- หน้าแรก
- พลิกชะตาคว้าฝัน ระบบอีสปอร์ตอัจฉริยะ
- บทที่ 9 - หัวหน้าสาขา
บทที่ 9 - หัวหน้าสาขา
บทที่ 9 - หัวหน้าสาขา
บทที่ 9 - หัวหน้าสาขา
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
ตอนแรกหลัวเฟยก็รู้สึกว่ามันฟังดูเหลือเชื่อ แต่เขาไม่ได้ไร้สมองเหมือนเซี่ยเฟยฉือ
เขารู้ดีว่าต่อให้เกาหรานจะเสียสติแค่ไหนก็คงไม่กล้าโกหกเรื่องนี้ เพราะยังไงก็มีบันทึกการแข่งขันเป็นหลักฐาน
และก็เป็นไปตามคาด เกาหรานเหลือบตามองเซี่ยเฟยฉือที่กำลังหัวเราะร่า ก่อนจะด่าสวนกลับไปอย่างไม่เกรงใจ
"นายคิดว่าคนอื่นเขาจะสมองนิ่มเหมือนนายหรือไง"
"คิดว่าทางสถาบันเขาไม่มีบันทึกคะแนนเหรอ หรือต่อให้ไม่มี ในเกมมันก็ต้องมีประวัติการแข่งขันบันทึกไว้อยู่แล้ว"
"หรือต้องให้ฉันล็อกอินไปเปิดให้นายดูไหม พ่อเทพเซี่ยเฟยฉือ"
พับผ่าสิ เขาอดทนกับไอ้หมอนี่มานานแล้ว ก่อนหน้านี้เกาหรานคอยบอกตัวเองว่าอย่าไปถือสาคนบ้าอย่าว่าคนเมา แต่ตอนนี้มันเหลืออดจริงๆ
ในฐานะวัยรุ่นเลือดร้อนคนหนึ่ง ใครร้ายมาก็ต้องร้ายกลับ ขืนมัวแต่ยอมคนชีวิตคงอึดอัดตายชัก
เซี่ยเฟยฉือได้ยินเกาหรานด่ากราดก็ลุกพรวดขึ้นมาเตรียมจะสวนกลับ! แต่พอลองคิดดูสิ่งที่เกาหรานพูดก็มีเหตุผล...
"นี่แกด่าฉันเหรอ"
"พอได้แล้ว! จะทะเลาะกันทำไม"
หลัวเฟยรีบโบกมือห้ามทัพ เขาไม่รู้หรอกว่ารุ่นพี่หลิวซินเทาคิดอะไรอยู่ หรือมีเกณฑ์การสอบแบบไหน แต่ระดับรุ่นพี่หลิวย่อมมีเหตุผลของเขาแน่นอน
ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเห็นว่าเกาหรานฝีมือไม่เท่าไหร่ เลยลองปล่อยให้บุกดูเพื่อทดสอบเกมรุก แล้วบังเอิญเกาหรานยิงได้ 2 ลูกก็เป็นไปได้
ผลการสอบสุดท้ายก็ไม่ได้วัดกันที่สกอร์อย่างเดียวเสียหน่อย
"กลับไปนั่งที่ได้แล้ว ซ้อมกันต่อไป"
"ครับ"
เกาหรานพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ทำให้หลัวเฟยรู้สึกว่าเด็กคนนี้ดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน
ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ
......
"เกาหราน นายชนะ 2-0 จริงดิ"
พอกลับมานั่งที่ปุ๊บ ว่านเหวินซีก็รีบขยับเข้ามาถามด้วยความตื่นเต้นทันที
ไม่ว่าคู่แข่งจะออมมือหรือไม่ แต่สกอร์ 2-0 มันก็คือของจริงนะเว้ย!
"อืม รุ่นพี่เขาไม่ได้เอาจริงน่ะ โชคดีเลยยิงได้สองลูก"
เกาหรานตอบไปตามตรง นี่เขาไม่ได้ถ่อมตัวแต่เขาคิดแบบนั้นจริงๆ
ช่วงแรกคู่แข่งยังไม่กดดันมากเขาเลยอาศัยความใจเย็นยิงนำไปก่อน ส่วนลูกฟรีคิกสุดท้ายจะเรียกว่าไงดีล่ะ เป็นการผสมผสานระหว่างฝีมือกับดวงละมั้ง
"เจ๋งว่ะ!"
"สมกับเป็นนายจริงๆ พอได้ยินแบบนี้ฉันค่อยมีกำลังใจขึ้นมาหน่อย"
"งั้นฉันไปล่ะนะ! รอฟังข่าวดีจากพี่คนนี้ได้เลย!"
พอได้ยินเกาหรานพูดแบบนั้น ความกังวลในใจของว่านเหวินซีก็ลดฮวบ อย่างน้อยรุ่นพี่ก็คงไม่เล่นเอาจริงเอาจังมาก พวกเขาคงพอมีโอกาสบ้าง
ว่านเหวินซีเก็บข้าวของเดินออกจากห้องไปสอบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม แต่ตอนกลับมาหน้าตาดูอมทุกข์สุดๆ
เกาหรานเห็นสภาพเพื่อนแล้วเกือบจะหลุดขำ
"เป็นไงบ้าง ผลเป็นไง"
"2 ต่อ 0"
ว่านเหวินซีทิ้งตัวลงนั่งพลางตอบเสียงอ่อย
"นาย 0 เหรอ"
"ก็เออสิ"
"ใครบอกว่ารุ่นพี่เขาจะปล่อยวะ ฉันรู้สึกว่าทั้งเกมฉันได้บุกขึ้นไปแค่ 2 ครั้งเองมั้ง โคตรของโคตรยากเลย"
ว่านเหวินซีเปิดบันทึกการแข่งในไอดีให้ดู เกาหรานก็ขยับเข้าไปช่วยวิเคราะห์
เห็นได้ชัดว่าแรงกดดันจากรุ่นพี่นั้นมหาศาลจริงๆ แต่ฟอร์มของว่านเหวินซีก็ถือว่าใช้ได้ อย่างน้อยเกาหรานก็คิดว่าคะแนนน่าจะออกมาดีไม่มีปัญหา
......
สองวันผ่านไป การสอบกลางภาคสิ้นสุดลง ทางสถาบันประกาศวันหยุดสุดสัปดาห์สองวัน
ช่วงสองวันนี้ทางสถาบันจะทำการรวบรวมคะแนนสอบ สำหรับนักเรียนหัวกะทิ วันหยุดนี้คงเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่แสนสบาย
แต่สำหรับนักเรียนที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย สองวันนี้คงนอนไม่หลับกระสับกระส่ายแน่นอน
เกาหรานเองก็ไม่มีแผนจะออกไปเที่ยวไหน หลักๆ ก็เพราะในสถาบันนี้แทบไม่มีสาวๆ เลย
จะให้ออกไปเดินเที่ยวกับเพื่อนผู้ชายก็ดูน่าเบื่อพิลึก
อย่างน้อยในสาขา FIFA ก็ไม่มีผู้หญิงเลยสักคน เรียกได้ว่าเป็นวัดเส้าหลินขนาดย่อม
ถึงสาขาอื่นจะมีผู้หญิงบ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะแยะอะไร ทว่าก็ไม่ได้แห้งแล้งขนาดสาขา FIFA ที่ไม่มีเลยสักคนแบบนี้
เวลาสองวัน เกาหรานขลุกอยู่แต่ในระบบเพื่อฝึกฝนเทคนิค
แต้มเวลาและแต้มสถานะที่ได้มาเขาค่อยๆ ทยอยใช้ไป แต้มสถานะเน้นอัปเกรดค่าพลังที่พัฒนายากๆ อย่างพวกปฏิกิริยาตอบสนอง หรือความสัมพันธ์ระหว่างมือและตา
ส่วนแต้มเวลาก็ใช้ฝึกเทคนิคต่างๆ ของเกม FIFA
ในเมื่อมีโปรแกรมโกงติดตัวมาแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้ม เกาหรานตระหนักข้อนี้ดี
ในขณะเดียวกัน ณ ห้องพักครูสาขา FIFA ของสถาบันอีสปอร์ตฟีนิกซ์ บทสนทนาที่ทำให้หลัวเฟยต้องอ้าปากค้างก็กำลังดำเนินอยู่
......
"หลัวเฟย ห้องนายมีเด็กชื่อเกาหรานอยู่คนหนึ่ง ฝีมือไม่เลวเลยนะ ฉันดูบันทึกการแข่งของเขาแล้ว ทั้งเกมรุกและเกมรับมีความเป็นมืออาชีพมาก นายสอนได้ดีนี่"
ฟางหาง หัวหน้าสาขา FIFA กล่าวชมยิ้มๆ
ฟางหาง อดีตโปรเพลเยอร์ทีม RNG เคยไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 2 ของจีน และอันดับ 11 ของโลก ถือเป็นตำนานของวงการ FIFA คนหนึ่ง
ฟางหางเพิ่งได้รับผลคะแนนสอบและรายชื่อนักเรียนระดับท็อปที่กรรมการคัดเลือกมา เขาคุ้นเคยกับหยางฉู่และหลัวเสี่ยวเฟยจากห้อง A1 ดี สองคนนั้นคือเด็กปั้นที่มีแววรุ่งที่สุด แต่เกาหรานจากห้อง A3 นี่สิ เป็นม้านอกสายตาที่ทำให้ฟางหางประหลาดใจจริงๆ
แถมคะแนนของเกาหรานยังสูงที่สุดในบรรดานักเรียนทั้งหมดอีกด้วย
หลังจากได้ดูบันทึกการแข่งขัน ฟางหางก็เข้าใจทันทีว่าทำไมหลิวซินเทาถึงให้คะแนนเท่านี้ งานนี้พี่หลิวโดนลูบคมเข้าให้แล้ว
หลัวเฟยถึงกับพูดไม่ออก...
จะให้เขาพูดอะไรได้ จะให้บอกว่าพวกคุณเข้าใจผิดหรือเปล่า
หรือจะให้บอกว่าความจริงแล้วเกาหรานมันกากมาก...
"หลัวเฟย?"
ฟางหางเห็นหลัวเฟยยืนนิ่งเป็นหุ่นก็เลยส่งเสียงเรียก
"ครับ?"
"อ๋อ ผมก็แค่สอนสิ่งที่ควรสอนครับ ที่เหลือก็เป็นความพยายามของเด็กเอง"
ตอนนี้ในหัวของหลัวเฟยตีกันยุ่งไปหมด เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าปกติเกาหรานแกล้งกากเพื่อซ่อนเขี้ยวเล็บ รอเวลาที่จะฉายแสงในวันนี้ใช่ไหม ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ!
"อืม เอาเถอะ เดี๋ยวไปตามเขามาพบฉันหน่อย"
"พอดีมีเรื่องจะคุยด้วย"
"ไปสิ"
หลัวเฟยพอจะเดาได้ว่าฟางหางจะคุยเรื่องอะไร เพียงแต่เรื่องราวทั้งหมดมันดูแฟนตาซีเกินไปหน่อย
เขาทำหน้าไม่ถูกจริงๆ เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้
......
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เกาหรานเคาะประตูห้องพักครูหัวหน้าสาขา เมื่อกี้เขากำลังนอนกลางวันอยู่ดีๆ ก็โดนปลุก
หลัวเฟยโทรมาบอกให้เขามาที่ห้องพักครูสาขา แต่ไม่ได้บอกว่าเรื่องอะไร
แค่น้ำเสียงของอาจารย์หลัวเฟยฟังดูแปลกๆ ชอบกล แต่เกาหรานก็ไม่ได้คิดมาก
ประตูห้องแง้มอยู่เล็กน้อย พอได้ยินเสียงอนุญาตจากด้านใน เกาหรานก็ค่อยๆ เดินเข้าไป
พูดตามตรงเขาไม่ได้ตื่นเต้นเลยสักนิด เทียบกับตอนสัมภาษณ์งานหลังเรียนจบในชาติที่แล้วไม่ได้เลย
พอกลับมาเป็นนักเรียนอีกครั้ง สภาพจิตใจเขาก็แกร่งขึ้นเยอะ
เมื่อเดินเข้ามาในห้องทำงาน นอกจากฟางหางที่เขาเคยเห็นหน้าแล้ว ยังมีเด็กหนุ่มอีก 2 คน คนทางซ้ายตัวสูงหน้าตาดี สูงประมาณ 180 เซนติเมตรได้ บุคลิกดูสดใสหล่อเหลา
ส่วนคนทางขวาตัวเล็กกว่าหน่อย หน้าตาธรรมดา ดูเป็นเด็กติดเกมขนานแท้
"มาแล้วสินะ"
"แนะนำให้รู้จัก นี่คือหยางฉู่กับหลัวเสี่ยวเฟยจากห้อง A1 ส่วนนี่เกาหรานจากห้อง A3"
ฟางหางเห็นคนมาครบแล้วก็ลุกขึ้นแนะนำ
"สวัสดี"
ความหล่อของหยางฉู่แทบจะแยงตาเกาหราน อายุแค่ 16-17 ก็หล่อสูงขนาดนี้ โตไปคงเป็นตัวเก็บกวาดสาวๆ เข้าสต๊อกแน่ๆ
"สวัสดีครับ สวัสดีครับ"
เกาหรานทักทายเพื่อนร่วมรุ่นทั้งสอง ถ้าเป็นเกาหรานคนเก่าคงจำสองคนนี้ได้แม่น เพราะเป็นตัวท็อปของสาขา FIFA
แต่พอดีเขาเพิ่งย้อนเวลากลับมาเลยไม่ได้สนใจ จึงไม่รู้จักสองคนนี้
หลัวเสี่ยวเฟยดูเป็นคนพูดน้อย แต่ก็ทักทายเกาหรานอย่างเป็นมิตร
"เอาล่ะ ฉันจะไม่พูดอ้อมค้อมนะ"
เวลาของฟางหางเป็นเงินเป็นทอง เขาจึงเข้าเรื่องทันที
[จบแล้ว]