เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

413 - ปฏิกิริยาลูกโซ่

413 - ปฏิกิริยาลูกโซ่

413 - ปฏิกิริยาลูกโซ่


413 - ปฏิกิริยาลูกโซ่

ไม่กี่นาทีต่อมาเสียงร้องของหลิวกงกงก็ดังขึ้นในห้องของเอี้ยนลี่เฉียง

“หลินชิงเทียนทำไมเจ้าถึงไร้ยางอายขนาดนี้ ในฐานะอัครมหาเสนาบดีไม่คิดว่าเจ้าจะใช้อุบายที่น่ารังเกียจเช่นนี้ได้!

คอยดูเถอะข้าจะแสดงให้โลกเห็นว่าเจ้าไร้ยางอายแค่ไหน! เด็กๆเตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงของจักรวรรดิ…!”

ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ทหารทั้งหมดที่ประจำการอยู่ในคฤหาสน์กวางต่างก็สวมเกราะเต็มตัวและถือคบเพลิงที่ลุกไหม้อยู่บนม้าแรด

พวกเขาขี่ม้าไปตามทางหลวงในตอนกลางคืนและรีบไปที่เมืองหลวงของจักรวรรดิด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ในฐานะที่เป็นหัวใจของอาณาจักรฮั่น มิหนำซ้ำยังเป็นที่พำนักของจักรพรรดิ การรักษาความปลอดภัยและการป้องกันในเมืองหลวงจึงมีมากกว่าเมืองชั้นนอกอย่างเทียบกันไม่ติด

เมื่อสังเกตเห็นกองทหารที่กำลังเข้ามาใกล้เมืองหลวงอย่างเคร่งเครียด ทั้งค่ายหลักและแนวป้องกันที่ตั้งอยู่รอบเมืองต่างตื่นตระหนก

ในทางกลับกันสิ่งนี้ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่หลายชุด

ข้าราชบริพารของราชสำนักในเมืองถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล…

……….

“เมื่อคืนนี้นี่ขุนนางในราชสำนักเกือบจะถูกลอบสังหารตอนที่พักอยู่ในคฤหาสน์กวางนี่เป็นความอุกอาจถึงเพียงไหน หลิวเถาผู้จัดการของคฤหาสน์กวางได้ส่งกองกำลังคุ้มกันผู้บาดเจ็บมายังเมืองหลวงเพื่อรับการรักษาฉุกเฉิน

ที่เขาทำเช่นนี้ก็เพราะเผื่อในกรณีที่พวกเขาอาจพบนักฆ่าคนอื่นๆระหว่างทาง นี่ก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี ความผิดร้ายแรงของเขาอยู่ที่ไหน”

จักรพรรดิประทับบนบัลลังก์ในขณะที่เขาตรวจดูขุนนางใหญ่ในราชสำนักพร้อมกับตะวาดออกมาด้วยเสียงอันดัง

“แม้แต่แมลงและสัตว์ก็มีความเห็นอกเห็นใจต่อเผ่าพันธุ์ของตัวเอง เมื่อเห็นเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งของเจ้าเกือบตายจากการพยายามลอบสังหาร

พวกเจ้าไม่มีใครคิดแม้แต่จะติดตามนักฆ่าเพื่อสอบสวนเรื่องนี้พวกเจ้าคิดจะทำให้อาณาจักรฮั่นขายหน้าไปถึงไหน

ในทางกลับกัน เหยื่อกลับถูกตำหนิว่าเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายในช่วงที่พวกเจ้ากำลังนอนหลับ พวกเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นเช่นไร?

ถ้าวันหนึ่งเจ้าเจอสิ่งเดียวกัน เจ้ายังต้องการความช่วยเหลือจากคนอื่นหรือไม่ หรือเจ้าต้องการถูกหมางเมินและปล่อยให้คนที่เจ้ารักตายอยู่ตามลำพัง?

บรรดาผู้ที่ประสงค์ให้หลิวเถาได้รับโทษเมื่อสักครู่นี้ให้ก้าวเท้าออกมาด้านหน้า ข้าจะขอดูหน่อยว่าหน้าตาของพวกเจ้าเป็นเช่นไร เดี๋ยวนี้?"

สองคำสุดท้ายของจักรพรรดิดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่ราวกับฟ้าร้อง เสนาบดีสองคนที่แสดงความคิดเห็นเมื่อสักครู่ตอนนี้ก็หน้าซีดทันทีและอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน

ในเวลาเช่นนี้แน่นอนว่าย่อมไม่มีใครกล้าก้าวไปข้างหน้า ถ้าใครทำก็เท่ากับยอมรับว่าตัวเองต่ำช้ายิ่งกว่าเดรัจฉาน

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังอาจต้องเผชิญกับความพิโรธของจักรพรรดิและได้รับความอัปยศอดสูจนทำลายชื่อเสียงของตัวเองอย่างไม่อาจเพิกถอนได้

ความโกลาหลเมื่อคืนนี้รุนแรงมากจนทำให้ทั้งเมืองหลวงของจักรวรรดิตื่นตระหนก ถึงตอนนี้ข่าวลือต่างๆได้แพร่กระจายไป ทำให้มีการเรียกประชุมขุนนางใหญ่ในวันนี้

ในเวลานี้มีเสนาบดีหลายคนในราชสำนักกำลังจ้องมองไปที่หลินชิงเทียนซึ่งก้มศีรษะอยู่ เขาเงียบและไม่ขยับเขยื้อนราวกับว่าเขากำลังหลับสนิท

จักรพรรดิได้มองไปทั่วท้องพระโรง สายตาของเขาเปลี่ยนจากใบหน้าของอัครเสนาบดีหลินชิงเทียนไปที่ใบหน้าของกู่ชุนยี่เสนาบดีกรมอาญา

“กู่ชุนยี่…”

“กระหม่อมอยู่!”

เมื่อได้ยินชื่อของเขาถูกเรียกออกมากู่ชุนยี่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องก้าวไปข้างหน้า

“มือสังหารเป็นใคร” จักรพรรดิมองดูกู่ชุนยี่ด้วยสายตาที่เร่าร้อน

กู่ชุนยี่หวังว่าไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ในเวลาเดียวกันเขาก็รู้ดีว่าทำไมจักรพรรดิจึงเรียกเขาออกไปซักถาม

คนส่วนใหญ่ในท้องพระโรงรู้จักตัวตนของผู้ลอบสังหารอยู่แล้วไม่ต้องพูดถึงกู่ชุนยี่ ในส่วนของจักรพรรดิก็รู้เรื่องนี้เช่นกัน

ต่อให้เขามีความกล้าหาญอีกสิบเท่าเขาก็ไม่กล้าที่จะโยนตัวเองเข้าไปในกองไฟด้วยการหลอกลวงจักรพรรดิและคนอื่นๆในราชสำนักในเวลาเช่นนี้

หลังจากกวาดสายตาไปที่หลินชิงเทียนแล้วกู่ชุนยี่ก็รวบรวมความกล้าหาญของเขาและตอบว่า

“กระหม่อมระบุตัวตนของผู้ลอบสังหารได้แล้ว ชื่อของเขาคือหลิวจิงเฟิง!”

รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจักรพรรดิในขณะที่เขายังคงตั้งคำถามต่อไป

“อย่างนั้นหรือ? ข้าสงสัยว่าใครคือหลิวจิงเฟิงคนนี้ เขามีผู้สมรู้ร่วมคิดหรือไม่?”

กู่ชุนยี่กลืนน้ำลายและไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องดำเนินการต่อ

“หลิวจิงเฟิงคือ… ผู้คุ้มกันส่วนบุคคลที่อยู่ภายใต้สังขละเสนาบดีกรมสงคราม ตำแหน่งของเขาคือ… ผู้บัญชาการเฟ่ยหยาง!”

“เสนาบดีกู่ดูเหมือนลังเลที่จะพูด มีบางอย่างที่เจ้าไม่สามารถแบ่งปันได้หรือไม่? ถ้าหลิวจิงเฟิงเป็นผู้คุ้มกันแล้วใครล่ะที่มอบหมายหน้าที่นี้ให้เขา? เจ้าต้องการให้เราสอบถามเองหรือไม่”

ภายใต้การจ้องมองของจักรพรรดิ กู่ชุนยี่รู้สึกเสียวสันหลังวาบและเหงื่อก็ไหลออกมาจนแทบจะเปียกชุ่มชุดขุนนางชั้นสองลายไก่ฟ้าของเขาแล้ว

“หลิวจิงเฟิง… เป็นผู้คุ้มกันส่วนตัวของหลินเจ๋อ!”

คำตอบนี้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ร่างกายของกู่ชุนยี่เปียกชุ่มและหนาวสั่นด้วยความหวาดกลัว

“ใครคือหลินเจ๋อ? ในเมืองหลวงของจักรวรรดิ มีเพียงผู้คุ้มกันส่วนบุคคลของขุนนางในระดับที่สูงกว่าชั้นสามเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้รับยศทหาร

เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งหมดที่อยู่เหนือระดับสามอยู่ในห้องโถงนี้ ทั้งสิ้นทำไมเราไม่รู้จักชื่อหลินเจ๋อ?” จักรพรรดิถามอย่างเย็นชา

“นี่… กระหม่อม...กระหม่อมก็ไม่ทราบเช่นกัน!”

ไม่ใช่ว่ากู่ชุนยี่ไม่รู้แต่เขาไม่กล้าพูด นั่นเป็นเพราะหลินเจ๋อเป็นหลานชายของหลินชิงเทียน เมื่อหลินเจ๋อยังอยู่ในเมืองหลวงของจักรวรรดิเขาเป็นเด็กที่รู้จักกันดีในหมู่ขุนนางชั้นสูง

เขาก่อปัญหาและรังแกผู้คนมากมาย ตามกฎหมายของราชสำนัก มีเพียงผู้คุ้มกันส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สูงกว่าระดับที่สามเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้รับยศทหาร

แม้ว่าหลินเจ๋อจะไม่ใช่เจ้าหน้าที่ แต่การได้แม่ทัพเฟ่ยหยางเป็นผู้คุ้มกันของเขาก็ไม่เป็นปัญหาอะไร ตราบใดที่เขาขอก็จะมีคนมากมายเต็มใจที่จะประจบประแจงเขา

หากจะต้องสอบสวนเรื่องนี้ การกระทำดังกล่าวได้ละเมิดกฎหมายของราชสำนักอย่างร้ายแรงและมีโทษถึงขั้นประหารชีวิตอย่างไม่อาจละเว้น

ในเมืองหลวงมีเพียงสองคนเท่านั้นที่สามารถอนุญาตให้องครักษ์หรือผู้ติดตามขุนนางมียศทางทหารได้ นั่นคือผู้บัญชาการหน่วยทหารม้าของจักรวรรดิและเจ้ากรมสงคราม

ผู้คุ้มกันส่วนตัวของเสนาบดีที่รับใช้จักรพรรดิส่วนใหญ่มาจากหน่วยทหารม้าของจักรพรรดิ ในขณะที่ผู้คุ้มกันส่วนตัวของเสนาบดีที่รับใช้อัครมหาเสนาบดีส่วนใหญ่มาจากกรมสงคราม

สายตาของจักรพรรดิเปลี่ยนจากใบหน้าของกู่ชุนยี่เป็นเสนาบดีกรมสงครามที่ยืนอยู่ เขาชี้นิ้วไปที่เสนาบดีคนนั้นแล้วกล่าวว่า

“อู๋เวิ่นถังทำไมเจ้าไม่พูดอะไรเลย? หลิวจิงเฟิงอยู่ภายใต้กรมสงคราม ดังนั้นยศทหารของเขาจึงได้รับการแต่งตั้งจากกรมสงคราม ความหมายของสิ่งนี้คืออะไร?

ตั้งแต่เมื่อใดที่กรมสงครามสามารถอนุญาตให้มอบยศทหารให้กับใครก็ตามที่พวกเจ้าพอใจโดยไม่คำนึงถึงกฎหมายของจักรวรรดิฮั่นอันยิ่งใหญ่?

ไม่เพียงเท่านั้นแต่ยังมอบให้แก่คนทรยศที่พยายามลอบสังหารขุนนางของราชสำนัก

การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้กรมสงครามอับอายและทำให้ประชาชนของเราผิดหวัง ในฐานะเสนาบดีกรมการสงครามเจ้าทำงานอย่างไร”

ยิ่งพูดน้ำเสียงของจักรพรรดิยิ่งเต็มไปด้วยความคุ้มคลั่ง

“กระหม่อม….กระหม่อมจะต้องจะต้องค้นหาความจริงเรื่องนี้อย่างแน่นอน…!”

เสนาบดีกรมสงครามเป็นชายสูงอายุที่มีผมและเคราเปลี่ยนเป็นสีเทาหมดแล้ว ในเวลานี้เหงื่อเย็นไหลท่วมไปทั่วศีรษะของเขา

การแสดงออกของจักรพรรดิสงบลงในทันทีขณะที่เขามองไปที่เสนาบดีว่าการกรมสงครามอย่างเย็นชา

“หากปราศจากตราประทับและความยินยอมจากเจ้า คนทรยศเช่นนี้จะกลายเป็นผู้บัญชาการเฟ่ยหยางในกรมสงครามได้อย่างไร?

กรมสงครามควรได้รับการสอบสวน และการสอบสวนจะเริ่มต้นที่ตัวเจ้าก่อน! ทหาร! จับตัวอู๋เวิ่นถังที่ไร้ความสามารถไปขังไว้เพื่อรอการสอบสวน…!”

ทันทีที่จักรพรรดิออกคำสั่ง ทหารองครักษ์ที่ยืนประจำการอยู่ด้านหน้าท้องพระโรงก็รีบออกมาจับเสนาบดีว่าการกรมสงครามและมัดเขาไว้ทันที

องครักษ์หลวงสองคนถือเข็มเงินสองสามอันซึ่งยาวประมาณครึ่งจ้างปักลงไปบนร่างกายของอู๋เวิ่นถังเพื่อปิดผนึกการฝึกฝนของเขา

ผิวหน้าของอู๋เวิ่นถังหมองคล้ำ เขากัดริมฝีปากและมองไปที่จักรพรรดิและอัครมหาเสนาบดีหลินชิงเทียนก่อนที่เขาจะถูกทหารควบคุมตัวไปโดยไม่ต่อต้าน

“โจวอู๋หลง!”

“กระหม่อมอยู่!”

ท่ามกลางแถวของแม่ทัพ แม่ทัพเฒ่าที่สวมชุดเกราะเต็มยศก้าวออกมาข้างหน้าและประสานมือให้กับจักรพรรดิ

“จากนี้ไป เราจะแต่งตั้งเจ้าเป็นเสนาบดีกรมสงครามคนใหม่ อย่าทำให้ข้าผิดหวังอีก!”

“กระหม่อมรับราชโองการ ขอบพระทัยฝ่าบาท!”

แม่ทัพเฒ่าสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเดินกลับเข้าแถว

“กู่ชุนยี่จับกุมหลินเจ๋อทันทีและนำตัวเขาไปสู่กระบวนการยุติธรรม! ค้นหาว่าการพยายามลอบสังหารของหลิวจิงเฟิงเป็นไปตามคำสั่งหรือไม่!”

“รับด้วยเกล้า…!”

กู่ชุนยี่ก้มศีรษะลงและมองที่เท้าของตัวเอง หลังจากตอบรับคำสั่ง เขากลับมายืนในตำแหน่งตัวเองอย่างขมขื่นพร้อมกับสาปแช่งบรรพบุรุษของหลินเจ๋อสิบแปดรุ่นอย่างลับๆ

ครั้งล่าสุดเขาก็เกือบพบกับปัญหาใหญ่จากหลินเจ๋อ นั่นก็เป็นปัญหาที่ทำให้เขาปวดหัวเป็นเวลานานแล้ว เขาไม่คิดว่าเพียงไม่ถึงเดือนหลินเจ๋อก็สร้างปัญหาใหญ่ให้เขาอีกครั้ง

“ท่านเสนาบดีใหญ่ตอนนี้เอี้ยนลี่เฉียงได้รับบาดเจ็บสาหัส เรื่องการประลองยิงธนูท่านคิดว่าจะทำอย่างไร?” จักรพรรดิถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หลินชิงเทียนกัดฟันกรอดพร้อมกับประสานมือให้จักรพรรดิแล้วกล่าวว่า

“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่าเรื่องนี้คงต้องยกเลิกไปเท่านั้น!”

จบบทที่ 413 - ปฏิกิริยาลูกโซ่

คัดลอกลิงก์แล้ว