- หน้าแรก
- ผูกระบบปุ๊บ ฉันก็กลายเป็นคนรวยที่สุด
- บทที่ 26 ไม่ต่อสัญญาเช่า
บทที่ 26 ไม่ต่อสัญญาเช่า
บทที่ 26 ไม่ต่อสัญญาเช่า
ในเช้าวันตรุษจีน หมิงเยว่นอนหลับจนตื่นขึ้นมาเองตามธรรมชาติ จากนั้นจึงมอบซองอั่งเปาที่เตรียมไว้ล่วงหน้าให้กับลูกพี่ลูกน้องคนโต
เด็กๆ คงจะชอบเทศกาลปีใหม่กันทุกคน เพราะเป็นช่วงเวลาที่จะได้รับเงินแต๊ะเอีย
เมื่อแดดเริ่มออก ทุกคนก็พากันออกมาอาบแดดข้างนอก พวกผู้หญิงจับกลุ่มกินเมล็ดแตงโมและขนมขบเคี้ยวพลางพูดคุยสัพเพเหระ ส่วนพวกผู้ชายก็จับกลุ่มสูบบุหรี่คุยกัน
เด็กๆ นั่งยองๆ อยู่กับพื้น แบ่งกันดูของเล่นใหม่ที่ครอบครัวซื้อให้
"ไปซื้อประทัดกันเถอะ เมื่อวานแม่ให้แต๊ะเอียฉันมาตั้งร้อยนึงแหนะ"
เด็กชายตัวน้อยดึงแขนเพื่อนข้างๆ เตรียมจะพากันไปที่ร้านค้าเล็กๆ ในหมู่บ้าน
"วันแรกของปีใหม่ก็จะใช้เงินแล้วเหรอ? อยากกระเป๋ารั่วรึไง? ห้ามไปนะ วันนี้ห้ามใช้เงินเด็ดขาด"
แม่ของเขาที่คอยจับตาดูอยู่รีบตะโกนห้ามทันที
เด็กน้อยนั่งลงอย่างหงอยเหงา หมิงเยว่เห็นแล้วก็นึกขำ จึงเข้าไปหยิบประทัดในบ้านออกมาแบ่งให้พวกเขาคนละสองสามกล่อง
"เอ้านี่ พี่หมิงเยว่ให้"
ไม่รู้ทำไม พอโตขึ้นเธอก็รู้สึกไม่ค่อยชอบเล่นของพวกนี้แล้ว ทั้งที่เพิ่งซื้อมาตอนเห็นวางขายที่ตลาดแท้ๆ
"ขอบคุณครับพี่หมิงเยว่"
เด็กๆ รับกล่องประทัดไปคนละกล่องแล้ววิ่งไปเล่นกันอย่างมีความสุข
"อย่าวิ่งไปไกลนักนะ!"
เสียงตะโกนกำชับของผู้เป็นแม่ดังไล่หลังไป
ในความทรงจำของเธอ ปีใหม่คือช่วงเวลาแห่งความสุข มีทั้งเงินแต๊ะเอีย ได้วิ่งเล่นไปทั่ว และที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่จะไม่ดุด่าตีลูกในช่วงเวลานี้
แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่ กลับรู้สึกว่ามันช่างเหนื่อยเหลือเกิน ช่วงปีใหม่มีแต่เรื่องยุ่งวุ่นวาย ทั้งเตรียมของขวัญ ทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ แม่จางเตี๋ยเองก็ต้องเตรียมอาหารมื้อค่ำวันส่งท้ายปีเก่า หลายวันนี้ถ้าไม่หอบของขวัญไปเยี่ยมบ้านคนอื่น ก็ต้องนั่งรอรับแขกที่มาเยี่ยมบ้านตัวเอง
การเป็นผู้ใหญ่นี่ไม่ง่ายเลยจริงๆ
วันที่สอง คุณน้าพาครอบครัวกลับมาเยี่ยมบ้านแม่ หมิงเยว่มอบอั่งเปาที่เตรียมไว้นานแล้วให้กับหลานๆ
สามีของคุณน้าทำงานที่สถานีธัญญาหารและน้ำมันประจำอำเภอ เงินเดือนถือว่าปานกลางแต่มีความมั่นคงในฐานะข้าราชการ สวัสดิการดีเยี่ยม ส่วนคุณน้าเองก็ทำงานที่นั่นเช่นกัน แต่เป็นพนักงานชั่วคราว
ครอบครัวนี้นับว่ามีความปรองดองและมีความสุขดี
วันที่สาม หมิงเยว่ไปบ้านคุณยาย ตอนนี้ฐานะทางบ้านดีขึ้นมาก คุณยายจึงไม่ต้องคอยเป็นห่วงลูกสาวคนเล็กอย่างแม่หมิงอีกต่อไป
เธอซื้อข้าวของมากมายติดไม้ติดมือไปฝาก
วันที่สี่ ลูกพี่ลูกน้องคนโตต้องเดินทางกลับไปทำงานต่างถิ่น
หวังเชี่ยนทนไม่ไหว เริ่มโทรมาเร่งหมิงเยว่ให้รีบกลับปักกิ่ง
จางเหิงวางแผนจะเดินทางวันที่แปด บริษัทต้องเตรียมการรับพนักงานใหม่ล่วงหน้า โดยแจ้งพนักงานไว้ว่าจะเริ่มงานหลังเทศกาลโคมไฟ
หมิงเยว่ตระเวนเยี่ยมญาติสนิทมิตรสหาย แล้วก็เดินทางกลับปักกิ่งในวันที่แปดเช่นกัน
ก่อนกลับปักกิ่ง หมิงเยว่ทำตามความคิดเดิมคือเปิดบัญชีธนาคารใหม่อีกหนึ่งใบ จากนี้ไปเธอจะให้หยวนเป่าโอนเงินรางวัลภารกิจพื้นฐานรายวันจำนวน 20,000 หยวนเข้าบัตรใบนี้ให้พ่อกับแม่ใช้
"ลูกเอ๊ย พ่อกับแม่ก็ทำงานอยู่ ไม่ต้องใช้เงินเยอะแยะขนาดนี้หรอก"
พ่อหมิงปฏิเสธ เขาดึใจมากที่ลูกสาวประสบความสำเร็จ แต่พวกเขายังหนุ่มยังสาว จะมารบกวนลูกเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?
"พ่อกับแม่รับไว้เถอะค่ะ หนูจะโอนค่าใช้จ่ายในบ้านเข้าบัตรนี้เรื่อยๆ ตอนนี้หนูไม่ขาดแคลนเงินแล้ว หนูสบายดี การกตัญญูต่อพ่อแม่เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ถ้าพ่อแม่ไม่รับ หนูคงไม่กล้าไปใช้ชีวิตสุขสบายข้างนอก พ่อกับแม่คงไม่อยากเห็นหนูอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ใช่ไหมคะ?"
หมิงเยว่ไม่ได้บอกเรื่องเงิน 20,000 ต่อวัน ซึ่งตกเดือนละ 600,000 หยวน เธอแค่บอกว่ามีเงินอยู่ในนั้นไว้สำหรับเป็นค่าใช้จ่าย
หลังจากปัดป้องไปมาหลายรอบ ในที่สุดพ่อแม่ตระกูลหมิงก็ยอมรับไว้
"ก็ได้ งั้นถือว่าแม่เก็บไว้ให้ลูกก็แล้วกัน"
หมิงเยว่ทำอะไรไม่ได้เมื่อพ่อแม่พูดแบบนั้น แต่ในเมื่อบัตรอยู่ที่พวกเขาแล้ว พวกเขาจะใช้อย่างไรก็ตามใจ
เมื่อกลับมาถึงปักกิ่ง มองดูทิวทัศน์ที่แตกต่างจากหมู่บ้านหลีอ้าวอย่างสิ้นเชิง เธอรู้สึกไม่คุ้นชินอยู่บ้างเล็กน้อย
"บอสครับ ค่าเช่าตึกไห่ฟู่เดือนที่แล้วเข้าบัญชีแล้วครับ รบกวนตรวจสอบด้วย"
เมื่อได้รับข้อความจากผู้จัดการเฉียน การแจ้งเตือนเงินฝากเข้าบัญชีธนาคารก็เด้งขึ้นมา
【ติ๊ง——
เสน่ห์: 80 (100) 【งดงามหยาดเยิ้ม】
อาชีพ: 30 (100) 【ความสำเร็จเล็กน้อย】
ทรัพย์สิน: 3,466,000 + 40,000,000 = 43,466,000 สี่สิบสามล้านสี่แสนหกหมื่นหกพันหยวน 【ทุนทรัพย์เล็กน้อย】
ทักษะ: การบริหารธุรกิจ (เบื้องต้น), การทำอาหาร (ระดับกลาง), การแต่งหน้า (ระดับกลาง) 【ทักษะผิวเผิน】】
เนื่องจากมีเงินเข้า 40 ล้าน ระบบจึงทำการประเมินเธอใหม่
【โฮสต์ หลังจากความพยายามอย่างไม่ลดละมายาวนาน ป้ายกำกับในหมวดเสน่ห์ได้รับการอัปเกรดจาก 'หน้าตาสะสวย' เป็น 'งดงามหยาดเยิ้ม' คุณได้รับรางวัลสุ่มทรัพย์สิน】
หมิงเยว่รอคอยสิ่งนี้มานาน ในที่สุดเธอก็ได้รับรางวัลอีกครั้ง ตอนนี้เธอไม่ค่อยสนใจรางวัลที่เป็นตัวเงินจากการเพิ่มคะแนนเท่าไหร่แล้ว รางวัลสุ่มแบบนี้น่าสนใจกว่ามาก
【ติ๊ง——เปิดใช้งานรางวัลสุ่ม มอบรางวัล: คฤหาสน์สวนสวยระดับท็อป】
สมองของหมิงเยว่แทบระเบิด ครั้งที่แล้วตึกไห่ฟู่ก็ทำให้เธออยากจะกราบขอบคุณสวรรค์แล้ว ครั้งนี้ยังได้คฤหาสน์พร้อมสวนอีก คฤหาสน์ปกติก็แพงหูฉี่อยู่แล้ว ยิ่งเป็นแบบมีสวนด้วยยิ่งไม่ต้องพูดถึง
โฮสต์ยังไม่ทันหายตื่นเต้น เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นต่อ
【ในที่สุดโฮสต์ก็หลุดพ้นจากสถานะว่างงาน รับรางวัลสุ่มทรัพย์สิน】
【ติ๊ง——เปิดใช้งานรางวัลสุ่ม มอบรางวัล: เหมืองแร่ในแอฟริกา】
"กรี๊ดดด——หยวนเป่า!"
ถ้าหยวนเป่ามีร่างเนื้อ เธอคงจะกระโดดกอดและจูบมันไปแล้ว เมื่อก่อนเธอไม่กล้าแม้แต่จะซื้อเพชรเม็ดเดียว แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นเจ้าของเหมืองไปแล้ว
"หยวนเป่า ฉันมีสินทรัพย์หมุนเวียนตั้ง 40 กว่าล้านแล้ว ทำไมยังขึ้นแค่ 'ทุนทรัพย์เล็กน้อย' อีกล่ะ? ฉันน่าจะเป็นเศรษฐีได้แล้วไม่ใช่เหรอ?"
ตอนนี้จู่ๆ ก็รวยขึ้นมา แน่นอนว่าเธอมีอารมณ์มานั่งคุยเล่นกับหยวนเป่า
"ในฐานะเจ้านายของหยวนเป่า หวังว่าคุณจะมองการณ์ไกลและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างกว่านี้นะครับ เงินแค่ไม่กี่สิบล้านคู่ควรจะเรียกว่าคนรวยเหรอครับ?"
"จ้าๆ พ่อคนเก่ง นายเก่งที่สุด"
วันรุ่งขึ้น เธอจงใจตื่นเช้าและมาที่ตึกไห่ฟู่
รปภ. ที่หน้าประตูจำเธอได้และรีบปล่อยให้เธอผ่านเข้าไปทันที
ไม่คาดคิดว่าเธอจะเจอคนยืนเถียงกันอยู่ที่ล็อบบี้ พอเดินเข้าไปใกล้ถึงได้รู้ว่าเป็นลุงของหลิวเยว่กับผู้จัดการเฉียน
"คุณหมิง มาแล้วเหรอครับ"
ปกติผู้จัดการเฉียนจะทำงานอยู่ชั้นบนและไม่ค่อยลงมาเดินเตร็ดเตร่ วันนี้เขารู้ว่าหมิงเยว่จะมาเลยลงมารอรับข้างล่างเป็นพิเศษ ไม่นึกว่าจะมาเจอคนคนนี้เข้า
เห็นว่าเขาคงปลีกตัวมาไม่ได้ในทันที หมิงเยว่จึงขึ้นลิฟต์ไปชั้นแปดด้วยตัวเอง
"ประธานอู๋ เราต่างก็เป็นคนมีหน้ามีตา หวังว่าคุณจะรักษาเกียรติของตัวเองด้วยนะครับ"
ผู้จัดการเฉียนแทบจะชี้หน้าด่าว่าหน้าไม่อายอยู่แล้ว
ลุงของหลิวเยว่เห็นคนรอบข้างเริ่มมองมาก็รู้สึกอับอายเล็กน้อย เขารีบใช้สองมือกุมมือผู้จัดการเฉียนแล้วดึงลากอีกฝ่ายไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
ผู้จัดการเฉียนห่วงภาพลักษณ์ กลัวว่าจะเกิดเรื่องขายหน้ากลางล็อบบี้ จึงยอมถูกลากไป เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน
เขามองเห็นบัตรบางๆ ใบหนึ่งถูกยัดใส่มือ
"ผู้จัดการเฉียน นี่เป็นสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ของผม โปรดรับไว้เถอะครับ"
อย่าเห็นว่าเขาเป็นถึงประธานบริษัท ส่วนผู้จัดการเฉียนเป็นแค่ผู้จัดการดูแลตึก แต่ถ้าเขาอยากเช่าพื้นที่ในตึกไห่ฟู่ อำนาจของผู้จัดการเฉียนนั้นเหนือกว่าเขามาก
"ไม่จำเป็นครับ สัญญาของคุณหมดอายุแล้ว และพื้นที่ตรงนั้นจะถูกปล่อยเช่าใหม่"
ผู้จัดการเฉียนปฏิเสธเสียงแข็ง ล้อเล่นหรือเปล่า? บอสเพิ่งเดินขึ้นไปข้างบนเมื่อกี้ ถ้าวันนี้เขากล้ารับสินบน พรุ่งนี้คงโดนเด้งแน่
"ผู้จัดการเฉียน เงินนี้คุณรับไปเถอะครับ ใครจะเช่าตึกสำนักงานก็เหมือนกัน ให้ผมเช่าพื้นที่โซน A ชั้นสี่ต่อเถอะ เจ้านายคุณไม่รู้หรอก แถมคุณยังได้เงินพิเศษอีกก้อน ในนี้มีเงินหนึ่งล้าน หวังว่าจะช่วยให้ผมต่อสัญญาได้นะครับ"
เขาด่าผู้จัดการเฉียนในใจ คิดว่าเจ้าของตึกไห่ฟู่ไม่เคยโผล่หน้ามาตั้งหลายปี จู่ๆ จะไม่ต่อสัญญากับเขาโดยไม่มีเหตุผลได้ยังไง
ต้องเป็นไอ้หมอนี่ที่แซ่เฉียนแน่ๆ ที่อยากจะรีดไถเงินจากเขา
แต่เขาเดาผิดถนัด ผู้จัดการเฉียนไม่ได้มีความคิดนั้นเลย เหตุผลที่ไม่ต่อสัญญาเช่ามีเพียงอย่างเดียวคือบอสหมิงต้องการไล่เขาออกไป
"ผมอยู่ในตำแหน่งนี้ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ รับเงินเดือนจากบอสก็ต้องทำตามกฎระเบียบ คุณเอาบัตรคืนไปเถอะครับ"
ผู้จัดการเฉียนยื่นบัตรคืน เงินหนึ่งล้านหยวนไม่สามารถทำให้เขาหวั่นไหวได้จริงๆ เงินเดือนเขาก็ไม่ได้น้อย อีกอย่าง การติดตามบอสมีอนาคตที่สดใสกว่ามาก คนที่เขาจะยอมขัดใจคือบอสต่างหาก
ลุงของหลิวเยว่ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคนคนนี้ถึงหัวแข็งนัก ให้ใครเช่าก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงเป็นเขาไม่ได้?
"บอกตามตรงนะ เจ้านายของเราสั่งมาเองว่าไม่ให้คุณเช่าต่อ คุณดูแลตัวเองเถอะครับ"