เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 53 สถานที่ลับของอวิ๋นซวงเอ๋อ

ตอนที่ 53 สถานที่ลับของอวิ๋นซวงเอ๋อ

ตอนที่ 53 สถานที่ลับของอวิ๋นซวงเอ๋อ


ตอนที่ 53 สถานที่ลับของอวิ๋นซวงเอ๋อ

ในขณะที่เย่เฟิงและอวิ๋นซวงเอ๋อกำลังเล่นบท 'ตำรวจจับผู้ร้าย' กันอยู่บนฟ้า

ณ ทางเดินหินสีเขียวอันเงียบสงบกลางยอดดาราโรย สองเงาร่างกำลังเดินสนทนากัน สวีไค และ หลินอี้

หลินอี้เปิดบทสนทนา "เย่เฟิงออกจากหอวินัยมาห้าวันแล้ว... สายข่าวของเจ้าจับผิดอะไรได้บ้าง?"

สวีไคส่ายหน้าเบาๆ "มีอาจารย์อาอวี้หลงคุมอยู่ ข้าไม่กล้าส่งคนไปประกบติดเกินไป ทำได้แค่ให้คนวงในคอยสอดส่องอยู่ห่างๆ"

"หลังจากออกมา มันก็บรรลุขอบเขตเหินนภาทันที วันต่อมาก็ไปสุสานกระบี่กับแก๊งสามช่าไปขุดกระบี่สนิมเขรอะมาได้เล่มนึง... หลายวันมานี้ก็เห็นมันขี่ไอ้กระบี่เศษเหล็กนั่นบินว่อนอยู่แถวเรือนพัก"

"อ้อ... จริงสิ เมื่อวานซืน มันพาพวกขึ้นไปซ่าบนยอดเขา ตอนฝึกกระบี่ ดันพลาดไปทำร้ายศิษย์น้องหญิงฝ่ายนอกเข้าคนนึง ตอนนี้แม่นางคนนั้นยังนอนรักษาตัวอยู่ที่เรือนท่านอาจารย์อาอวี้หลง"

"แปลกตรงที่... นางไม่ยอมไปแจ้งความที่หอวินัย เลือกที่จะปิดปากเงียบ... เข้าทางไอ้หมอนั่นพอดี"

"โห... มีเรื่องแบบนี้ด้วย?" หลินอี้เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ

สวีไคถามกลับ "ศิษย์พี่หลิน... มีอะไรผิดปกติเหรอครับ?"

"ก็ไอ้หนูเย่เฟิงนั่น... สันดานมันต่ำช้าจะตาย! ก่อเรื่องมาก็นับไม่ถ้วน เคยทำร้ายคนมาก็เยอะ ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมันจะรับผิดชอบอะไร... ไหงคราวนี้ถึงได้เป็น 'สุภาพบุรุษ' รู้จักพาคนเจ็บกลับไปรักษา?"

"มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ?"

"ข้าว่า... มันคงกลัวความแตกมากกว่า เพิ่งออกจากคุกหมาดๆ คงไม่อยากกลับเข้าไปนอนกินข้าวแดงอีก ขืนแม่นางคนนั้นไปฟ้องหอวินัย... มันจบเห่แน่"

สวีไคเสริมต่อ "อีกอย่าง... ศิษย์พี่หลิน ข้าขอพูดอะไรตรงๆ หน่อยนะ"

"ว่ามาสิ คนกันเองทั้งนั้น"

"ตั้งแต่เย่เฟิง 'ตายแล้วฟื้น' คราวก่อน... มันดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะ โดยเฉพาะนิสัย ดูเหมือนความเลวจะลดดีกรีลงไปเยอะ... แถมยังขยันฝึกวิชาจนน่าตกใจ"

"ศิษย์พี่ไม่เห็นกับตา... ไอ้หมอนี่ซ้อมหนักยังกะคนบ้า ผิดวิสัยไอ้ขี้เกียจสันหลังยาวคนเดิมลิบลับ!"

หลินอี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ "สันดอนขุดง่าย... สันดานขุดยาก แค่ตายแล้วเกิดใหม่... มันไม่ทำให้คนเลวกลับใจได้หรอก เว้นแต่ว่า... 'ไส้ใน' จะถูกเปลี่ยน!"

