เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 เคาะประตูเรียกผีหรือไง

บทที่ 22 เคาะประตูเรียกผีหรือไง

บทที่ 22 เคาะประตูเรียกผีหรือไง


บทที่ 22 เคาะประตูเรียกผีหรือไง

"ก็แล้วไงคะ?"

หลี่ชิงชิงย้อนถาม

"แต่ละบ้านให้เลี้ยงไก่ได้แค่สองตัว ไข่ก็เลยได้แค่วันละสองฟองเป็นอย่างมาก ทุกบ้านต่างก็มีคนแก่มีเด็กต้องดูแล แค่เก็บไข่ไว้กินเองยังลำบาก จะให้เอาออกมาแจกจ่ายคนอื่นนี่ ถ้ายอมให้ก็ถือว่าใจป้ำมากแล้วนะคะ"

"พูดมาตั้งยืดยาว สรุปสู้ยกพวกไปถล่มถึงหน้าบ้านไม่ได้สักนิด"

ซุนเม่าพึมพำเสียงเบา

เพียะ!

ลู่เฉิงหลี่ฟาดฝ่ามือลงบนหลังซุนเม่าเข้าให้

"อย่าแนะนำอะไรส่งเดช ช่วงนี้ชิงชิงเป็นจุดสนใจมากพอแล้ว ไม่เหมาะจะเคลื่อนไหวอะไรเอิกเกริกตอนนี้หรอก"

"ฟังไว้ซะ นี่สิคนฉลาดตัวจริง"

หลี่ชิงชิงชูนิ้วโป้งให้ลู่เฉิงหลี่

"เชื่อไหมล่ะ ถ้าวันนี้เลิกงานแล้วฉันเกิดอยากจะพาพวกพี่ชายไปคิดบัญชีขึ้นมาจริงๆ พ่อฉันนั่นแหละที่จะเป็นคนแรกที่ห้าม"

ซุนเม่าลูบจมูกตัวเองแก้เก้อแล้วเงียบไป

เมื่อกลับถึงบ้าน ลู่เฉิงหลี่ก็จัดการเปิดกระป๋องมอลต์สกัด แล้วชงมาให้เจ้าก้อนหินกับหลี่ชิงชิงคนละชาม

"หอมจังเลย!"

หลี่ชิงชิงมองชามมอลต์สกัดราวกับเห็นสมบัติล้ำค่า

ตอนเตรียมเสบียง นางก็กะว่าจะตุนมอลต์สกัดไว้เหมือนกัน แต่ของยุคปัจจุบันมันอุดมไปด้วยสารเคมีและ "นวัตกรรมแต่งกลิ่นสี" นางเลยล้มเลิกความคิดไป

"อยากลองชิมไหม?"

พอเห็นท่าทางตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยของชิงชิง ลู่เฉิงหลี่ก็อุ้มเจ้าก้อนหินขึ้นมาแล้วถือชามป้อนให้ถึงปาก

หลี่ชิงชิงจิบไปอึกหนึ่ง ดวงตาของนางเป็นประกายเมื่อสัมผัสได้ถึงรสชาตินมเข้มข้นและกลิ่นหอมสดชื่นของข้าวมอลต์

"อร่อยใช้ได้เลยนะคะเนี่ย"

ลู่เฉิงหลี่ยิ้มบางๆ

"ถ้าชอบก็ดื่มเยอะๆ นะครับ อาเล็กส่งมาให้ตั้งเยอะ ผมกับซุนเม่าไม่ค่อยถนัดของพวกนี้เท่าไหร่"

หลี่ชิงชิงมองเจ้าก้อนหินที่ก้มหน้าก้มตาดื่มไม่สนใจใคร

"พวกคุณไม่ชอบดื่มจริงๆ เหรอคะ?"

"จริงครับ ไม่ชอบเลยจริงๆ"

ซุนเม่ารีบพยักหน้าสนับสนุน

"เธอกับเจ้าก้อนหินดื่มไปเถอะ แค่ทำของอร่อยๆ ให้พวกเรากินก็พอแล้ว"

พอพูดเรื่องนี้ หลี่ชิงชิงก็หน้ามุ่ยลงทันที

"แม่ฉันคงไม่ยอมให้ฉันเข้าครัวอีกแล้วล่ะค่ะ"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ"

ลู่เฉิงหลี่พูดอย่างสบายๆ

"เดี๋ยวตอนมื้อเย็นผมจะลองคุยกับลุงกับป้าให้เอง"

ดวงตาของหลี่ชิงชิงเปล่งประกาย นางคว้าแขนลู่เฉิงหลี่ไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง

"พี่ลู่ คุณมีวิธีทำให้แม่เปลี่ยนใจได้เหรอคะ?"

สายตาของลู่เฉิงหลี่หลุบลงมองมือของชิงชิงที่เกาะแขนเขาอยู่

มือของเด็กสาวเรียวยาวและขาวผ่องราวกับหยกชั้นดี ชวนให้น่าทะนุถนอม

แววตาของลู่เฉิงหลี่ลึกล้ำขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาไปอย่างแนบเนียน

"คุณยังไม่ได้บอกป้าเหรอครับว่าผมซื้อของมาเยอะแค่ไหน?"

หลี่ชิงชิงส่ายหน้า

"ยังเลยค่ะ มัวแต่คิดวิธีหลบไม้เรียวอยู่"

ซุนเม่าระเบิดหัวเราะออกมา

"ถามจริงเถอะ เธอกลัวโดนตีขนาดนั้นเลยเหรอ?"

"พูดอะไรไร้สาระ"

หลี่ชิงชิงกลอกตามองบนใส่ซุนเม่า

"ขนาดเจ้าก้อนหินตัวแค่นี้ยังรู้เลยว่าโดนตีมันเจ็บ ฉันไม่ได้โง่นะ"

เจ้าก้อนหินที่กำลังซดมอลต์สกัดอยู่ รีบเอามือป้อมๆ ปิดก้นตัวเองทันที

"ไม่ตีนะ ก้อนหินไม่โดนตี"

"จ้ะๆ ไม่ตี ไม่ตี"

หลี่ชิงชิงรีบปลอบหลาน

พอได้ยินว่าจะไม่โดนตี เจ้าก้อนหินก็เอนตัวพิงอกอาหนุ่มแล้วซดมอลต์สกัดต่ออย่างสบายใจเฉิบ

"อีกอย่างนะ" หลี่ชิงชิงหันไปพูดกับซุนเม่า "ฉันโตจนป่านนี้แล้ว ถ้าโดนแม่กับพี่สะใภ้ไล่ตีตลอดเวลา จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ?"

ลู่เฉิงหลี่ส่งชามเปล่าของเจ้าก้อนหินให้ซุนเม่า พร้อมกับกำชับให้เขาล้างชามของหลี่ชิงชิงด้วย

"ที่ป้าไม่อยากให้คุณทำกับข้าวเพราะเสบียงมันมีน้อย แต่ถ้าป้ารู้ว่าตอนนี้ข้าวปลาอาหารมีเหลือเฟือ ปัญหาทุกอย่างก็น่าจะคลี่คลาย"

หลี่ชิงชิงเบะปาก

"ฉันว่ามันก็ไม่แน่หรอกค่ะ พี่สะใภ้โตมากับแม่ ถึงนิสัยจะไม่เหมือนแม่ซะทีเดียว แต่เรื่องความขี้เหนียวกับการจัดการบ้านช่องนี่ ถอดแบบแม่มาเป๊ะๆ"

"ลองดูก่อนเถอะครับ"

ลู่เฉิงหลี่ยิ้ม

"ถ้าไม่ได้จริงๆ ผมจะบอกไปเลยว่าผมชอบรสมือคุณ ป้าคงไม่ว่าอะไรหรอก"

"หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะคะ"

หลี่ชิงชิงถอนหายใจ

"ช่วยไม่ได้ ก็มันไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้วนี่นา"

และก็เป็นไปตามคาด นางไม่ได้เข้าครัวทำมื้อเย็น พอตั้งท่าจะเริ่มทำ พี่สะใภ้ใหญ่ก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมาพอดี

สิ่งแรกที่พี่สะใภ้ทำคือไล่ตะเพิดหลี่ชิงชิงกับลู่เฉิงหลี่ออกจากครัวทันทีที่เห็นหน้า

"พี่สะใภ้ ให้ฉันช่วยเถอะนะ!"

หลี่ชิงชิงกระทืบเท้าเร่าๆ อยู่หน้าห้องครัว

"ไม่ต้องมายุ่ง ไปเล่นไป๊"

หลี่ชิงชิงสูดหายใจลึก

"ทำไมพี่สะใภ้พูดเหมือนกำลังไล่เด็กไปเล่นเลยล่ะเนี่ย?"

พอลู่เฉิงหลี่กับซุนเม่าได้ยินนางบ่นอุบอิบ ก็พากันหัวเราะร่า

ตกเย็น ทันทีที่สมาชิกบ้านสกุลหลี่นั่งลงพร้อมหน้า ทุกคนก็รู้ทันทีว่ามื้อนี้ไม่ใช่ฝีมือชิงชิง

พูดกันตามตรง หลังจากได้ลิ้มรสมือชิงชิงแล้ว การกลับมากินรสมือพี่สะใภ้ใหญ่มันช่างฝืดคอพิลึก

อ้ายหมินซดน้ำแกงไปคำหนึ่ง "พ่อครับ แม่ครับ พรุ่งนี้ให้น้องเล็กทำกับข้าวดีไหมครับ?"

หลี่ชิงชิงรีบส่งสายตาคาดหวังไปที่พ่อกับแม่ทันที

สายตาพิฆาตของพี่สะใภ้ใหญ่พุ่งตรงไปที่น้องเขยราวกับมีดบิน อ้ายหมินรีบหดคอ เงียบกริบไม่กล้าปริปากอีก

หลี่ชิงชิงแก้มป่องด้วยความโมโห พี่รองนี่มันขี้ขลาดตาขาวจริงๆ!

อะแฮ่ม

ลู่เฉิงหลี่พยายามกลั้นยิ้มมุมปาก

"ลุงหลี่ครับ ป้าครับ ผมซื้อข้าวกับแป้งมาอย่างละร้อยชั่ง แล้วก็น้ำมันอีกสิบชั่ง ผมเอาไปเก็บไว้ในครัวแล้ว ถ้าหมดเมื่อไหร่ผมจะหาซื้อมาเพิ่มอีกครับ"

ทุกคนบนโต๊ะอาหารชะงักตะเกียบ

ผู้เฒ่าหลี่รู้แค่ว่าพวกเขาจะเข้าเมืองไปซื้อของ แต่ไม่นึกว่าสามคนนี้จะใจกล้าบ้าบิ่นขนซื้อมาเยอะขนาดนี้

"นี่... พวกเธอไปหาซื้อของตั้งมากมายขนาดนี้มาจากไหน?"

จางต้าฮวา ผู้เดียวที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ เอ่ยถามด้วยความตะลึง

ดวงตาของลู่เฉิงหลี่ขรึมลงเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าไม่ดี เขาจึงรีบปรามซุนเม่าที่กำลังจะอ้าปากตอบ

"อาผมส่งคูปองอาหารมาให้น่ะครับ แล้วผมก็พอมีเส้นสายหาซื้อมาได้บ้าง"

จางต้าฮวาเป็นคนซื่อ ในเมื่อเด็กหนุ่มบอกแบบนั้น นางก็เชื่อตามนั้น

หลี่ชิงชิงเห็นแม่เชื่อสนิทใจก็โล่งอก นึกโทษตัวเองที่ลืมอธิบายเรื่องนี้เมื่อตอนบ่าย โชคดีที่พี่ลู่แก้สถานการณ์ได้ทันควัน

ผู้เฒ่าหลี่ส่งสายตาเตือนหลี่ชิงชิง

"กินข้าวกันก่อนเถอะ!"

หลังจากทานข้าวกันเงียบๆ จนอิ่ม พี่สะใภ้ใหญ่ก็รู้หน้าที่ ลากแม่เข้าครัวไปเก็บล้าง ปล่อยให้ที่เหลือคุยกันตามสะดวก

อ้ายกั๋วมองน้องสาวด้วยสายตาตำหนิ

"ไหนตกลงกันแล้วไงว่าหลังฤดูเก็บเกี่ยวจะไม่ไปที่นั่นอีก? ทำไมถึงยังไป?"

ขณะที่ลู่เฉิงหลี่กำลังจะช่วยแก้ต่าง ผู้เฒ่าหลี่ก็พูดแทรกขึ้นมา

"ฉันเป็นคนบอกให้ชิงชิงพาเฉิงหลี่ไปเอง สองคนนั้นมาถึงช้า ได้ส่วนแบ่งเสบียงน้อยนิด ถ้าไม่หาทางขวนขวาย จะให้พวกเขานั่งรอวันอดตายหรือไง?"

ผู้เฒ่าหลี่เคาะกล้องยาสูบกับขอบโต๊ะ

"พวกเธอจะเก็บของไว้ที่นี่เหรอ?"

ลู่เฉิงหลี่ยิ้ม

"ผมรู้ว่าปิดบังลุงหลี่ไม่ได้หรอกครับ พวกเราคิดว่าที่พักยุวปัญญาชนคนพลุกพล่านเกินไป เก็บของไว้คงเป็นเป้าสายตา ต่อไปพวกผมจะยังมากินข้าวกับลุง แล้วเราก็แบ่งข้าวแบ่งแป้งกันกินนะครับ!"

ผู้เฒ่าหลี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง

"กินหม้อเดียวกัน จะมาคิดเล็กคิดน้อยเกินไปก็ไม่ได้ เอาอย่างนี้แล้วกัน กินข้าวขาวแป้งขาวทุกมื้อคงไม่เหมาะ เราจะผสมธัญพืชหยาบลงไปบ้าง ส่วนเรื่องอื่นไม่ต้องกังวล"

ลู่เฉิงหลี่เข้าใจความหมายของผู้เฒ่าหลี่ทันที พวกเขาจะกินธัญพืชหยาบเป็นหลัก และเมื่อเสบียงของเขาหมด ค่อยมาว่ากันใหม่

ลู่เฉิงหลี่รู้ดีว่าลุงหลี่ไม่มีทางยอมเอาเปรียบพวกเขา และเขาก็รู้นิสัยใจคอลุงหลี่ดีหลังจากอยู่ด้วยกันมานาน จึงไม่คิดจะโต้แย้ง

"ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ แต่ชาวบ้านทุกคนรู้ว่าผมกับซุนเม่าได้ส่วนแบ่งเท่าไหร่ เพื่อความปลอดภัย พวกผมเลยวางแผนว่าจะรับซื้อธัญพืชหยาบจากชาวบ้านด้วย ลุงหลี่เห็นว่ายังไงครับ?"

ผู้เฒ่าหลี่คาบกล้องยาสูบไว้ในปากแต่ไม่ได้จุดไฟ

"เจ้าเด็กคนนี้ แผนการเยอะจริงนะ เอาตามที่ว่านั่นแหละ ดีเหมือนกัน จะได้ปิดปากชาวบ้านบางคนได้บ้าง"

"ส่วนเรื่องทำกับข้าว..."

ลู่เฉิงหลี่แย็บเรื่องนี้ขึ้นมา หลี่ชิงชิงรีบมองพ่อกับพี่ชายคนโตด้วยแววตาลุ้นระทึก

"ให้ชิงชิงทำเถอะ พี่สะใภ้แกจะได้ไม่ต้องรีบร้อนกลับมาจากนา แต่ก็อย่าให้มันฟุ่มเฟือยจนเกินไปนักล่ะ"

หลี่ชิงชิงพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร ในเมื่อพ่ออนุญาตแล้ว แม่กับพี่สะใภ้ต้องยอมแน่นอน

พี่ใหญ่ได้แต่มองน้องสาวอย่างจนใจ แต่พอนึกถึงรสชาติอาหารมื้อเย็นเมื่อครู่ เขาก็เลือกที่จะเงียบไว้

ปัง! ปัง!

สิ้นเสียงพูดคุย ก็มีเสียงเคาะประตู... หรือจะเรียกว่าทุบประตูน่าจะถูกกว่า ดังสนั่นหวั่นไหว

ผู้เฒ่าหลี่ขมวดคิ้ว มืดค่ำป่านนี้ ใครกันมาชวนทะเลาะถึงหน้าบ้าน?

ได้ยินเสียงโครมคราม ใบหน้าของหลี่ชิงชิงก็บึ้งตึงขึ้นทันที

"ทำบ้าอะไรเนี่ย! เคาะซะขนาดนี้ จะมาแจ้งข่าวคนตายหรือไงคะ!"

ในชนบทมีธรรมเนียมรู้กันว่า มีแต่การแจ้งข่าวคนตายเท่านั้นที่จะทุบประตูรัวๆ แบบนี้ ต่อให้เป็นเรื่องด่วนแค่ไหน ปกติเขาก็จะตะโกนเรียกก่อนแล้วค่อยเคาะ ไม่ใช่จู่โจมทุบประตูแบบนี้

สิ้นเสียงตะโกนด่าของหลี่ชิงชิง เสียงทุบประตูด้านนอกก็เงียบกริบ

ผู้เฒ่าหลี่มองลูกสาวอย่างครุ่นคิด

"รู้เหรอว่าใครมา?"

หลี่ชิงชิงลูบจมูก

"น่าจะเป็นพวกมาขอขมามั้งคะ"

ดวงตาของผู้เฒ่าหลี่เป็นประกายวาวโรจน์

"งั้นก็ไปเปิดประตูต้อนรับกันซึ่งๆ หน้านี่แหละ"

"รับทราบค่ะพ่อ!"

อ้ายกั๋วและอ้ายหมินเดินตามหลังน้องสาวไปติดๆ ราวกับสององค์รักษ์พิทักษ์ประตู!

จบบทที่ บทที่ 22 เคาะประตูเรียกผีหรือไง

คัดลอกลิงก์แล้ว