- หน้าแรก
- ระบบปั้นราชันย์มนุษย์ กำเนิดใหม่ในโลกเจือเทียน
- บทที่ 6 - ศึกชิงอาวุธบรรพชน
บทที่ 6 - ศึกชิงอาวุธบรรพชน
บทที่ 6 - ศึกชิงอาวุธบรรพชน
บทที่ 6 - ศึกชิงอาวุธบรรพชน
◉◉◉◉◉
เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า เจียงเฉินก็เร่งความเร็วขึ้นไปอีก เขาถึงขั้นล้วงเอายันต์ก้าวพริบตาออกมาจากแขนเสื้อ แล้วแปะลงบนร่าง ทำให้ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
นี่คือสิ่งที่เขาเตรียมไว้เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
ยังดีที่ตอนเขาไปถึงยอดเขาอวี้หวง โลงศพมังกรเก้าตัวยังไม่ได้ออกเดินทางอย่างเป็นทางการ เขายังไม่กล้าเข้าไปใกล้ เพราะกลัวจะโดนกลิ่นอายตอนที่เส้นทางโบราณแห่งดวงดาวเปิดออกบดขยี้จนตาย
จากตรงนี้เขาสามารถมองเห็นโลงศพมังกรเก้าตัวได้อย่างชัดเจน แต่ไม่ได้รับผลกระทบ เจียงเฉินกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบว่ามีคนมาถึงก่อนหน้านี้แล้วจริงๆ
คนพวกนั้นก็เห็นเจียงเฉินเช่นกัน พวกเขาเห็นเขาแทบจะบินขึ้นมา แววตาจึงฉายความหวาดระแวงวูบหนึ่ง
ความจริงแล้วเป็นเพราะเจียงเฉินใช้ความเร็วสูงมาก และยืมแรงส่งตัวกลางอากาศ เลยดูเหมือนบินได้ ถ้าอยากจะบินได้จริงๆ บนโลกนี้คงต้องฝึกให้ถึงขอบเขตตำหนักเต๋าก่อนกระมัง
แต่เขาก็ไม่ได้อธิบายอะไร ได้แต่มองยอดเขาอวี้หวงที่กำลังเปล่งแสงห้าสีเงียบๆ
อักษรโบราณนับพันตัวเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง อักษรที่ส่องแสงสีทองเริ่มเรียงตัวกันใหม่ ราวกับทำตามกฎเกณฑ์โบราณบางอย่าง จนกระทั่งก่อตัวเป็นรูปยันต์แปดทิศสีทองลอยอยู่เหนือยอดเขาอวี้หวงอย่างช้าๆ
ยันต์แปดทิศส่องแสงสีทองเจิดจ้า เหมือนแผนภาพสวรรค์ขนาดมหึมา และก็เหมือนประตูสีทองบานยักษ์
บนนั้นเต็มไปด้วยประกายแสงสีทองและแวววาวดั่งเหล็กกล้าที่ผ่านการหลอมมานับร้อยครั้ง แผ่กลิ่นอายลึกลับและเก่าแก่ออกมา
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวทำให้เจียงเฉินที่อยู่ห่างออกมาไกลยังอดไม่ได้ที่จะต้องก้มตัวลง มันทรงพลังเกินไป ราวกับกำลังเผชิญหน้ากับราชรถของจักรพรรดิโบราณ ที่ปุถุชนจำต้องก้มกราบต้อนรับ
ขนาดเจียงเฉินยังเป็นแบบนี้ พวกที่อยู่ใกล้กว่าย่อมมีสภาพดูไม่จืด แต่ละคนหมอบราบไปกับพื้นเหมือนสุนัขตาย เลือดสดๆ ย้อมพื้นดินจนแดงฉาน ราวกับเครื่องเซ่นสังเวยก่อนที่โลงศพมังกรเก้าตัวจะออกเดินทาง
ทิศทั้งแปดของยันต์แปดทิศยักษ์สว่างวาบและดับลงทีละทิศ จากนั้นปลาหยินหยางตรงใจกลางก็ค่อยๆ เปิดออก กลิ่นอายอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ไพศาลม้วนตัวลงมา
เจียงเฉินเหมือนได้เห็นเส้นทางโบราณแห่งดวงดาว ดวงดาวนับไม่ถ้วนระยิบระยับ เรียงตัวกันเพื่อชี้ทางให้โลงศพมังกรเก้าตัวในทะเลดวงดาว
