- หน้าแรก
- นักเขียนบทสายดาร์ก กู้ชีพตัวละคร
- บทที่ 6 การตัดสินใจ
บทที่ 6 การตัดสินใจ
บทที่ 6 การตัดสินใจ
บทที่ 6 การตัดสินใจ
"สวัสดีค่ะ ฉันชิโนซากิ อิคุมิ จากฝ่ายผลิตค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณซูเหยียน"
ชิโนซากิ อิคุมิลุกขึ้นยืนพร้อมยื่นมือมาทางซูเหยียน
"สวัสดีครับ ผมซูเหยียน จากแผนกเขียนบทครับ"
ซูเหยียนยื่นมือออกไปจับตอบตามมารยาท
ทั้งสองฝ่ายนั่งลงประจำที่
"เหตุผลที่ฉันมาพบคุณซูเหยียนวันนี้ คิดว่าคุณคงพอจะเดาได้แล้วนะคะ" ชิโนซากิ อิคุมิทัดผมที่ร่วงลงมาไว้หลังใบหู แล้วเข้าประเด็นทันที
"คุณซูเหยียนคะ ฉันสนใจบทละครเรื่อง 'ซามูไรพเนจร' ของคุณมากค่ะ เลยตั้งใจมาเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโดยเฉพาะ"
ซูเหยียนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินดังนั้น
จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าชิโนซากิ อิคุมิเป็นโปรดิวเซอร์แบบไหน
โปรเจกต์ขาดทุนนั้นยังพอทำเนา แต่การที่ละครทีวีที่เธออำนวยการสร้างถูกชาวเน็ตสับเละว่า 'บทปัญญาอ่อน' จนกระทั่งคลิปวิดีโอล้อเลียนที่ชาวเน็ตทำขึ้นมียอดวิวสูงกว่าตัวซีรีส์จริงถึงสิบเท่า นั่นถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง
มันเหมือนกับภาพยนตร์เรื่อง "คนม้าบิน" ของเฉินข่ายเกอในโลกก่อน คลิปตัดต่อล้อเลียนที่ชื่อ "คดีฆาตกรรมนองเลือดที่เกิดจากซาลาเปาหนึ่งลูก" นั้นโด่งดังกว่าตัวหนังเสียอีก จนทำให้เฉินข่ายเกอกลายเป็นตัวตลกในวงการภาพยนตร์ไปพักใหญ่
เรื่อง "เพลงรักซากุระจิมะ" ที่ชิโนซากิ อิคุมิเป็นโปรดิวเซอร์ ก็มีชะตากรรมไม่ต่างกัน
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ซูเหยียนจึงเอ่ยถามขึ้น
"คุณชิโนซากิอยากทราบข้อมูลด้านไหนเหรอครับ?"
"สำหรับเรื่อง 'ซามูไรพเนจร' คุณวางโครงเรื่องส่วนที่เหลือไว้ชัดเจนแล้วใช่ไหมคะ?" ชิโนซากิ อิคุมิถาม
"ใช่ครับ ถูกต้องแล้ว" ซูเหยียนพยักหน้า
"บทละครสองตอนสุดท้ายของ 'ซามูไรพเนจร' เขียนเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยังคะ? ฉันมองเห็นอนาคตของผลงานชิ้นนี้มาก แต่ฉันจำเป็นต้องรูทิศทางของเนื้อเรื่องส่วนที่เหลือก่อนจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายค่ะ"
ชิโนซากิ อิคุมิจ้องมองซูเหยียน
ลำพังแค่ดูจากสองตอนแรก ซามูไรพเนจร ก็เป็นบทที่ทรงพลังมากแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างตัวละครหรือพล็อตเรื่อง ความโหดร้ายของยุคสมัยและการดิ้นรนของตัวละครล้วนถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างจับใจ
แต่บทละครจะวัดค่าแค่จากเนื้อหาช่วงต้นไม่ได้
เหมือนกับผลงานก่อนหน้านี้ของเธอ "เพลงรักซากุระจิมะ" ช่วงต้นเรื่องก็ดีใช้ได้ ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่เลือกมาสร้างและออกอากาศออนไลน์ในช่วงฤดูหนาวเดือนมกราคมปีนี้หรอก
ทว่า ระหว่างที่ละครกำลังออนแอร์ ภรรยาของคนเขียนบทดันมีชู้ ทำให้ครึ่งหลังของบทละครที่เขาเขียนเริ่มออกทะเลไปไกลจนกู่ไม่กลับ
