- หน้าแรก
- ระบบปั้นราชันย์มนุษย์ กำเนิดใหม่ในโลกเจือเทียน
- บทที่ 4 - ข่าวที่ทำให้เสียวสันหลัง
บทที่ 4 - ข่าวที่ทำให้เสียวสันหลัง
บทที่ 4 - ข่าวที่ทำให้เสียวสันหลัง
บทที่ 4 - ข่าวที่ทำให้เสียวสันหลัง
◉◉◉◉◉
เจียงเฉินไม่ได้ตื่นตระหนกกับการจู่โจมกะทันหันของชายอารมณ์ร้อน เขาหรี่ตาลง ฝ่ามือที่เปล่งแสงสีทองเปลี่ยนจากรุกเป็นรับ ขวางหน้ากริชเอาไว้
เสียงโลหะปะทะกันดังเคร้ง ชายอารมณ์ร้อนไม่คิดว่าเจียงเฉินจะรับการโจมตีของเขาด้วยมือเปล่าได้
จังหวะที่ตะลึงงัน เจียงเฉินก็เอี้ยวตัวเข้าไปประชิด
"เวลาสู้ยังกล้าเหม่อ ตายไปก็ไม่น่าสงสาร!"
ฉึก!
ฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยกลิ่นอายแหลมคมแทงทะลุลำคอของชายอารมณ์ร้อน พลังเทพสั่นสะเทือนเบาๆ เหมือนคลื่นทะเล ปัดเป่าละอองเลือดบนมือ จนฝ่ามือของเจียงเฉินกลับมาเปล่งแสงสีทองอีกครั้ง
"เจ้ารอง!"
เพื่อนของชายอารมณ์ร้อนเห็นเพื่อนตายก็ตะโกนลั่นด้วยความไม่อยากเชื่อ พวกเขาเป็นถึงผู้ฝึกตนนะ จะมาตายที่นี่ได้ยังไง
แต่เจ้านี่ก็ไม่ได้โง่ รู้ว่าสู้เจียงเฉินไม่ได้แน่ๆ ก็เลยหันหลังวิ่งหนีทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"เพื่อนตายแล้ว แกก็ไปอยู่เป็นเพื่อนมันซะสิ!"
เห็นชายคนนั้นวิ่งหนี เจียงเฉินยื่นมือไปหากริชของชายอารมณ์ร้อนที่ตกอยู่บนพื้น กริชเล่มนั้นสั่นเบาๆ แล้วค่อยๆ ลอยขึ้นมา
ราวกับมีคนเชิดใยที่มองไม่เห็น กริชหมุนควงอย่างคล่องแคล่วกลางอากาศหนึ่งรอบ ก่อนจะพุ่งตรงไปยังชายคนที่กำลังหนี
คนคนนั้นย่อมไม่ยอมนั่งรอความตาย หันกลับมาเรียกอาวุธของตัวเองออกมาปัดป้องกริชที่พุ่งเข้ามา
แต่เจียงเฉินน่าจะฝึกตนมานานกว่า พลังเทพจึงหนาแน่นกว่า สุดท้ายฉวยโอกาสที่หาได้ยาก ปาดกริชเฉือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอของอีกฝ่ายขาดสะบั้น
เขานั่งลงค้นตัวศพชายอารมณ์ร้อน แล้วไปค้นศพเพื่อนมันต่อ ได้เงินสดมาไม่กี่พันหยวน ที่เหลือไม่มีอะไรมีค่าเลย
"ถุย ไอ้ยาจก!"
เขาหยดน้ำยาละลายศพลงไปไม่กี่หยด มองดูศพสองร่างสลายไปพร้อมเสียงฉ่าๆ เจียงเฉินอดบ่นไม่ได้
บนโลกนี้ไม่เหมือนที่อื่น ฆ่าคนแล้วต้องทำลายหลักฐาน ไม่อย่างนั้นถ้ามีคนสืบเจอ จะซวยเอาได้
กลับมาที่หน้าโรงแรมเมืองจันทราเหนือสมุทร เจียงเฉินเดินมาที่รถเบนซ์ของเย่ฝาน ลูบไล้ตัวรถทรงสวยราวกับลูบไล้คนรัก ใบหน้าของเจียงเฉินปรากฏรอยยิ้มแปลกๆ
[ชื่อ: รถเบนซ์ของจักรพรรดิเย่!
ได้รับแล้วจะเพิ่มค่าโชคดีระดับหนึ่ง (มีความเกี่ยวข้องกับผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต นับว่ามีคุณค่าในการสะสมอย่างมาก)
ไม่สามารถครอบครองได้!]
