- หน้าแรก
- พลิกชะตาคว้าฝัน ระบบอีสปอร์ตอัจฉริยะ
- บทที่ 10 - ความภูมิใจของพ่อแม่
บทที่ 10 - ความภูมิใจของพ่อแม่
บทที่ 10 - ความภูมิใจของพ่อแม่
บทที่ 10 - ความภูมิใจของพ่อแม่
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"พวกเธอ 3 คนคือท็อป 3 ของการสอบกลางภาคครั้งนี้ ทางคณะกรรมการและผู้บริหารได้หารือกันแล้วว่าจะส่งพวกเธอเป็นตัวแทนสาขา FIFA ของสถาบันฟีนิกซ์ไปแข่งรายการลีก 8 สถาบัน"
......
ฟางหางพูดเปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมา
หลัวเสี่ยวเฟยและหยางฉู่ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นัก พวกเขารู้อยู่แล้วว่าทุกปีในช่วงปลายเดือนมีนาคมจะมีการแข่งขันลีก 8 สถาบันจัดขึ้น
มันคือการแข่งขันกระชับมิตรระหว่าง 8 สถาบันอีสปอร์ตอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่องอีสปอร์ต
นอกจากจะเป็นการโชว์ศักยภาพการเรียนการสอนของแต่ละสถาบันแล้ว ยังเป็นเวทีให้เหล่าแมวมองจากสโมสรอาชีพได้มาคัดเลือกช้างเผือกเข้าสู่ทีมอีกด้วย
ในขณะเดียวกันก็เป็นการงัดข้อกันลึกๆ ระหว่าง 8 สถาบัน เพราะในยุคที่วัยรุ่นหันมาสนใจวงการอีสปอร์ตกันอย่างล้นหลามแบบนี้
ผลงานในลีก 8 สถาบันจะกลายเป็นเกณฑ์สำคัญที่ผู้ปกครองใช้ตัดสินใจเลือกโรงเรียนให้ลูกหลาน
การสอบกลางภาคครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการคัดตัวนักกีฬาไปในตัว
แม้ FIFA จะเป็นเกมที่แข่งแบบเดี่ยว แต่ในรายการลีก 8 สถาบันจะนับคะแนนรวมเป็นประเภททีม 3 คน
มีเพียงเกาหรานคนเดียวที่รู้สึกประหลาดใจ...
เขาไม่ได้ตกใจที่ได้ไปแข่ง แต่เขาตกใจกับรางวัลของภารกิจหลักอันใหม่ต่างหาก!
มันจะเยอะเกินไปไหมเนี่ย!
ภารกิจหลัก: 【สถาบันอีสปอร์ตฟีนิกซ์】【สำเร็จ】
ภารกิจหลัก: 【ลีก 8 สถาบัน】【กำลังดำเนินอยู่】
เป้าหมายภารกิจ: นำทีมสาขา FIFA ของสถาบันอีสปอร์ตฟีนิกซ์คว้าแชมป์
รางวัลภารกิจ: 200 แต้มเวลา 50 แต้มสถานะ
บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: ไม่มี
......
แถมไม่มีบทลงโทษด้วย คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!
"รายการลีก 8 สถาบันครั้งนี้สำคัญมาก อีก 1 สัปดาห์พวกเราจะเดินทางไปสมทบกับอีก 6 สาขาที่เหลือเพื่อไปแข่งที่สถาบันอีสปอร์ตเยี่ยนจิง"
"สัปดาห์นี้พวกเธอเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้มารอที่ห้องเรียน จะมีอาจารย์พิเศษมาพาพวกเธอไปฝึกซ้อม"
"ถือซะว่าสัปดาห์นี้เป็นการเข้าค่ายเก็บตัวก็แล้วกัน"
ฟางหางแผ่รังสีความเป็นผู้นำออกมา ทำให้นักเรียนทั้ง 3 คนเข้าใจความหมายของเขาเป็นอย่างดี
รายการลีก 8 สถาบัน ถึงจะชื่อว่าลีกแต่จริงๆ แล้วแข่งแบบแพ้คัดออก
8 ทีมจับคู่ดวลกัน ใครชนะเข้ารอบ ใครแพ้ตกรอบ จนกว่าจะได้แชมป์
สถาบันฟีนิกซ์ขึ้นชื่อเรื่องเกม Glory ส่วนสาขา FIFA นั้นถือว่าอยู่ระดับกลางค่อนไปทางล่างในบรรดา 8 สถาบัน แต่ปีนี้สถานการณ์อาจเปลี่ยนไป
ทางผู้บริหารดูจะมั่นใจในฝีมือของเด็กปั้นรุ่นนี้มาก
เกาหรานและเพื่อนอีก 2 คนพยักหน้ารับทราบ ลีก 8 สถาบันถือเป็นเวทีแจ้งเกิดชั้นดี
แต่สิ่งที่ทำให้เกาหรานดีใจที่สุดคือ ในที่สุดเขาก็จะได้ทำให้พ่อแม่ภูมิใจสักที
ตอนอายุ 16 เขาไม่เคยรู้ซึ้งถึงคุณค่าของเงินทอง อาศัยแค่ความเลือดร้อนตามประสาวัยรุ่นรบเร้าให้พ่อแม่ส่งมาเรียนที่สถาบันอีสปอร์ต
ค่าเทอมปีละ 5 หมื่นหยวน สำหรับครอบครัวธรรมดามันไม่ใช่เงินน้อยๆ เลย
และความเป็นจริงในอดีตก็คือเงิน 5 หมื่นก้อนนั้นสูญเปล่า
โลกของอีสปอร์ตมันโหดร้าย คนที่จะฝ่าฟันจนเป็นมืออาชีพได้มีเพียงหยิบมือเดียว
แต่มันก็เป็นเรื่องของความสมัครใจ อย่างน้อยถ้าได้ก้าวเข้ามาในวงการนี้ ด้วยโครงสร้างของอุตสาหกรรมอีสปอร์ตในปัจจุบัน ขอแค่มีความสามารถก็ย่อมยืนหยัดอยู่ได้แน่นอน
......
พอกลับถึงหอพัก เกาหรานก็รีบโทรศัพท์หาพ่อแม่ทันที
สมัยอายุ 16 เขาอยากจะหนีออกจากบ้านไปให้ไกลที่สุด เพราะคิดว่านั่นคืออิสระเสรีที่ไม่ถูกผูกมัด
คนเราก็เป็นแบบนี้ ยิ่งโตขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองในอดีตช่างโง่เขลาและไม่รู้ความเอาเสียเลย
"ฮัลโหล"
"แม่ครับ"
"ครับ ผมสบายดี"
พอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยของแม่ จิตใจของเกาหรานก็สงบลง
แม่ของเกาหรานที่ได้รับสายจากลูกชายเป็นครั้งแรก เก็บความคิดถึงไว้ไม่อยู่
แม่ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบและเรื่องการฝึกซ้อมไม่หยุดหย่อน
ถึงแม่จะเข้าสู่วัยทองและขี้บ่นไปบ้าง แต่เกาหรานก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญเลยสักนิด เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนตลอดบทสนทนา
ตั้งแต่มาเรียนที่สถาบันฟีนิกซ์ เกาหรานจะโทรกลับบ้านแค่เดือนละครั้ง
แถมไม่เคยเป็นฝ่ายโทรไปก่อนเลย นี่เป็นครั้งแรก
"แม่ครับ อีก 2 อาทิตย์แม่รอดูผมในทีวีได้เลยนะ"
"ผมได้รับเลือกเป็นตัวแทนสถาบันไปแข่งรายการลีก 8 สถาบันครับ"
พอได้ยินข่าวดี แม่ของเกาหรานก็ดีใจจนเนื้อเต้น!
ตอนแรกพวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าลูกชายจะเอาดีด้านนี้ได้ ถึงวงการอีสปอร์ตจะกำลังมาแรง แต่คนที่จะเป็นนักแข่งอาชีพได้ต้องเป็นอัจฉริยะเท่านั้น
ที่ยอมให้ลูกมาเรียนก็เพราะเกาหรานรบเร้า บวกกับความดื้อรั้นของเด็กวัย 16
พ่อแม่คิดแค่ว่าให้ลูกได้ลองดูสักตั้งจะได้ไม่คาใจ พวกเขาเคยฟังบรรยายเกี่ยวกับสถาบันอีสปอร์ต รู้ว่าชีวิตที่นั่นลำบากและต้องซ้อมหนักทุกวัน
ต่อให้ไม่ประสบความสำเร็จ อย่างน้อยลูกก็น่าจะได้เรียนรู้บทเรียนชีวิตกลับมาบ้าง
และคงจะล้มเลิกความคิดที่จะเป็นนักแข่งไปเอง แต่ถ้าเกาหรานทำได้จริงก็ถือเป็นเรื่องดี อย่างน้อยก็มีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต
"จริงเหรอลูก จริงเหรอ"
เกาหรานพูดไปยิ้มไป หางตาเหลือบไปเห็นคนยืนอยู่ที่ประตู
ว่านเหวินซีมองเกาหรานด้วยความตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าเขาได้ยินสิ่งที่เกาหรานพูดเมื่อกี้
เสียงตบเข่าฉาดดังลอดมาจากปลายสาย พร้อมกับเสียงแม่ที่พูดอย่างอ่อนใจ
"พ่อเขาอยากคุยด้วยน่ะ เดี๋ยวแม่เปลี่ยนสายให้พ่อนะ"
"ครับ"
พอเปลี่ยนมือเป็นพ่อ น้ำเสียงของพ่อก็แฝงไปด้วยความภูมิใจที่ปิดไม่มิด!