ซากมังกรเก้าตัวค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า พาโลงศพสัมฤทธิ์ยักษ์เข้าสู่เส้นทางโบราณแห่งดวงดาว พาพวกเย่ฝานก้าวเข้าสู่การเดินทางในทะเลดวงดาว
การไปครั้งนี้คือวิถีแห่งเซียน หากได้หวนกลับมาก็คงยังเป็นหนุ่มน้อยดังเดิม
ครืน
เสียงคำรามกึกก้อง ยันต์แปดทิศบนท้องฟ้าค่อยๆ สลายไป กลิ่นอายเวิ้งว้างค่อยๆ ลอยไปรอบทิศ แสงห้าสีก็หายไปในพริบตา
โลงศพมังกรเก้าตัวจากไปแล้ว การแย่งชิงบนยอดเขาอวี้หวงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
สายลมพัดผ่าน หอบเอาเถ้าถ่านใต้รอยแยกของยอดเขาอวี้หวงให้ฟุ้งกระจายไปทั่ว บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าขนลุก
ตามหลักแล้วทุกคนรีบร้อนขึ้นมาก็เพื่ออาวุธบรรพชนและวิชาไหมฟ้าที่นี่ แต่พอโลงศพมังกรเก้าตัวไปแล้ว พวกเขากลับนิ่งเงียบ
เจียงเฉินก็เช่นกัน เขารอให้มีคนเริ่มลงมือก่อน คนที่ลงมือเป็นคนแรกย่อมตกเป็นเป้าโจมตีอย่างแน่นอน นี่เป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลย
เจียงเฉินไม่มีพลังมากพอจะกดข่มทุกคนได้ เขาจึงไม่อยากทำตัวเด่นเป็นเป้านิ่ง
รอไม่นาน แค่นาทีสองนาที ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว
"ฮึ ขืนรอต่อไปพวกสำนักเต๋าหรือพวกนิกายตะวันตกคงมากันหมด พวกแกอยากตาย แต่ฉันยังไม่อยากตายเว้ย"
ชายรูปร่างผอมเกร็งแค่นเสียงเย็น แล้วพุ่งตัวลงไปยังแท่นบูชาใต้รอยแยกทันที
การกระทำของเขาเปรียบเสมือนสัญญาณที่ปลุกยอดเขาอวี้หวงที่เงียบสงัดให้ตื่นขึ้น
พริบตาเดียวแสงเทพนับไม่ถ้วนก็ส่องประกาย ต่างคนต่างแสดงอิทธิฤทธิ์ บางคนมีปีกงอกออกมาที่ด้านหลังกระพือปีกบิน บางคนใช้วิชาตัวเบากระโดดลงไป และยังมีบางคนที่เริ่มไล่ฆ่าคนรอบข้างเพื่อลดจำนวนคู่แข่ง
เจียงเฉินก็เจอคนแบบนี้เหมือนกัน แต่พอปะทะกันนิดหน่อยก็แยกย้ายกันไป ตอนนี้การชิงสมบัติสำคัญกว่า
ตูม
มีคนพุ่งไปถึงใต้รอยแยกก่อนแล้ว เกิดการต่อสู้ปะทุขึ้นทันที แสงเทพพุ่งขึ้นฟ้า ลวดลายเทพนับสิบสายพัวพันกันกลางอากาศ
พอเจียงเฉินไปถึง ก็เห็นคนสองคนกำลังสู้กันอยู่ข้างแท่นบูชา หนึ่งในนั้นคือชายร่างผอมที่ลงมือก่อน ส่วนคู่ต่อสู้ของเขาดันเป็นผู้หญิงชุดแดง
ทั้งสองคนแข็งแกร่งมาก มีลวดลายเทพคนละสิบกว่าเส้น มิน่าถึงกล้าลงมือก่อนในช่วงเวลาแบบนี้
มีคนคิดจะฉวยโอกาสพุ่งเข้าไป แต่กลับโดนทั้งสองคนที่กำลังสู้กันหันมารุมโจมตี มีไอ้หนุ่มดวงซวยคนหนึ่งโดนชายร่างผอมฟันคอขาดกระเด็น
"บ้าเอ๊ย ทุกคนรุมมันเลย มีสองคนนี้อยู่ พวกเราไม่มีทางได้ของอื่นแน่"
มีคนตะโกนบอกเพื่อน
"เอาสิ"
คำพูดของคนคนนี้ได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะออกแรงจริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยเสียงตอบรับก็ดังกระหึ่ม
ชายร่างผอมกับผู้หญิงคนนั้นหน้าเปลี่ยนสี พวกเขาเก่งก็จริง แต่ไม่มีทางสู้คนจำนวนมากขนาดนี้ได้แน่
ดังนั้นหลังจากปะทะกันอีกพักหนึ่ง ทั้งคู่ก็พุ่งไปที่แท่นบูชาเพื่อเลือกของวิเศษ
คนอื่นๆ แม้จะตะโกนเสียงดังแต่ก็ไม่ได้โง่ แท่นบูชาใหญ่ขนาดนี้ ใครจะว่างไปหาเรื่องสองคนนั้น
เจียงเฉินเคลื่อนไหวราวกับวิญญาณ แทรกตัวไปในฝูงชน บางครั้งก็ปะทะกับคนอื่นเพื่อแย่งแผ่นหยกบ้าง
แท่นบูชานั้นใหญ่มาก เส้นผ่านศูนย์กลางเกือบร้อยเมตร เพียงพอให้พวกเขาทุกคนสำรวจ
ดวงตาของเจียงเฉินวาวโรจน์ เขาเล็งไปที่ตราประทับใหญ่ชิ้นหนึ่งบนพื้น
ตราประทับนั้นเต็มไปด้วยสนิมทองแดง ดูธรรมดามาก แต่ที่นี่คือแท่นบูชาห้าสี สถานที่สักการะของบรรพชนโบราณ แถมยังเชื่อมต่อกับท้องฟ้า จะมีของธรรมดาได้ยังไง
อีกอย่างตราประทับนี้เป็นอาวุธที่มีน้อยชิ้นบนแท่นบูชา ย่อมดึงดูดให้หลายคนมาแย่งชิง คนที่อันตรายที่สุดคือชายร่างผอมคนนั้น
พอเขาเข้ามาก็โดนรุมโจมตีทันที เพราะทุกคนรู้ว่าเขาเก่งกาจ
ตูม
วิชาเต๋ามากมายถูกใช้ออกมา บางคนรวบรวมเปลวไฟในฝ่ามือ บางคนทำให้ร่างกายแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า บางคนก็เรียกกระบี่บินออกมาฆ่าคนจากระยะไกล
เจียงเฉินก็ลงมือบ้างเป็นบางครั้งในฝูงชน ไม่ทำตัวเด่น ไม่ทำตัวสะดุดตา พูดง่ายๆ คือเนียนๆ ไป (อู้งาน)
ตราประทับเปลี่ยนมือไปหลายครั้ง ตราประทับอยู่ที่ใคร เจียงเฉินก็จะไปโผล่ข้างๆ คนนั้น
สุดท้าย ตราประทับก็ไปตกอยู่ในมือของชายร่างกำยำที่อยู่ตรงขอบวง คนคนนั้นทำหน้างงๆ มองตราประทับในมือแล้วทำตัวไม่ถูกชั่วขณะ
ชายร่างผอมโดนรุมจนปลีกตัวมาไม่ได้ คนอื่นๆ จึงหันไปรุมฆ่าชายร่างกำยำแทน
"เฮ้ย อย่าสิ ฉันแค่จะมาเก็บแหวนหยกวงนี้เองนะ"
ชายร่างกำยำยิ้มแห้งๆ ชูแหวนหยกในมือให้ดู เขาตั้งใจมาเก็บแหวนวงนี้จริงๆ
แต่ไม่มีใครฟังเขา คนพวกนี้สนแค่ตราประทับ
เจียงเฉินก็อยู่ในกลุ่มคน แต่พอเขาเตรียมจะพุ่งเข้าไปฆ่าก็ต้องชะงัก ไอ้ต้าวอ้วนคนนี้มีอันตราย
อ๊าก
เสียงกรีดร้องดังขึ้นห้าหกเสียง ลวดลายเทพสิบกว่าเส้นพุ่งออกมาจากทะเลทุกข์ของชายร่างกำยำ เจาะทะลุร่างคนเหล่านั้นจนพรุน
"บอกแล้วไง ว่าฉันแค่จะมาเอาแหวนหยก พวกแกยังจะลงมืออีก"
ชายร่างกำยำเก็บลวดลายเทพกลับไป เบะปากพูด จากนั้นเขาก็มองมาที่นักพรตเพียงคนเดียวตรงหน้าเขาที่ไม่ได้หลบไปไหน
"ทำไม แกก็จะมาแย่งสมบัติของฉันเหมือนกันเหรอ"
ชายร่างกำยำถลึงตา พูดขู่ด้วยท่าทางที่ดูไม่ค่อยมั่นใจ ดูเหมือนเสือกระดาษ ถ้าไม่นับความโหดเหี้ยมเมื่อครู่นี้
"แหวนหยก หรือตราประทับ แกจะเลือกอันไหน"
เจียงเฉินยิ้มมุมปาก ชูสองนิ้วถามเจ้าอ้วนตรงหน้า
[จบแล้ว]