของเทือกเขาเมฆสวรรค์? ข้าอุตส่าห์ลำบากยากเย็นเพียงนี้ ก็แค่ซ่อนแผนที่ไว้ฉบับหนึ่ง?" เย่เฟิงมีสีหน้าผิดหวัง ก็นึกว่ามีความลับสะเทือนฟ้าอันใด ที่แท้ก็แค่แผนที่ฉบับหนึ่ง
เยวี่ยอิ๋นหลิงส่ายหน้า: "แผนที่ไม่ได้สำคัญ จุดสำคัญน่าจะเป็นสถานที่เหล่านี้ที่เจ้าใช้น้ำหมึกสีแดงวงไว้ต่างหาก"
เย่เฟิงชะงักไป ยื่นศีรษะเข้าไปดู ก็เห็นว่าบนแผนที่มีวงกลมสีแดงเล็กๆ อยู่หลายสิบแห่งจริงๆ ส่วนใหญ่อยู่รายล้อมยอดดาราโรย
ในจำนวนนั้นมีวงกลมสีแดงเล็กๆ วงหนึ่งที่พิเศษมาก ข้างๆ ถูกกากบาทสีแดงไว้สามอัน เห็นได้ชัดว่าเป็นการทำเครื่องหมายไว้เป็นพิเศษ
เย่เฟิงชี้ไปที่วงกลมสีแดงเล็กๆ วงนั้น: "ศิษย์พี่เยวี่ย นี่คือสถานที่ใด"
เยวี่ยอิ๋นหลิงกล่าว: "นี่น่าจะเป็นยอดเพลิงกัลป์"
"ยอดเพลิงกัลป์?"
"อืม นี่คือหนึ่งในสี่สายหลักในอดีต"
"สี่สายหลักในอดีต? หมายความว่าอย่างไรหรือศิษย์พี่เยวี่ย"
เยวี่ยอิ๋นหลิงอธิบาย: "สี่สายหลักแห่งทะเลเมฆาในปัจจุบัน คือยอดเขาที่ใหญ่ที่สุดสี่ยอดที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ได้แก่ ยอดวิญญาณครามทางทิศตะวันออก ยอดเมฆาชาดทางทิศใต้ ยอดมณีเร้นทางทิศตะวันตก และยอดดาราสวรรค์ทางทิศเหนือ
สี่สายหลักนี้เพิ่งจะมีขึ้นหลังจากสงครามล่าเซียนในตอนนั้น ก่อนหน้าสงครามล่าเซียนปีเจี่ยจื่อ นิกายทะเลเมฆาก็มีสี่สายหลักเช่นกัน แต่ล้วนอยู่บนพื้นดิน
ได้แก่ ยอดรุ่งอรุณที่อยู่ห่างจากยอดดาราโรยไปทางทิศตะวันออกร้อยลี้ ยอดเพลิงกัลป์ที่อยู่ห่างออกไปทางทิศใต้ร้อยกว่าลี้ ยอดเมฆาอัสดงที่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกเจ็ดสิบลี้ และยอดมังกรครามที่อยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือแปดสิบลี้
สงครามล่าเซียนทำให้นิกายทะเลเมฆาเสียหายอย่างหนัก ดังนั้นท่านปราชญ์เจ้าสำนักในตอนนั้น จึงได้ย้ายศิษย์นิกายทะเลเมฆาบนยอดเขาทั้งสี่สายหลักนี้ กลับไปยังยอดดาราโรยทั้งหมด
ต่อมานิกายทะเลเมฆาก็ค่อยๆ ฟื้นฟูพลังกลับคืนมา จึงได้สร้างภูเขาลอยฟ้าขนาดใหญ่สี่ลูกขึ้นกลางอากาศ กลายเป็นสี่สายหลักในปัจจุบัน"
เย่เฟิงนับว่าฟังเข้าใจแล้ว ที่แท้ที่ถูกทอดทิ้งก็ไม่ได้มีเพียงยอดเมฆาอัสดงที่ถูกอวิ๋นซวงเอ๋อครอบครองอยู่ ยังมียอดเขาอีกสามแห่ง!
