- หน้าแรก
- ยอดเซียนสายเผ่น ขอเป็นที่หนึ่ง
- ตอนที่ 52 ช่วยเย่เฟิง... ปลดล็อกท่าทางใหม่!
ตอนที่ 52 ช่วยเย่เฟิง... ปลดล็อกท่าทางใหม่!
ตอนที่ 52 ช่วยเย่เฟิง... ปลดล็อกท่าทางใหม่!
ตอนที่ 52 ช่วยเย่เฟิง... ปลดล็อกท่าทางใหม่!
ด้วยอานิสงส์ของ 'กระบี่เทวะม่วงคราม' ที่เป็นศาสตราวุธเทวะหลอมโลหิต ทำให้เย่เฟิงควบคุมกระบี่ได้ดั่งใจนึก ล้ำหน้าศิษย์ทั่วไปแบบไม่เห็นฝุ่น
ในการฝึกเหินกระบี่... เขาเหมือนคนโกงเกม!
ฝึกแค่ไม่กี่วัน เขาก็บรรลุเบสิกการบินได้หมดแล้ว
เพื่อไม่ให้เสียงดังรบกวนการบำเพ็ญเพียรของสองสาว เย่เฟิงเลยเหินกระบี่หนีไปซิ่งแถวชายขอบ เร่งสปีดจาก 30 ไมล์ พุ่งเป็น 60 ไมล์อย่างรวดเร็ว
แต่พอเร็วมากๆ เข้า เขาก็เริ่มรู้สึกว่าจุดศูนย์ถ่วงชักจะเป๋ๆ
เย่เฟิงรีบแก้เกม โคจรพลังปราณไปที่จุดฝังเข็มสามจุดใต้ฝ่าเท้า: หย่งเฉวียน, ต้าตุน และไท่ชง สร้างแรงดูดมหาศาล ยึดเท้าติดกับกระบี่ราวกับทากาวตราช้าง ร่างกายที่โซซัดโซเซเมื่อครู่ ก็กลับมานิ่งสนิท
เย่เฟิงสูดหายใจลึก... กดคันเร่งมิด! ทะลุ 60... พุ่งไปแตะ 80 ไมล์!
นี่คือสถิติสูงสุดที่เขาเคยทำได้... แบบไร้อุปกรณ์เซฟตี้!
"วู้ฮู้วววว!" เย่เฟิงตะโกนลั่นด้วยความสะใจ
แต่เสี้ยววินาทีต่อมา... วูบ! ร่างของเขาเกือบปลิวตกจากกระบี่! ต้องรีบเบรกตัวโก่ง หัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม
เมื่อกี้ยังซ่าอยู่หลัดๆ ตอนนี้หน้าซีดเป็นไก่ต้ม เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้วมั้ยล่ะ!
แม้จะพัฒนาเร็ว แต่เขาก็ยังรู้สึกว่า... มันยังไม่จี๊ดพอ มองดูแสงสีวูบวาบของรุ่นพี่คนอื่นที่บินฉิวอยู่บนฟ้า เมื่อไหร่กันนะ... ที่ตูจะบินเฟี้ยวฟ้าวแบบนั้นได้บ้าง?
ฟึ่บ! จู่ๆ นกกระเรียนเซียนตัวยักษ์ก็บินโฉบตัดหน้าไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ลมกรรโชกแรงจนเย่เฟิงเกือบเสียหลักร่วง
เขาของขึ้นทันที ตะโกนด่าไล่หลัง "เฮ้ย! ตาบอดรึไงวะ! ไม่เห็นเรอะว่าอัจฉริยะมือใหม่กำลังฝึกบินอยู่!? ถ้าทำข้าร่วงลงไปนะ... พ่อจะไถเงินให้หมดตูดเลยคอยดู!"
ทันใดนั้น... นกกระเรียนยักษ์ก็เลี้ยวขวับ บินย้อนกลับมา
เย่เฟิงสะดุ้ง ฉิบหาย... หรือจะไปเจอขาโหดเข้าแล้ว?
นกกระเรียนกระพือปีก ลอยตัวนิ่งอยู่ตรงหน้าเย่เฟิง ห่างไปแค่สิบเมตร คนขี่จ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ
"เจ้าเด็กปากเสีย... ตกไปตายก็สมควรแล้ว ยังกล้าคิดจะรีดไถข้าอีกเหรอ?"