ทันทีที่เจียงเฉินแตะรถ ข้อมูลชุดนี้ก็ปรากฏขึ้นในหัว สวนสนุกแห่งการต่อสู้ที่เงียบหายไปสามปีในที่สุดก็ให้คำใบ้เขา
เมื่อก่อนเขาก็เคยแอบมาแตะๆ ดูด้วยความอยากรู้ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้มีการแจ้งเตือน แสดงว่าภารกิจเข้าสู่ช่วงสุดท้ายแล้ว
ที่ขึ้นว่าไม่สามารถครอบครองได้ น่าจะเพราะเย่ฝานยังไม่ได้ขึ้นโลงศพมังกรเก้าตัวออกจากโลกไป ไม่เป็นไร เรื่องนี้แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้น
ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเอารถเบนซ์ของเย่ฝานออกไป เมื่อกี้เขาตรวจสอบดูแล้ว หน้าตายิ่งดูยิ่งมืดมน
เขาประเมินจำนวนคนจากสวนสนุกแห่งการต่อสู้ต่ำไป นอกจากหกคนนั้น กับสองคนที่เจียงเฉินเพิ่งเก็บไป ยังมีคนอื่นอีก!
เขาเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตหลุนไห่ ประสาทสัมผัสย่อมไวกว่าคนทั่วไป เขาพบเครื่องติดตามถึงสามตัวบนรถเบนซ์ แถมใต้ท้องรถยังมีระเบิดติดอยู่อีก
ไอ้เวรเอ๊ย มิน่าล่ะรถเบนซ์คันนี้ถึงกลายเป็นเป้าหมายภารกิจ ชีวิตมันช่างรันทด มีเคราะห์กรรมเยอะเหลือเกิน!
แต่เมื่อมาเจอพี่เจียงเฉินคนนี้ ทะเลทุกข์ของแกจบลงแล้ว เตรียมต้อนรับชีวิตใหม่เถอะ เจ้าเบนซ์!
หลังจากรื้อถอนปัจจัยเสี่ยงทุกอย่างบนรถออกหมดแล้ว เจียงเฉินก็ขับรถบึ่งออกจากโรงแรมเมืองจันทราเหนือสมุทรไปอย่างรวดเร็ว
ไฟท้ายสีแดงหายลับไปที่หัวมุมถนน คนกลุ่มหนึ่งที่เฝ้าจับตาดูอยู่หน้าเปลี่ยนสีทันที
"ลูกพี่ มีคนขับรถเบนซ์ไปแล้ว!"
"ลูกพี่ เบนซ์คลาดสายตาไปแล้ว!"
"ไอ้พวกสวะ!"
......
เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นในหลายที่ แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเจียงเฉิน ตอนนี้เขากำลังรับลมทะเล ฟังเพลง ขับรถกินลมชมวิวอยู่บนถนนเลียบชายหาด
หางที่ตามมาถูกเขาสลัดทิ้งไปนานแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ต้องทำคือหาสักที่จอดรถเบนซ์ไว้ แล้วก็นั่งรถกลับไปที่เขาไท่ซาน
ความจริงแล้วตอนนี้เขาไม่ต้องกลับไปก็ได้ แค่รอให้พรุ่งนี้เย็นพวกเย่ฝานนั่งโลงศพมังกรเก้าตัวออกจากโลกไป เจียงเฉินแค่นั่งอยู่ในรถให้ครบวันก็จบภารกิจแล้ว
ง่ายจะตาย ไม่มีความเสี่ยงสักนิด!
แต่เจียงเฉินทำแบบนั้นไม่ได้ การฝึกตนคือการแย่งชิงลิขิตฟ้า คุณต้องคว้าทุกโอกาสเพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
การฝึกตนเปรียบเสมือนพายเรือทวนน้ำ ไม่เดินหน้าก็มีแต่ถอยหลัง หากเจียงเฉินเลือกจะไม่ไปเขาไท่ซาน แม้จะปลอดภัย แต่เขาก็จะพลาดวาสนาครั้งใหญ่ไป
พรุ่งนี้หลังจากโลงศพมังกรเก้าตัวออกจากโลกไป บนแท่นบูชาห้าสีที่ยอดเขาอวี้หวงจะมีหยก หนังสือผ้าไหม อาวุธบรรพชนชาวจีน และสิ่งของที่บรรพชนโบราณทิ้งไว้มากมาย
ของพวกนี้อาจจะใช้กักขังผู้ยิ่งใหญ่ สังหารราชัน เติมเต็มมรดกวิชาของนิกายใหญ่ในจีนได้ เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยวาสนา โดยเฉพาะกับผู้ฝึกตนตัวจ้อยขอบเขตหลุนไห่อย่างเจียงเฉิน
ขอแค่เขาเร็วพอ หลังจากโลงศพมังกรเก้าตัวจากไป ก่อนที่พวกขุมกำลังใหญ่ๆ จะแห่กันมา โกยของแล้วรีบหนี ความเสี่ยงนี้ก็นับว่าคุ้มค่าที่จะลอง
แถมถ้าเขาจำไม่ผิด ผู้อาวุโสสูงสุดของเขาหลงหู่ที่มีอายุสองพันปีก็จะมานั่งบัญชาการที่นี่ด้วย
ถึงตอนนั้นก็น่าจะแบ่งน้ำแกงให้ศิษย์ตัวน้อยของเขาหลงหู่อย่างเขาได้ซดบ้างแหละน่า!
