เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

437 - ความสง่างามและความเกลียดชัง

437 - ความสง่างามและความเกลียดชัง

437 - ความสง่างามและความเกลียดชัง


437 - ความสง่างามและความเกลียดชัง

เอี้ยนลี่เฉียงเป็นเพียงคนธรรมดาในชีวิตก่อนหน้านี้ เขาไม่คาดคิดว่าเมื่อมาปรากฎที่โลกใบนี้เขาจะได้เกิดในตระกูลที่มีเรื่องราวดังบทละคร และต้องแบกรับภารกิจการแก้แค้นอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้

เอี้ยนลี่เฉียงไม่เคยมีความรู้สึกที่ดีต่อชาวชาตูเลยตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาเห็นพวกมัน เอี้ยนลี่เฉียงไม่คิดว่าแท้ที่จริงแล้วตระกูลของเขาจะมีความแค้นกับชนเผ่าชาตูทั้งเจ็ดอย่างลึกล้ำ

จักรพรรดิทรงมีเหตุผลของพระองค์เองในการแต่งตั้งเอี้ยนลี่เฉียงให้เป็นแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนฉีอวิ๋น แต่ไม่คิดว่าแท้ที่จริงแล้วเอี้ยนลี่เฉียงจะเป็นทายาทอันชอบธรรมของแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนฉีอวิ๋น

ไม่มีคำอธิบายอื่นใดนอกเหนือจากเป็นเจตจำนงแห่งสวรรค์

“แล้วแม่ล่ะ? เกิดอะไรขึ้นกับนาง?” เอี้ยนลี่เฉียงถามด้วยดวงตาแดงก่ำ

“ปีศาจชาตูไม่สามารถหาตราชุ่ยอวิ๋นซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและมรดกของแม่ทัพฉีอวิ๋นได้พวกมันจึงค้นหาตาทวดของเจ้าซึ่งเคยเป็นผู้ติดตามของแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนฉีอวิ๋น

ชาวชาตูค้นหาตาทวดของเจ้าอยู่ทุกหนทุกแห่ง และตาทวดของเจ้าก็รู้เรื่องนี้ดี เมื่อตาของเจ้าโตขึ้น ตาทวดของเจ้าทิ้งแคว้นกานและจากไปเพียงลำพัง

เขามุ่งหน้าไปยังแคว้นหลันและอาศัยอยู่อย่างสันโดษในมณฑลอู๋ซาน ที่ซึ่งเขาเปิดโรงเตี๊ยมเล็กๆแห่งหนึ่งและไม่เคยติดต่อกับเราเลย

ตาและแม่ของเจ้าจะไปเยี่ยมเขาทุกๆหนึ่งหรือสองปี หลังจากที่เจ้าเกิด แม่ของเจ้าคิดว่าเจ้าตาทวดของเจ้าแก่เกินไปและนางกลัวว่าตาทวดของเจ้าจะไม่ได้พบเจ้าดังนั้นพวกเราจึงไปเยี่ยมตาทวดของเจ้าที่แคว้นหลัน”

เมื่อพูดถึงจุดนี้ ความปวดร้าวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเอี้ยนเต๋อชาง

“ข้าไม่คิดว่าชาวชาตูจะได้พบปู่ทวดของเจ้าเมื่อข้าพาแม่ของเจ้าและเจ้าไปที่มณฑลอู๋ซานในแคว้นหลัน หลังจากการสู้รบที่ดุเดือดปู่ทวดของเจ้าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

แม้ว่าเขาจะสามารถฆ่าผู้บุกรุกชาตูได้ทั้งหมด แต่แม่ของเจ้าก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะพยายามปกป้องเจ้า แม้ว่าข้าจะได้รับบาดเจ็บเช่นกันแต่ข้าก็มีร่างกายที่แข็งแรงและสามารถพาพวกเจ้าหนีออกมาที่มณฑลเทียนสุ่ยได้สำเร็จ

แต่แม่ของเจ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสที่อวัยวะภายใน อาการบาดเจ็บรุนแรงมากจนไม่มียาใดรักษานางได้ ไม่กี่วันหลังจากที่เรากลับมาถึงบ้าน… นาง… นาง… ทิ้งเราไป…”

เมื่อถึงเวลาที่เขาพูดจนจบ น้ำตาก็ไหลลงมาบนใบหน้าของเอี้ยนเต๋อชางถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่แข็งแกร่งแค่ไหนก็ตาม

เอี้ยนลี่เฉียงก็เช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแล้วกล่าวว่า

“ตาทวดของข้าจากไปเมื่อหลายปีก่อนและซ่อนตัวตนของเขาไว้ ชาวชาตูเหล่านั้นติดตามเขาไปจนถึงที่ซ่อนของเขาในแคว้น หลันได้อย่างไร”

“ในบรรดาชนชาติชาตูที่ปรากฏตัวต่อหน้าเราในวันนั้น หนึ่งในนั้นคือชายชาวฮั่น ดูเหมือนว่าเขาจะคุ้นเคยกับเจ้าตาทวดของเจ้าเพราะเคยเป็นผู้ติดตามแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนแีอวิ๋นเช่นกัน

ไม่มีใครรู้ว่าเขาทรยศเข้าร่วมกับชาวชาตูตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเป็นคนที่นำพวกโจรไปค้นหาตาทวดของเจ้าและระบุตัวเขา ชาวชาตูเหล่านั้นปลอมตัวเป็นคาราวานพ่อค้า แต่จริงๆแล้วพวกเขาเป็นหน่วยค้นหาที่ชนเผ่าชาตูทั้งเจ็ดส่งมาเพื่อค้นหาตาทวดของเจ้า

พวกเขากวาดล้างหลายแคว้นในภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือมาหลายปี เมื่อชายผู้นั้นจำตาทวดของเจ้าได้แล้วตะโกนเรียกชื่อตาทวดของเจ้าออกมา ตาทวดของเจ้าก็บดขยี้ศีรษะของเขาจนตายอยู่ที่โรงเรียนนั้น…”

“ลุงเฉียนรู้เรื่องนี้หรือไม่”

“ข้าก็รู้เรื่องนี้หลังจากที่แต่งงานกับแม่เจ้า ดังนั้นเสี่ยวเฉียนจึงไม่รู้อะไรเลยจนถึงตอนนี้!” เอี้ยนเต๋อฉางส่ายหัวและเช็ดน้ำตา พยายามสงบอารมณ์

“ตาของเจ้ากำลังฝึกฝนวิชาที่ทรงพลังในตอนนั้น แต่เขากลับถูกธาตุไฟเข้าแทรก แม่ของเจ้ากลัวว่าเจ้าจะเดินไปตามทางของเขา นางจึงเผาตำรานั้นทันทีที่เจ้าเกิด

นางไม่ได้ต้องการให้เจ้าเป็นแม่ทัพฉีอวิ๋นนางเพียงต้องการให้เจ้าปลอดภัยและเติบโตขึ้นมาเป็นคนธรรมดาเท่านั้น

ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วสวรรค์ยังคงให้เจ้ากลับมาในฐานะแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนฉีอวิ๋นหลังการเดินทางไปยังเมืองหลวง นี่คงเป็นโชคชะตาจริงๆ

ข้าเป็นเพียงช่างตีเหล็ก ข้าไม่สามารถค้นหาศิลปะการต่อสู้อันยิ่งใหญ่มาให้เจ้าคุณฝนได้ สิ่งที่ข้าทำได้มีเพียงเคี่ยวเข็ญให้เจ้าฝึกฝนเพื่อสักวันหนึ่งเจ้าจะสามารถล้างแค้นสุนัขชาตูให้แม่ของเจ้าได้!”