ยอดเพลิงกัลป์ที่ตั้งอยู่ห่างจากยอดดาราโรยไปทางทิศใต้ร้อยกว่าลี้แห่งนี้ ก็คือหนึ่งในยอดเขาที่ถูกนิกายทะเลเมฆาทอดทิ้งในตอนนั้น
สิ่งที่เย่เฟิงคิดไม่ตกก็คือ เหตุใดเจ้าของร่างเดิมถึงได้ทิ้งแผนที่นี้ไว้ และเหตุใดถึงได้ทำเครื่องหมายเน้นย้ำไว้ที่บริเวณยอดเพลิงกัลป์
แผนที่ฉบับนี้เกี่ยวข้องกับการที่เจ้าของร่างเดิมถูกทำร้ายจริงๆ หรือ? พื้นที่ที่ถูกวงกลมไว้ผืนนี้ ตกลงแล้วมันหมายถึงอันใดกันแน่?
ในยามนี้ เยวี่ยอิ๋นหลิงก็ให้ความเห็นที่สร้างสรรค์อย่างยิ่ง: "นี่คงไม่ใช่แผนที่ขุมทรัพย์ที่เจ้าวาดขึ้นมาหรอกนะ?"
"แผนที่ขุมทรัพย์? ท่านไม่ใช่หรือที่บอกว่าเมื่อก่อนข้าเป็นยาจกอันดับหนึ่งของนิกายทะเลเมฆา? จะมีสมบัติอันใดให้ซ่อนเล่า?"
"เจ้าเป็นยาจก แต่หลายปีมานี้ เจ้าก็ลักเล็กขโมยน้อยมาไม่น้อยมิใช่หรือ ศาสตราวุธวิเศษอันใด ยาเซียนอันใด ยันต์อันใด เสื้อแถบของแม่นาง... ไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะนำของเหล่านี้ไปซ่อนไว้ทั้งหมด แผ่นนี้ก็อาจจะเป็นแผนที่ขุมทรัพย์ของเจ้า"
แม้ว่าคำอธิบายของเยวี่ยอิ๋นหลิงจะมีเหตุผลอยู่บ้าง แต่หลังจากที่เย่เฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังคงส่ายหน้า: "หากข้ามีสถานที่ซ่อนสมบัติจริงๆ หญ้าเซียนเห็ดทิพย์ล้ำค่าในหีบนี้ก็คงจะไม่ถูกซ่อนไว้ที่สุสานช้าง
อีกอย่าง ยอดเพลิงกัลป์ใหญ่โตถึงเพียงนั้น เพียงแค่อาศัยวงกลมเล็กๆ นี้ ผู้ใดจะไปหาพบเล่า อีกอย่าง บนแผนที่นี้ยังมีวงกลมที่ถูกทำเครื่องหมายไว้อีกยี่สิบสามสิบวง หรือว่าข้าจะมีสถานที่ซ่อนสมบัติมากมายถึงเพียงนี้?"
เยวี่ยอิ๋นหลิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่ามีเหตุผล แต่ทว่า หากแผ่นนี้ไม่ใช่แผนที่ขุมทรัพย์ แล้วมันจะเป็นอันใดได้?
ก่อนที่เย่เฟิงจะประสบเหตุ เขาห่อของสิ่งนี้ไว้ถึงเจ็ดแปดชั้น ก็เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แผนที่ฉบับนี้เสียหาย แผนที่ฉบับนี้ย่อมต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน เพียงแต่ตอนนี้คนทั้งสองยังคงไม่เข้าใจว่า ตกลงแล้วมันมีประโยชน์อันใด
ทั้งยังไม่สามารถแน่ใจได้ว่าการที่เย่เฟิงถูกฝัง ตกลงแล้วเกี่ยวข้องกับแผนที่ฉบับนี้หรือไม่
เจ้าเด็กนี่ในเมื่อตอนนั้นคิดได้ว่า ตนเองอาจจะถูกคนฆ่าปิดปากเพราะล่วงรู้ความลับอันยิ่งใหญ่ ทั้งยังทิ้งเบาะแสไว้ที่หน้าสุสานช้าง เหตุใดถึงไม่ทิ้งข้อความไว้โดยตรง เขียนเล่าถึงที่มาที่ไปของเรื่องราว?
