เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56: สังหารบิดาแห่งจักรพรรดิ

บทที่ 56: สังหารบิดาแห่งจักรพรรดิ

บทที่ 56: สังหารบิดาแห่งจักรพรรดิ


ติดตามการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใครได้ที่แฟนเพจ

Facebook Fanpage กดเลย

====================

บทที่ 56: สังหารบิดาแห่งจักรพรรดิ

การปรุงแต่งยาอายุวัฒนะต้องใช้พลังงานมาก เมื่อเป็นเช่นนั้นฉิงเฟิงซีจึงไม่ได้ปรุงมันเป็นปกติ แต่ในวันนี้เพื่อชดเชยการทำงานอย่างหนักของหวังฉีหวู่ เขาจึงต้องการใช้มันเพื่อเป็นรางวัลเท่านั้น และเป็นกรณีพิเศษอย่างยิ่งในเมื่อมันเป็นเรื่องของเจ้าอ้วน ถ้าหากเป็นศิษย์คนอื่นฉิงเฟิงซีคงไม่ใส่ใจที่จะทำเช่นนี้

“เอาล่ะ… เจ้าอย่าปฏิเสธข้าเลย ที่จริงข้าติดหนี้เจ้ามาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป็นเพราะเจ้าที่รับมือกิจการต่าง ๆ มากมายในวัดเสวียนเทียนแห่งนี้ จึงทำให้ข้าได้อยู่อาศัยโดยไร้สิ่งกวนใจ ให้ยาหม้อนี้เป็นรางวัลสำหรับการทำงานหนักมาตลอดหลายปีของเจ้าเถิด!” ฉิงเฟิงซีกล่าวเชิญชวน

เมื่อได้ยินว่าอาจารย์ของเขาจดจำการทำงานหนักที่ผ่านมาได้ หวังฉีหวู่ปรับอารมณ์พร้อมกล่าวออกไปอย่างรวดเร็ว “การแบ่งเบาภาระของท่านอาจารย์เป็นหน้าที่ของศิษย์อย่างข้าอยู่แล้ว ข้ามิอาจจะปรารถนาถึงรางวัลใด ๆ!”

“อา ช่างไร้สาระยิ่งนัก นี่คือรางวัลที่เจ้าสมควรจะได้รับ!” ฉิงเฟิงซีกล่าวเสริม “นอกจากนี้แม้ว่าศิษย์น้องของเจ้าจะทำถูกต้องตามศีลธรรม แต่ทว่ามันก็ยังสร้างปัญหาใหญ่อีกด้วย!”

“ขอรับ จริงอยู่ที่มันสร้างปัญหามากมาย!” ขณะที่หวังฉีหวู่ได้ยินเช่นนี้ เขากล่าวออกมาอย่างหดหู่ “เจ้าหน้าที่ของศาลบางคนในตอนนี้หวาดกลัวศิษย์น้องและบางคนไม่พอใจกับการกระทำของวัดเสวียนเทียน งานของวัดเสวียนเทียนที่จะจัดขึ้นไม่สามารถดำเนินการต่อได้! ท่านอาจารย์ แท้จริงแล้วสิ่งที่ศิษย์น้องกระทำในตอนนี้มันมากเกินไป แม้ว่าท่านจะชื่นชมเขา แต่ก็มิอาจมองข้ามในสิ่งที่เขากระทำลงไปได้ อย่างน้อยท่านก็ต้องยอมทำบางสิ่งบางอย่างเพื่ออธิบายต่อแคว้นหลานเย่ว์”

เจตนาของหวังฉีหวู่นั้นง่ายมาก นั่นคือการให้ลงโทษเจ้าอ้วนสถานเบาเพื่อรักษาหน้าตาของวัดเสวียนเทียน สิ่งนี้จะทำให้ชีวิตของเขาง่ายขึ้น

ฉิงเฟิงซีคิดอยู่เพียงครู่แล้วกล่าวออกมา “เอาล่ะ ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล ด้วยวิธีการที่เจ้าเสนอมา ข้าจะลงโทษน้องชายของเจ้าโดยการกักขังให้เขาฝึกตนให้เดินตามกฎแห่งสวรรค์และมิให้ออกจากภูเขาถ้าหากข้าไม่อนุญาต! เจ้าว่าทำเช่นนี้ดีหรือไม่?”

เมื่อหวีงฉีหวู่ได้ยินเช่นนั้น เขาเกือบจะตายตกไปเพราะความโกรธและคิดอยู่ในใจว่า ‘แม้แต่การลงโทษที่เบาที่สุดยังเพียงแค่ถูกกักขังอยู่ในภูเขา ไม่สามารถออกจากภูเขาได้งั้นหรือ? สวรรค์! รัศมีร้อยลี้รอบวัดเสวียนเทียนล้วนแต่เป็นภูเขาทั้งสิ้น พื้นที่ขนาดใหญ่เช่นนี้เรียกได้ว่าเป็นการถูกจำกัดบริเวณงั้นหรือ? นอกจากนี้ศิษย์น้องผู้นี้ยังเป็นผู้ช่วยในการจัดการกิจการภายในวัดเสวียนเทียน แต่ตอนนี้เขากลับฝึกตนได้อย่างโจ่งแจ้งอยู่ในภูเขา นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำ สวรรค์โปรด! บทลงโทษเช่นนี้คืออะไร? นี่มันคือรางวัลชัด ๆ! ราวกับว่าเราไม่ได้ขอร้องจากนิกายเพื่อให้ส่งคนมาช่วยเหลือ พระเจ้า! ความลำเอียงนี้คืออะไรกัน!’

แม้ว่าภายในใจของหวังฉีหวู่จะไม่พอใจอย่างมาก แต่ว่าฉิงเฟิงซียอมมอบยาอายุวัฒนะให้แก่เขา เขาจึงสามารถอดทนกับมันได้ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ก็ตาม จากนั้นเขากัดฟันและรับปากกับฉิงเฟิงซีว่าจะปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ จากนั้นเขารีบกลับออกไป ประการแรกเขาต้องรีบแก้ไขเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ประการสองคือยิ่งเขาใช้เวลากับเจ้าอ้วนมากเท่าไหร่ ความโกรธยิ่งเพิ่มพูนมากเท่านั้น เขาเกรงว่าจะไม่สามารถควบคุมตนเองได้หากยืนอยู่ตรงนั้นนานกว่านี้

ขณะที่หวังฉีหวู่จากไป ฉิงเฟิงซีแสดงสีหน้าหดหู่ เขาขมวดคิ้วพร้อมกับมองไปที่เจ้าอ้วน “ข้าขอกล่าวอะไรสักหน่อย หลานชายซ่ง! เจ้าอย่าสร้างความลำบากในอนาคตได้หรือไม่? อย่าไปฆ่าผู้คนของทางการ เจ้าช่วยเมตตาต่อวัดเสวียนเทียนได้หรือไม่?” ในประโยคสุดท้ายเขาแทบจะตะโกนออกมา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาโมโหเจ้าอ้วนจริง ๆ

เมื่อเห็นว่าอาจารย์ลุงของเขาโกรธจัด เจ้าอ้วนรีบกล่าว “ขอรับ ขอรับ… ท่านอาจารย์ลุงอย่าได้กังวล ข้าจะอยู่บนภูเขาเพื่อฝึกตนและจะไม่ออกไปสร้างปัญหาที่ใด!”

เมื่อเห็นว่าเจ้าอ้วนรู้ซึ้งถึงความผิดพลาดของตนเอง ฉิงเฟิงซีก็ไม่ได้อยากตำหนิเขาไปมากกว่านี้ เจ้าหนุ่มนี่เป็นทายาทเพียงผู้เดียวของเพื่อนเก่าเขา ฉิงเฟิงซีหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นพร้อมกล่าวต่อ “ข้าหวังว่าเจ้าจะทำในสิ่งที่เจ้าพูดออกมา! เอาล่ะ ในตอนนี้เจ้าไปพักผ่อนได้ ข้าจะปรุงแต่งยาอายุวัฒนะให้ศิษย์พี่ของเจ้า! เฮ้อ ชาติภพก่อนอาจเป็นข้าไปติดหนี้เจ้าเอาไว้!”

หลังจากกล่าวจบ ฉิงเฟิงซีถอนหายใจพร้อมกับเดินออกไป

แม้ว่าเจ้าอ้วนจะรู้สึกผิดต่อฉิงเฟิงซีมาก แต่เขารู้สึกว่าตนเองไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ถ้าหากเขาพบเจอเรื่องเช่นนี้อีกในอนาคต เขาก็จะไม่แสดงความเมตตาใด ๆ หนทางแห่งเต๋าที่เจ้าอ้วนเลือกเดินคือการสังหารอย่างเฉียบคม เขาจะทำในสิ่งที่เขาชอบและจะตอบคำถามสวรรค์และตนเองเท่านั้น สำหรับคนอื่นเป็นเพียงแค่การผายลมแล้วผ่านพ้นไป!

ดังคำกล่าวที่ว่า ‘ข้าจะสังหารเพียงคนที่ทำลายข้าเท่านั้น หากผู้ใดไม่พอใจก็จงตายตกไปให้พ้นเสีย!’

เจ็ดวันผ่านไปภายในพริบตาเดียว แม้ว่าสถานการณ์ที่ผ่านมาคือเจ้าอ้วนสังหารราชครูและฉงตูคนสำคัญของแคว้นไปจนทำให้เกิดความวุ่นวายขนาดใหญ่ตามมา แต่หลังจากหวังฉีหวู่ได้ทำงานอย่างหนักแต่ผลของมันก็ยังไม่น่าพอใจ  แน่นอนว่าราชวงศ์หลานเย่ว์เลิกติดตามเรื่องนี้เป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างตนกับวัดเสวียนเทียน ผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่อาจจะกลุ้มใจ พวกเขาทำได้เพียงประท้วงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะว่าวัดเสวียนเทียนแสดงบทลงโทษต่อเจ้าอ้วนคือการกักขังไว้ภายในบริเวณวัด บวกกับหวังฉีหวู่แจกจ่ายยาอายุวัฒนะระดับต่ำให้กับพวกเขา ในตอนสุดท้ายทุกอย่างจึงคลี่คลายลงไป

แน่นอนว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาดำเนินการอย่างยาวนาน แต่เป็นเพราะว่าหวังฉีหวู่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนของทางการ ถ้าหากเป็นผู้อื่นพวกเขาคงไม่อาจชำระเรื่องเหล่านี้ให้โดยง่ายดาย

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นในกรณีเช่นนี้ สำหรับหวังฉีหวู่ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ เขานอนไม่หลับมาเป็นเวลาหลายคืนเพราะต้องเจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่ของทางการตลอดทุกคืนวัน การกระทำทั้งหมดนี้เพื่อยาหม้อนั้นของฉิงเฟิงซี กล่าวได้ว่าหวังฉีหวู่ได้ใช้ไพ่ทุกใบที่เขาถืออยู่ในมือจนหมดสิ้น!

ในวันนี้หวังฉีหวู่ตื่นอย่างรวดเร็ว พร้อมสั่งให้คนรับใช้ทำความสะอาดลาน เตรียมธูปและกรรไกร เพียงเพราะวันนี้จะมีแขกรับเชิญคนสำคัญ แขกผู้มีเกียรติท่านนี้คือบิดาแห่งจักรพรรดิ ในกรณีของราชครูและฉงตูถูกสังหาร เขาผู้นี้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างมาก แม้ว่าหวังฉีหวู่เคยมีสัมพันธ์กับเขามาก่อน แต่มันก็ไม่ดีหากเขาทำงานอย่างไร้ผลประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงเชิญบิดาแห่งจักรพรรดิมาเป็นแขกในการจัดงานการเผาธูปที่วัด

แน่นอน การเผาไหม้ธูปเทียนเป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น ในขณะเดียวกัน เขาสามารถได้รับปราณจิตวิญญาณเพื่อจัดการกับเส้นเอ็นของตน มันจะช่วยให้มนุษย์สามารถสร้างเกราะป้องกันตนเองได้ นั่นคือสิ่งที่บิดาแห่งจักรพรรดิสนใจ

เมื่อบิดาแห่งจักรพรรดิได้รับข่าวจากพี่น้องทั้งสามของเขา ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องได้มาถึงเนินเขาแล้ว แท้จริงเกินเวลาที่กำหนดแล้ว เพราะพวกเขาอยู่ที่เนินเขาในตอนเช้าและทำการเดินขึ้นมาจากที่นั่น

แม้ว่าวัดเสวียนเทียนจะมีสถานะที่สูงส่ง แต่อีกฝ่ายเป็นถึงบิดาแห่งจักรพรรดิ ศักดิ์คือพ่อตาเพราะเป็นบิดาแห่งพระชายาขององค์จักรพรรดิ ไม่แปลกที่หวังฉีหวู่จะกังวลเป็นพิเศษและสั่งให้เตรียมการล่วงหน้าสองถึงสามวัน เพื่อที่จะเป็นเจ้าภาพให้กับแขกทั้งสี่ท่านนี้ เขาใช้กำลังคนทั้งหมดในวัดเสวียนเทียนเพื่อรองรับงานในครั้งนี้

เมื่อมองดูเวลาแล้ว นี่คือเวลาที่เหมาะสมที่จะเริ่มงาน หวังฉีหวู่สวมเสื้อผ้าตามกฎระเบียบพร้อมที่จะดำเนินการต่อ แต่ในขณะนี้ศิษย์ของวัดที่ทำหน้าที่ไปต้อนรับแขกได้วิ่งกลับมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ใบหน้าของหวังฉีหวู่แสดงความหวั่นใจอยู่ไม่น้อย เขาคิดภายในใจ ‘พวกเขามิได้ไปรับแขกงั้นหรือ? ทำไมพวกเขากลับมาด้วยสารรูปเช่นนี้? อย่าบอกนะว่าเกิดสิ่งไม่ดีขึ้นอีกแล้ว?’

เมื่อคิดเช่นนั้น หวังฉีหวู่รีบถามออกไปทันที “พวกเขาอยู่ที่ใด? ทำไมเจ้าจึงกลับมาเพียงผู้เดียว?”

“ศิษย์พี่ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! เมื่อข้าได้พาราชวงศ์ทั้งสามขึ้นมาบนภูเขา มีแสงสีทองซุ่มโจมตีเรา! บิดาแห่งจักรพรรดิและเหล่าราชวงศ์ถูกหั่นออกเป็นชิ้น ๆ! เขาและผู้ติดตามทั้งหมดล้วนแต่ตายอยู่ในที่เกิดเหตุ ทั้งสี่สิบคนตายด้วยสภาพเดียวกัน!” นักบวชผู้นั้นกล่าวบอกเล่าเหตุการณ์ที่น่าสยดสยอง “โชคดีที่ข้าอยู่ห่างไกล มิเช่นนั้นคงตายตกไปตามกัน!”

 

จบบทที่ บทที่ 56: สังหารบิดาแห่งจักรพรรดิ

คัดลอกลิงก์แล้ว