เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

308 - อยู่ยงคงกระพัน

308 - อยู่ยงคงกระพัน

308 - อยู่ยงคงกระพัน


308 - อยู่ยงคงกระพัน

“กงกงนั่นท่านเหรอ? ท่านสบายดีหรือเปล่า…?”

เมื่อเห็นหลิวกงกงกระอักเลือดออกมา เอี้ยนลี่เฉียงก็รีบทิ้งอาวุธของตัวเองแล้วเข้ามาประคองเขา

“ข้าสบายดี ได้ยินว่าเจ้าฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ ดังนั้นข้าจึงคิดจะขึ้นมาทดสอบเจ้า ใครจะไปรู้… แค่ก แค่ก…”

ก่อนที่หลิวกงกงจะพูดจบ เขาก็เริ่มไออย่างรุนแรงราวกับว่าปอดของเขาได้รับความเสียหายเหมือนถุงลมนิรภัยรั่ว

เอี้ยนลี่เฉียงรีบตบหลังของเขาเพื่อพยายามให้เขาหายใจได้เป็นปกติ หลังจากผ่านไปสองนาที ผิวของหลิวกงกงก็ค่อยๆกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง จากนั้นเขาก็โบกมือช้าๆเพื่อแสดงให้เอี้ยนลี่เฉียงหยุดตบหลัง

“ความแข็งแกร่งของคนหนุ่มสาวมักจะเอาชนะผู้เฒ่าเสมอ…” หลิวกงกงส่ายหัวและพูดต่อ

“ข้าใช้พลังเพียงแค่สี่ส่วนเพื่อปลุกเร้าเจตนาฆ่าของเจ้า แต่ข้าคำนวณผิดไม่คิดว่าเจ้าจะมีพลังที่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้…”

เอี้ยนลี่เฉียงเกาศีรษะและพูดด้วยน้ำเสียงเขินอายว่า

“ไม่คิดว่าคนที่ลงมือจะเป็นกงกง ข้าต้องขออภัยอย่างยิ่ง…”

“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า เป็นความผิดของข้าเองที่คาดคำนวณพลังของเจ้าผิดไป นี่เป็นพลังที่ไม่ธรรมดาจริงๆ…”

ณ จุดนี้ หลิวกงกงดูเหมือนจะสังเกตเห็นเสาหนักๆที่มัดอยู่บนหลังเอี้ยนลี่เฉียง อาวุธที่เขาพยายามโจมตีหลิวกงกงในตอนนี้ก็ถูกโยนลงบนพื้นเช่นกัน

“สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เจ้าสร้างจากโรงตีเหล็กหรือไม่?”

"ใช่แล้วเป็นช่างจากโรงตีเหล็กเป็นคนสร้างขึ้น!”

“ชิ้นหนึ่งน้ำหนักเท่าไหร่?”

“350 จิน!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเอี้ยนลี่เฉียงหลิวกงกงก็เหลือบมองไปยังสิ่งของชิ้นใหญ่บนพื้นและสูดลมหายใจเย็นๆเข้าไป

"นั่นหมายความว่าสิ่งที่เจ้าขว้างมาทางข้ามีน้ำหนักรวมประมาณ 1440 จิน…”

“ใช่ เรื่องนั้น…”

“หกชิ้นสิ่งที่อยู่บนหลังของเจ้าต้องมีน้ำหนัก…”

“2100 จิน…”

เอี้ยนลี่เฉียงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าเขาไม่ต้องการประชาสัมพันธ์ธุรกิจของเขา แต่หลิวกงกงก็เห็นทุกอย่างแล้ว เป็นผลให้เขารู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องซ่อนอะไรต่อหน้าหลิวกงกงอีกต่อไป

หลิวกงเดินไปข้างหน้าและพยายามหยิบทวนเล่มนั้นขึ้นมา

แม้ด้วยกำลังทั้งหมดของเขา เขาก็ทำได้เพียงยกเสาขึ้นจากพื้น ในขณะเดียวกัน ปลายอีกด้านของเสายังแตะพื้น หลังจากนั้นเขาก็วางเสาลงในขณะที่หอบหายใจ

ขอบเขตการบ่มเพาะของหลิวกงกงสูงส่งเป็นอย่างมาก แต่นี่ไม่ได้หมายความว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขามีมากมายมหาศาลตามไปด้วย

นอกจากนี้อายุของเขายังสูงพอที่จะเป็นปู่ของเอี้ยนลี่เฉียงด้วยซ้ำ ดังนั้นความแข็งแกร่งของเขาจึงไม่เหมือนเมื่อครั้งที่ยังหนุ่ม

“อันที่จริง มันหนักกว่า 1,400 จิน…” หลิวกงกงส่ายหัวก่อนจะมองไปทางเอี้ยนลี่เฉียง

“เจ้าจัดการยกของหนักนี้ขึ้นมาได้อย่างไร?”

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน!” เอี้ยนลี่เฉียงเงยหน้าขึ้นแสร้งทำเป็นไม่รู้ความจริง

“ตั้งแต่ที่ข้าผ่านขั้นตอนท่าม้าข้าก็รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน…”

“แล้วนี่คือพลังพิเศษโดยกำเนิดของเจ้า…” หลิวกงกงพึมพำกับตัวเอง

“มีแม่ทัพคนหนึ่งในอาณาจักรฮั่นที่ยิ่งใหญ่เมื่อสองร้อยปีก่อนก็เป็นเหมือนเจ้า เขามีความแข็งแกร่งโดยกำเนิดและสามารถกินอาหารได้มากมาย…”

“นั่นอาจจะเป็นเช่นนั้น…” เอี้ยนลี่เฉียงเกาศีรษะของตัวเอง

“ลองหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง…”

เอี้ยนลี่เฉียงปฏิบัติตามคำพูดของหลิวกงกงและก้มตัวลง โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากนัก เขาหยิบเสาขนาดใหญ่ขึ้นด้วยมือ

เมื่อหลิวกงกงเห็นเอี้ยนลี่เฉียงหยิบเสาโลหะขึ้นอย่างง่ายดาย คิ้วของเขาก็กระตุกโดยไม่รู้ตัว จากนั้นเขาก็มองไปรอบ ๆ บริเวณโดยรอบก่อนที่เขาจะชี้ไปที่หินยักษ์ที่อยู่ใกล้ๆ

“ลองดูว่าเจ้าสามารถทุบหินยักษ์นั้นให้แหลกละเอียดได้หรือไม่…”

หินยักษ์นั้นมีความสูงประมาณวา มันนอนอยู่ในพุ่มไม้และดูเหมือนจะหนักประมาณหมื่นจิน

“กงกง มันจะสร้างความแตกตื่นให้คนอื่นหรือเปล่า…”

“ไม่มีใครนอกจากเจ้าและข้าอยู่ที่นี่ ไม่ต้องกังวล …”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวกงกง เอี้ยนลี่เฉียงก็ตัดสินใจเงียบ เขาจ้องไปที่หินขณะที่เขากวัดแกว่งเสาโลหะยาวสี่วาและส่งเสียงคำรามก่อนจะพุ่งเข้าหามัน

เมื่อระยะห่างระหว่างเขากับหินอยู่ห่างกันประมาณห้าวา เขาก็เริ่มหมุนเสาเหล็กด้วยมือทั้งสองและวิ่งไปข้างหน้า

“ปัง…”

เสียงดังกึกก้องหินก้อนใหญ่ก้อนนั้นถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด

เมื่อหินยักษ์ถูกทุบ เอี้ยนลี่เฉียงก็ดึงเสาโลหะของเขากลับมาและยืนขึ้นโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในท่าทางของเขา

หลิวกงกงสังเกตที่ด้านข้างและยังคงจ้องมองไปรอบๆ หินที่ถูกทุบ ประกายแวววาวปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาหลังจากได้เห็นการสาธิตดังกล่าว

“อืม… ท่านซุนรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งพิเศษของเจ้าหรือเปล่า?”

“ในตอนที่ข้าน้อยติดตามท่านซุนก็เคยยกสิ่งของที่มีน้ำหนักประมาณ 300 จินอยู่บ้าง แต่เขาไม่เคยเห็นข้ายกของที่หนักถึงขนาดนี้…” เอี้ยนลี่เฉียงส่ายหัวเป็นคำตอบ

“หมายความว่าข้าเป็นคนแรกที่เห็นพละกำลังของเจ้า”

“น่าจะเป็นอย่างนั้น!”

“เจ้ากำลังฝึกฝนวิชาทวน?”

"ข้าเพียงฝึกฝนวิชาทวนขั้นพื้นฐานเท่านั้น!”

หลิวกงกงถอนหายใจ

“ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องฝึกฝนวิชาทวนขั้นสูงใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่พละกำลังและความเร็วของเจ้าก็สามารถบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในกองทัพของศัตรู

ได้ยินมาว่าเจ้าหยิบคันธนูสิบต้านออกมาใช้เล่น คันธนูทรงพลังห้าต้านไม่พอที่จะทำให้เจ้าสนุกได้เหรอ?”

ณ จุดนี้เองที่ความหดหู่ใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเอี้ยนลี่เฉียง

“ไม่ขอปิดบังกงกง เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าเพิ่งทำคันธนูของตัวเองหักไปจึงได้ไปหยิบคันธนูสิบต้านมาใช้ฝึก…”

“สถานการณ์ในเมืองหลวงนั้นซับซ้อน เป็นการดีที่สุดที่เจ้าจำเป็นต้องปิดบังไม่ให้ใครรู้ถึงพละกำลังที่แท้จริงของตัวเอง!”

“ขอบคุณกงกงที่เตือน!”

“อืม ถ้าเจ้าต้องการอะไรภายในสองสามวันนี้ อย่าลังเลที่จะถาม ถ้าเจ้าต้องการอะไรพิเศษ เจ้าสามารถมาหาข้าได้โดยตรง...”

ขณะที่พูดสายตาของหลิวกงกงก็เหลือบมองไปยังรองเท้าของเอี้ยนลี่เฉียงซึ่งตอนนี้พังยับเยินไปหมดแล้ว

“ขอบคุณกงกงที่เอาใจใส่!”

“อืม!”

เสียงของหลิวกงกงยังคงดังก้องอยู่ในหูของเอี้ยนลี่เฉียง แต่เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นหลิวกงกงก็หายตัวไปจากที่นี่แล้ว

เอี้ยนลี่เฉียงไม่คิดมากเช่นกัน เขาสัมผัสได้ว่าหลิวกงกงไม่มีเจตนาร้าย ดังนั้นหลังจากที่หลิวกงกงจากไปเขาจึงตัดสินใจที่จะฝึกฝนต่อ

ขณะที่เอี้ยนลี่เฉียงยังคงฝึกซ้อมในสนามยิงธนู หลิวกงกงก็นั่งอยู่บนรถม้าและออกจากคฤหาสน์กวางอย่างเร่งรีบ จุดหมายปลายทางของเขานั่นก็คือวังหลวงของจักรพรรดินั่นเอง…++++++++++

จบบทที่ 308 - อยู่ยงคงกระพัน

คัดลอกลิงก์แล้ว