เสียงหวานที่เย็นชาจับขั้วหัวใจ... คุ้นหูชะมัด!
เย่เฟิงเพ่งมอง... แล้วก็ต้องตัวแข็งทื่อ
โลกกลมชิบหาย! อวิ๋นซวงเอ๋อ! ในชุดสีขาวพลิ้วไหว นั่งสง่างามอยู่บนหลังนกกระเรียน ดวงตาคู่นั้นจ้องจนเย่เฟิงขนลุกเกรียว
ภาพจำค่ำคืนอันเร่าร้อนเมื่อเดือนก่อน... ฉายวาบเข้ามาในหัว
"อ้าว! ที่แท้ก็ศิษย์พี่ซวงเอ๋อคนสวยนี่เอง! เข้าใจผิดๆ! แหม่... ไม่เจอกันแป๊บเดียว สวยขึ้นเป็นกองเลยนะเนี่ย! ยินดีด้วยครับยินดีด้วย!"
"ปากหวานก้นเปรี้ยว... ประจบสอพลอ น่ารังเกียจ!"
เย่เฟิงรีบทำหน้าจริงจัง "ทุกคำที่พูด... กลั่นออกมาจากใจดวงน้อยๆ ดวงนี้เลยนะ!"
"หึ!" อวิ๋นซวงเอ๋อแค่นเสียงขึ้นจมูก "กำลังฝึกเหินกระบี่อยู่เหรอ?"
"ใช่แล้วขอรับ... เพิ่งฝึกได้สามวันเอง ยังบินเป๋ไปเป๋มา ขายขี้หน้าศิษย์พี่แย่เลย" เย่เฟิงเกาหัวแก้เขิน
อวิ๋นซวงเอ๋อปรายตามอง "เจ้าคนไม่เอาถ่าน ในที่สุดก็รู้จักฝึกฝน... หาได้ยากจริงๆ ที่จริงแล้ววิชาเหินกระบี่ ขอแค่ไม่ร่วงลงไปตายก็พอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เท้าเหยียบเสมอไปหรอก... ใช้มือก็ได้"
"ใช้มือ? แล้วจะบินยังไงล่ะ?"
"ก็ลองดูเอาเองสิ"
พูดจบ อวิ๋นซวงเอ๋อก็ตบหลังนกกระเรียน เบิร์นเครื่องพุ่งทะยานสูงขึ้นไป
เย่เฟิงตะโกนไล่หลัง "ศิษย์พี่ซวงเอ๋อ! คราวที่แล้วยังไม่ได้ขอบคุณเลย! ขอเลี้ยงข้าวสักมื้อได้มั้ย?"
เสียงแว่วๆ ลอยลงมาจากฟ้า "ได้สิ! ...ถ้าเจ้าตามข้าทันนะ!"
เย่เฟิงชะงักกึก ก่อนจะยิ้มแก้มฉีก
โอกาสทองมาแล้วโว้ย! ผู้ชายร้อยทั้งร้อย เจอสาวสวยท้าทายแบบนี้... เลือดลมมันสูบฉีด! ไม่ใช่เพราะความหื่น แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณนักล่า (และคนคลั่งรัก) มันทำงาน
ชาติก่อนเขาเป็นพวก 'Simp' (ไอ้หน้าโง่สายเปย์) ตามจีบสาวสิบปี แห้วแดกตลอด ชาตินี้ดูเหมือนสันดานเดิมจะยังแก้ไม่หาย ยังคงเพ้อเจ้อหวังเคลมดอกฟ้าอย่างอวิ๋นซวงเอ๋อ
มองดูนกกระเรียนที่บินห่างออกไปเรื่อยๆ ใจเย่เฟิงร้อนรุ่มเหมือนไฟลนก้น
ขืนมัวแต่ร่อนลงไปผูกเชือก... อวิ๋นซวงเอ๋อคงหายไปถึงดาวอังคารแล้ว!
ทันใดนั้น... คำพูดของนางเมื่อกี้ก็แวบเข้ามา ไม่ใช้เท้า... ใช้มือ...
ปิ๊ง! เย่เฟิงตาโตเท่าไข่ห่าน ตบกบาลตัวเองฉาดใหญ่ ไอ้โง่เอ๊ย! ทำไมตูคิดไม่ได้วะ!
เขาค่อยๆ ย่อตัวลง... เอื้อมมือไปคว้าด้ามกระบี่ แล้วปล่อยตัวห้อยต่องแต่งอยู่กลางอากาศ!
รวมปราณไว้ที่ฝ่ามือ ยึดกระบี่ไว้แน่น ส่งจิตสั่งการ... 'ไป!'
ฟิ้ววว! กระบี่เทวะม่วงครามพุ่งทะยานไปข้างหน้า ลากเย่เฟิงที่ทำท่าเหมือน 'ซูเปอร์แมน' (ท่า Flying Man) บินฉิวไปในอากาศ!
"เชี่ย! ได้ผลจริงด้วย!"
เย่เฟิงแหกปากลั่น
เขาเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ กระบี่เทวะที่รู้ใจเจ้าของ กลายร่างเป็นสายฟ้าสีม่วงคราม พุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วที่ทำเอาคนอื่นต้องเหลียวหลัง
ศิษย์คนอื่นๆ ที่บินอยู่ถึงกับอ้าปากค้าง นั่นมันตัวอะไรวะ!? ไอ้หนูดำที่บินผ่านไปเมื่อกี้... คนหรือจรวด?
...
อวิ๋นซวงเอ๋อขี่นกกระเรียนมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ไม่รู้เลยว่ามี 'มนุษย์จรวด' กำลังไล่กวดมาติดๆ
นางเห็นแสงสีม่วงแวบผ่านหน้าไป ขมวดคิ้วนิดหน่อย แต่ไม่ได้สนใจ
แต่แป๊บเดียว... แสงนั่นก็บินวนกลับมา!
"ซวง... เอ๋อ... จ๋า... ข้ามา... แล้ว..."
แสงสีม่วงพุ่งตัดหน้านกกระเรียนไปอีกรอบ
คราวนี้อวิ๋นซวงเอ๋อตาไว มองเห็นชัดเต็มสองตา ไอ้ก้อนแสงนั่น... คือเย่เฟิง! ในท่าทางประหลาด... ใช้มือกำกระบี่ พุ่งเป็นจรวดทางเรียบ!
"เป็นไปไม่ได้! ทำไมเขาถึงเร็วขนาดนั้น!"
ยังไม่ทันหายตกใจ แสงม่วงก็บินมาตีคู่
เย่เฟิงชะลอความเร็วลง หัวเราะร่า "ฮ่าๆๆ! ซวงเอ๋อ เจ้ามันอัจฉริยะจริงๆ! ข้าคารวะเลย! ที่แท้เซียนกระบี่เขาก็บินท่านี้กันนี่เอง! แถมไม่เปลืองแรงสักนิด! ยังกะนั่งเครื่องบินเจ็ท... ไม่สิ! เครื่องบินรบความเร็วเหนือเสียงชัดๆ!"
เย่เฟิงตื่นเต้นจนลืมตัว หลุดศัพท์โลกเก่าออกมาเพียบ
กระบี่ทั่วไปทำแบบนี้ไม่ได้หรอก แต่ 'ม่วงคราม' มันคือกระบี่เทพ! แถมยังเป็นอาวุธหลอมโลหิตที่เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณเขา มันเลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย สั่งได้ดั่งใจนึก
ถ้าใช้เท้าเหยียบ เวลาตีลังกาหรือเลี้ยวแรงๆ ตัวจะหลุด แต่ใช้มือจับ... ปัญหาจุดศูนย์ถ่วงหายเกลี้ยง! แถมมีม่านพลังคุ้มกัน ไม่ต้องกลัวลมตีหน้าแหก
เย่เฟิงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็น ไอรอนแมน เวอร์ชั่นกระบี่บิน ถ้าไม่ใช่ว่าสถานที่ไม่เอื้ออำนวย และอวิ๋นซวงเอ๋อทำหนาดุอยู่ เขาคงกระโดดไปหอมแก้มขอบคุณนางสักฟอดใหญ่ๆ แล้ว!
อวิ๋นซวงเอ๋ออึ้งกิมกี่ นางแค่กะจะแกล้งให้เขาขายหน้าเล่นๆ ไม่นึกว่าไอ้บบ้านี่จะบ้าจี้ทำจริง... แถมทำได้ดีซะด้วย!
นางตั้งสติ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย "ไม่ต้องเกรงใจ... ศิษย์ร่วมสำนักช่วยเหลือกัน เป็นเรื่องปกติ!"
เย่เฟิงได้ทีรีบรุก "งั้น... ไปกินข้าวกันได้ยัง? ข้าเลี้ยงเอง! ต้องขอบคุณท่านให้สาสม!"
สายตาอวิ๋นซวงเอ๋อเปลี่ยนเป็นจริงจัง "ตามข้าให้ทันก่อนเถอะ!"
ฟึ่บ! ลำแสงสีขาวเจิดจ้าพุ่งออกจากหลังนกกระเรียน อวิ๋นซวงเอ๋อทิ้งนก... แล้วเหยียบกระบี่บินหนีไปดื้อๆ!
"อ้าวเฮ้ย! รอด้วย! ศิษย์พี่ซวงเอ๋อ!"
เย่เฟิงตะโกนลั่น ส่งจิตเร่งเครื่องกระบี่ตามไปติดๆ ทิ้งให้นกกระเรียนผู้น่าสงสารลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ อ้าว... แล้วตูจะกลับยังไง?
...
อวิ๋นซวงเอ๋อหันกลับมามอง เห็นแสงสีม่วงยังตามมาไม่ห่าง นางหรี่ตาลง... คิดจะลองดีใช่มั้ย? ได้!
นางระเบิดพลังปราณใส่กระบี่ใต้เท้า กระบี่ของนางชื่อ 'หานซี' (ลำธารเย็น) ศาสตราวุธเซียนระดับท็อป ธาตุน้ำแข็ง
ด้วยพลังบำเพ็ญระดับอัจฉริยะ บวกกับกระบี่เทพ อวิ๋นซวงเอ๋อพุ่งทะยานดุจลูกธนูหลุดจากคันศร!
นางมั่นใจว่าสลัดเย่เฟิงหลุดแน่ เย่เฟิงเพิ่งเหินนภาได้ไม่กี่วัน... จะเอาอะไรมาสู้?
แต่อนิจจา... ความเร็วของลูกธนู หรือจะสู้ 'สายฟ้า'?
กระบี่ม่วงครามคือธาตุสายฟ้า... แถมระดับชั้นยังข่ม 'หานซี' จนมิด!
แค่ไม่กี่อึดใจ เย่เฟิงก็ไล่จี้ตูดมาด้วยท่าทางสุดฮา สองมือกำด้ามกระบี่ชูเหนือหัว ตัวเหยียดยาวขนานพื้น หน้าตาดูไม่ได้... แต่ความเร็วระดับปีศาจ!
เย่เฟิงบินมาตีคู่ ปล่อยมือซ้ายโบกหยอยๆ "ซวงเอ๋อ! รอบนี้ทันแล้วนะ! กินข้าวได้ยัง!?"
อวิ๋นซวงเอ๋อตาถลน เป็นไปไม่ได้! ศักดิ์ศรีค้ำคอ นางยอมแพ้ไม่ได้! นางกัดฟันกรอด เร่งพลังจนหน้าแดง
แต่เย่เฟิงก็ยังตามมาติดๆ เหมือนเหาฉลาม แถมหน้าตาระรื่น ไม่มีความเหนื่อยสักนิด
อวิ๋นซวงเอ๋อรู้ตัวแล้วว่า... แพ้ราบคาบ!
นางกัดฟันตะโกน "เย่เฟิง! ตามข้ามา!"
พูดจบ นางก็หักเลี้ยววูบ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก
เย่เฟิงรีบดริฟต์ตาม "ศิษย์พี่ซวงเอ๋อ! จะพาข้าไปเดตที่ไหนเหรอจ๊ะ!?"
อวิ๋นซวงเอ๋อไม่ตอบ ลำแสงสองสาย... ขาวและม่วง... พุ่งหายลับไปในขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว