- หน้าแรก
- ผูกระบบปุ๊บ ฉันก็กลายเป็นคนรวยที่สุด
- บทที่ 13 เป็นที่ฮือฮา
บทที่ 13 เป็นที่ฮือฮา
บทที่ 13 เป็นที่ฮือฮา
หลังจากทิ้งให้อีกฝ่ายพูดไม่ออก ทั้งสามคนก็เดินจ้ำอ้าวออกมา ปล่อยให้พวกชาวบ้านจับกลุ่มซุบซิบกันต่อไป
ตอนนี้ครอบครัวของหมิงเยว่พักอาศัยอยู่ที่บ้านลุงใหญ่ เนื่องจากบ้านหลังใหม่เพิ่งขึ้นโครงสร้างเสร็จ ยังเหลือขั้นตอนการตกแต่งและต้องรอระบายกลิ่นสีอีก อย่างน้อยก็น่าจะใช้เวลาอีกสามเดือนกว่าจะเข้าอยู่ได้
"หมิงเยว่กลับมาแล้ว!"
ปกติแล้วปู่กับย่าจะพักอาศัยอยู่กับครอบครัวของอาเล็ก เพราะลุงใหญ่กับพ่อแต่งงานและแยกบ้านออกไปแล้วตามลำดับ หน้าที่ดูแลคนแก่จึงตกเป็นของลูกชายคนเล็กโดยปริยาย
แน่นอนว่าก่อนที่หมิงเยว่จะร่ำรวย อาเล็ก 'หมิงเฟิง' คือคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดในตระกูลหมิง
เขาเป็นคนหัวไว อาศัยจังหวะที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังเฟื่องฟูออกไปหาเงินก้อนแรกได้สำเร็จ จากนั้นก็กลับมาเปิดโรงแรมในตัวอำเภอ กิจการรุ่งเรืองทีเดียว
เดี๋ยวนี้อาเล็กไม่ต้องเข้าไปดูแลโรงแรมทุกวัน ประกอบกับผู้หลักผู้ใหญ่ชินกับการอยู่บ้านในชนบทมากกว่า อีกทั้งการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็สะดวก ใช้เวลาไปกลับแค่สี่ห้าสิบนาทีเท่านั้น
ดังนั้นครอบครัวของอาเล็กและปู่ย่าจึงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านเป็นหลัก
หมิงเยว่ขนของฝากมาพะรุงพะรัง พ่อกับแม่รีบกุลีกุจอเข้ามาแย่งไปถือด้วยความกระตือรือร้นโดยไม่บ่นหนักสักคำ ปล่อยให้มือของเธอว่างเปล่าจนรู้สึกเกรงใจนิดๆ
"เสี่ยวเยว่กลับมาแล้วเหรอ!"
'หมิงจวิน' ญาติคนหนึ่งในหมู่บ้านร้องทักด้วยความประหลาดใจ เขาได้ยินข่าวลือหนาหูเรื่องหมิงเยว่ถูกหวยติดต่อกัน ไม่คิดว่าเศรษฐีใหม่ในตำนานจะปรากฏตัวขึ้นจริงๆ
คนในหมู่บ้านหลี่อ้าวต่างก็แซ่หมิงเหมือนกันหมด หากไล่เรียงลำดับญาติขึ้นไป ก็ถือว่าเป็นเครือญาติกันทั้งนั้น
"สวัสดีจ้ะพี่จวิน"
หมิงเยว่ทักทายกลับพร้อมรอยยิ้ม ช่วงหลังมานี้ทางตำบลเริ่มมีการดึงดูดภาคธุรกิจเข้ามาลงทุน ช่วยแก้ปัญหาการว่างงานของคนหนุ่มสาวในหมู่บ้านได้มาก และทางอ้อมก็ช่วยลดปัญหาเด็กที่ต้องถูกทิ้งให้อยู่กับปู่ย่าตายายได้ด้วย
หมิงจวินเองก็ทำงานในโรงงานที่ตำบล สวัสดิการถือว่าดีทีเดียว
"เสี่ยวเยว่ถูกรางวัลตั้งหนึ่งล้าน โชคดีจริงๆ เลยนะเนี่ย"
เขาไม่ได้สงสัยว่าหมิงเยว่โกหก เพียงแค่รู้สึกทึ่งและอิจฉาเล็กน้อย
พ่อของเธอได้กำชับหมิงเยว่ไว้แล้วว่าให้บอกคนนอกว่าถูกรางวัล 'หนึ่งล้าน'
หมิงเยว่รู้สึกทั้งขำทั้งน้ำตาตกใน เพื่อป้องกันไม่ให้พ่อแม่ตื่นตระหนกจนทำตัวไม่ถูก เธอจึงจำใจโกหกว่าถูกหวยสามล้าน แต่เพื่อปกป้องลูกสาวและเก็บงำความมั่งคั่ง พ่อแม่กลับเลือกที่จะโกหกชาวบ้านต่อว่าลูกสาวถูกแค่ล้านเดียว
อย่างว่าแหละ โกหกหนึ่งคำ ต้องใช้คำโกหกอีกนับพันมาปกปิดจริงๆ
"แค่บังเอิญโชคดีน่ะค่ะพี่"
ชาวบ้านระแวกนั้นพอได้ยินบทสนทนา ก็เริ่มทยอยกันเข้ามามุงด้วยความสนใจ
สำหรับชาวชนบทที่ตื่นเช้าออกไปทำไร่ทำนา ตกเย็นกลับบ้านเข้านอน ชีวิตวนเวียนเรียบง่ายซ้ำซาก สิ่งบันเทิงใจมีไม่มากนัก
ดังนั้น เรื่องหมูบ้านไหนออกลูกแฝดสาม ใครเสียพนันหลักแสน หรือใครได้ลูกสาวสามคนติด จึงกลายเป็นกับแกล้มชั้นดีในวงสนทนาหลังอาหาร
ก่อนหน้านี้ตอนข่าวเรื่องหมิงเยว่ถูกหวยหนึ่งล้านและตระกูลหมิงกำลังสร้างบ้านใหม่แพร่ออกไป หมู่บ้านก็ครึกครื้นกันยกใหญ่
พอเรื่องเงียบไปสักพัก ผู้คนเริ่มลืมเลือน ความสนใจก็ถูกแทนที่ด้วยเรื่องสนุกอื่นๆ
แต่การปรากฏตัวของหมิงเยว่ 'ผู้โชคดีรางวัลใหญ่' ในวันนี้ ทำให้กระแสความฮือฮาถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง
กว่าหมิงเยว่จะเดินไปถึงบ้านลุงใหญ่ ชาวบ้านก็แห่ตามมามุงดูจนแน่นขนัด
บ้างก็มาดูให้เห็นกับตาว่าจริงไหม บ้างก็มาดูความคึกคัก และบ้างก็อยากเห็นว่าหมิงเยว่ตอนรวยแล้วจะเป็นอย่างไร
พอได้เห็นรูปลักษณ์ของหมิงเยว่ในตอนนี้ ทุกคนต่างอุทานในใจเป็นเสียงเดียวกันว่า 'เงินทองชุบคนได้จริงๆ'
หมิงเยว่ที่เคยจืดจางไร้ตัวตน เปลี่ยนไปแล้ว เธอดูเปล่งปลั่งสะดุดตา ราศึจับจนผิดหูผิดตา
ความจริงควรจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว ตอนเด็กๆ หมิงเยว่เป็นเด็กหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ใครเห็นก็เอ็นดู จนกระทั่งกลายเป็น 'พญาหงส์ทอง' ที่สอบติดมหาวิทยาลัยดังและโบยบินออกจากหุบเขาไป
"ลุงใหญ่คะ เห็นว่าช่วงนี้ปวดคอ หนูซื้อเครื่องนวดมาฝากค่ะ เขาว่ารุ่นนี้ใช้ดีมากเลยนะ"
"คุณปู่คุณย่า นี่เสื้อผ้าที่หนูซื้อมาฝากค่ะ"
"ป้าสะใภ้คะ ผ้าพันคอไหมพรมค่ะ"
เธอหยิบของฝากออกมาแจกจ่ายทีละชิ้น ส่วนของพ่อแม่และน้องชายเธอแยกไว้ต่างหากแล้ว
ครอบครัวของอาเล็กยังไม่กลับมา สำหรับลูกพี่ลูกน้อง 'หมิงเจ้า' และน้องชายแท้ๆ ของเธอ 'หมิงเฉิน' เธอซื้อแล็ปท็อปเตรียมไว้ให้เพื่อใช้สำหรับการเรียน
บ้านอาเล็กไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน แต่มีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะอยู่แล้วคงไม่ซื้อแล็ปท็อปเพิ่ม ส่วนบ้านหมิงเยว่เดิมทีไม่มีคอมพิวเตอร์เลย ตอนนี้พอมีเงินแล้ว เธอก็อยากจัดหาสิ่งที่ดีที่สุดให้น้องชาย
'หมิงหย่ง' ลูกชายของลุงใหญ่ไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย จบมัธยมปลายก็ออกไปหางานทำ ได้ข่าวว่าเป็นผู้จัดการโรงแรมและเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่ง ส่วนลูกสาว 'หมิงหมิ่น' เรียนจบอาชีวะด้านปฐมวัย ตอนนี้เป็นครูสอนอยู่โรงเรียนอนุบาล
เนื่องจากพวกเขาทำงานมีรายได้แล้ว หมิงเยว่จึงไม่ได้ให้เป็นเงิน
แต่เงินเดือนครูอนุบาลของพี่หมิงหมิ่นไม่ได้สูงมากนัก หมิงเยว่จึงซื้อชุดทำงานตัดเย็บดีๆ ให้ชุดหนึ่ง ซึ่งเหมาะมากสำหรับใส่ออกงานสังคมหรือวันที่ต้องการความภูมิฐาน
การวางตัวของหมิงเยว่เป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้หมิงเฉินและหมิงเจ้าที่อายุน้อยกว่าต่างยึดถือเป็นไอดอล ทั้งคู่มีผลการเรียนดีเยี่ยม ขอแค่รักษามาตรฐานนี้ไว้ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย