เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57: เหตุผลง่าย ๆ

บทที่ 57: เหตุผลง่าย ๆ

บทที่ 57: เหตุผลง่าย ๆ


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

====================

บทที่ 57: เหตุผลง่าย ๆ

“อะไรนะ? บิดาแห่งจักรพรรดิและเหล่าราชวงศ์ตายตกไปหมดสิ้น? ถูกซุ่มโจมตีด้วยแสงสีทอง? ในวัดเสวียนเทียนเนี่ยนะ?” หวังฉีหวู่แทบจะบ้าตายพร้อมตะโกนออกมาดังลั่น “เรื่องนี้เป็นไปได้อย่างไร? ผู้ใดกันที่หาญกล้าทำเรื่องเช่นนี้?”

“ข้าคิดว่าจะเป็นศิษย์พี่ซ่ง! ข้าเห็นเขาบินอยู่บนท้องฟ้า!” นักบวชผู้นั้นตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“สวรรค์ ไอ้สารเลวนี่อีกแล้วงั้นหรือ? ทำไมเขาจึงไม่รู้จักคำว่าขีดจำกัดบ้าง?” หวังฉีหวู่โกรธจัดทันที พร้อมกับกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว “พาข้าไปยังที่เกิดเหตุเดี๋ยวนี้!”

เมื่อกล่าวจบ หวังฉีหวู่รีบตามลูกศิษย์ไปยังที่เกิดเหตุทันที สถานที่ที่ถูกลอบสังหารอยู่ห่างจากวัดเพียงไม่กี่ลี้เท่านั้น เขาเดินทางไปด้วยพร้อมความตื่นตะหนกเต็มหัวใจ

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ สวรรค์ ภาพตรงหน้าช่างชวนสยดสยอง มีร่างมากมายถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนเกลื่อนเต็มไปทั่วพื้นที่ เลือดและอวัยวะภายในออกมากองอยู่ที่พื้น พวกเขามองหาศพของบิดาแห่งจักรพรรดิด้วยความยากลำบาก ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวทันที แขกที่เขาเชิญมาด้วยตนเอง ขณะนี้ถูกแบ่งร่างกายออกเป็นสองส่วน เขาแทบจะตายตกไปเพราะความโกรธ ร่างกายสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้

เมื่อเห็นว่าแขกที่เขาเชิญมาประสบเหตุเช่นนี้ หวังฉีหวู่โกรธจัดจนใบหน้าแปรเปลี่ยนสี ไม่มีคำพูดใดอีกต่อไป เขาหันหลังพร้อมกับพุ่งไปที่หลังภูเขาเพียงต้องการแจ้งให้ฉิงเฟิงซีรับทราบ

ขณะที่หวังฉีหวู่มาถึงถ้ำ เขารีบเข้าไปด้านในทันทีและพบว่าเจ้าอ้วนยืนอยู่ตรงหน้าของฉิงเฟิงซี เขาคิดว่าเจ้าอ้วนทำเช่นครั้งก่อนคือบอกกล่าวฉิงเฟิงซีไปแล้วว่าเกิดสิ่งใดขึ้น หวังฉีหวู่ไม่พูดสิ่งใดให้มากความ เขาเริ่มหลั่งน้ำตาและกล่าวออกมา “ท่านอาจารย์ ท่านไม่สามารถเชื่อเขาได้อีกต่อไป! บิดาแห่งจักรพรรดิและเหล่าราชวงศ์ได้ตายตกไปแล้ว ข้าคิดว่ามันมากเกินไป!”

