- หน้าแรก
- ยอดเซียนสายเผ่น ขอเป็นที่หนึ่ง
- ตอนที่ 7 ทดสอบกลางนภา (ด้วยการโยนทิ้งกลางอากาศ!)
ตอนที่ 7 ทดสอบกลางนภา (ด้วยการโยนทิ้งกลางอากาศ!)
ตอนที่ 7 ทดสอบกลางนภา (ด้วยการโยนทิ้งกลางอากาศ!)
ตอนที่ 7 ทดสอบกลางนภา (ด้วยการโยนทิ้งกลางอากาศ!)
หลังจากจากลาอวิ๋นซวงเอ๋อร์ที่ริมน้ำตก เย่เฟิงก็ใช้เวลาเดินทางรอนแรมในป่าอีก 2 วัน
เช้าวันนี้ เขาเดินฝ่าดงหญ้ารกชัฏ มุ่งหน้าลงทิศใต้ตามที่ 'ศิษย์พี่นางฟ้า' บอกทางมา ในที่สุด... เบื้องหน้าก็ปรากฏแอ่งหุบเขาขนาดมหึมา!
ที่นี่แตกต่างจากป่าทึบภายนอกราวฟ้ากับเหว เสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลฟุ้งกระจายไปในอากาศ บรรยากาศสดชื่นราวกับดินแดนในฝัน 'นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆ! มิน่าล่ะ พวกเซียนถึงชอบมาหมกตัวอยู่ที่นี่'
ภายในหุบเขา เต็มไปด้วยแปลงสมุนไพรและดอกไม้หน้าตาประหลาดๆ ที่เย่เฟิงไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต (แน่ล่ะ ก็มาจากอีกโลกนี่หว่า)
พอเดินเข้ามาถึงเขตนอกของสวนยา สายตาก็เหลือบไปเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่ไกลๆ
เย่เฟิงชะงักฝีเท้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง 'เอาไงดีวะ... จะเดินเข้าไปทักทายแบบหล่อๆ หรือจะย่องเข้าไปดูลาดเลาก่อน?' แต่สุดท้าย ความหิวและความเหนื่อยก็ชนะทุกสิ่ง เขาตัดสินใจเดินดุ่มๆ ตรงเข้าไปหา
ยังไม่ทันจะถึงตัว ใครบางคนในกลุ่มนั้นก็ตะโกนลั่น "เฮ้ย! นั่นมัน เย่เฟิง นี่นา! เย่เฟิงกลับมาแล้ว! ศิษย์พี่กัว! ไอ้ตัวดีมันกลับมาแล้วขอรับ!"
สิ้นเสียงตะโกน ทั้งกลุ่มก็หันขวับมามองเป็นตาเดียว แล้วกรูเข้ามาหาเขาเหมือนฝูงซอมบี้เจอเหยื่อสด
ใจเย่เฟิงเต้นรัวเป็นกลองเพล 'ชิบหาย... กะจะมาแบบเงียบๆ ไหงกลายเป็นซุปตาร์เดินพรมแดงไปได้วะเนี่ย!' แต่ภายนอกเขาต้องคีพลุค แสร้งทำหน้านิ่ง (ปนงง) เข้าสู้
กัวเหวินเฟิง หัวหน้าผู้ดูแลสวน ก้าวพรวดพราดออกมา สีหน้าถมึงทึง "เย่เฟิง! เจ้าคนทรยศ ยังกล้าโผล่หัวกลับมาอีกรึ! จับตัวมันไว้!"
เย่เฟิงทำหน้าเอ๋อ (ที่ซ้อมมาอย่างดีหน้ากระจกน้ำตก) "เอ่อ... พี่ชายใจเย็นครับ... เอ้ย! ใจเย็นก่อนท่าน!"
