เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

309 - แผนการของขันทีเฒ่า

309 - แผนการของขันทีเฒ่า

309 - แผนการของขันทีเฒ่า


309 - แผนการของขันทีเฒ่า

“มีคนที่มีพลังเช่นนั้นจริงหรือ?”

เสวี่ยกงกงลุกขึ้นโดยไม่รู้ตัวหลังจากฟังคำพูดของหลิวกงกง เขาจ้องไปที่หลิวกงกงด้วยท่าทางตกใจ และเสียงของเขาก็สูงขึ้นอีกสองระดับ

“เอี้ยนลี่เฉียงนั้นอายุแค่สิบห้าปีตามคำอธิบายก่อนหน้านี้ของท่านซุน…”

“ถ้าข้าไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองและสัมผัสมันด้วยตาตัวเอง ข้าก็ไม่มีวันเชื่อเช่นกัน เสาโลหะยาวสามสิบจ้างซึ่งมีน้ำหนักมากกว่าหนึ่งพันจินดูเหมือนกับเสาไม้ธรรมดาในมือของเขา

แม้แต่ข้าก็ยังเกือบเสียท่าให้เขา พละกำลังดิบของเขานั้นไม่มีสิ่งอื่นเจือปน และความแม่นยำก็มีมหาศาลด้วย…” หลิวกงกงยกข้อมือขึ้นขณะอธิบายให้เสวี่ยกงกงฟัง จากนั้นเขาก็พับแขนเสื้อของตัวเองขึ้น

“ดูสิพี่ใหญ่. ข้อมือของข้ายังบวมอยู่บ้างตั้งแต่ปะทะกับกระบองของเขาใตตอนนั้น!”

หลิวกงกงเป็นผู้อาวุโสของวังหลวงดังนั้นเขาสามารถเข้าออกที่นี่ได้ตลอดเวลา

สิ่งที่คนนอกไม่รู้ก็คือหลิวกงกงและเสวี่ยกงกงเข้ามาในวังด้วยกันเมื่อพวกเขายังเด็ก แม้ว่าพวกเขาจะเป็นขันที แต่พวกเขาก็ช่วยเหลือและพึ่งพาอาศัยกันตลอดชีวิตในฐานะพี่น้อง

นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังได้รับความไว้วางใจจากจักรพรรดิ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ถือว่าค่อนข้างพิเศษเช่นกัน

“เมื่อท่านซุนมาหาข้าในวันนั้น เขาพูดเพียงว่าเด็กคนนี้เป็นคนที่มีศักยภาพสูง มีพรสวรรค์ที่หายาก มีความพิถีพิถัน ซื่อสัตย์ และน่าเชื่อถือ ท่านซุนไม่ได้กล่าวว่าเด็กคนนี้จะมีความสามารถเช่นนี้…”

“ถ้าท่านซุนรู้เรื่องนี้เขาจะไม่พูดออกมาได้อย่างไร ข้าเชื่อว่าท่านซุนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเอี้ยนลี่เฉียงมีความสามารถดังกล่าว ไม่เช่นนั้นท่านซุนจะไม่มีทางส่งตัวเขาให้ฝ่าบาทแน่นอน…”

“แล้วเจ้าต้องการอะไร…”

“ข้าพูดมายืดยาวขนาดนี้ท่านยังไม่รู้อีก? ตอนนี้คณะเสนาบดีที่นำโดยหลิงชิงเทียนกำลังกดดันฝ่าบาทอย่างหนักท่านก็เห็นอยู่ ในเวลานี้ฝ่าบาทต้องการคนที่มีความสามารถมารับใช้

พี่ใหญ่ ท่านไม่ได้เห็นด้วยตาของตัวเอง หากท่านใดเห็นเขาแล้วท่านจะรู้ว่าไม่มีคนอายุสิบห้าปีในโลกจะมีพรสวรรค์ทัดเทียมกับเขาได้

เราต้องทำให้เด็กคนนี้มีความจงรักภักดีต่อพระบาทให้ถึงที่สุด ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเขาจะกลายเป็นแขนขาของฝ่าบาทที่ใช้จัดการเสนาบดีพวกนั้น

“ที่เจ้ากล่าวมาก็นับว่าถูกต้องแล้ว หากพวกเสนาบดีมีอำนาจมากกว่านี้และทำการเปลี่ยนตัวจักรพรรดิ์ พวกเราเหล่าขันทีคงต้องตายอย่างไร้ที่กลบฝัง!” เสวี่ยกงกงพยักหน้าอย่างจริงจัง

“เอี้ยนลี่เฉียงมีตำแหน่งอะไรในคฤหาสน์กวาง?”

“เขาเป็นผู้กำกับการสนามยิงธนู มีตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการหยิงหยาง!”

“อย่างที่เจ้าพูด ตำแหน่งผู้บัญชาการหยิงหยางต่ำเกินไปจริงๆ พวกเราต้องหาตำแหน่งใหม่ให้เขา!” เสวี่ยกงกงขมวดคิ้วและเดินไปรอบๆห้องก่อนจะพูดว่า

“ด้วยความสามารถของเราทั้งสอง มันจะไม่มีปัญหาในการเลื่อนตำแหน่งเอี้ยนลี่เฉียงให้สูงขึ้นสองสามขั้น อย่างไรก็ตามหากเราปรารถนาที่จะเอาชนะใจเขาข้าคิดว่าเราต้องแสดงให้เห็นว่าเราเอาใจใส่เขามากกว่านี้…”

“ไม่ว่าเราจะให้อะไรแก่เขา หลินชิงเทียนแลคนของเขาจะทำเช่นเดียวกันหรืออาจจะมากกว่าที่เราสามารถทำได้

เด็กน้อยคนนี้มากน้ำใจ แม้แต่สุนัขของเขาที่นำมาจากแคว้นกานเขาก็ยังมาขอร้องข้าเพื่อขอให้มันอาศัยอยู่ในคฤหาสน์กวาง ในตอนที่เขาไม่มีอะไรในตอนนี้ข้าคิดว่าพวกเราควรซื้อใจเขาไว้ก่อน!” เมื่อถึงจุดนี้หลิวกงกงก็กัดฟันก่อนจะพูดต่อ

“ที่ข้ามาในวันนี้ก็เพื่อขอร้องให้พี่ใหญ่พูดกับฝ่าบาทขอให้พระองค์ดำเนินการเป็นการส่วนตัว เขาเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งหากฝ่าบาทแสดงความเอาใจใส่เขาข้าเชื่อว่าเขาจะต้องภักดีต่อฝ่าบาทอย่างแน่นอน!”

……

หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เสวี่ยกงกงก็ตระหนักว่าจักรพรรดิมีการแสดงสีหน้าที่แปลกประหลาดขณะที่เขากำลังเล่าเรื่องของเอี้ยนลี่เฉียง

เขาไม่รู้ว่าจักรพรรดิมีอารมณ์แบบใดขณะฟังรายงานของเขา ขณะที่เสวี่ยกงกงมองดูสีหน้าจักรพรรดิ์ เขาก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นดังนั้นเขาจึงหยุดพูดเพียงแค่นี้

ท้ายที่สุดชายที่นั่งข้างหน้าเขาก็เป็นถึงจักรพรรดิ แม้ว่าเสวี่ยกงกงจะกล้าหาญ แต่เขาก็ยังไม่กล้าเสนอแนะให้จักรพรรดิทำสิ่งต่างๆเพราะจะถือเป็นการลบหลู่เดชานุภาพอย่างร้ายแรง

“เอาล่ะ ข้าเข้าใจแล้ว…”

ในที่สุดจักรพรรดิก็พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ

“ข้ารู้สึกดีใจที่เจ้าและหลิวเถาซื่อสัตย์ต่อข้า ตลอดเวลาพวกเจ้ายังพยายามมองหาผู้คนที่มีพรสวรรค์มาทำงานให้ข้าอีกด้วย!”

“มันเป็นหน้าที่ของกระหม่อม!”

เสวี่ยกงกงจ้องมองที่ลายไม้ของพื้นเคลือบเงาในห้องทรงอักษรโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้น

“ข้าคือหูตาของฝ่าบาท ย่อมรับใช้ฝ่าบาทอย่างเต็มที่!”

“เข้าใจแล้วเจ้าไปได้…”

จักรพรรดิมีสีหน้าเฉยเมยในขณะที่เขาโบกมือเบาๆ

“กระหม่อมทูลลา!”

เสวี่ยกงกงเดินถอยหลังและมุ่งหน้าไปที่ประตูเพื่อออกจากห้องทรงอักษร

"รอสักครู่!"

จักรพรรดิกวาดสายตาไปที่เส้นผมสีขาวของเสวี่ยกงกงจากนั้นก็ถอนหายใจกล่าวว่า

“ในตอนที่เจ้าและหลิวเถาเข้าวังมาครั้งแรกข้ายังเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งส่วนพวกเจ้าก็ยังหนุ่มแน่น ตอนนี้พวกเจ้ากลับกลายเป็นคนแก่ชราแล้ว

ข้าจะให้หมอหลวงนำยาชิงอู่ไปมอบให้เจ้า เจ้าก็แบ่งปันให้หลิวเถาบางส่วนเมื่อพบเขา พวกเจ้าต้องดูแลร่างกายของตัวเอง ตอนนี้ข้ายังแข็งแรงแล้วพวกเจ้าจะชิงตายไปก่อนได้อย่างไร…”

ทันใดนั้นน้ำตาก็ไหลอาบแก้มของเสวี่ยกงกงอย่างกะทันหัน เขาคุกเข่าลงคำนับจักรพรรดิอย่างสุดซึ้งและสะอื้นไห้

“บ่าวเฒ่าขอบพระทัยฝ่าบาท…”

……

จนกระทั่งขันทีเสวี่ยกงกงออกจากห้องไป การแสดงออกที่สงบของจักรพรรดิก็เริ่มเปลี่ยนไป บางทีอาจด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย สิ่งที่เสวี่ยกงกงไม่เห็นก็คือมือของจักรพรรดิที่กำแน่นอยู่ใต้โต๊ะ

จักรพรรดิหันหน้าไปทางหน้าต่างทิศใต้ ซึ่งเป็นทิศทางของคฤหาสน์กวาง เขารำพึงกับตัวเองว่า

“ผ่านไปเพียงแค่เดือนเดียวเจ้าก็ฉสยแสงออกมาแล้ว ในตอนแรกข้าคิดจะไปพบเจ้าในอีกสามเดือนแต่ดูเหมือนข้าจะต้องไปพบเจ้าก่อนเวลาแล้ว…” ใบหน้าของจักรพรรดิเผยรอยยิ้มจางๆ

……

ขณะที่รถม้าของหลิวกงกงกำลังเคลื่อนออกจากเมืองหลวง ลู่เปียนเพิ่งเปิดม่านของรถม้าของเขาเพื่อมองดูกำแพงเมืองขนาดใหญ่ของเมืองหลวงจากนั้นเขาก็สั่งคนขับรถม้าว่า

“หลังจากที่เข้าไปในเมืองแล้วให้เลี้ยวขวาแล้วไปที่ศาลาชุมนุมแคว้นกานก่อน…”

จบบทที่ 309 - แผนการของขันทีเฒ่า

คัดลอกลิงก์แล้ว