“อะไรคือบิดาแห่งจักรพรรดิ เจ้ากำลังกล่าวถึงสิ่งใด?” ฉิงเฟิงซีกล่าวอย่างงุนงง

“อะไรกัน? ท่านไม่ทราบเรื่องนี้หรอกหรือ?” หวังฉีหวู่ถามกลับอย่างสงสัย

“แน่นอน เจ้าไม่ได้กล่าวสิ่งใด เมื่อเจ้าเข้ามาในที่แห่งนี้เจ้าเอาแต่ร้องไห้และกล่าวเช่นนั้น ข้ามิใช่สวรรค์ ที่จะไปตรัสรู้ความคิดของเจ้าได้!” ฉิงเฟิงซีกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะ

“อา ท่านอาจารย์…” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังฉีหวู่รีบกล่าวต่อ “ท่านต้องใส่ใจเรื่องนี้เกี่ยวกับศิษย์น้องซ่ง เขา… เขา… เขาสังหารบิดาแห่งจักรพรรดิและเหล่าราชวงศ์ทั้งสาม! เช่นนี้เรียกว่าปัญหาหรือไม่? เขาไม่เคยคิดที่จะหยุดมือเลย?”

“หืม?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของฉิงเฟิงซีแปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็วพร้อมกับโกรธจัดในทันที “ข้ามิได้กักขังเขาไว้บนภูเขางั้นหรือ? เขากล้าท้าทายคำสั่งของข้าและลงไปข้างล่าง?”

“ว่าเขาเช่นนั้นมิได้ เพราะว่าบิดาแห่งจักรพรรดิและเหล่าราชวงศ์ขึ้นมาบนวัดเสวียนเทียนแห่งนี้ ศิษย์น้องฆ่าเขาภายในวัดเสวียนเทียน!” หวังฉีหวู่กล่าวเสริม “ท่านอาจารย์ เหล่าผู้ติดตามของบิดาแห่งจักรพรรดินั้นตายตกไปทั้งหมด กลายเป็นสายธารแห่งเลือด! วัดเสวียนเทียนของเราเป็นสถานที่สำหรับผู้ฝึกตน แต่เขากลับเปลี่ยนสถานที่แห่งนี้เป็นโรงฆ่าสัตว์! เราควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้ขอรับ?”

“ซ่งจง!” ฉิงเฟิงซีโกรธจัด เขาไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป พร้อมกับตะโกนว่า “พูดมา! ที่เจ้าทำเช่นนี้หมายความว่าอะไร?!”

“ท่านอาจารย์ลุงใจเย็นก่อน…!” เมื่อเห็นว่าฉิงเฟิงซีโกรธจัด เจ้าอ้วนมองมันเป็นเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น เขายิ้มออกมาอย่างอ้อนวอนพร้อมกล่าวต่อ “มันเป็นความจริงที่ข้าฆ่าพวกเขาเหล่านั้นเอง แต่ข้าทำไปเพราะข้าเดินทางตามกฏแห่งสวรรค์และเส้นทางของข้าเท่านั้น!”

“บัดซบ!” หวังฉีหวู่โกรธจัดทันทีเมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น เขาตะโกนออกมาทันที “เขาไม่เคยได้พบบิดาแห่งจักรพรรดิมาก่อนและเขาผู้นั้นคือผู้ที่วิ่งเต้นชำระล้างเรื่องที่เจ้าได้สร้างไว้ ตอนนี้ข้าไปเชิญเขามาเป็นแขกของวัดเสวียนเทียน เจ้าไม่เพียงแต่ไม่ขอบคุณเขาแต่เจ้ากลับฆ่าเขา นี่หรือคือเส้นทางของเจ้า!?”

“ถูกต้อง!” ฉิงเฟิงซีกล่าวเสริม “บิดาแห่งจักรพรรดิและเจ้าไม่รู้จักกัน ทำไมเจ้าจึงต้องฆ่าเขา?”

“ข้าไม่รู้จักบิดาแห่งจักรพรรดิ แต่ที่ข้าลงมือสังหารเขา ข้าย่อมมีเหตุผล!” เจ้าอ้วนรีบกล่าวออกมา

“แล้วทำไมเจ้าจึงไม่อธิบายว่าเหตุใดเจ้าต้องสังหารเขา?” ฉิงเฟิงซีเริ่มกดดัน “มันสามารถยอมรับได้หากเจ้ามีเหตุผลที่มากพอ แต่ถ้าหากสิ่งที่เจ้าทำลงไปไม่มีเหตุผลรองรับ แม้ว่าข้าจะทำเป็นมองไม่เห็น แต่กฎของนิกายหาเป็นเช่นนั้นไม่!”

