- หน้าแรก
- ยอดเซียนสายเผ่น ขอเป็นที่หนึ่ง
- ตอนที่ 50 ป้ายสุสานไร้อักษร!
ตอนที่ 50 ป้ายสุสานไร้อักษร!
ตอนที่ 50 ป้ายสุสานไร้อักษร!
ตอนที่ 50 ป้ายสุสานไร้อักษร!
"อวี้เหมียน... คาดไม่ถึงจริงๆ..."
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าของเย่ฝูโหยวดังขึ้นในหัวของเย่เฟิง
เย่เฟิงเลิกคิ้ว "ท่านอา... ท่านรู้จักท่านอาจารย์อาอวี้เหมียนด้วยเหรอ?"
"อืม... เมื่อก่อนคุ้นเคยกันดี นางกับอาจารย์ของเจ้า หวงโหย่วเต้า ล้วนเป็นศิษย์สายตรงของท่านเจ้าสำนักรุ่นก่อน อาจารย์เจ้าเป็นศิษย์ลำดับหก นางเป็นศิษย์ลำดับห้า ศักดิ์จริงๆ คือ 'ศิษย์พี่ห้า' ของอาจารย์เจ้า... เจ้าต้องเรียกนางว่าอาจารย์อาห้าถึงจะถูก"
"หา? ซี้กันขนาดนั้นเลย?" เย่เฟิงขมวดคิ้ว "ในเมื่อสนิทกันปานจะแหกตูดดม แล้วทำไมอาจารย์ข้าต้องไปแย่งฉายาศิษย์รักของนางด้วยล่ะ?"
"เรื่องนี้... เกรงว่าอาจารย์เจ้าคงไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ น่าจะเป็นฝีมือของ 'ตู๋กูฉางคง' แอบจัดการเองเงียบๆ"
"ทำไมล่ะ? ท่านอาจารย์ลุงอวิ๋นอี้กับป้าอวี้เหมียนก็ดูรักกันดี ศิษย์พี่ใหญ่ฉางคงจะไปแหย่รังแตน หาเรื่องป้าแกทำไม?"
เย่เฟิงงงเป็นไก่ตาแตก ตู๋กูฉางคงที่เขาเคยเจอ ดูเป็นคนฉลาด เป็นงาน รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ขนาดคนบ้าคลั่งรักอย่างเขาที่ EQ ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ยังรู้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ควรหาทำ แล้วทำไมคนฉลาดอย่างฉางคงถึงทำเรื่องโง่ๆ แบบนี้?
"เฮ้อ... ผู้ชนะเป็นเจ้า ผู้แพ้เป็นโจร... โลกใบนี้หมุนรอบผู้ชนะเสมอ อวี้เหมียนได้เก็บตัวเงียบๆ ที่ยอดบงกชมาสองร้อยปี ก็นับว่าโชคดีในโชคร้ายแล้ว"
"อาจารย์ของเจ้า แม้จะบ้ากามบ้าสมบัติไปบ้าง แต่ก็ยังมีความเป็นคน ถ้าเขารู้ว่าชื่อ 'จิ้งซู' มีเจ้าของแล้ว เขาคงไม่หน้าด้านตั้งให้ลูกสาวตัวเองหรอก"
"แต่ตู๋กูฉางคงน่ะ... ไม่เหมือนกัน ในสายตาเขา... หรือจะพูดให้ถูกคือ ในสายตาคนส่วนใหญ่ของสำนัก พวกที่ 'เลือกข้างผิด' ในอดีต ต่อให้มีตำแหน่งผู้อาวุโสค้ำคอ แต่ก็เป็นแค่เสือกระดาษ ไร้อำนาจ ไร้ราคา"
"ฉางคงทำแบบนี้ ถือว่าไว้หน้าอวี้เหมียนสุดๆ แล้วนะ อย่างน้อยก็ยังหาข้ออ้างสวยหรูมาบังหน้า ถ้าเขาใช้อำนาจยึดชื่อมาดื้อๆ เลย อวี้เหมียนจะทำอะไรได้?"
"พูดไปพูดมา... ก็โทษใครไม่ได้นอกจากตัวนางเอง ที่ตอนนั้นตาถั่ว เลือกข้างผิด ถ้าเลือกถูกฝั่ง... ป่านนี้คงเป็นนางพญาผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งเฉาตายอยู่ที่ยอดบงกชหรอก"
น้ำเสียงของเย่ฝูโหยวเริ่มแหลมสูงขึ้น คล้ายไม่พอใจแทนอวี้เหมียน แต่ลึกๆ แล้ว... มันคือความรู้สึกผิด
ผิด... ที่พานางมาลำบาก?
เย่เฟิงเดินเตะฝุ่นไปตามทาง พลางถามในใจ "ท่านอา... สงครามชิงบัลลังก์เมื่อสองร้อยปีก่อน ข้าไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไหร่ รู้แค่ว่าท่านอาจารย์ลุงใหญ่ ตีกับท่านอาจารย์ลุงรอง เหมือนคู่ฉางคงกับจิงหงตอนนี้เป๊ะ ...ว่าแต่ ตอนนั้นท่านร่วมแจมด้วยป่ะ? แล้วเลือกข้างถูกมั้ย?"
"ถ้าข้าเลือกถูก... ข้าจะโดนขังลืมมาสองร้อยปีมั้ยล่ะไอ้โง่!"
"หา!? ที่ท่านโดนขัง เพราะเรื่องการเมืองเรอะ?"
เย่เฟิงตกใจ ขนาดป้าอวี้เหมียนที่เลือกข้างผิด ยังแค่อยู่แบบเงียบๆ แล้วท่านอาฝูโหยวไปทำอีท่าไหน ถึงโดนจับขังลืมขนาดนั้น?
ท่านเจ้าสำนักอวิ๋นอี้ ผู้นำฝ่ายธรรมะ ผู้ทรงศีล... ใจแคบขนาดนั้นเลยเหรอ?
"เจ้าหนูเย่... จำใส่กะโหลกไว้เลยนะ ที่รับปากข้าไว้ ห้ามแพร่งพรายเรื่องการมีอยู่ของข้าให้ใครรู้เด็ดขาด! ไม่งั้น... หัวเจ้าหลุดจากบ่าแน่!"
"รับทราบ! รูดซิปปากสนิทเลยจ้า!"
ดูละครพีเรียดจีนมาเยอะ เย่เฟิงรู้ดี การให้ที่ซุกหัวนอนแก่ 'ศัตรูทางการเมือง' ของผู้มีอำนาจ แถมยังแอบเรียนวิชากับมันอีก... นี่มันข้อหากบฏชัดๆ! ขืนความแตก... โดนเก็บเงียบแน่นอน
...
ฟ้าเริ่มมืด เย่เฟิงเดินทอดน่องอยู่บนทางเดินหินเชิงเขายอดดาราโรย
มองไปรอบๆ เห็นศิษย์คนอื่นเหินกระบี่ลงมาเป็นแสงวิบวับสวยงาม เขาตั้งใจจะทำความดีวันละครั้ง แต่ผลลัพธ์คือ... ใครเห็นหน้าเขาก็วงแตก!
ศิษย์สาวหน้าตาดีบางคน พอเห็นเย่เฟิง ไม่ใช่แค่เดินเลี่ยง... แต่ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีป่าราบ!
"เฮ้! แม่นาง! อย่าเพิ่งหนี! ข้าเป็นคนดีนะโว้ย!"
ช่างแม่ง... เหนื่อยจะแก้ตัว ในเมื่อเป็นคนดีมันยากนัก... ก็เป็นตัวร้ายมันซะเลยสิ!
ถ้าโลกนี้คือนิยายออนไลน์ พระเอกคงเป็นพวกลูกรักอย่าง ตู๋กูฉางคง หรือ ฟู่จิงหง ส่วนเขา... ตัวประกอบยังเป็นไม่ได้เลยมั้ง เป็นได้แค่ 'สมุนตัวร้ายเกรด C' ที่ออกมาให้พระเอกตบโชว์เทพ
"ตกลงไอ้ฟู่จิงหง... มันใช่คนบ้านเดียวกันป่าววะ?"
ความคิดบ้าๆ ผุดขึ้นมาอีกครั้ง ทรงผมอีโม คำพูดกวนตีน ท่าทางหลุดโลก... มันใช่เลยอะ! แต่เมื่อกี้ลองยิง 'รหัสลับ' ไป มันดันตอบมั่วซั่วซะงั้น
แต่เดี๋ยวนะ... ถ้าเขาข้ามมิติมาได้ คนอื่นก็ต้องมาได้ดิ! ในนิยายแนวต่างโลก การมีผู้กล้าหลายคนมันเรื่องเบสิก
พอมองโลกนี้เป็นนิยาย มุมมองก็กว้างขึ้นทันที
แต่แล้ว... ความกลัวก็แล่นปราดเข้ามาจับขั้วหัวใจ
ถ้าเขาไม่ใช่คนเดียวที่ข้ามมา... มันน่ากลัวชิบหาย!
ทฤษฎี 'ป่าทมิฬ' ในนิยาย The Three-Body Problem (ดาวซานถี่) แวบเข้ามาในหัว อารยธรรมในจักรวาลเปรียบเหมือนนายพรานในป่ามืด ใครส่งเสียง หรือเปิดเผยตัวตน... ก็เท่ากับเชิญชวนให้คนอื่นมายิงทิ้ง!
ทฤษฎีนี้ใช้กับผู้ข้ามมิติได้เหมือนกัน! ผู้ข้ามมิติที่ฉลาด... ต้องไม่เปิดเผยตัวตน! เพราะคนที่เข้ามาหา อาจไม่ใช่เพื่อน... แต่เป็นนักล่า!
เย่เฟิงเหงื่อแตกพลั่ก เชี่ย... เมื่อกี้ตูเพิ่งตะโกนรหัสลับใส่หน้ามันไป! ถ้าฟู่จิงหงเป็นคนข้ามมิติรุ่นพี่... เขาต้องรู้กฎข้อนี้ดี ถ้าเขาแกล้งโง่...
แปลว่าเขารู้แล้วว่าตูเป็นใคร แต่ตูไม่รู้เลยว่ามันเป็นใคร!
ชิบหายแล้ว! รู้สึกเหมือนมีมีดจ่อคอหอยอยู่ตลอดเวลา
คิดได้ดังนั้น เย่เฟิงก็ใส่ตีนหมาโกยแน่บ! รู้สึกว่าวิ่งยังช้าไป... ชักกระบี่เทวะม่วงครามออกมา เหินฟ้ากลับบ้านด่วนจี๋!
...
ดึกสงัด ณ สุสานบรรพชนทะเลเมฆา
ห่างจากยอดดาราโรยไปทางทิศตะวันตก 30 ลี้ ตีนเขายอดเมฆาอัสดง คือที่พำนักสุดท้ายของเหล่าอดีตเจ้าสำนักและผู้อาวุโสผู้ทรงเกียรติ
สุสานแบ่งเป็นสองโซน ทิศใต้คือ 'ศาลบรรพชน' ประดิษฐานป้ายวิญญาณ ทิศเหนือคือ 'ป่าไผ่' อันเงียบสงบ เป็นที่ตั้งหลุมฝังศพเรียงรายดุจดวงดาว
ปกติที่นี่สะอาดสะอ้าน มีคนดูแลตลอด แต่เมื่อไม่นานมานี้... มีหลุมศพใหม่ผุดขึ้นมาหนึ่งหลุม
ที่แปลกคือ... ป้ายหน้าหลุมเป็นหินเกลี้ยงๆ ไร้ซึ่งตัวอักษรจารึกแม้แต่ตัวเดียว!
คนตายทิ้งชื่อ ห่านผ่านทิ้งเสียง คนที่ได้มานอนที่นี่ ล้วนเป็นบุคคลระดับตำนาน ป้ายหินไร้อักษรแบบนี้... ไม่เคยมีมาก่อน!
ใต้แสงจันทร์สาดส่องลอดใบไผ่ ลำแสงเล็กๆ ค่อยๆ ก่อตัวรวมกันเป็นร่างชายชรา
ชายผู้นี้ร่างสูงใหญ่ สวมชุดนักพรตสีเขียว ผมขาวครึ่งหัว ปักปิ่นไม้เรียบง่าย หนวดเครายาวถึงอก ใบหน้าแม้มีริ้วรอยแห่งวัย แต่กลิ่นอายกลับดูสูงส่งหลุดโลก ดุจเซียนผู้ละทางโลก
ชายชราลึกลับยืนนิ่งหน้าป้ายไร้อักษร แววตาไหววูบด้วยความสะเทือนใจ
เขานั่งลงช้าๆ หยิบอ่างทองแดงเก่าๆ กระดาษเงินกระดาษทอง เทียนขาว สุรา และธูป ออกมาจากกำไลมิติ
จุดไฟเผากระดาษ... เปลวไฟลุกโชนในความมืด จุดเทียน... จุดธูป... รินสุรารดหน้าหลุม... ก่อนจะยกกาขึ้นกระดกเข้าปากตัวเอง
"เฮ้อ... ศิษย์พี่ใหญ่ หลายปีมานี้ ท่านคงเกลียดข้าเข้าไส้สินะ พูดตรงๆ... ข้าไม่สน และข้าก็ไม่เสียใจ"
"ข้าเคยให้โอกาสท่านแล้ว ข้ายอมแม้กระทั่งจะแบ่งอำนาจปกครองทะเลเมฆากับท่าน แต่ท่านปฏิเสธ!"
"ท่านขอร้องไม่ให้ดึงคนบริสุทธิ์มาเกี่ยว ขอให้ดูแลอวี้เหมียนให้ดี... ข้าก็ทำให้ ท่านบอกจะลงเขาไปใช้ชีวิตชาวบ้าน... ข้าก็ปล่อยท่านไป แต่ทำไม... ทำไมท่านถึงต้องหักหลังสำนัก! ไปคบหากับนางมารนั่น!"
"ศิษย์พี่ใหญ่... ต่อให้ท่านทำผิดแค่ไหน ข้าก็ยังเมตตาท่านเสมอ ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม... ข้าไม่เคยคิดจะฆ่าท่านเลย"
"จำได้มั้ย... ตอนข้าเพิ่งเข้าสำนัก ท่านดูแลข้าเหมือนไข่ในหิน สอนวิชาแทนอาจารย์ ไม่ว่าข้าจะก่อเรื่องแค่ไหน ท่านก็คอยตามเช็ดตามล้าง ออกรับแทนข้าเสมอ"
"สองสุดยอดแห่งยุค... 'คู่หูทะเลเมฆา' ชื่อเสียงกระฉ่อนโลก ทำเอาพรรคมารหัวหด ตอนนั้นเราสองคนกอดคอกันท่องยุทธภพ... มันมีความสุขแค่ไหน"
"เฮ้อ... กลับไปไม่ได้แล้ว ไม่มีวันกลับไปได้อีกแล้ว..."
ชายชราถอนหายใจยาวเหยียด แววตาเหม่อลอย
เขากระดกสุราอีกอึกใหญ่
"ศิษย์พี่ใหญ่... ข้าทำดีที่สุดแล้วนะ ลูกนอกสมรสของท่านกับนางมารนั่น... เฒ่าหกไม่ได้ฆ่า ศพสองร่างที่เฒ่าหกกับอวี้อิงหามกลับมาวันนั้น... ศพผู้หญิงคือนางมารนั่นจริง แต่ศพเด็กทารก... ไม่ใช่ลูกท่าน!"
"เฒ่าหกคิดว่าตัวเองแน่ ทำได้เนียน แต่หารู้ไม่... ทุกการเคลื่อนไหวของมัน อยู่ในสายตาข้าตลอด"
"เฒ่าหกแอบเอาลูกชายท่านไปทิ้งไว้หน้าบ้านเศรษฐีตระกูลหนึ่งในเมืองฉีโจว ตระกูลผู้บำเพ็ญเพียร ลูกท่านก็ไม่ทำให้เสียชื่อ ค่อยๆ ไต่เต้าจนได้เป็นลูกบุญธรรม อวี้หลงเองก็แอบลงไปเยี่ยมอยู่บ่อยๆ"
"น่าเสียดาย... เมื่อสิบสองปีก่อน พรรคมารบุกถล่มตระกูลนั้นพินาศในชั่วข้ามคืน ลูกชายท่านสู้ถวายหัวจนตัวตาย... แต่หลานชายท่าน... ยังไม่ตาย เขายังมีชีวิตอยู่..."
"ท่านหลับให้สบายเถอะ..."