เพื่อวาสนาในวันพรุ่งนี้ เจียงเฉินเตรียมตัวมานานแล้ว ใช้เงินที่มีทั้งหมดซื้อยันต์มาจำนวนหนึ่ง และเชือกมัดเซียนอีกเส้น
เชือกมัดเซียนไม่ใช่ของวิเศษทรงพลังอะไร แต่เป็นของใช้แล้วทิ้งที่เอาไว้มัดศัตรู
ในเมื่อเป็นของใช้แล้วทิ้ง ก็ย่อมแสดงว่าประสิทธิภาพต้องรุนแรง ได้ยินว่าสามารถมัดผู้ฝึกตนขอบเขตน้ำพุชีวิต (หมิงเฉวียน) ได้เลยทีเดียว
ที่ซื้อของพวกนี้มา ก็เพื่อกันเหนียวไว้ก่อน
หลังจากจอดรถเบนซ์เรียบร้อย เจียงเฉินก็หาสวนสาธารณะสักแห่ง นั่งขัดสมาธิฝึกตนกลางลานกว้างไปหนึ่งคืน
พอเช้าตื่นมา พวกอาแปะอาม่ามองเขาด้วยสายตาแปลกๆ กันเป็นแถว
เขาไม่รีบร้อนไปเขาไท่ซาน ยังไงรถเมล์อวกาศสายโลงศพมังกรเก้าตัวก็มาตอนเย็น ไปเร็วก็ไปยืนมองตาปริบๆ เปล่าๆ
ดังนั้นพอตื่นเช้ามา เจียงเฉินก็ค่อยๆ เดินเอ้อระเหยจากจุดที่อยู่มุ่งหน้าไปทางเขาไท่ซาน
เขาไท่ซาน
ยิ่งใหญ่และตระการตา มองจากไกลๆ เหมือนมังกรยักษ์หมอบอยู่บนพื้นดิน เมฆหมอกปกคลุม สวยงามจนบรรยายไม่ถูก ราวกับแดนสุขาวดีบนโลกมนุษย์
พอมองใกล้ๆ เส้นทางขึ้นสู่สวรรค์ยาวสิบกว่าลี้ทอดยาวไปจนถึงยอดเขา ต่อหน้าความยิ่งใหญ่นี้ มนุษย์เราช่างเล็กจ้อยเหมือนมดปลวก เหมือนดวงดาวที่กว้างใหญ่ไพศาล
ตอนที่เจียงเฉินมาถึงเขาไท่ซาน ก็เกือบจะพลบค่ำแล้ว เขาไม่ได้ขึ้นไป แต่ยืนรอโลงศพมังกรเก้าตัวลงมาอย่างเงียบๆ
ขึ้นไปตอนนี้ นอกจากจะได้สัมผัสประสบการณ์แผ่นดินไหวแล้ว ก็ไม่ได้อะไรกลับมาหรอก
แต่ในตอนนั้นเอง เจียงเฉินสังเกตเห็นคนคนหนึ่ง เขาคือหนึ่งในหกคนที่แฝงตัวเข้าไปในกลุ่มของเย่ฝานเมื่อวาน
ตอนนี้หมอนั่นแววตาเหม่อลอย จ้องมองไปที่ตีนเขาไท่ซานอย่างคนเสียสติ
"โยม ทำไมจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไปเจอของดีอะไรเข้าหรือเปล่า!"
เจียงเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจเข้าไปถาม เมื่อวานหมอนี่ยังดีๆ อยู่เลย วันนี้กลายเป็นแบบนี้ไปซะแล้ว อย่าบอกนะว่าเกิดเรื่องอะไรที่เขาคาดไม่ถึงขึ้น
"ตาย เขาตายแล้ว!"
พอเห็นเจียงเฉิน คนคนนั้นก็ได้สติกลับมา เขาเบิกตาโพลงจ้องเจียงเฉิน รูม่านตาขยายกว้าง ปากพึมพำแต่ประโยคเดิมซ้ำๆ
"ใครตาย?"
เจียงเฉินขมวดคิ้ว ดูท่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นจริงๆ
"ฉันบอกแล้วว่าอย่าไปช่วยหลี่ฉางชิง แต่เขาไม่ฟัง วันนี้ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกมา ก็ตายซะแล้ว ก็... ก็ล้มลงไปตายเงียบๆ แบบนั้นเลย!"
คนคนนั้นมองเจียงเฉิน พูดด้วยสายตาเลื่อนลอย เขาได้รับความกระทบกระเทือนใจอย่างหนัก ดูเหมือนคนจะบ้าแหล่ไม่บ้าแหล่
แต่พอได้ยินสิ่งที่เขาพูด เจียงเฉินไหนเลยจะสนใจว่ามันบ้าหรือไม่บ้า ตอนนี้แผ่นหลังของเจียงเฉินชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น ข่าวนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
[จบแล้ว]