ทิ้งไว้เพียงแผนที่ฉบับเดียวจะมีประโยชน์อันใดเล่า ทำให้ตอนนี้ยังคงไม่เข้าใจว่า แผนที่ฉบับนี้กับความลับที่เขาพูดถึง ตกลงแล้วมันเกี่ยวข้องกันหรือไม่
คนทั้งสองศึกษาค้นคว้าอยู่ในเรือนไม้ไผ่ค่อนคืน จนกระทั่งล่วงเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของคืน เยวี่ยอิ๋นหลิงถึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ตนเองควรจะกลับไปที่ยอดเมฆาชาดแล้วมิใช่หรือ
ตนเองเป็นถึงเทพธิดาฝ่ายธรรมะที่อ่อนโยนและเพียบพร้อม ชายโสดหญิงสาว อยู่ในป่าเขาที่ห่างไกล ทั้งยังไม่กลับที่พักยามค่ำคืน... หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ตนเองคงได้กลายเป็นบุคคลมีชื่อเสียงอันดับหนึ่งของนิกายทะเลเมฆาเป็นแน่
"ไม่เช้าแล้ว ข้ากลับก่อนล่ะ"
"ได้ เช่นนั้นข้าก็ไม่ส่งนะ! เดินทางระวังด้วย!"
ในยามนี้ในหัวของเย่เฟิงเต็มไปด้วยคำถาม ไม่มีอารมณ์คิดเรื่องอื่นอีกแล้ว จึงได้กล่าวออกไปส่งๆ
เยวี่ยอิ๋นหลิงหัวเราะแหะๆ อยู่สองสามที กล่าวว่า: "เย่ต้าป้า ศิษย์น้องเย่ จอมยุทธ์น้อยเย่... เห็ดทิพย์พันปีสามต้นนี้..."
เย่เฟิงเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าที่ราวกับแม่ค้าของเยวี่ยอิ๋นหลิง เขาก็ขมวดคิ้ว: "ท่านคงไม่ได้คิดจะเอาเห็ดทิพย์หรอกนะ?"
เยวี่ยอิ๋นหลิงกล่าว: "เจ้ามีตั้งสามต้น ส่งให้ข้าสักต้นสิ"
"ไม่ได้ ของสิ่งนี้ล้ำค่าอย่างยิ่ง!"
"นี่ๆๆ เย่ต้าป้า เจ้าจะข้ามสะพานแล้วรื้อสะพาน ฆ่าลาหลังจากโม่แป้งเสร็จแล้วเช่นนี้ไม่ได้นะ? เรื่องที่ข้าช่วยชีวิตเจ้าตอนกลางวันข้าจะไม่พูดถึง เพื่อเรื่องของเจ้า คืนนี้ข้าถึงกับขุดสุสานไปสองแห่ง เหนื่อยแทบตายแล้ว เจ้าไม่ควรจะแสดงน้ำใจอะไรบ้างเลยหรือ?
ข้ายังคิดจะร่วมหุ้นเปิดร้านยาสูบกับเจ้าอยู่เลย เจ้าใจแคบเช่นนี้ ข้าจะร่วมหุ้นทำธุรกิจกับเจ้าได้อย่างไร? อีกอย่างข้าก็ไม่ได้ขอมาก เจ้ามีตั้งสามต้น ข้าขอแค่ต้นเดียวเท่านั้นเอง"
เย่เฟิงมองดูเยวี่ยอิ๋นหลิงที่โกรธจนแทบกระโดด เขาก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง: "ศิษย์พี่เยวี่ย เรื่องในวันนี้ข้าต้องขอบคุณท่านจริงๆ แต่ว่า... ท่านจะเอาเห็ดทิพย์ไปทำอันใดหรือ"
"ก็กินสิ!"
"กิน? ข้าได้ยินมาว่าเห็ดทิพย์นี้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้บำเพ็ญเพียรที่ระดับพลังบำเพ็ญเพียรต่ำต้อย พลังบำเพ็ญเพียรของท่านสูงถึงเพียงนี้ ยังต้องใช้อีกหรือ?"