"ศิษย์น้องสวี อย่าเพิ่งวางใจ อย่าเห็นว่าช่วงนี้มันทำตัวดี แล้วจะเหมาเอาเองว่าความจำมันจะไม่กลับมา"

"ตราบใดที่มันยังมีลมหายใจ... มันคือระเบิดเวลาสำหรับพวกเรา ถ้ามีโอกาส... ต้องหาทาง 'ล้วงไส้' มันออกมาดูให้ได้"

"รับทราบครับ" สวีไคพยักหน้า

ตอนนี้มหาปราชญ์อวี้หลงกลับมาประจำการแล้ว การจะแตะต้องเย่เฟิงไม่ใช่เรื่องง่าย ทำได้แค่ภาวนาให้มันความจำเสื่อมไปตลอดชาติ... นั่นแหละดีที่สุด

คุยเรื่องสัพเพเหระกันอีกพักใหญ่ หลินอี้ก็วกเข้าเรื่องงาน "ศิษย์พี่รองกลับมาแล้ว ต่อไปคงต้องเตรียมรับมือศึกใหญ่... 'การประลองภายในสำนัก'"

"งานนี้สำคัญมากสำหรับศิษย์พี่ใหญ่และศิษย์พี่รอง จะมีแขกเหรื่อจากต่างแดนมาดูเพียบ... ห้ามมีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด"

"ศิษย์พี่ใหญ่สั่งมา... ให้ไปสืบดูว่าฝั่งศิษย์พี่รองจะส่งใครลงแข่งบ้าง ฝีมือระดับไหน งานนี้เราต้องชนะขาด! Top 10 ต้องเป็นคนของเราให้มากที่สุด!"

สวีไคเสนอไอเดีย "ถ้าจะเช็กพลังบำเพ็ญ... หอถ่ายทอดวิชาของศิษย์พี่ใหญ่ น่าจะมีข้อมูลครบนะ ศิษย์ฝ่ายในทุกคนเวลาเลเวลอัป ก็ต้องมารายงานตัวอยู่แล้ว"

"รายงานน่ะมี... แต่มันเชื่อไม่ได้ 100% หรอก" หลินอี้แย้ง "โดยเฉพาะช่วงใกล้แข่งแบบนี้ พวกศิษย์เก่งๆ มักจะ 'กั๊ก' ซ่อนเขี้ยวเล็บกันทั้งนั้น"

"เอารายชื่อนี้ไป... ศิษย์พี่ใหญ่ลิสต์มาให้แล้ว ส่งคนไปประกบดูให้ละเอียด ว่าพลังจริงๆ ของพวกมันอยู่ขั้นไหน แล้วโดนฝั่งศิษย์พี่รองซื้อตัวไปรึยัง"

สวีไครับกระดาษแผ่นเล็กมาเปิดดู รายชื่อยาวเหยียด เขียนด้วยตัวอักษรจิ๋วแต่เป็นระเบียบ ล้วนเป็นระดับหัวกะทิรุ่นใหม่ อายุต่ำกว่า 40 ปี ส่วนใหญ่อยู่ยอดดาราโรย แต่ก็มีม้ามืดจากยอดเขาอื่นปนมาบ้าง

ชื่อแรกสุด... 'อวิ๋นซวงเอ๋อ'

สวีไคกวาดตาดูผ่านๆ แล้วเก็บเข้าอกเสื้อ "วางใจได้ครับศิษย์พี่ เหลือเวลาอีกหลายเดือน... ข้าจะรีบสืบให้รู้ดำรู้แดง"

...

ตัดภาพมาที่ ยอดเขาเมฆาอัสดง

ทางทิศตะวันตกของยอดดาราโรย... คือเขตหวงห้าม ที่ตั้งของศาลบรรพชนและสุสานศักดิ์สิทธิ์ ปกติห้ามคนนอกเข้าเด็ดขาด

ยอดเมฆาอัสดงไม่ได้สูงชันหรือโดดเด่นอะไร แต่มีความเงียบสงบระดับ 10 ริกเตอร์ เมื่อสองพันปีก่อน เคยมีคนอาศัยอยู่ แต่ย้ายออกไปหมดเพื่อความสงบของสุสาน