แต่ในใจเขาลอบถอนหายใจ 'ฟู่ววว... รอดไปเปราะนึง'
คำพูดที่ว่า "เจ้ายังกล้ากลับมาอีก" มันยืนยันชัดเจนว่า คนพวกนี้ ไม่รู้ว่าเขาตายไปแล้ว พวกเขาแค่คิดว่าเขาหนีไป หรือหายตัวไปเฉยๆ
ระหว่างที่โดนลูกสมุนจับล็อคแขน เย่เฟิงก็กวาดสายตาสำรวจสีหน้าทุกคนอย่างรวดเร็ว
'ถ้าฆาตกรอยู่ในนี้ มันต้องตกใจจนหน้าถอดสีแน่ ที่เห็นศพเดินได้' แต่เขาก็ต้องผิดหวัง... เพราะทุกคนทำหน้าเหมือนกันหมด คือโกรธและหมั่นไส้เขา
ยกเว้น... สองคนข้างหลังนั่น
หลินอี้ กับ สวีไค
สีหน้าของทั้งคู่ดู "บันเทิง" มาก ตกตะลึง... งุนงง... ไม่เข้าใจ... เหมือนเห็นผีกลางวันแสกๆ
หลินอี้หันไปกระซิบเสียงเครียดกับสวีไค "ไหนเจ้าบอกว่าฝังมันไปกับมือแล้วไง? ทำไมมันยังมายืนทำตาใสแป๋วอยู่นี่ได้? เจ้าปล่อยมันไปใช่ไหม?"
สวีไคเองก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม "ศิษย์พี่หลิน! สาบานให้ฟ้าผ่า! ข้าฝังมันเองกับมือ! แถมตอนนั้นมันก็ตายสนิทแล้วด้วย ลมหายใจไม่มี ชีพจรไม่เต้น ข้ายังกระทืบดินซ้ำด้วยซ้ำ!"
หลินอี้ขมวดคิ้วแน่น เขาจำได้แม่นว่าคืนนั้นเขาเช็กชีพจรเย่เฟิงเอง ตายชัวร์ 100% คนตายที่ไหนจะฟื้นขึ้นมาเดินปร๋อได้ในวันที่ 7? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
สถานการณ์ตอนนี้เริ่มตึงเครียดสำหรับหลินอี้ ถ้าเย่เฟิงแฉความจริงออกมากลางวงว่า "ไอ้สองตัวนี้ฆ่าข้า!" เขาจบเห่แน่ ฆ่าศิษย์ร่วมสำนัก โทษหนักถึงขั้นทำลายวรยุทธ์และขับออกจากสำนัก!
ขณะที่สองหน่อกำลังเหงื่อแตกพลั่ก เย่เฟิงก็แผดเสียงขึ้นมา "พวกท่านเป็นใคร? มาจับข้าทำไม! ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไง!"
กัวเหวินเฟิงเดินเข้ามาจ้องหน้า "เย่เฟิง... นี่เจ้าแกล้งโง่หรือไง? แม้แต่ข้าเจ้าก็จำไม่ได้?"
เย่เฟิงทำหน้าเหมือนคนหลงทาง "ท่านเป็นใคร?"
"เจ้าจำข้าไม่ได้?" กัวเหวินเฟิงเริ่มขมวดคิ้ว "งั้นบอกมาซิ เจ็ดวันที่ผ่านมาเจ้าหายหัวไปไหนมา?"
"ข้าไม่รู้..." เย่เฟิงตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ "เมื่อหลายวันก่อน จู่ๆ ข้าก็ตื่นขึ้นมาในหลุมศพที่สุสานร้างหลังเขา... ข้าจำอะไรไม่ได้เลย หัวมันโล่งไปหมด"
เงียบกริบ... เหล่าเด็กรับใช้หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
กัวเหวินเฟิงชะงักงัน จ้องจับผิดเย่เฟิงทุกรูขุมขน แต่ก็หาพิรุธไม่เจอ
จังหวะนั้น หลินอี้เดินแหวกวงล้อมเข้ามา เขาโบกมือให้ลูกสมุนปล่อยตัวเย่เฟิง
เย่เฟิงรีบสะบัดแขน นวดไหล่ตัวเองป้อยๆ (เจ็บชะมัด จับแรงฉิบหาย) "พวกท่านทุกคนรู้จักข้าเหรอครับ... เอ้ย ขอรับ?"
หลินอี้ถามเสียงเรียบ "ศิษย์น้องเย่... เจ้าจำพวกเราไม่ได้จริงๆ รึ?"
เย่เฟิงส่ายหน้าดิก "จำไม่ได้เลยขอรับ ใครเป็นใครบ้างข้ายังไม่รู้เลย"
"อ้อ... ข้าชื่อ หลินอี้ ศิษย์น้องเย่ ข้าขอถามเจ้าตรงๆ หลายวันนี้เจ้าหลบหนีความผิดไปใช่หรือไม่?"
ใจเย่เฟิงกระตุกวูบ 'หลบหนีความผิด? งานเข้าแล้วไง เจ้าของร่างเดิมไปก่อวีรกรรมอะไรไว้อีกวะเนี่ย!'
เขารีบโวยวายแก้ตัว "หลบหนีความผิด?! ไม่ใช่แล้ว! ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดนะ! ข้าเพิ่งหนีตายมาจากหลุมศพแท้ๆ จะเอาแรงที่ไหนไปหนีความผิด! ศิษย์พี่หลินต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะขอรับ!"
หลินอี้เลิกคิ้ว "มีเรื่องเช่นนี้ด้วยรึ? แล้วใครเป็นคนทำร้ายเจ้า?"
สวีไคที่ยืนอยู่ข้างหลังหน้าถอดสี 'ศิษย์พี่หลินถามบ้าอะไรเนี่ย! ขืนมันตอบว่า 'ก็พวกเอ็งไง' ขึ้นมา พวกเราตายหมู่แน่!'
แต่หารู้ไม่ นี่คือ จิตวิทยาชั้นสูง ของหลินอี้ เขากำลังทดสอบเย่เฟิง! ถ้าเย่เฟิงจำได้จริงๆ ป่านนี้มันต้องรีบวิ่งไปฟ้องอาจารย์ หรือไม่ก็หนีเตลิดไปแล้ว แต่การที่มันกล้าเดินกลับมา แล้วยืนคุยหน้าตาเฉยแบบนี้... แสดงว่า มันความจำเสื่อมจริงๆ!
เย่เฟิงเกาหัวแกรกๆ "ข้าจำไม่ได้จริงๆ ขอรับ ตื่นมาก็อยู่ในหลุมแล้ว พยายามนึกทีไรก็ปวดหัวทุกที... ว่าแต่ศิษย์พี่หลิน เมื่อกี้ท่านบอกว่าข้ามีความผิด มันเรื่องอะไรกันแน่?"
หลินอี้เห็นท่าทางใสซื่อ (บื้อ) ของเย่เฟิง ก็เริ่มวางใจ "เมื่อช่วงก่อน สวนยาสมุนไพรอักษรเจี่ยหมายเลขเจ็ดที่เจ้ารับผิดชอบ มีหญ้าเซียนและเห็ดทิพย์หายไปจำนวนมาก... หลักฐานชี้ว่า เจ้าเป็นคนเฝ้าแต่ขโมยเสียเอง!"
"หา?!" เย่เฟิงตาโตเท่าไข่ห่าน "มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?! ข้าเนี่ยนะขโมย? บ้าไปแล้ว! ของหายแล้วข้าจะทำไงล่ะทีนี้!"
แต่ในสมองของเย่เฟิง ร้องอ๋อทันที 'ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง... เจ้าของร่างเดิมคงไปรู้เห็นเรื่องขโมยของ หรือไม่ก็เป็นแพะรับบาป เลยโดนฆ่าปิดปาก!'
กัวเหวินเฟิงเห็นเย่เฟิงทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ ก็เริ่มร้อนรน ถ้าโยนขี้ให้เย่เฟิงไม่ได้ คนซวยก็คือเขานั่นแหละในฐานะหัวหน้า "เย่เฟิง! อย่ามาตบตา! นอกจากเจ้าแล้วใครจะขโมยได้? อย่ามาอ้างความจำเสื่อมหนีความผิดนะโว้ย!"
"ศิษย์พี่! ข้าไม่รู้เรื่องจริงๆ! ข้าถูกใส่ร้าย!" เย่เฟิงตะโกนลั่น ทำท่าทางน่าสงสารสุดฤทธิ์
หลินอี้ขัดจังหวะ "ศิษย์น้องเย่ ในเมื่อเจ้าจำอะไรไม่ได้ แล้วเจ้ากลับมาถูกได้ยังไง?"
"อ๋อ..." เย่เฟิงตอบเสียงใส "เมื่อหลายวันก่อนข้าเจอพี่สาวใจดีคนหนึ่งที่หลังเขานู่น นางชื่อ อวิ๋นซวงเอ๋อร์ นางบอกว่าข้าชื่อเย่เฟิง ทำงานที่สวนยาทางทิศใต้ ข้าเลยเดินมั่วๆ กลับมานี่แหละขอรับ"
"อวิ๋นซวงเอ๋อร์?" หลินอี้ชะงัก "เจ้าเจอศิษย์น้องอวิ๋นงั้นรึ?"
"ใช่ขอรับ นางสวยมาก... เอ้ย! นางใจดีมาก ถ้าท่านไม่เชื่อ ไปถามนางได้เลย ข้าไม่ได้โกหก!"
หลินอี้หรี่ตามอง แววตาครุ่นคิด 'ถ้ามันเจออวิ๋นซวงเอ๋อร์จริง แสดงว่ามีพยานรู้เห็นการกลับมาของมัน จะฆ่าปิดปากตอนนี้คงไม่ได้แล้ว'
"เอาล่ะ ข้าจะไปสอบถามศิษย์น้องอวิ๋นเอง" หลินอี้ตัดบท "แต่ตอนนี้ เจ้ายังเป็นผู้ต้องสงสัย สวีไค! คุมตัวเย่เฟิงไปขังที่ หอวินัย บนยอดดาราโรยก่อน จนกว่าความจริงจะกระจ่าง!"
"ส่วนศิษย์พี่กัว ท่านก็หาคนมาดูแลสวนแทนไปก่อนละกัน"
สวีไคและกัวเหวินเฟิงรับคำสั่ง
ยังไม่ทันหายเหนื่อย เย่เฟิงก็โดนมัดเป็นข้าวต้มมัดอีกรอบ แต่ในใจเขากลับยิ้มกริ่ม 'ฮ่าๆๆ! รอดตายว่ะเพื่อน! ด่านแรกผ่านฉลุย!'
สวีไคหิ้วคอเสื้อเย่เฟิงเหมือนหิ้วลูกหมา แล้วกระโดดขึ้นกระบี่บิน ฟึ่บ! พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
"วู้วววว!" เย่เฟิงตื่นเต้นจนลืมกลัว ชาติก่อนเครื่องบินก็ไม่เคยนั่ง ชาตินี้ได้นั่ง 'เครื่องบินเปิดประทุน' รุ่นกระบี่บิน ลมตีหน้าตึงเปรี๊ยะ!
เขามองลงไปเห็นผืนป่ากว้างใหญ่ ทิวเขาสลับซับซ้อน ความรู้สึกเป็นอิสระ ความยิ่งใหญ่ของโลกเซียน... มันช่างกระตุ้นต่อมลูกผู้ชายจริงๆ! 'สักวัน... ข้าจะต้องบินเองให้ได้! ไม่ต้องมาห้อยต่องแต่งเป็นลิงแบบนี้!'
บินไปได้สักพัก หลินอี้ที่เหาะนำหน้า (แบบเท่ๆ ไม่ต้องใช้กระบี่) ก็ส่งสายตาปริศนาให้สวีไค แล้วเร่งความเร็วบินหายไป
สวีไครับสัญญาณปุ๊บ หยุดกึกกลางอากาศปั๊บ!
เย่เฟิงที่กำลังชมวิวเพลินๆ ชะงักกึก "อ้าว... ศิษย์พี่สวี หยุดทำไมขอรับ? น้ำมันหมดเหรอ?"
สวีไคหันมาแสยะยิ้มอำมหิต "ศิษย์น้องเย่... ข้าถามเจ้าครั้งสุดท้าย เจ้าจำเรื่องคืนนั้นไม่ได้จริงๆ หรือ? บอกความจริงมาซะดีๆ ไม่งั้นข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าได้ฝึกวิชา 'ดิ่งพสุธาไร้ร่ม' จากความสูงพันจั้งนี่แหละ!"
"เฮ้ย! ใจเย็นพี่ชาย!" เย่เฟิงหน้าซีดเผือก มองลงไปข้างล่างที่สูงจนเสียวน้องชาย "ข้าบอกแล้วไงว่าจำไม่ได้! ข้าคลานออกมาจากหลุม สมองมันเบลอไปหมด!"
"ศิษย์พี่สวี ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับข้านะ! ท่านต้องไปจับคนร้ายที่ทำร้ายข้ามาลงโทษสิ ไม่ใช่มาขู่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายแบบนี้!"
ในใจเย่เฟิงกรีดร้องลั่น 'ไอ้บ้าเอ๊ย! กะจะฆ่ากันให้ตายจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย! ตกลงไปสภาพนี้ แม้แต่ขี้ก็คงกระเด็นไม่เหลือซาก!'
สวีไคยกตัวเย่เฟิงลอยสูงขึ้น แววตาเหี้ยมเกรียม "ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งเดียว... พูด!"
"ศิษย์พี่สวี! อย่าล้อเล่นน่า! ข้าเป็นโรคกลัวความสู.... อ๊ากกกกก!"
ยังพูดไม่ทันจบ สวีไคก็… ปล่อยมือ!
ร่างของเย่เฟิงร่วงลิ่วลงสู่ความว่างเปล่าทันที!