พวกเขาศึกษาข้อมูลสถาบันมาพอสมควร รู้ว่ารายการลีก 8 สถาบันมีความหมายแค่ไหน มันคือเวทีสำหรับนักเรียนระดับหัวกะทิเท่านั้น!
"แกน่ะ ทำอะไรก็ต้องทุ่มเทให้เต็มที่ รู้ไหม"
"จะทำอะไรก็ต้องทำให้ดีที่สุด พยายามต่อไป อย่าหลงระเริง แล้วก็อย่ากดดันตัวเองมากล่ะ"
......
หลังจากรับฟังคำสั่งสอนอยู่ 10 นาที เกาหรานก็วางสาย
ว่านเหวินซีรีบถลาเข้ามา วางแก้วชานมที่เพิ่งชงเสร็จลงบนโต๊ะของเกาหราน แล้วถามเสียงดัง
"เกาหราน นายจะได้ไปแข่งลีก 8 สถาบันเหรอ"
เดิมทีเขากะจะเอาชานมมาให้เพื่อนกิน ใครจะคิดว่าจะได้ยินข่าวเด็ดขนาดนี้
"ใช่ รุ่นพี่ฟางหางเพิ่งบอกฉันเมื่อตอนบ่าย"
"เฮ้อ..."
"แต่ก็สมควรแล้วล่ะ นายเก่งขนาดนั้น ทั้งสาขาคงหาคนสู้นายได้ไม่กี่คนหรอก"
ว่านเหวินซีนั่งแปะลงกับพื้นแล้วพยักหน้ายอมรับ
ฝีมือเขาก็ไม่ได้แย่ แต่พอเจอเกาหรานทีไรก็โดนถลุงจนหมดสภาพทุกที
"ฉันเองก็ต้องเก่งขึ้นให้ได้!"
ว่านเหวินซีทำท่าทางมุ่งมั่นเหมือนพระเอกการ์ตูนญี่ปุ่น ดวงตาเป็นประกายวิบวับ
ช่วงนี้เขาซ้อมคู่กับเกาหรานบ่อยๆ เกาหรานเองก็ช่วยสอนเทคนิคให้เขาตั้งเยอะ
แต่ประโยคถัดมาของเกาหราน ทำเอาประกายไฟในตาของว่านเหวินซีดับวูบทันที
"เดี๋ยวออกไปวิ่งกับฉัน"
"หา?"
ว่านเหวินซีทำหน้าเหมือนคนอมทุกข์ทันที...
"จะไปไม่ไป"
"ไปก็ได้..."
ว่านเหวินซีกระดกชานมเข้าปากอึกใหญ่แล้วถอนหายใจเฮือก
ในวงการอีสปอร์ต พละกำลังและสมาธิถือเป็นกุญแจสำคัญที่ชี้ชะตาผลการแข่งขันได้เลย
เกาหรานศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระบบและโลกความเป็นจริงมาอย่างดี เขาพบว่าการฝึกฝนร่างกายในชีวิตจริงส่งผลต่อค่าสถานะในระบบ แต้มสถานะที่มีอยู่นั้นหายากและมีค่ามาก
คิดไปคิดมาเขาจึงตัดสินใจเก็บแต้มสถานะไว้ใช้อัปเกรดค่าพลังที่ฝึกเองได้ยาก อย่างพวกปฏิกิริยาตอบสนอง ความสัมพันธ์ของมือและตา หรือค่าการควบคุม
ส่วนเรื่องร่างกาย เขาพึ่งพาการออกกำลังกายเองได้
[จบแล้ว]