อวิ๋นซวงเอ๋อร่อนลงจอดบนลานหินเก่าๆ บนยอดเขา ท่วงท่าสง่างามดุจเทพธิดาลงมาจุติ

ลานแห่งนี้เล็กกะจิริด จุคนได้ไม่กี่ร้อย เทียบกับลานประลองยุทธ์ยอดดาราโรยไม่ได้เลย มันถูกทิ้งร้างจนหญ้าขึ้นรก หินระเกะระกะ มีเรือนหินผุพังให้เห็นประปราย

ที่นี่คือ... 'เซฟเฮาส์' ส่วนตัวของอวิ๋นซวงเอ๋อ

ด้วยนิสัยโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบสุงสิงกับชาวบ้าน นางเลยไม่ค่อยไปฝึกวิชาที่ลานรวม บังเอิญมาเจอที่นี่เมื่อ 9 ปีก่อน... ตอนเพิ่งหัดบินใหม่ๆ เลยยึดเป็นฐานทัพลับซะเลย

นางชอบมาแอบฝึกวิชาที่นี่ บางครั้งฝึกเสร็จ ก็แวบไปแช่น้ำตกเย็นๆ ที่เชิงเขาหลังยอดดาราโรยต่อ... ครบสูตร!

อวิ๋นซวงเอ๋อยืนสวยๆ รออยู่

ส่วนเย่เฟิง... การลงจอดของเขา... ช่างทุลักทุเลสิ้นดี

ท่าบิน 'ซูเปอร์แมน' มันเท่ก็จริง แต่มันไม่มีระบบ 'แลนดิ้งเกียร์'!

โชคดีที่เย่เฟิงเป็นคนขี้กลัว (กลัวเจ็บ กลัวตาย กลัวหน้าแหก) ตอนอยู่สูงจากพื้นสิบเมตร เขาเลยสั่งเบรกกลางอากาศ แล้วค่อยๆ ปล่อยตัวไหลลงมา... ช้ากว่าเต่าคลาน

ตุ้บ... เท้าแตะพื้นอย่างปลอดภัย (แต่ไม่เท่) เขาถอนหายใจเฮือก เก็บกระบี่สนิมเข้าฝัก

มองซ้ายมองขวา... ป่าเขาลำเนาไพร... มองไปข้างหน้า... สาวงามหน้านิ่ง...

ต่อมมโนทำงานทันที! สายตาเปลี่ยนเป็นหื่นกระหาย

"ศิษย์พี่ซวงเอ๋อ... พามาที่เปลี่ยวๆ แบบนี้... มันจะข้ามขั้นตอนไปหน่อยมั้ยจ๊ะ? น่าจะพาไปกินข้าว เดินห้าง ดูหนัง ให้ทำใจก่อนซักนิดก็ยังดี..."

ภูเขาร้าง... ชายหญิงสองต่อสอง... ตะโกนให้คอแตกก็ไม่มีใครได้ยิน บรรยากาศเป็นใจสุดๆ! ต่อให้เป็นสุภาพชนยังคิดดีไม่ได้ นับประสาอะไรกับเย่เฟิง... ที่ห่างไกลคำว่าสุภาพชนไปหลายปีแสง

อวิ๋นซวงเอ๋อเห็นสายตาเยิ้มๆ ของเย่เฟิง ก็ขมวดคิ้ว "ที่นี่คือที่ฝึกวิชาของข้า! ในหัวสมองเน่าๆ ของเจ้าคิดเรื่องบัดสีอะไรอยู่? น้ำลายยืดแล้ว... ทุเรศ!"

เย่เฟิงรีบเอาแขนเสื้อเช็ดปาก "ปละ... เปล่า! เมื่อกี้ลมมันแรง... ปากเลยเจ่อเฉยๆ!"

เขาถอนหายใจในใจ เฮ้อ... มโนไปไกลอีกละตู ชาติก่อนตามจีบสาวเกรด B ยังแห้ว นับประสาอะไรกับนางฟ้าเกรด S Class อย่างอวิ๋นซวงเอ๋อ จะมายอมให้ 'โฮมรัน' ง่ายๆ ได้ไง?