“ขอรับ ได้โปรดรับฟังข้าก่อนท่านอาจารย์ลุง!” เจ้าอ้วนกล่าว จากนั้นเขาดึงเหยือกไวน์องุ่นออกมา วางบนโต๊ะและกล่าวว่า “นี่คือเหยือกไวน์แดงอายุร้อยปี ไวน์ที่มีรสชาติและกลิ่นที่ดีในสุดในโลก มันไม่สามารถพบเจอได้ทั่วไป!”

หวังฉีหวู่ชื่นชอบชา ฉิงเฟิงซีชื่นชอบไวน์ เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น น้ำลายของฉิงเฟิงซีเริ่มทำงาน ไวน์เก่าแก่อายุร้อยปี แม้จะมีชีวิตมานานนับร้อยปี เขาก็ยังไม่เคยได้ลิ้มรสของมันมาก่อน

สำหรับหวังฉีหวู่ เขาเริ่มสงสัยการกระทำของเจ้าอ้วนทันที พร้อมกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ “เจ้าคิดว่าเจ้าจะเอาเหยือกไวน์นี้ออกมาเพื่อจัดการเรื่องนี้ได้งั้นหรือ! ท่านอาจารย์มิใช่ผู้คนที่ถูกมอมเมาได้ด้วยสุรา! ใช่หรือไม่ท่านอาจารย์?”

แม้เขาจะกล่าวเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก ดังนั้นเขาจึงพูดออกไปเป็นประโยคคำถาม

ไม่ว่าผิวหนังของฉิงเฟิงซีจะหนาแค่ไหน เขาก็ไม่สามารถยอมรับเรื่องนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงยืดตัวขึ้นพร้อมกล่าวว่า “ถูกแล้ว ซ่งน้อย เจ้าประเมินข้าต่ำเกินไป ข้าผู้นี้มิได้สนใจในการดื่มด่ำกับไวน์เช่นนั้น!” แต่เขาคิดต่อกับตัวเองในใจ ‘มันจะเพียงพอถ้าเจ้ามีมันสักแปดหรือสิบเหยือก!’

เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนั้น เจ้าอ้วนตกตะลึงไปในคำพูดเหล่านั้น จากนั้นเขาหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นพร้อมกล่าวว่า “พวกท่านกำลังกล่าวสิ่งใดกัน? เหตุใดข้าต้องทำเช่นนั้น? ไวน์เหยือกนี้คือหลักฐานมิใช่ของขวัญ!”

“โอ้ หลักฐาน?” ฉิงเฟิงซีรู้สึกร่าเริงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาสะบัดแขนเสื้อพร้อมกับเก็บเหยือกไวน์นั้นทันที จากนั้นเขาก็กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม “ข้าจะเก็บหลักฐานไว้เอง พูดเรื่องของเจ้าต่อ!”

หวังฉีหวู่ตกใจไปชั่วครู่ พร้อมกับคิดว่าเจ้าอ้วนกำลังติดสินบนอาจารย์ของเขา แน่นอนหากเขามีส่วนร่วมในโลกมนุษย์มากเกินไปจะทำให้เขาสูญเสียหนทางแห่งการฝึกตน เช่นหวังฉีหวู่ที่มีตัวตนและเป็นผู้มีอิทธิพลอย่างกว้างขวางในโลกของมนุษย์

เจ้าอ้วนเผยยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เพราะเขาตั้งใจจะยกเหยือกไวน์นี้ให้กับฉิงเฟิงซีอยู่แล้ว จากนั้นเขาก็เริ่มกล่าวออกมาอย่างจริงจัง “ท่านอาจารย์ ไวน์เหยือกนี้ข้าได้รับมันจากเจ้าของโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดอยู่ใต้เนินเขา เขารู้ว่าข้าคือผู้ฝึกตนและจงใจขายไวน์เหยือกนี้ให้ข้าในราคาถูก เขาต้องการผลประโยชน์จากตัวข้า ข้ารู้ทันเขา ข้าจึงออกมาในกลางดึกและไม่เปิดโอกาสให้เขากระทำเช่นนั้น! ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ข้ารู้สึกว่าข้าติดหนี้เขาอยู่นิดหน่อย”