ซ้ำร้าย ผู้กำกับยังถูกวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์เนื่องจากบทที่ไร้เหตุผลในช่วงท้าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงด้านฝีมือการกำกับที่เดิมทีก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่แล้วให้แย่ลงไปอีก
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้อแก้ตัว เธอเป็นคนเลือกคนเขียนบท เลือกบทละคร และเลือกผู้กำกับเอง การที่ผลงานล้มเหลวไม่เป็นท่าและโดนทัวร์ลง เธอย่อมเป็นผู้รับผิดชอบหลัก
เมื่อได้รับบทเรียนราคาแพง ชิโนซากิ อิคุมิจึงไม่อยากซ้ำรอยเดิม
สำหรับละครยาวตามฤดูกาลที่มีจำนวนตอนสิบกว่าตอน การจะขอให้คนเขียนบทเขียนจนจบเรื่องก่อนคงเป็นไปไม่ได้ เพราะตลาดภาพยนตร์และละครของอาณาจักรเซี่ยโดยปกติจะเขียนบทไปพร้อมๆ กับการออกอากาศและดูปฏิกิริยาตลาด
แต่สำหรับละครสั้นสี่ตอนแบบนี้ เธอต้องการเห็นบทที่สมบูรณ์ก่อนตัดสินใจ
เส้นสายของคุณแม่ก่อนเกษียณเหลือพอให้เธอพลาดได้อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
อย่างน้อยที่สุด เธอก็หวังว่าโปรเจกต์สำคัญขนาดนี้ เธอจะได้ทำในสิ่งที่เธอรักและมั่นใจในตัวบทละครจริงๆ
"แน่นอนครับ ผมนำบทละครสองตอนสุดท้ายของ 'ซามูไรพเนจร' ติดมาด้วย เชิญคุณชิโนซากิอ่านดูได้เลยครับ"
ซูเหยียนย่อมไม่ล่วงรู้ถึงความสับสนภายในใจของชิโนซากิ อิคุมิ เขายื่นซองเอกสารที่ถือไว้ด้วยสองมือส่งให้เธอ
ชิโนซากิ อิคุมิมีสีหน้าสดใสขึ้นทันทีเมื่อได้ยิน เธรับบทไปพร้อมกล่าวว่า
"รบกวนรอสักครู่นะคะ"
ซูเหยียนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม คอยสังเกตท่าทีของชิโนซากิ อิคุมิ
ในขณะที่เธอกำลังอ่านบท ซูเหยียนเองก็ขบคิดปัญหาหลายอย่างในหัว
ประการแรก บทละครสองตอนหลังของภาค "บทแห่งความทรงจำ" นั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
หากคุณภาพของสองบทแรกได้คะแนนเต็มร้อย ซูเหยียนกล้าให้คะแนนสองบทหลังถึงหนึ่งพันคะแนน
โดยเฉพาะบทที่สี่ "แผลเป็นรูปกากบาท" ฉากจบของมันยกระดับผลงานทั้งหมดขึ้นไปอีกขั้น แม้จะเป็นเรื่องเศร้า แต่คุณจะไม่รู้สึกว่ามันหดหู่เพียงเพื่อจะบีบคั้นอารมณ์ หรือเป็นโศกนาฏกรรมยัดเยียดเพื่อให้คนร้องไห้
เพราะความตายของ ยูกิชิโระ โทโมเอะ นั้นมีความหมาย
เธอเปลี่ยน ฮิมูระ เคนชิน จากเด็กหนุ่มให้กลายเป็นลูกผู้ชาย และช่วยให้ ฮิมูระ เคนชิน ค้นพบความหมายและเป้าหมายในการมีชีวิตอยู่
เธอคือเสาหลักสำคัญในการสร้างคาแรคเตอร์ของ ฮิมูระ เคนชิน ในมังงะต้นฉบับ!
และภาค "บทแห่งความทรงจำ" ก็นับเป็นภาคที่คลาสสิกที่สุดของ ซามูไรพเนจร ผลงานที่มีอิทธิพลอย่างมหาศาลในประวัติศาสตร์มังงะญี่ปุ่น
ดังนั้นคำถามตอนนี้คือ เขาควรจะร่วมงานกับชิโนซากิ อิคุมิดีหรือไม่?
นอกจากเธอแล้ว จะยังมีโปรดิวเซอร์ฝีมือดีคนอื่นในสถานีที่สนใจบทของฮิมูระ เคนชิน อีกไหม?
ถ้าเขาปฏิเสธเธอตรงนี้ แล้วหลังจากนี้ไม่มีโปรดิวเซอร์คนไหนติดต่อมาขอร่วมงานเลยล่ะ จะทำอย่างไร?
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ความคิดกำลังวนเวียนอยู่กับความลังเล ซูเหยียนก็ต้องหยุดความคิดเหล่านั้นลง
เพราะเขาเห็นชิโนซากิ อิคุมิที่นั่งอยู่ตรงข้าม ขอบตาแดงระเรื่อและมีน้ำตาคลอเบ้าเสียแล้ว
เธออ่านไปถึงตอนจบของบทแล้วสินะ
เฮ้ อย่าดราม่าขนาดนั้นสิ อายุอานามก็ยี่สิบกว่าแล้ว อินเกินไปหน่อยไหมแม่คุณ
บรรยากาศในห้องเริ่มกระอักกระอ่วน
โชคดีที่ชิโนซากิ อิคุมิยังคงรักษาอาการสำรวม เธอไม่ได้ฟูมฟายจนเสียกิริยา เพียงแค่เงยหน้าขึ้นหลังจากอ่านฉากสุดท้ายซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
"อาจารย์ซูเหยียนคะ ด้วยความสามารถระดับนี้ ทำไมถึงเป็นเด็กฝึกงานในแผนกเขียนบทตั้งสองปีล่ะคะ?"
ชิโนซากิ อิคุมิใช้เวลาสองนาทีในการสงบสติอารมณ์ และเมื่อเธอเอ่ยปาก เธอกลับถามคำถามที่ซูเหยียนคาดไม่ถึง
แต่ในขณะเดียวกัน สรรพนามที่เธอใช้เรียกซูเหยียนก็เปลี่ยนไป
จาก "คุณซูเหยียน" กลายเป็น "อาจารย์ซูเหยียน"
"อาจจะเป็นเพราะผมเป็นเด็กฝึกงานที่ยอดเยี่ยมมากมั้งครับ" ซูเหยียนตอบติดตลก
"ถ้าบรรจุผมเป็นพนักงานประจำ แล้วพวกเขาจะไปหาเด็กฝึกงานที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ได้จากที่ไหนล่ะ"
ในความเป็นจริง ความสามารถและการเรียนรู้ของเจ้าของร่างเดิมนั้นอยู่ในเกณฑ์ธรรมดาจริงๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาต้องเดินตามหลังอาจารย์ซาวาอิ เทรุฮิโระอยู่ตั้งนานสองนาน
"ถ้างั้น ต่อไปคุณจะต้องกลายเป็นนักเขียนบทประจำที่ยอดเยี่ยมแน่นอนค่ะ"
ชิโนซากิ อิคุมิได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นสูดหายใจลึก แล้วกล่าวออกมา
ตัวเธอเองสนใจในบท ฮิมูระ เคนชิน อย่างถึงที่สุด
ตอนนี้ หลังจากได้อ่านบทสองตอนสุดท้ายจนจบ ข้อกังขาในใจทั้งหมดก็มลายหายไป
ถ้าผลงานที่เธอหลงรักขนาดนี้สร้างออกมาแล้วไม่ดัง เธอก็พร้อมจะยอมรับ
นั่นหมายความว่าสายตาของเธอแย่เอง ปรับตัวเข้ากับวงการไม่ได้ และรสนิยมทางศิลปะของเธอสวนทางกับตลาด
เธอโค้งคำนับให้ซูเหยียนเล็กน้อย พร้อมยื่นมือขวาออกมา แววตาแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังเคร่งขรึม
"ฉันหวังว่าจะได้ร่วมงานกับอาจารย์ซูเหยียนค่ะ เรามาร่วมมือกันสร้าง 'ซามูไรพเนจร' ให้เป็นตำนานในประวัติศาสตร์ละครโทรทัศน์ของอาณาจักรเซี่ยกันเถอะค่ะ"
เหมือนกับการออกเดต ใครสารภาพรักก่อนคนนั้นเสียเปรียบ
การเจรจาธุรกิจก็เช่นกัน ใครเอ่ยปากขอร่วมมือก่อนย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ชิโนซากิ อิคุมิรู้ดีว่าตอนนี้อำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ซูเหยียน ซูเหยียนมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธเธอ
"เอ่อ... ผมขอถามอีกสักเรื่องนะครับ คุณรู้สึกยังไงตอนเห็นตอนจบของบท? คุณมีความคิดเห็นยังไงกับเรื่อง 'ซามูไรพเนจร' ครับ?"
ซูเหยียนยังไม่แสดงจุดยืนในทันที หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง เขาก็ถามกลับด้วยความอยากรู้
"ตอบตามความจริงได้เลยครับ ไม่ว่าคำตอบจะเป็นยังไงผมก็ไม่โกรธ แต่ขอร้องว่าอย่าโกหก เพราะมันจะมีผลต่อการตัดสินใจของผมว่าจะร่วมงานกับคุณหรือไม่"
สายตาของซูเหยียนจับจ้องไปที่ชิโนซากิ อิคุมิ ทำให้เธอรู้สึกกดดัน
เธอเคยได้ยินมาว่านักเขียนบทบางคนมักจะศึกษาศาสตร์ต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูล เช่น คนเขียนบทแนวสืบสวนก็จะศึกษาจิตวิทยาทรชนและหนังสืออื่นๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เวลาคนโกหก มักจะมีปฏิกิริยาตอบสนองทางจิตใต้สำนึกหลุดออกมา
ชิโนซากิ อิคุมิไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของซูเหยียนจึงไม่กล้าเสี่ยงดวง เธอสูดหายใจลึกแล้วพูดความจริงออกมา
"ฉันคิดว่าคนเขียนบท 'ซามูไรพเนจร' เป็นงูพิษเลือดเย็นไร้หัวใจค่ะ สมองคงโดนลาเตะมาแน่ๆ ถึงได้แต่งเรื่องโศกนาฏกรรมแบบนี้ออกมา แล้วยังกล้าเขียนตอนจบแบบนี้อีก"
"แต่ว่า... ฉันชอบเรื่องราวนี้จริงๆ ค่ะ คิดว่าอีกสิบหรือยี่สิบปีผ่านไป ฉันก็คงไม่ลืมเรื่องราวนี้ รวมถึงตัวละครอย่าง ฮิมูระ เคนชิน และ ยูกิชิโระ โทโมเอะ"
หลังจากพูดจบ ชิโนซากิ อิคุมิก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย
เธอพูดความจริงออกไปหมดเปลือกแล้ว
ซูเหยียนยิ้มออกมา
เอาล่ะ ยืนยันแล้วว่าเป็นพวกเดียวกัน
เธอเป็นประเภทที่แม้จะปวดใจกับเนื้อเรื่องที่หดหู่และก่นด่าคนแต่ง แต่ก็ยังดื่มด่ำกับอารมณ์ที่ผลงานนั้นมอบให้
คนพวกนี้มักอ้างว่าชอบแนวรักใสๆ จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่กลับคอยเสาะหาผลงานดราม่าตับพังมาเสพอยู่เรื่อย
เพราะคนเหล่านี้เข้าใจดีว่า อารมณ์ที่รุนแรงที่สุดที่เรื่องราวมอบให้ คือชั่วขณะที่สิ่งสวยงามถูกทำลายลง
นี่เป็นเหตุผลที่ซูเหยียนในชาติก่อนชอบดูผลงานแนวปวดตับเช่นกัน
"คุณกับผมเหมือนกันเลยครับ ผมก็คิดแบบนั้น" ซูเหยียนหัวเราะ
เครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวเนียนอันงดงามของชิโนซากิ อิคุมิ
ซูเหยียนดูออกว่าเธอชอบบท ซามูไรพเนจร จากใจจริง แค่ได้รับการยืนยันเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
ส่วนเรื่องด่าคนเขียนบท นั่นมันเกี่ยวอะไรกับเขา ซูเหยียน ล่ะ?
ผู้สร้างสรรค์ภาค "บทแห่งความทรงจำ" คือ โนบุฮิโระ วาสึกิ ต่างหาก
ตราบใดที่ความตั้งใจของเธอที่จะนำ ฮิมูระ เคนชิน มาสร้างเป็นละครทีวีนั้นเกิดจากความชอบจริงๆ เธอย่อมต้องทุ่มเทสุดตัวให้กับงานนี้แน่นอน
การมานั่งกังวลว่าจะมีโปรดิวเซอร์คนอื่นเข้ามาติดต่อหรือไม่นั้นไร้ความหมาย
อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน แต่โอกาสตรงหน้านี้คือสิ่งที่ซูเหยียนมั่นใจว่าเขาคว้าไว้ได้
ซูเหยียนจับมือเธอและกล่าวว่า
"ถ้าบท 'ซามูไรพเนจร' ผ่านการอนุมัติและได้รับงบประมาณจากทางสถานีล่ะก็... ยินดีที่ได้ร่วมงานครับ"
"วางใจได้เลยค่ะ ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันเกิดขึ้นให้ได้" ชิโนซากิ อิคุมิสูดหายใจลึกและกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น