เลิกฝันกลางวัน แล้วกลับมาสู่โลกความจริง เย่เฟิงถาม "ศิษย์พี่ซวงเอ๋อ... พาข้ามาที่นี่ทำไม? คงไม่ได้กะจะลวงมาเชือดทิ้งใช่มั้ย? ขอบอกก่อนนะ... เรื่องคราวนั้น ข้าชดใช้ไปหมดแล้ว!"

"ก่อนไปท่านถีบข้าซี่โครงหักสามซี่! แถมโดนกักบริเวณอีกเดือนนึง! ออกมาข้าก็รีบไปขอขมาถึงที่! ถือว่า... เจ๊ากันแล้วนะ!"

แววตาอวิ๋นซวงเอ๋อเย็นลงวูบ จ้องเย่เฟิงเขม็ง "ดูท่า... คืนนั้นเจ้าคงจะ 'เห็น' อะไรดีๆ เข้าจริงๆ สินะ"

"ไม่! ไม่มี้! สาบานให้ฟ้าผ่า!" เย่เฟิงรีบยกมือปฏิเสธรัวๆ "คืนนั้นมืดจะตาย! ข้าไม่เห็นอะไรเล้ยยย! เข้าใจผิดทั้งนั้น!"

เขาถอยกรูดไปสองสามก้าว กลัวนางจะชักกระบี่มาเสียบพุง

อวิ๋นซวงเอ๋อกำด้ามกระบี่แน่น แต่สุดท้ายก็ปล่อยมือ "หึ... ในเมื่อเป็นแบบนี้ เรื่องคืนนั้น... ห้ามพูดถึงอีกเด็ดขาด! ถ้าหลุดปากออกมาแม้แต่คำเดียว... ข้าฆ่าเจ้าแน่!"

เย่เฟิงยิ้มแห้ง "ไม่พูดครับ! เหยียบให้มิด! ถือเป็นความลับสุดยอดระหว่างเราสองคน!"

เห็นท่าทางกะล่อนของเย่เฟิง อวิ๋นซวงเอ๋อก็หงุดหงิดจี๊ดขึ้นมา

ถ้ารู้ว่าโตมาจะนิสัยเสียขนาดนี้... ตอนมันตกบ่อขี้คราวนั้น น่าจะปล่อยให้จมตายไปซะก็ดี! อุตส่าห์ยอมตัวเหม็นช่วยดึงขึ้นมา... ดันโตมาเป็นพวกถ้ำมองซะงั้น!

อวิ๋นซวงเอ๋อส่ายหน้าไล่ความคิด ขืนคิดต่อ... เดี๋ยวได้เผลอฟันคอมันขาดจริงๆ ไม่หัวบน... ก็หัวล่าง... ขาดสักหัวแน่ๆ

เห็นเย่เฟิงเลิ่กลั่ก นางเลยเปลี่ยนเรื่อง "เย่เฟิง... ข้าขอถามหน่อย ทำไม... ความเร็วของเจ้าถึงได้จี๊ดจ๊าดขนาดนั้น?"

"หือ? ข้าเร็วเหรอ?" เย่เฟิงทำหน้างง

"แน่นอน... หรือเจ้าไม่รู้ตัว?"

เย่เฟิงลองทบทวนดู เออว่ะ... ตอนใช้มือจับกระบี่ หูอื้อไปหมด ได้ยินแต่เสียง ปัง! ปัง! ปัง! นั่นมัน... โซนิคบูมชัดๆ!

เขายิ้มแฉ่ง "ก็ต้องขอบคุณศิษย์พี่ซวงเอ๋อนั่นแหละที่ชี้ทางสว่าง! ถ้าไม่ได้ท่าน... ข้าคงโง่ใช้เท้าเหยียบไปอีกนาน!"

อวิ๋นซวงเอ๋อหรี่ตาถาม "เจ้าอยู่ขอบเขตไหน?"

"เหินนภาระดับต้นครับ... ทำไมเหรอ?"

"เป็นไปไม่ได้..." อวิ๋นซวงเอ๋อพึมพำ "แค่เหินนภา... พลังวิญญาณแค่นี้ ไม่มีทางบินเร็วขนาดนั้นได้!"

จบบทที่ ตอนที่ 53 สถานที่ลับของอวิ๋นซวงเอ๋อ

คัดลอกลิงก์แล้ว