เมื่อพูดจบเอี้ยนเต๋อชางก็มอบตราชุ่ยอวิ๋นให้กับเอี้ยนลี่เฉียง

ตราชุ่ยอวิ๋นเย็นหนักและแข็ง เอี้ยนลี่เฉียงถือมันไว้ในมือของเขา แววตาเยือกเย็นเยือกเย็นกองเขาฉายแววความอาฆาตออกมาโดยไม่ปิดบัง

“วางใจเถอะท่านพ่อ! ข้าสาบานว่าจะทำลายล้างชนเผ่าชาตูทั้งเจ็ดของให้ได้ภายในสี่ปีนี้!”

เอี้ยนลี่เฉียงจับตราชุ่ยอวิ๋นไว้แน่นในมือขณะที่เขาพูดด้วยเจตนาฆ่าอย่างแรง

“ชนเผ่าชาตูทั้งเจ็ดนั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้าย พวกมันเป็นเหมือนสุนัขที่เราเลี้ยงไว้แต่กลับแว้งกัดพวกเรา ข้าจะต้องกำจัด เผ่าพันธุ์ที่ไร้ยางอายพวกนี้ให้หมดสิ้นจากแผ่นดิน!”

“ข้าจะสนับสนุนในทุกสิ่งที่เจ้าทำ!”

เอี้ยนเต๋อชางตบไหล่เอี้ยนลี่เฉียงอย่างหนัก

“ในตอนนั้น ข้าคิดเสมอว่าจะกลับไปอยู่เคียงข้างแม่ของเจ้าเมื่อเจ้าโตขึ้น อย่างไรก็ตามข้าได้ตัดสินใจที่จะดำเนินชีวิตต่อจากนี้ไป ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลือของข้าเพื่อดูว่าลูกชายของข้าจะให้ฟื้นฟูเกียรติแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนฉีอวิ๋นได้อย่างไร!”

……

ในวันสุดท้ายเอี้ยนลี่เฉียงอยู่บ้านและปฏิเสธที่จะต้อนรับแขกเพื่อที่เขาจะได้จัดการทุกอย่างเกี่ยวกับการขยายตัวของเมืองหลิวเหอ

เอี้ยนลี่เฉียงได้จัดสรรลานภายในบ้านตระกูลเอี้ยนเป็นพิเศษสำหรับพ่อบ้านลู่เพื่อใช้เป็น 'สำนักงานใหญ่ในการก่อสร้าง' จากนั้นเขาก็หยิบตั๋วเงินที่มีมูลค่าสี่ถึงห้าแสนตำลึงมามอบให้เอี้ยนเต๋อชางและปล่อยให้เขารับผิดชอบด้านการเงิน

สุดท้ายนี้เขายังมอบ 'คำพูดสร้างแรงบันดาลใจ' ให้กับพ่อบ้านลู่ และคนอื่นๆอีกด้วย ในวันที่สามของการกลับมาเอี้ยนลี่เฉียง ออกจากมณฑลชิงไห่ด้วยม้าแรดของเขาและขี่ตรงไปยังย่านโรงตีเหล็กในมณฑลหวงหลง...

คราวนี้เขาพาหูไห่เหอมาที่มณฑลหวงหลงด้วย เพราะหยูชิงยังเด็กเกินไปและเป็นเด็กผู้หญิง ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะไม่พานางมาด้วย

เนื่องจากหยูชิงมีความสนใจในศิลปะการต่อสู้ เอี้ยนลี่เฉียงจึงใช้เวลาว่างก่อนที่จะออกจากมณฑลชิงไห่เพื่อสอนหยูชิงในเรื่องวิชาตัวเบารวมทั้งวิชากระบี่ที่เขาได้รับมาจากนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์

เขายังสอนวิชาเดินลมปราณพื้นฐานบางอย่างให้กับนางเพื่อให้นางสามารถสร้างรากฐานในอนาคต ดังนั้นหยูชิงจะสามารถป้องกันตัวเองได้อย่างแน่นอน…

จบบทที่ 437 - ความสง่างามและความเกลียดชัง

คัดลอกลิงก์แล้ว