เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

157 - ความขัดแย้งจบสิ้นลง

157 - ความขัดแย้งจบสิ้นลง

157 - ความขัดแย้งจบสิ้นลง


157 - ความขัดแย้งจบสิ้นลง

ตอนเย็นเอี้ยนลี่เฉียงได้นำกู่เจ๋อซวนและจ้าวฮุ่ยเผิงเข้ามาในหุบเขาไต้ฮุยของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์

ย่านตลาดของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ในหุบเขาไต้ฮุย หุบเขา ไต้ฮุยทั้งหมดพลุกพล่านราวกับตลาดสดที่มีชีวิตชีวาที่สุดเพียงแต่ว่าผู้ที่ซื้อสินค้าที่นี่ล้วนเป็นสาวกของนิกายทั้งหมดไม่มีคนนอกแม้แต่คนเดียว

ทั่วทั้งหุบเขาเต็มไปด้วยผู้คนมากมายสุดลูกหูลูกตา พวกเขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหลากสีสัน และยุ่งอยู่กับการทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง เสื้อผ้าที่พวกเขาสวมนั้นชัดเจนและสามารถแยกแยะได้ง่ายเพียงชำเลืองมอง

คนที่แต่งกายด้วยชุดสีเทาคือสาวกภายนอก ชุดสีดำคือศิษย์ภายใน ชุดสีม่วงคือศิษย์ชั้นยอด และชุดสีฟ้าเป็นศิษย์โดยตรง โดยพื้นฐานแล้วเราสามารถบอกตำแหน่งของใครบางคนบนถนนได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ดูเครื่องแต่งกายของพวกเขา

ในบรรดาศิษย์ทุกตำแหน่งต่างก็มีเข็มขัดสีต่างกัน แม้ไม่รู้จักกันแต่ก็สามารถแยกแยะสถานะได้อย่างง่ายดาย

หิมะหยุดตกตั้งแต่เช้าถึงบ่าย แต่เมื่อถึงเวลาเย็นหิมะก็เริ่มตกอีกครั้ง

ครั้งสุดท้ายที่เอี้ยนลี่เฉียงมาที่หุบเขาตี้ฮุยก็เมื่อสามเดือนก่อน ตอนนั้นอากาศยังค่อนข้างสบาย แผงขายของของจำนวนมากถูกตั้งขึ้นที่ด้านใดด้านหนึ่งของตลาดของ

สินค้าที่ขายมีการจัดแสดงที่สวยงามตระการตาและตระการตามากมาย ในหมู่พวกเขามียา อาวุธ สมุนไพร งานฝีมือมากมายที่ดึงดูดสายตา

แต่ในวันนี้เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยแผงขายของพวกนั้นจึงถูกเก็บไปหมดแล้ว

ร้านอาหาร ร้านค้า และสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ในตลาดของหุบเขาไต้ฮุยเป็นสมบัติของนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด แต่ผู้ที่มีสิทธิ์ในการหากินจากสมบัติเหล่านี้ก็คือผู้ที่มีเงินประมูลสูงสุด

พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้เช่าร้านพวกนี้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง หลังจากนั้นไม่ว่าจะได้กำไรหรือขาดทุนพวกเขาจะต้องรับผิดชอบเอง

ทุกที่ในนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์มีลำดับชั้นที่เข้มงวด ยกเว้นในหุบเขาไต้ฮุย ทุกสิ่งที่นี่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ทางธุรกิจ ที่นี่เงินใครมากกว่าคนนั้นจะเป็นพี่ใหญ่พวกเขาสามารถเพลิดเพลินกับทุกสิ่งทุกอย่างราวกับพระเจ้า

ในที่แห่งนี้มีหอนางโลมมากมาย ตราบเท่าที่ทุกคนมีเงินพวกเขาสามารถเพลิดเพลินกับสาวๆที่นี่ได้อย่างเต็มที่

หอสุขสันต์ดาวตกก็เป็นหนึ่งในนั้น เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงและคนอื่นๆมาถึงทางเข้าผู้รับใช้คนหนึ่งก็ยืนรออยู่หน้าบันไดแล้ว

ทันทีที่เอี้ยนลี่เฉียงและอีกสองคนเข้าไปในหอสุขสันต์ดาวตก พวกเขาเห็นฮั่วปิงเดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยรอยยิ้ม

“ฮ่าฮ่าฮ่า น้องลี่เฉียงตรงต่อเวลาจริงๆ…”

ในฐานะเจ้าภาพแน่นอนว่าฮั่วปิงจะต้องมาก่อน อย่างไรก็ตาม เอี้ยนลี่เฉียงก็ไม่สายเช่นกัน ด้วยมารยาทที่ดีเขามาถึงก่อนเวลาที่ทั้งคู่นัดหมายกันเล็กน้อย

“ศิษย์พี่ฮั่วท่านเกรงใจเกินไปแล้ว พวกเราจะทำให้ท่านรออยู่ที่นี่ได้อย่างไร เพียงบอกผู้รับใช้ที่นี่ให้มานำทางพวกเราก็พอแล้วฮ่าๆๆ…”

เอี้ยนลี่เฉียงและฮั่วปิงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานก่อนพวกเขาจะเคลื่อนย้ายเข้าสู่หอสุขสันต์ดาวตก

“น้องลี่เฉียง เจ้าคิดอย่างไรกับที่นี่?”

เอี้ยนลี่เฉียงมองไปรอบๆแม้ว่าที่นี่จะค่อนข้างเล็กเนื่องจากเป็นสมบัติของนิกายและการตกแต่งของที่นี่ก็งดงามสำหรับการหาความสำราญ

“สถานที่ที่ศิษย์พี่ฮั่วเป็นคนเลือกย่อมดีอยู่แล้ว!”

"หอดาวตกนี้เป็นสมบัติของหลัวเทียนหยู หนึ่งในเจ็ดวีรบุรุษนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ ฉายาของศิษย์พี่หลัวคือกระบี่ดาวตกสถานที่แห่งนี้จึงตั้งตามชื่อของเขา

ข้าเคยเป็นศิษย์ครับใช้ของศิษย์พี่หลัวดังนั้นเขาจึงให้ข้าเป็นคนดูแลสถานที่แห่งนี้…” ฮั่วปิงดูเหมือนจะแนะนำหอดาวตก แต่จริงๆแล้วเขาแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของเขากับศิษย์พี่หลัว

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงได้ยินเช่นนั้น เขาก็เพียงแค่หัวเราะเอี้ยนลี่เฉียงไม่สงสัยในความจริงที่ว่าฮั่วปิงรู้จักหนึ่งในเจ็ดวีรบุรุษนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ กระบี่ดาวตกหลัวเทียนหยู

อย่างไรก็ตามเขาไม่มั่นใจว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะเป็นแบบที่ฮั่วปิงพูดถึงจริงๆหรือไม่ เอี้ยนลี่เฉียงเคยได้ยินและเห็นเรื่องเหลวไหลเช่นนี้มากเกินไป

หลายคนมักจะอ้างว่ารู้จักเลขานุการ นายกเทศมนตรี หรือผู้บริหารพรรคบางคน(พรรคคอมมิวนิสต์) คำพูดเหล่านี้มีไว้เพื่ออวดอ้างเท่านั้น

หากทั้งสองฝ่ายมีความสนิทสนมกันจริงๆผู้คนมักจะไม่อวดความสัมพันธ์ของพวกเขา มีเพียงคนที่ประสบการณ์น้อยเท่านั้นถึงจะเชื่อเรื่องพวกนี้

หลังจากที่พวกเขามาถึงห้องส่วนตัว เอี้ยนลี่เฉียงก็มองเห็นอีกสามคนนั่งรออยู่ด้านในแล้ว หม่าเหลียงเป็นหนึ่งในนั้น อีกสองคนสวมชุดสีดำและดูเหมือนจะเป็นศิษย์ภายในของนิกายเช่นเดียวกับฮั่วปิง

เมื่อเอี้ยนลี่เฉียงและคนอื่นๆเข้ามา อีกสามคนลุกขึ้นยืนรวมทั้งหม่าเหลียง

“น้องชายให้ข้าแนะนำคนเหล่านี้ให้เจ้ารู้จัก นี่คือศิษย์พี่หูเทียนเต๋อจากห้องโถงพยัคฆ์คำราม นี่คือศิษย์พี่หลี่ไคเหอเจ้าหน้าที่จากลานบัญชาการ พวกเขามาจากแคว้นกังเหมือนกับข้า…”

หูเทียนเต๋อและหลี่ไคเหออายุยี่สิบปี สำหรับพวกเขาที่สามารถก้าวเข้าสู่ตำแหน่งนักรบที่แท้จริงได้ด้วยอายุเพียงเท่านี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนพวกเขาก็ถือได้ว่าเป็นบุคคลชั้นสูงอย่างแน่นอน

หูเทียนเต๋อเป็นชายร่างใหญ่ใบหน้าดุดัน ในทางกลับกันหลี่ไคเหอเป็นชายหนุ่มใบหน้ากลมดวงตาหยีเล็กเพียงมองครั้งเดียวก็ทราบได้ว่าเขาเป็นคนเจ้าแผนการ

“คำนับศิษย์พี่ทั้งสอง!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า น้องลี่เฉียงมีลักษณะท่าทางของพยัคฆ์มังกรไม่แปลกใจเลยที่เจ้าสามารถถูกเรียกตัวเข้ามาทำงานในห้องโถงสีเทาได้ด้วยวัยเพียงแค่นี้!” หลี่ไคเหอกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

“ไม่เลยต้องให้ศิษย์พี่ทั้งสองช่วยดูแลในอนาคตด้วย!”

หลังจากแสดงมารยาทกับหูเทียนเต๋อและหลี่ไคเหอแล้วเอี้ยนลี่เฉียงก็แนะนำกู่เจ๋อซวนและจ้าวฮุ่ยเผิงที่มากับเขาให้กับทั้งสองคนอย่างจริงจัง หลังจากทักทายแล้วฮั่วปิงก็หาโอกาสที่จะพูด

“นี่คือน้องชายคนเล็กหม่าเลียงพวกเรามาจากแคว้นกังเหมือนกัน พวกเจ้าของรู้จักกันแล้วข้าจะไม่แนะนำอีก!”

หม่าเหลียงร่างกายแข็งทื่อใบหน้ามีความกังวลเขาประสานมือขึ้นคารวะเอี้ยนลี่เฉียงอย่างนอบน้อม

“ถูกแล้วข้ากับศิษย์น้องหม่ารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่เข้ามาที่นี่ใหม่ๆ”

เมื่อได้ยินคำพูดของเอี้ยนลี่เฉียง ฮั่วปิงก็พยักหน้าก่อนจะนั่งลง

“อะแฮ่ม อะแฮ่ม…” ฮั่วปิงกระแอมแล้วเอื้อมมือไปหยิบกล่องสี่เหลี่ยมจากใต้โต๊ะแล้ววางลงบนโต๊ะ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ และผลักไปทางเอี้ยนลี่เฉียง

“นี่คือเงินห้าร้อยเหรียญ มันเป็นของขวัญแสดงความยินดีเล็กน้อยจากข้าและศิษย์น้องหม่า! ขอให้อนาคตของน้องลี่เฉียงภายในนิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์สดใสนับจากวันนี้!”

แม้จะมีคำพูดสวยหรูแต่ความหมายเบื้องหลังก็คือเงินเหล่านี้เป็นคำขอโทษต่อเอี้ยนลี่เฉียงจากเขาและหม่าเหลียง

เงินห้าร้อยเหรียญไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย เงินจำนวนนี้เพียงพอที่จะทำให้เอี้ยนลี่เฉียงเช่าร้านใหญ่ๆเพื่อเปิดกิจการได้ด้วยตัวเอง เมื่อฮั่วปิงผลักกล่องไปทางเอี้ยนลี่เฉียง ความเจ็บปวดบนใบหน้าของเขาก็ถูกแสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด

ทั้งห้องเงียบไปทันที

ทุกคนต่างจ้องมองไปที่เอี้ยนลี่เฉียง เอี้ยนลี่เฉียงไม่ได้รับเงินไปทันที เขามีรอยยิ้มที่ไม่แยแสบนใบหน้าขณะที่เขามองไปที่หม่าเหลียงอย่างสงบ

“ข้ารู้สึกสงสัยจริงๆว่าศิษย์น้องหม่าเหตุไฉนถึงตั้งตัวเป็นศัตรูกับข้าอยู่ตลอดเวลา และจงใจสร้างความลำบากให้ข้าตั้งแต่เข้าสู่นิกายกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งที่ข้าไม่เคยรู้จักกับเจ้ามาก่อน หรือว่าชาติที่แล้วข้าได้แย่งชิงภรรยาของเจ้าอย่างนั้นหรือเปล่า?”

ภายใต้การจ้องมองอันเงียบสงบของเอี้ยนลี่เฉียงและสายตาเย็นชาของฮั่วปิง หม่าเหลียงก็ลุกขึ้นยืนและแสดงความเคารพออกมาอีกครั้ง

“ข้าหม่าเหลียงเป็นคนตาบอดถึงได้ล่วงเกินศิษย์พี่ไปขอให้ศิษย์พี่อภัยให้ข้าด้วย”

“ศิษย์พี่รออยู่นี่สักครู่…” หม่าเหลียงกัดฟันเดินออกไป

หลังจากนั้นไม่นานหม่าเหลียงก็กลับมาพร้อมกับคนรับใช้และสุราหลายไห

คนรับใช้ด้านหลังจัดวางถ้วยสุรานับร้อยบนโต๊ะพร้อมกับรินสุราใส่ถ้วยพวกนั้นจนเต็ม

“ความผิดของข้าใหญ่หลวงนัก ตรงหน้านี้มีสุราร้อยถ้วย ข้าจะดื่มพวกมันให้หมดเพื่อขอให้ศิษย์พี่อภัยให้ข้า!” หม่าเหลียงกล่าวขณะที่หยิบถ้วยขึ้นมาและดื่มลงไปอึกเดียวจากนั้นเขาก็หยิบถ้วยที่สองขึ้นมาและดื่มในอึกเดียว...

ภายใต้การจ้องมองของทุกคนในห้อง หม่าเหลียงก้มศีรษะไปข้างหลังและกลืนสุราที่อยู่ในถ้วยลงไปราวกับน้ำเปล่า

หม่าเหลียงดื่มสุราสามสิบถ้วยแรกในอึกเดียว หลังจากถ้วยที่สี่สิบใบหน้าของเขาก็ร้อนรุ่มเริ่มยืนไม่ตรง กระนั้นเขา​ยัง​ดื่ม​ต่อ.

ในถ้วยที่ห้าสิบดวงตาของเขาแดงก่ำถ้วยที่หกสิบเขามีเหงื่อหยดย้อย ยืนนิ่งไม่ได้ ถ้วยที่เจ็ดสิบมือของเขาไม่สามารถถือถ้วยสุราได้อีกต่อไป เขากระอักเลือดออกมาคำใหญ่และล้มลงกับพื้น

ในขณะนั้นเอี้ยนลี่เฉียงก็ยืนขึ้นและกดลงบนมือของหม่าเหลียง จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปหยิบถ้วยสุราที่วางไว้บนโต๊ะแล้วดื่มพวกมันลงไปจนหมด

หลังจากดื่มถ้วยสุดท้ายเขาก็ทุบถ้วยลงกับพื้นแล้วหันมาหาหม่าเหลียง

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ความขุ่นเคืองระหว่างเราจบสิ้นลงแล้ว”

“ข-ขอบคุณศิษย์พี่เอี้ยน…” หม่าเหลียงยิ้มให้เอี้ยนลี่เฉียงด้วยท่าทางโง่เขลา ก่อนจะทรุดตัวลงใต้โต๊ะ…

จบบทที่ 157 - ความขัดแย้งจบสิ้นลง

คัดลอกลิงก์แล้ว