"โธ่เอ๊ย ไม่ปิดบังท่านแล้ว ข้าติดอยู่ที่คอขวดมานานมากแล้ว ยากที่จะทะลวงผ่าน เห็ดทิพย์ต้นนี้แม้ว่าจะไม่สามารถยกระดับพลังบำเพ็ญเพียรของข้าขึ้นหนึ่งระดับได้โดยตรง แต่การช่วยข้าทะลวงคอขวดในตอนนี้ก็น่าจะยังพอทำได้ อีกไม่นานก็จะถึงการประลองใหญ่ฝ่ายในที่หกสิบปีมีครั้ง หากมีเห็ดทิพย์ต้นนี้ ข้าอาจจะได้ตำแหน่งสิบอันดับแรกมาเล่นๆ ก็เป็นได้
อีกอย่างข้าก็ไม่ได้เอาเห็ดทิพย์ของเจ้าไปเปล่าๆ มิใช่ว่ามีคนอยากจะฆ่าเจ้าหรือ? ข้าจะคุ้มครองเจ้าเอง! ก็ใครใช้ให้พวกเราเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกันเล่า"
เย่เฟิงกำลังลังเลว่าเห็ดทิพย์หญ้าวิญญาณเหล่านี้ ตกลงว่าเขาจะยักยอกไว้เอง หรือว่าจะส่งคืนกลับไปที่สวนยาสมุนไพร
ขณะที่กำลังครุ่นคิด เยวี่ยอิ๋นหลิงก็เดินไปอยู่ข้างๆ เห็ดทิพย์พันปีสามต้นนั้นอย่างเงียบเชียบ ฉวยโอกาสที่เย่เฟิงไม่ทันระวัง นางก็อุ้มขึ้นมาต้นหนึ่ง แล้วหันหลังวิ่งหนีทันที
แอบฉวย หันกาย วิ่งหนี เปิดประตู เหินกาย... ทุกการกระทำต่อเนื่องเป็นหนึ่งเดียว ไร้ที่ติ ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นมืออาชีพ
เย่เฟิงเพิ่งจะรู้สึกตัว เมื่อไล่ตามออกไปนอกเรือนไม้ไผ่ บนท้องฟ้ายามค่ำคืนก็เหลือเพียงแสงไฟสายหนึ่งที่กำลังหายลับไปอย่างรวดเร็ว
เย่เฟิงกระทืบเท้าสบถด่า: "ท่านเป็นโจรหรืออย่างไร?! ข้ายังไม่ได้ตกลงว่าจะให้ท่านเลย!"
ไม่มีเสียงตอบกลับ
เย่เฟิงสบถด่าพลางเดินกลับเข้าเรือนไม้ไผ่ ก้มหน้าลงก็เห็นเจ้าขนเขียวตัวน้อยกำลังนั่งยองๆ อยู่หน้าประตู จ้องมองตนเองด้วยสีหน้าสงสัย
"ไปๆๆๆ ไปนอนเองไป คืนนี้ข้าไม่มีเวลาเล่นกับเจ้า!"
เย่เฟิงกลับเข้าเรือนไม้ไผ่ มวนยาให้ตนเองอีกมวนหนึ่ง เขาสูบยาพลาง มองดูสิ่งที่ตนเองได้รู้ในวันนี้พลาง
เขายังคงรู้สึกว่า จุดสำคัญน่าจะอยู่ที่แผนที่ฉบับนั้น แต่ทว่า เบาะแสอื่นก็ไม่มี เขาไม่รู้ว่าแผนที่ฉบับนี้ตกลงแล้วมันบันทึกข้อมูลอันใดไว้
ยามฟ้าสาง เย่เฟิงก็ยัดของทั้งหมดเข้าไปในกำไลใยทมิฬ ในเมื่อถูกแม่นางนักเลงน้อยนั่นฉวยเห็ดหลินจือโลหิตไปแล้วต้นหนึ่ง เย่เฟิงย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะนำของเหล่านี้กลับไปคืนที่สวนยาสมุนไพรอีก
ที่เหลืออีกสองต้น เขาตั้งใจจะกินเองต้นหนึ่ง ที่เหลืออีกต้นก็จะเก็บไว้ให้ศิษย์น้องหลิงเอ๋อ
ตอนนี้ตนเองบำเพ็ญเพียรคัมภีร์ทะเลเมฆาและร้อยหลอมจิตเทวะ ความเร็วในการควบแน่นจิตต้นกำเนิดรวดเร็วมาก ขอเพียงแค่กินเห็ดหลินจือโลหิตไปต้นหนึ่ง ก็น่าจะสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตควบคุมจิตขั้นที่ห้าได้ในเวลาอันสั้น
คาดว่าศิษย์น้องหลิงเอ๋อตอนนี้น่าจะสร้างรากฐานสำเร็จแล้ว หากมีเห็ดหลินจือโลหิตเม็ดนี้ เวลาที่นางใช้บรรลุขอบเขตเหินนภาก็จะสั้นลงอย่างมาก
แม้ว่าหลังจากที่แม่นางน้อยผู้นี้มา ก็ได้แบ่งปันความรักส่วนใหญ่ของท่านอาจารย์ไป แต่เย่เฟิงก็รู้สึกว่าตนเองเป็นบุรุษ ทั้งยังเป็นศิษย์พี่ใหญ่ ต้องมีน้ำใจ ไม่สามารถเพราะเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ก็ไปตามแก้แค้นศิษย์น้องหลิงเอ๋อได้
อย่างไรเสีย ในอีกหลายร้อยปีข้างหน้า ศิษย์น้องก็คือหนึ่งในญาติที่สนิทที่สุดของตนเองในโลกใบนี้
หลังจากฟ้าสาง เย่เฟิงก็บำเพ็ญเพียรร้อยหลอมจิตเทวะอยู่ประมาณหนึ่งชั่วยาม จากนั้นก็เริ่มลงมือตัดไผ่ต่อ เขาเตรียมจะสร้างโรงบ่มยาขึ้นข้างๆ เรือนไม้ไผ่
ยาเหลืองมัดนั้นที่เยวี่ยอิ๋นหลิงให้เขา รสชาติมันแรงและฉุนเกินไป นี่เป็นเพราะวิธีการบ่มไม่ถูกต้อง
โลกที่เย่เฟิงจากมา ยาถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางสังคมที่สำคัญที่สุด ได้ประโยชน์จากการที่เมื่อก่อนเขาเป็นพวกโอตาคุ วันๆ เอาแต่ไถคลิปสั้นๆ เขาก็ชอบดูของไร้สาระเหล่านี้
เคยดูคลิปสั้นๆ เกี่ยวกับการบ่มยามามากมาย ขั้นตอนทั้งหมดล้วนจำได้ขึ้นใจ
ลากไผ่เขียวสนขนาดใหญ่สิบกว่าต้นออกมาจากป่าไผ่ ทำเอาเย่เฟิงเหนื่อยจนแทบหมดแรง เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เอนหลัง สูบยามวนที่ทำเอง ช่างมีความสุขเสียนี่กระไร
จากนั้น เจ้าเด็กนี่ก็หยิบแผนที่ฉบับนั้นออกมาจากอกเสื้อ แล้วเริ่มมองดู
เมื่อเห็นเย่เฟิงกำลังตัดไผ่เขียวสนอย่างไม่เกรงใจอีกแล้ว ผู้เฒ่าเฝ้าศาลก็ถึงกับพูดไม่ออก เขาถือไม้กวาดมาถึงหน้าเรือนไม้ไผ่
"ข้าว่าเจ้าหนู เจ้าตัดไผ่อีกแล้วหรือ? เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่หรือไม่?"
"อ๊ะ! ท่านผู้อาวุโส ท่านมาได้อย่างไร! วันนี้ข้ายุ่งอยู่บ้าง ก็เลยไม่ได้ทำอาหารเช้าให้ท่าน คืนนี้ข้าจะทำไก่ขอทานให้ท่านผู้เฒ่า!"
เย่เฟิงเห็นผู้เฒ่าเฝ้าศาลมาเพื่อตำหนิ ก็รีบยืนขึ้น วางแผนที่ฉบับนั้นไว้บนโต๊ะไม้ไผ่ข้างๆ อย่างลวกๆ จากนั้นก็ดับยามวนที่สูบไปได้ครึ่งหนึ่ง
ชายชรากล่าว: "ไผ่เขียวสนเติบโตได้ไม่ง่าย ไผ่เขียวสนผืนนี้เกือบทั้งหมดล้วนเติบโตมาสี่ห้าร้อยปี ก่อนหน้านี้เจ้าตัดไปบ้างก็แล้วไปเถอะ เหตุใดตอนนี้ถึงมาตัดอีก? หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ป่าไผ่ผืนนี้ไม่ช้าก็เร็วคงจะถูกเจ้าตัดจนเหี้ยน!"
"ท่านผู้อาวุโส ท่านวางใจเถอะ ครั้งนี้ข้าเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นมองเห็น ข้าจึงได้แบ่งพื้นที่ตัด ไม่ได้เหมือนครั้งก่อนที่เลือกตัดแต่ในที่เดียวจนเหี้ยน รับรองว่าไม่มีผู้ใดพบเห็นแน่นอน!"
ชายชราหนวดกระตุกตาถลน ข้ากำลังพูดถึงความหมายนี้หรือ?
ทันใดนั้น ชายชราก็เห็นแผนที่ฉบับนั้นบนโต๊ะไม้ไผ่ ในชั่วพริบตา ในดวงตาที่ขุ่นมัวของเขาก็พลันมีประกายแสงคมปลาบวาบผ่าน
เขายื่นแขนที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นออกไป ค่อยๆ หยิบแผนที่ฉบับนั้นขึ้นมา สายตาจ้องเขม็งไปยังพื้นที่สีแดงที่ถูกทำเครื่องหมายไว้บนแผนที่
ชายชรามองอยู่ครู่หนึ่ง ก็เงยหน้าขึ้นมองเย่เฟิง กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า: "นี่คือแผนที่ที่แม่นางน้อยผู้นั้น ขุดออกมาจากหีบที่อยู่หน้าสุสานช้างเมื่อคืนนี้หรือ?"
เย่เฟิงประหลาดใจอย่างยิ่ง: "ท่านผู้อาวุโส ท่านรู้ได้อย่างไร?"
"อยู่ที่นี่ ไม่มีเรื่องใดที่ข้าไม่รู้" พลังจิตของผู้เฒ่าแผ่คลุมรัศมีหนึ่งพันจั้ง ไม่ว่าลมจะพัดใบไม้ไหวเพียงใด เขาก็ได้ยินทั้งสิ้น
ของที่เรียกว่าพลังจิตนี้ก็เหมือนกับเรดาร์พลังสูง แม้ว่าจะสุดยอดมาก แต่กลับสามารถรับรู้ได้เพียงการเปลี่ยนแปลงของลมปราณโดยรอบเท่านั้น การฟัง คือหนึ่งในหน้าที่หลักของพลังจิต
บทสนทนาของเย่เฟิงกับเยวี่ยอิ๋นหลิง ผู้เฒ่าเฝ้าศาลที่อยู่ห่างออกไปร้อยกว่าเมตรในศาลบรรพชนก็ได้ยินอย่างชัดเจน แต่ทว่าเขากลับมองไม่เห็น
ดังนั้นชายชราจึงรู้แล้วว่าเย่เฟิงเคยถูกฝังแต่กลับความจำเสื่อม ทั้งยังรู้เรื่องหีบไม้ เห็ดทิพย์ และแผนที่ แต่กลับมองไม่เห็นว่าแผนที่นั้นเป็นเช่นไร
ในยามนี้เมื่อเขาได้เห็นแผนที่ฉบับนี้ สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมลงเล็กน้อย
เย่เฟิงมองเห็นความผิดปกติ: "ท่านผู้อาวุโส แผนที่ฉบับนี้มีอันใดไม่ถูกต้องหรือ? หรือว่าท่านผู้เฒ่าจะรู้ว่าสถานที่ที่วงกลมสีแดงทำเครื่องหมายไว้เหล่านี้หมายถึงอันใด?"