“อา… แน่นอนว่ามันไม่ดี ที่เจ้าทำเช่นนั้นลงไป ถ้ามีเหตุการณ์เช่นนี้ในอนาคต เจ้าควรตอบแทนคนผู้นั้น!” ฉิงเฟิงซีพยักหน้าของเขาในขณะกล่าวออกมา

“ข้าไม่มีโอกาสจะทำเช่นนั้นอีกต่อไป!” เจ้าอ้วนกล่าวออกมาอย่างเดือดพล่าน “วันนี้ตอนเช้าตรู่ ข้าตั้งใจจะไปรับประทานอาหารที่โรงเตี๊ยม พร้อมกลับไปชดเชยในสิ่งที่ข้าเคยทำไว้ ข้าไม่ได้คาดคิดว่าโรงเตี๊ยมจะถูกปิดและเจ้าของโรงเตี๊ยมถูกฆ่าตาย!”

“อา? ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉิงเฟิงซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม

“หลังจากที่ข้าถามไถ่ผู้คนแถวนั้นว่าเหตุใดเขาจึงตาย เหตุผลเพียงแค่ไวน์เหยือกนี้!” เจ้าอ้วนโกรธจัด

“เพียงแค่เหยือกไวน์? เจ้ารู้ได้อย่างไร?” ฉิงเฟิงซีถามกลับอย่างงุนงง

“เมื่อคืนวานก่อน บิดาแห่งจักรพรรดิและราชวงศ์ทั้งสามเข้าพักที่โรงเตี๊ยมแห่งนั้น มีพนักงานปากโป้งไปบอกกล่าวพวกเขาเหล่านั้นว่าเจ้านายของมันมีไวน์แดงอายุร้อยปี! หลังจากที่ครอบครัวเจ้าพวกสารเลวได้ยินเช่นนั้น เขาบังคับให้เจ้าของโรงเตี๊ยมนำไวน์นั้นออกมาทันที แต่ปัญหาคือไวน์เหยือกนี้เคยมอบให้กับข้ามาแล้ว เจ้าของโรงเตี๊ยมจะไปเอาเจ้าสิ่งนี้จากหนใดได้อีก? เจ้าของโรงเตี๊ยมพูดความจริงกับเหล่าราชวงศ์ว่าไวน์นี้เขามิใช่เจ้าของมันอีกต่อไป”

“แต่บิดาแห่งจักรพรรดิคิดว่าเขากำลังโกหกและไม่ไว้หน้าเขา จากนั้นเขาจึงสั่งให้เหล่าคนรับใช้เริ่มซ้อมเจ้าของโรงเตี๊ยมทันที เขาแก่มากแล้วและไม่อาจทานทนไหว เขาตายตกไปอย่างรวดเร็ว! จากนั้นบิดาแห่งจักรพรรดิยังไม่ยอมหยุดยั้ง เขาค้นหาเหยือกไวน์ทั่วทั้งร้านและขโมยมัน! ครอบครัวนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปหากต้องได้มีชีวิตต่อไปในอนาคต?” เจ้าอ้วนกล่าวอย่างผิดหวัง “ท่านอาจารย์ลุง ข้ามิได้ฆ่าบิดาแห่งจักรพรรดิ แต่เป็นไวน์เยือกนี้ต่างหากที่ทำเช่นนั้น ข้าชื่นชอบมันมาก และอีกอย่างข้ายังไม่ได้ตอบแทนเขาสำหรับของสิ่งนี้ในตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ ในตอนนี้เขาได้ล่วงลับไป ท่านคิดว่าข้าสมควรจะแก้แค้นให้เขาหรือไม่?”

 

จบบทที่ บทที่ 57: เหตุผลง่าย ๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว